Buddhadasa.org

ปมเขื่อง ตอนที่ ๑๗ — การเสพติดคือความเคยชินในการหนุนปมเขื่อง

ปมเขื่อง — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ปมเขื่อง (๒๑ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.32 ๑๘ ถึงผู้หญิงชาวนา ของเมามีเสน่ห์ในตัวมันเอง กล่าวคือการกระตุ้น ความรู้สึกในด้านปมเขื่องดังกล่าวมานี้ จึงกลายเป็นนายคนได้ และกินกันกระทั่งพวกเทวดา แต่แล้วความเมาในปมเขื่อง หรือ ความบ้าชนิดหนึ่งระดับหนึ่งนั่นเอง* ได้เป็นทางมาแห่งอาชญา กรรมต่าง ๆ ไม่ว่าความเมานั้นจะมาจากของเมาอย่างวัตถุ เช่นสุรา หรือเมาอย่างนามธรรม เช่นเสียงสรรเสริญ ถ้าผู้ใด บังคับตัวไม่ได้ สิ่งเหล่านี้กระตุ้นได้เมื่อใดแล้ว ก็มีโอกาสที่จะ ประกอบอาชญากรรมได้ทั้งนั้น การกระตุ้นปมเขื่องให้สูงนั้นมี ได้ทั้งอย่างโสมมและอย่างสะอาด ถ้าเป็นอย่างโสมมก็เรียกว่า ทำชั่ว ถ้าทำอย่างสะอาด ก็กลับเรียกว่าทำดี การเสพติด นั้นคือผลของการเคยชินในการลิ้มรสแห่ง ความฟูของปมเขื่อง ขณะที่ถูกหนุนให้สูงขึ้น แล้วแต่ว่าเขาจะ ได้ใช้สิ่งใดเป็นเครื่องหนุนปมเขื่องของเขาอยู่เป็นปรกติ ถ้าใช้ สิ่งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมหนุน ก็ติดในรสของปมเขื่องที่ถูกหนุนอยู่ ด้วยการทำดี แต่ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ความดีหนุน เพราะเป็นของ ยากหรือไม่ทันใจ เกิดไปใช้ความชั่วหนุน ก็จะต้องติดในรสของ ปมเขื่องที่ถูกหนุนอยู่ด้วยของชั่ว เช่น สุรายาเมา เป็นธรรมดา ซึ่งมีมากมาย เพราะมีได้โดยง่ายทุกหัวระแหง ยิ่งเมื่อรัฐบาล แห่งประเทศนั้นๆ เป็นผู้ต้องการเร่งปริมาณการผลิตสุราเสีย เองแล้ว ของเหล่านี้ก็ใกล้มือยิ่งขึ้น การเสพติดในการหนุนปม เขื่อง ซึ่งเป็นความต้องการอันแรงกล้าอย่างหนึ่งของสัญชาตญาณ *ภาษาบาลี : มตฺต = เมา อุมฺมฺต = บ้า (อุมฺมตฺต = เมาสูงขึ้น)

น.33 ๑๙ โดยอาศัยของชั่ว จึงท่วมท้นไปหมด เป็นการเพิ่มปริมาณของ อาชญากรรมไปในตัว จนทำนบแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ดีงามก็กั้นไว้ไม่ไหว หรือพังทะลายหมดไป ๆ ความเคยชิน หรือเสพติดจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนชนิดที่จะหลีกไม่ได้ เพราะว่าของเมานั้นกระตุ้นในระยะแรก ๆ และทำให้มี การตกต่ำในระยะปลาย ๆ ออกไป จนทำให้รู้สึกไม่สบาย จนต้องเพิ่มใหม่หรือกระตุ้นใหม่อย่างนี้เรื่อยไป ๆ จน เป็นความเคยชินหรือเสพติด ซึ่งผู้ติดบุหรี่ หรือติดอะไร ๆ ก็ตาม ย่อมทราบความข้อนี้ได้ดี ของมึนเมามีเสน่ห์และ มารยาดั่งนี้ จึงสามารถยึดหัวใจคนทั้งโลกไว้ได้ ให้มี ความเมาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเป็นของประ- จำตัว ความเมาในด้านดี เราจะได้วินิจฉัยกันในตอนหลัง ๆ แต่เราต้องไม่ลืมว่าความเมานั้นคือ รสของปมเขื่อง ที่ถูกหนุน ให้สูงขึ้นไปด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามความต้องการของสัญชาตญาณ ซึ่งเมื่อไม่ได้ด้วยดี ก็ต้องเอาด้วยชั่ว หรือที่ใกล้ๆ มือ และ สิ่งใดที่ขัดขวางกระแสความต้องการของสัญชาตญาณแล้ว ย่อม เป็นมูลเหตุแห่งอาชญากรรมได้โดยง่ายทุกเมื่อ นั่นคือพิษสง ของปมเขื่องหรืออัสมิมานะ เด็ก ๆ แม้ที่เป็นขนาดจิ๋ว ก็มีอาการของปมเขื่องแสดง ออกมาให้เห็นชัด และมีความต้องการอันแรงกล้าที่จะให้ปม เขื่องของตนปรากฏและถูกสนับสนุน เมื่อได้รับการสนับสนุน ก็มีอาการเมาในรสของปมเขื่องที่ถูกสนับสนุนเหมือนกัน ถ้า

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต