น.897 คำบันทึกท้ายเล่ม พุทธประวัติสำหรับนักศึกษานี้สำเร็จขึ้นโดยบังเอิญ จากการที่ ข้าพเจ้าได้ใช้หนังสือพุทธประวัติ จากต่างประเทศเล่มหนึ่งมาอ่าน และวิพากษ์วิจารณ์ข้อผิดถูกให้ภิกษุจำนวนหนึ่งฟังเวลาบ่าย ๆ เป็น การศึกษาพุทธประวัติตามใจชอบ เมื่อปีกลาย. ภิกษุที่นั่งฟังได้จดบันทึก ไว้ทุก ๆ วัน จนตลอดเรื่อง ซึ่งเมื่อได้รับการตกแต่งกล่อมเกลาบ้างตาม สมควรแล้ว ก็คือหนังสือพุทธประวัติสำหรับยุวชนเล่มนี้. หนังสือพุทธประวัติสำหรับยุวชน หรือผู้เริ่มศึกษาในภาษาต่าง ประเทศนั้นมีอยู่หลายเล่มด้วยกัน ข้าพเจ้าได้ตรวจดูทุกเล่ม ในที่สุดก็ เลือกได้ ฉบับของภิกษุสีลาจาระ (J.F. McKechine) ชาวอังกฤษ ผู้มีชื่อเสียงในทางพุทธศาสนา ซึ่งเพิ่งจะถึงแก่กรรมไปที่ประเทศอังกฤษ เมื่อไม่นานมานี้ แต่งขึ้นสำหรับใช้สอนเด็กในประเทศลังกา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ ตามคำขอร้องของชาวลังกาผู้หนึ่ง. แต่อย่างไรก็ตาม ในหนังสือเล่มนั้นมีข้อความที่ขัดแย้งกันกับ พุทธประวัติที่ศึกษากันอยู่ในประเทศไทยถึง ๒๗ เรื่อง. บางเรื่อง ข้าพเจ้าได้เว้นเสียเลย, บางเรื่องแก้ไขให้ตรงตามบาลีและอรรถกถา, บางเรื่องคงไว้ตามเดิมทั้งที่ผิดแปลกไปจากที่เคยได้ยินได้ฟังกันใน ประเทศเรา แต่เป็นเรื่องที่มีเหตุผลน่าฟังและรับรองกันทั่ว ๆ ไปในต่าง ประเทศ จนกล่าวได้ว่าถ้าเป็นพุทธประวัติต่างประเทศแล้ว ฉบับไหน ฉบับนั้น เป็นต้องมีเรื่องเหล่านั้น
น.898 ๒๓๒ เรื่องที่ปล่อยไว้ตามเดิม นั้นคือ เรื่องมีพิธีแรกนาขวัญตอน พระกุมารมีอายุเป็นวัยรุ่น ๆ : เรื่องฝูงแกะที่พาไปสู่ที่บูชายัญ, เรื่อง เมล็ดพันธุ์ผักกาด, เรื่องเด็กเลี้ยงแพะถวายนม ; เรื่องหญิงนักร้องร้องเพลง เรื่องสายพินที่ตึงเกินไป : เรื่องสิงคาลมาณพในตอนซึ่งเสด็จราชคฤห์ ครั้งแรก ; เรื่องให้อำมาตย์อุทายิกลับล่วงหน้าไปก่อน ; เรื่ององคุลิมาล ฆ่าคน ๑๐๐ คน ไม่ใช่ ๑๐๐๐ คน ; เรื่องสูกรมัททวะ คือเห็ดชนิด หนึ่ง ; เรื่องจัดที่ปรินิพพานบนแผ่นดินมิใช่บนเตียง ; เรื่องพระอานนท์ เข้าไปในเมืองกุสินาราโดยมีเพื่อนอีกรูปหนึ่ง ; ซึ่งจะได้วินิจฉัยพอเป็น ทางพิจารณาดังต่อไปนี้. เรื่อง ได้ปฐมฌานในคราวพิธีแรกนาขวัญ นั้น บาลีโพธิ ราชกุมารสูตร (ม.ม.น. ๔๕๘) มีกล่าวแต่เพียงว่าทรงย้อนระลึกถึง ความหลังได้อย่างแจ่มแจ้ง ว่าเคยมีความสงบและโปร่งใจเป็นพิเศษเช่น นั้น ๆ, ไม่มีหลักฐานแสดงว่าอายุเท่าไร, แต่เมื่อพิจารณาดู ต้องเป็น เรื่องของผู้มีอายุขนาดจำความอะไรได้แม่นยำ มิใช่เป็นเด็กอายุ ๔-๕ ปี ดังที่เชื่อกันโดยมาก. ภิกษุสีลาจาระจึงกล่าวเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ในระยะ ที่ทรงมีวัยรุ่น ๆ ไม่ทันจะเป็นหนุ่ม ประมาณว่า เมื่อพระชนมายุราว ๑๒-๑๓ ปี เป็นเหมาะที่สุด ข้าพเจ้าจึงคงไว้ตามเดิม. ปฐมสมโพธิว่า ก่อนอายุ ๗ ขวบ ไม่ระบุแน่ว่ากี่ขวบ. เชื่อกันทั่ว ๆ ไปว่า ๕ ขวบ โดย ประมาณ, เรื่อง ฝูงแกะที่เขาพาไปบูชายัญ และเรื่อง เมล็ดพันธุ์ผักกาด ในเรือนที่ไม่มีใครตายนี้ เป็นเรื่องของพุทธประวัติต่างประเทศโดยตรง ในเมืองไทยไม่มีเรื่องอย่างนี้, พิจารณาดูเห็นเป็นเรื่องมุ่งหมายแสดงพระ คุณบางประการของพระพุทธองค์ให้เด่น ข้าพเจ้าปล่อยไว้ตามเดิม โดย
น.899 ๒๓๓ ถือเสียว่าไม่มีทางเสียหายและเรื่องในลักษณะหรือน้ำหนักเช่นนี้ก็มีอยู่ ทั่ว ๆ ไปในอรรถกถา ซึ่งพอเทียบกันได้. เรื่อง เด็กถวายนมแพะ เป็นเรื่องแทนเรื่องที่เราเคยได้ยินได้ฟัง กันทั่วไปว่า มีเทวดามาแซกอาหารทิพย์เพื่อช่วยชีวิตพระโพธิสัตว์ไว้, และเรื่อง หญิงนักร้อง นั้นก็แทนเรื่องที่ว่า มีเทวดาหรือพระอินทร์เอง มาดีดพิณบรรเลงเตือนสติพระโพธิสัตว์. ส่วนพุทธประวัติต่างประเทศ ไม่มีเรื่องทำนองนั้น กลายเป็นเรื่องตามธรรมชาติเช่นนี้ไปหมด ฟังสนิท กว่าและมีทางเป็นไปได้โดยไม่มีทางขัดแย้ง จึงคงไว้ตามเดิม. เรื่อง สิงคาลมาณพ ไม่มีหลักฐานอันแน่นอนว่าเกิดขึ้นในคราว ไหน และคงจะไม่ใช่ในคราวที่ พระพุทธองค์เสด็จกรุงราชคฤห์เป็นครั้ง แรก เช่นนี้ก็ได้, แต่ที่ได้คงไว้ตามต้นฉบับเดิม เพราะเคารพผู้แต่งเดิม และทั้งเราไม่มีหลักฐานแน่นอนว่าเกิดขึ้นเมื่อไร ; การปล่อยไว้เช่นนี้ ก็ เห็นว่าไม่มีทางเสียหายอะไร. ผู้แต่งเดิมอยากให้เป็นว่า พระองค์ทรง ประกาศศาสนาชั้นโลกิยประโยชน์ไปทันทีที่ตรัสรู้ใหม่ ๆ พร้อมกันไป ก็เป็นได้. เรื่อง ให้อำมาตย์อุทายิกลับล่วงหน้าไปก่อน นั้นผิดจากปฐม สมโพธิไทยที่ว่าพระอุทายิบวชแล้ว เหาะไปโดยอากาศล่วงหน้าไปก่อน, มิใช่ไปอย่างคนธรรมดา ; แล้วยังเหาะกลับไปกลับมาทุกวันระหว่าง กรุงกบิลพัสดุ์กับจุดตำแหน่งที่พระพุทธองค์เสด็จไปช้า ๆ เพียงวันละ โยชน์เดียวจนกว่าจะถึงกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อแจ้งข่าวล่วงหน้าประจำวัน. ข้าพเจ้าเห็นว่า คงไว้ตามฉบับเดิมดีกว่า, คือกลับไปทั้งยังมิได้บวช. เรื่อง องคุลิมาลมีพวงมาลัยนิ้วมือเพียงร้อยนิ้ว และฆ่าคนมา
น.900 ๒๓๔ แล้วเพียง ๙๙ คนนี้ ชะรอยผู้แต่งจะเห็นเพียงว่า พันคนมันมากเกินไป ซึ่งใคร ๆ ก็ย่อมเห็นด้วย, กว่าจะครบพันคน คงถูกใครฆ่าตายเสียก่อน แล้ว. เพียง ๙๙ คนเหมาะกว่า. อีกอย่างหนึ่งแม้ ๙๙ คนนั้น ถ้าเอา ทั้งหมด ๑๐ นิ้วก็ได้นิ้วถึง ๙๙๐ นิ้วแล้ว อาจเป็นพวงมาลัยที่เพียงพอ เหมือนกัน และแทนคำว่า ๑,๐๐๐ นิ้ว ได้. ยิ่งกว่านั้นถ้าดูรูปภาพองคุลิมาล ทั่ว ๆ ไปแล้ว คิดว่าพวงมาลัยเพียง ๑๐๐ นิ้วเหมาะสมกว่า ๑,๐๐๐ นิ้ว ซึ่งจะยาวลากดินทีเดียว. ข้าพเจ้าเห็นว่าเรื่องเช่นนี้ไม่มีบาลี เอาแน่นอน อย่างไรไม่ได้ เอาตามเหตุผลดีกว่า จึงคงไว้ตามฉบับเดิมของผู้แต่ง, ไม่แก้ไข. แม้ข้าพเจ้าเองก็อยากจะถือว่าฆ่าร้อยคน ได้พันนิ้วมากกว่า. เรื่อง สูกรมัททวะ เป็นเห็ดชนิดหนึ่ง . สูกรมัททวะเป็นอาหาร ที่นายจุนทะกัมมารบุตรจัดถวาย ทรงฉันแต่พระองค์เดียว ไม่ยอมให้ ภิกษุอื่นฉัน แล้วทรงอาพาธลงพระโลหิตหนักถึงที่สุด. สูกรมัททวะ คืออะไร เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าได้สอบสวนค้นคว้ามานานแล้ว ไม่ปลงใจ เชื่อตามที่แปลกันทั่วไปว่าเนื้อหมูอ่อนโดยสนิท ยังคิดว่าจะเป็นพืชชนิด ใดชนิดหนึ่งอยู่เหมือนกัน ทำนองเป็นของแปลก กินอร่อยแต่เผลอเข้า เป็นอันตราย ซึ่งชนชาติไหน ประเทศไหนก็มีของอย่างนี้ด้วยกันทั้งนั้น. ทำไมจึงปลงใจเชื่อว่าเป็นเนื้อหมูไม่สนิท จะได้หาโอกาสวินิจฉัยเด็ด ขาดกันข้างหน้า ในที่นี้ปล่อยไปตามต้นฉบับของเดิมก่อน. อรรถกถาแห่งบาลีมหาปรินิพพานสูตรเอง ก็ยังเอาแน่นอนอะไร นักไม่ได้. พระพุทธโฆษาจารย์ผู้อธิบายเป็นคนสุดท้าย ได้แสดงความ คิดเห็นส่วนตัวของท่านว่าเป็นเนื้อหมูอายุรุ่น ๆ แต่ยังแถมบอกไว้ว่า พระอรรถกถาจารย์ก่อน ๆ อธิบายไว้อีกสองอย่างคือ พวกหนึ่งว่าเป็น ข้าวอ่อนพิเศษปรุงขึ้นด้วยนม และสิ่งอื่น ๆ เป็นพิเศษ. และอีกพวกหนึ่ง
น.901 ๒๓๕ ได้แก่ รสายนกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งนายจุนทะปรุงขึ้นเพื่อเป็นยาแก้โรค หรือทำนองยาอายุวัฒนะ เพื่อถวายพระในคราวนี้โดยทั่วไป. ความ ข้อนี้แสดงว่า พระอรรถกถาจารย์ทั้งสามพวกนั้นไม่เคยเห็นสิ่งที่เรียก ว่า สูกรมัททวะนั้นด้วยตนเอง, และเวลาที่เขียนอรรถกถานั้น ก็ล่วงมา นับด้วย ๘-๙ ร้อยปีแล้ว อรรถกถาทั้งหมดนั้นจึงเป็นแต่การคาดคะเน แม้หนังสือปฐมสมโพธิเอง ก็ยังกล่าวว่า สูกรมัททวะนั้นคือ ขนมที่ ประกอบขึ้นด้วยเบ็ญจโครส, (ปฐมสมโพธิ ฉบับโบราณของกรมพระ ปรมานุชิต ซึ่งร้อยกรองตามปฐมสมโพธิฉบับบาลี) ข้าพเจ้าอยากจะวินิจฉัยดูอีกทางหนึ่งว่า เนื้อหมูมากพอเลี้ยงพระ ตั้ง ๕๐๐ รูปเช่นนั้น ในปัจจุบันทันด่วน คงหาไม่ได้ที่ตลาดเล็ก ๆ เช่น นั้น, ถ้าฆ่าขึ้นเองก็เป็นอุทิสมังสะ ฉันเป็นอาบัติตามที่ทรงห้ามไว้, แม้ นายจุนทะจะได้ไปว่าร้านตลาดให้ฆ่า ก็ยังไม่พ้นความเป็นอุทิสมังสะ อยู่นั่นเอง, นี่ทำให้คิดว่า น่าจะไม่ใช่เนื้อสัตว์. ผู้รจนาหนังสือปฐมสมโพธิ อาจเห็นความข้อนี้ จึงระบุสูกรมัททวะว่าเป็นขนมประกอบขึ้นด้วย เบ็ญจโครส โดยสมัครเข้าข้างพระอรรถกถาจารย์พวกที่สอง. อีกอย่างหนึ่ง พระบาลีนั้นก็มีชัดเจนอยู่ว่า นายจุนทะได้จัด ขาทนียะและโภชนียะทั้งหลายอย่างประณีต และแถมมีสูกรมัททวะอย่าง พอเพียง อีกด้วย. ถ้าหากว่าสุกรมัททวะนี้เป็นเพียงเนื้อหมู ก็จะรวมอยู่ ในคำว่า โภชนียะอันประณีตเสียแล้ว ไม่ต้องแยกออกมาว่า ยังแถมมี สูกรมัททวะอย่างเพียงพออีกด้วย. (ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทา เปตฺวา ปหูตญฺจ สูกรมทฺทวํ). คำว่า "และ" (จ) ย่อมแสดงว่า สูกรมัททวะ นั้นเป็นของพิเศษจาก ขาทนียะและโภชนียะอันประณีตเหล่านั้น. ฉะนั้น จึงน่าจะไม่ใช่เนื้อหมู ซึ่งถ้าไม่เป็นอุทิสมังสะ ก็ต้องนับรวมอยู่ในคำว่า
น.902 ๒๓๖ "โภชนียะอันประณีต" เสียแล้ว : จะต้องกล่าวถึงสูกรมัททวะ อีกทำไม. อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็มีกล่าวชัดว่า พระพุทธองค์ได้ตรัสห้ามนาย จุนทะมิให้ถวายของสิ่งนี้แก่ภิกษุอื่น ก็เพราะไม่อาจบริโภคให้ย่อยได้, ถ้าเป็นเนื้อหมูอ่อนจริง ก็ไม่น่าจะตรัสอย่างนี้ เนื้อหมูอ่อนตามปรกติ ต้องเป็นของย่อยได้. ข้อนี้ทำให้เชื่อว่า สูกรมัททวะนั้น เป็นของพิเศษ ย่อยยากชนิดหนึ่ง และอาจจะเป็นของกินเพียงเพื่อแปลก ๆ ไม่สู้จะมีคุณ ในทางอาหารแก่ร่างกายด้วยซ้ำไป. เป็นอันว่าเมื่อพิจารณาดูจากบาลีและอรรถกถาโดยตรงแล้ว ไม่มีอะไรที่อาจยืนยันได้ว่า สิ่งนั้นเป็นเนื้อหมูตามธรรมดาเลย. เมื่อพิจารณาดูในทางศัพท์แม้แต่นักเรียนบาลี, ไม่ต้องกล่าวถึง ชั้นอาจารย์, ก็จะแปลคำสูกรมัททวะนี้ว่า "อ่อนสำหรับหมู" หรือ "หวาน อร่อยสำหรับหมู" แทนที่จะแปลว่าหมูอ่อน, เพราะรูปศัพท์และลักษณะ ของสมาสก็บ่งไปในทางนั้นมากกว่า. นักแปลชาวตะวันตกได้แปลคำ ๆ นี้ว่า อ่อนหรืออร่อยสำหรับหมูกันทั่วไป และจะหัวเราะเยาะผู้ที่แปลว่า หมูอ่อนด้วยซ้ำไป. คำว่า มทฺทว นี้ตามปรกติใช้เป็นนามทั้งนั้น เช่นคำ ว่า อาชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ เป็นต้น. ต่อมานักศึกษาบางคนได้ค้นพบว่า มีเห็ดใต้ดินชนิดหนึ่ง ใน ประเทศอินเดียซึ่งยังคงเรียกชื่อว่า สูกรมัททวะ หรือเพี้ยนเพียงเล็กน้อย ตามท้องถิ่น แต่แปลได้ความอย่างเดียวกัน จึงเกิดเชื่อกันมั่นเหมาะขึ้นว่า สิ่งนี้เป็นเห็ดโดยแน่นอน. (รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้มียืดยาว จะได้นำ มากล่าววินิจฉัยกันในที่อื่น) เรื่องยุติได้แต่เพียงว่า นักศึกษาชาวตะวันตก ทั้งหมด ไม่ยอมเชื่อว่าหมูตามพระพุทธโฆษาจารย์และตามพระอรรถกถา
น.903 ๒๓๗ จารย์อีกสองพวกที่ว่าเป็นขนมและของปรุงขึ้นบางชนิดเพื่อแก้โรค. แต่ ลงมติเป็นเห็ดใต้ดินชนิดหนึ่ง กันไปหมด และถือเป็นแบบฉบับกันมาตั้ง ๒๐ กว่าปีแล้ว. ก่อนหน้านี้ก็เคยแปลว่าหมูกันบ้างเหมือนกัน. ข้าพเจ้าไม่สมัครจะเชื่อว่าหมู เพราะเหตุผลดังกล่าวมาแล้วข้างต้น, แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร เพราะไม่มีโอกาสจะไปสอบสวนด้วยตนเอง ถึงกระนั้นก็ยังพอใจที่จะเชื่อว่าเป็นพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นหัวหรือราก หรือเห็ดใต้ดินชนิดใดชนิดหนึ่ง มากกว่าจะเป็นเนื้อหมู. เมื่อผู้แต่งหนังสือ เล่มนั้น กล่าวไว้ในฐานะเป็นเห็ดชนิดหนึ่ง ข้าพเจ้าก็ปล่อยไว้ตามเดิม. หวังว่าผู้สนใจจะได้ช่วยกันค้นคว้าสืบไป. เรื่อง จัดที่ปรินิพพานบนพื้นดิน (ข้อ ๔๒๙) นี้ นับว่าผิดจาก บาลีมหาปรินิพพานสูตรโดยตรงทีเดียว. ในบาลีกล่าวชัดว่าให้จัดเตียง (เตี้ย ๆ ซึ่งคงสูงไม่เกิน ๘ นิ้ว) ตรงที่โคนต้นรังคู่. ปัญหาน่าคิดตรงที่ ว่า เอาเตียงมาจากไหน. บาลีไม่มีกล่าวไว้, แต่อรรถกถาบอกไว้ชัดว่า หาได้จากในอุทยานนั้นเอง เป็นของใช้นอนเล่นของพวกมัลลกษัตริย์ ประจำอุทยาน ทั้งยังกล่าวชัดด้วยว่า มัณฑลสาลา (ศาลาโล่ง ๆ ไม่มี ฝา หรือมีฝาแต่เตี้ย ๆ) อยู่ทั่ว ๆ ไป ทำไมพระองค์จึงไม่ทรงให้จัดเตียง ปรินิพพานในศาลาเช่นนั้น ทั้งข้อความก็กล่าวชัดว่า เวลาที่เสด็จมาถึง นั้นเป็นเวลาพระอาทิตย์ตกแล้ว. มีทางสันนิษฐานอีกข้อหนึ่งซึ่งเป็นไป ได้ก็คือว่าเพราะทรงอิดโรยมาก จนไม่ประสงค์เสด็จเข้าไปถึงกลางอุทยาน ที่มีศาลา คงให้จัดแถวริมอุทยานใกล้ ๆ ประตูทางเข้านั่นเอง. ภิกษุ สีลาจาระจะได้เค้าเงื่อนมาจากไหน จึงไม่ยอมเชื่อบาลีเรื่องจัดเตียง ซึ่ง รู้กันทั่วไปอย่างดาดดื่น หรือบาลีสายอื่นเป็นอย่างอื่นก็ทราบไม่ได้ เพื่อ เคารพความรู้ของเขาจึงปล่อยไว้ตามนั้นไปทีก่อน แต่ขอบันทึกแย้งไว้ใน
น.904 ๒๓๘ ที่นี้ดังกล่าวนี้. พิจารณาดูอีกที บนเตียงนอนเล่นในสวนเตี้ย ๆ กับบน พื้นดินเสียเลย รู้สึกว่าน่าสรรเสริญบนดินเสียเลยกว่า และเหมาะสมแก่ น้ำพระทัยของสมเด็จพระศาสดากว่า. พุทธประวัติของธิเบตฉบับเก่า ๆ ที่เป็นที่เชื่อถือของฝ่ายมหายาน ใช้คำว่า Couch เสมอ ไปทุกแห่ง ไม่ว่าที่ทรงให้จัดในระหว่างพักกลางทาง หรือที่สาลวันนี้, ซึ่งแสดงให้ เห็นว่าเป็นเครื่องลาดที่ขนติดตัวไปได้ทุกแห่ง เรื่อง พระอานนท์ รับพระพุทธดำรัสเข้าไปบอกพวกมัลลกษัตริย์ ในเมืองกุสินารา ในตอนพลบค่ำวันนั้น ว่า ไปองค์เดียว ไม่มีภิกษุอื่น ไปเป็นเพื่อน. บาลีฉบับไทยตอนนี้มีคำว่า อทุติโย แปลว่า ไม่มีบุคคล ที่สอง. แต่บาลีอย่างลังกามีว่า อตฺตทุติโย ซึ่งแปลว่า มีตนเป็นที่สอง, คือมีเพื่อนไปด้วยอีกคนหนึ่ง. เมื่อบาลีแย้งกันดังนี้เสียเอง ข้าพเจ้าเห็น ว่า อย่างมีเพื่อนไปอีกองค์หนึ่งนั้นน่าจะถูกกว่าเพราะเป็นเวลาพลบค่ำ แล้ว, และถือตามวินัยก็ควรเป็นอย่างนั้น ทั้งปรากฏว่ามีภิกษุอยู่ด้วย ตั้งมากมายถึง ๕๐๐ รูป ทำไมพระอานนท์จะพาไปเป็นเพื่อนสักรูปหนึ่ง ไม่ได้. ไม่มีเหตุผลอันใดที่แสดงว่าให้ไปเพียงองค์เดียว ข้าพเจ้าจึงปล่อย ไปตามฉบับเดิม และสมัครจะเชื่อเช่นนั้นด้วย. ทีนี้ก็มาถึง เรื่องประเภทที่ข้าพเจ้า ไม่อาจปล่อยไปตามเดิม แต่ได้แก้ไขเสียพอให้เข้ารูปกันกับบาลีและอรรถกถา และเหตุผลทั่ว ๆ ไป. เรื่องเหล่านั้นได้แก่เรื่องที่ผู้แต่งได้กล่าวไว้ว่า อาฬาระ กาลามะ สอน เนวสัญญานาสัญญายตนะ ; อุทกะ รามบุตร สอนทางอิทธิฤทธิ์ ; นาง สุชาดาถวายอาหารหลายวันก่อนวันตรัสรู้ ; ไม่ได้แสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร ในวันที่เสด็จไปถึง แต่แสดงวันหลัง ๆ ; พระยสมาเฝ้าพระพุทธองค์ ด้วยเจตนา มิใช่มาโดยบังเอิญด้วยความกลุ้มใจ ; บิดาพระยสบรรลุ
น.905 ๒๓๙ พระอรหันต์ในคราวนั้น ; ถึงราชคฤห์ทรงพักที่เวฬุวันที่เดียวเลย ไม่มี ลัฏฐิวัน ; พระเจ้าพิมพิสารเห็นธรรมในวันต่อๆ มา มิใช่วันแรกถึง ; พุทธกิจประจำวันส่วนมาก ; ศากยวงศ์ถูกทำลายโดยพระเจ้าอชาตสัตรู (แทนที่จะเป็นเจ้าวิฑูฑภะ) ; ซึ่งจะได้วินิจฉัยพอเป็นทางพิจารณาดังต่อ ไปนี้. เรื่อง อาฬาระ กาลามะ สอนเนวสัญญานาสัญญายตนะ และ อุทกะ รามบุตรสอนอิทธิฤทธิ์ นั้น ในบาลีมัชฌิมนิกายมีกล่าว ไว้ชัดว่า คนแรกสอนอากิญจัญญายตนะและคนหลังสอนเนวสัญญานา สัญญายตนะ, ข้าพเจ้าเองสมัครเชื่อตามบาลีมัชฌิมนิกาย จึงแก้ตามนั้น. อรรถกถาต่าง ๆ ก็บ่งมาทางนี้, เหตุผลทั่วไปก็แสดงมาทางนี้, และเรื่อง ที่ว่า อุทกะเป็นศิษย์แห่งรามะ แทนที่จะเป็นบุตรแห่งรามะนั้นเห็นว่า เป็นเรื่องพลั้งเผลอมากกว่า, จึงแก้เป็น รามบุตรตามบาลีที่รู้กันทั่วไป. เรื่อง นางสุชาดาถวายอาหารพิเศษวันไหนแน่ ถือตามอรรถ- กถาถวายวันที่จะตรัสรู้ บาลีไม่มีพูดถึงเรื่องนี้ ออกชื่อแต่บิณฑบาตวัน ตรัสรู้ มีผลมากเท่ากับวันนิพพาน แต่ไม่ได้ระบุชื่อนางสุชาดาหรือใคร. ถือตามอรรถกถายังได้เรื่องบ้าง และเป็นที่เชื่อกันทั่วไป จึงแก้ตามนี้. เรื่อง แสดงธรรมจักรวันไหน นั้น บาลีมหาวัคค์วินัยปิฎกกล่าว ฟังได้ว่า ทรงแสดงในขณะที่ปัญจวัคคีย์ยอมเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้ตรัสรู้ แล้วนั่นเอง แต่ผู้แต่งกล่าวไปในทำนองไม่ยืนยันวันไหน, ข้าพเจ้าคิดจะ แก้ให้ชัดก็ไม่ถนัดเพราะไม่ทราบว่า ผู้แต่งมีความเห็นอย่างไร เลยคง ไว้ตามเดิมก่อนเพื่อให้วินิจฉัยกันเอาเอง. เรื่อง พระยสมาเฝ้าด้วยความตั้งใจ หรือมาโดยบังเอิญไม่เป็น
น.906 ๒๔๐ เรื่องสำคัญอะไร จะเป็นอย่างไหนก็ได้ แต่ข้าพเจ้าสมัครใจเชื่อข้างบังเอิญ จึงแก้ให้เป็นเรื่องบังเอิญและแก้ข้อความที่ว่าบิดาพระยศบรรลุพระอรหันต์ และบวชนั้นเป็นเพียงได้ดวงตาเห็นธรรม และเป็นอุบาสกไปตามบาลี มหาวัคค์. เข้าใจว่าเป็นความพลั้งเผลอของผู้แต่งมากกว่า. เขาอาจจะ แต่งด้วยความรีบร้อนให้ทันใช้ ไม่ตรวจสอบเรื่องที่ไม่สู้มีความสำคัญ เช่นนี้ ก็เป็นได้. เรื่อง เสด็จราชคฤห์แล้วประทับที่เวฬุวันเลย และพระเจ้า พิมพิสารได้เห็นธรรมในหลายวันต่อมา ก็คิดว่าเป็นความพลั้งเผลอของ ผู้แต่งอย่างเดียวกัน ซึ่งคงจะเนื่องมาจากเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร นั่นเอง. ข้าพเจ้าแก้ไขให้เข้ารูปกับบาลีมหาวัคค์. เรื่อง พุทธกิจประจำวัน นั้น ไม่มีกล่าวในบาลี. ในอรรถกถามี กล่าวไว้ต่าง ๆ สันนิษฐานได้หลายทาง, เรื่องชั้นหลังก็มีขึ้นอย่างนั้น อย่างนี้ตามความเชื่อของผู้แต่งในยุคนั้น ๆ. ข้าพเจ้าประมวลที่มาทั้งหมด เข้าด้วยกันแล้ว ลงสันนิษฐานเอาตามที่เห็นว่ามีเหตุผลที่สุด แต่หลีก เลี่ยงการแก้ไขต้นฉบับของผู้แต่งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้. เรื่องที่ว่า ศากยวงศ์ถูกทำลายโดยพระเจ้าอชาตสัตรู นั้น ไม่ เคยพบที่มา พบแต่ในอรรถกถากล่าวถึงพระเจ้าวิฑูฑภะ เป็นผู้ทำลาย เพราะความอาฆาต จึงตัดชื่อพระเจ้าอชาตสัตรูออกเสีย คงกล่าวไว้ แต่ว่าพินาศในการทำสงคราม ซึ่งหมายถึงการล้างผลาญของพระเจ้า วิฑูฑภะ จนกระทั่งพินาศไปตามกรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย. ส่วน เรื่องอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าตัดออกเสียเลย นั้น ได้แก่เรื่องที่ผู้แต่งกล่าวว่า มีภิกษุรับอาสาไปแผ่ศาสนาในแคว้นสุนาปรันตะ
น.907 ๒๔๑ อันดุร้ายตั้งแต่คราวส่งสาวกหกสิบรูปออกประกาศศาสนารุ่นแรก ; เรื่อง ทรงบัญญัติมิให้บวชโดยมิได้รับอนุญาตจาก บิดามารดาตั้งแต่คราว เสด็จราชคฤห์ครั้งแรก ; และการที่พระเจ้าสุทโธทนะจัดขบวนช้างไป ต้อนรับพระพุทธองค์ ; และพระนางยโสธราให้คนหามพระนางไปรับ เสด็จพระพุทธองค์ถึงนอกเมือง ; และที่กล่าวว่าเทวทัตบวชก่อนพระ อัครสาวก แต่ทั้งหมดนี้มิได้ถือว่าผู้แต่งกล่าวไว้ผิดโดยส่วนเดียว เป็น แต่เห็นว่าเรื่องเช่นนี้ ไม่มีปัญหาแล้วสำหรับการศึกษาในประเทศไทย, ยุติตามที่กล่าวไว้ในบาลีและอรรถกถา และเหตุผลอื่น ๆ เป็นที่แน่นอน แล้วจึงตัดออกเสียเลย ขืนเอาไว้ก็เฝือ. อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าขอให้นักศึกษาถือว่า ข้อวินิจฉัยทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ควรช่วยกันวินิจฉัยหาความจริงอันซับซ้อนสืบไป. อ.ป. ๑๒ ส.ค. ๙๗
น.909 ปทานุกรม ของพุทธประวัติ ฉบับสำหรับยุวชน (เรียงลำดับตามหลักภาษาไทย) (ตัวเลขท้ายคำเหล่านี้ เป็นหมายเลขข้อ มิใช่เลขหน้า) ก ข้อ กฎข้อบัญญัติของพระเทวทัต ๔๐๙ กฎความจริงซึ่งครองโลก ๑๖๖ กฎอันเฉียบขาดสำหรับภิกษุณี ๓๔๗ กบิลพัสดุ์ ๒/๒๑/๑๔๑/๒๙๙๓๐๖/๒๓๗ กระทำหน้าที่บุตร ตอบแทนบิดา ๓๐๓ กระแสแห่งพระนิพพาน ๓๙๒ กลั้นลมหายใจ ๑๘๐ กล่าวร้ายผู้ไม่เคยกล่าวร้ายใคร ๓๖๐ กลิ้งครกขึ้นเขา ๒๐๘ กัลยาณมิตตตา ๓๗๓ ก่อนบวชต้องประพฤติวัตรเพื่อทดลองน้ำใจ ๓๔๗ กัณฐกะ (ม้า) ๖๒/๑๓๘ กัสสปะชฎิลสามพี่น้อง ๒๗๖
น.910 ๒๔๔ การกระทำที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่ง ๑๕๔ การกระทำที่สกุลได้เคยปฏิบัติกันมา ๓๐๙ การกุมอำนาจคณะสงฆ์ ๔๒๖ การคบคนดี ๓๗๓ การครองชีวิตเป็นนักบวช ๓๘๑ การคลุกคลีกันเป็นหมู่ ๔๑๙ การทะเลาะเป็นความเลวร้ายยิ่งกว่ามูลเหตุที่ทำให้เกิดทะเลาะ ๓๖๑ การทำดีจะนำมาซึ่งผลดี ๓๗๕ การทำที่เหมาะสมสำหรับพระพุทธเจ้า ๓๑๐ การทำนางตามแบบของพระพุทธองค์ ๓๖๘ การทำเพื่อโน้มน้าวจิตพระกุมาร ๔๖ การทำให้ภิกษุสำนึกตัว ๓๖๒ การนบไหว้ทางทิศตะวันออก ๒๘๒ การนบไหว้ทางทิศใต้ ๒๘๒ การนบไหว้ทางทิศตะวันตก ๒๘๒ การนบไหว้ทางทิศเหนือ ๒๘๒ การนบไหว้ทางทิศเบื้องบน ๒๘๒ การนบไหว้ทางทิศเบื้องต่ำ ๒๘๒ การนอบน้อมต่อเถระผู้เฒ่า ๔๑๙ การนำทรายมาฟั่นเป็นเชือก ๒๐๐ การบวชของภิกษุณียืนยาวประมาณ ๕๐๐ ปี ๓๕๐ การบูชายัญ ๑๕๙/๑๖๓/๒๑๔ การประสูติ ๘ การป้องกันอันตรายที่จะมาทุกทิศ ๒๘๒
น.911 ๒๔๕ การผูกอากาศให้เป็นปม ๒๐๐ การมองของผู้มีปัญญา ๒๘๖ การแยกสงฆ์เป็นฝักฝ่ายไม่มีผลดี ๔๐๒ การรู้จักใช้จ่าย ๓๗๔ การรู้จักรักษาสิ่งที่มี ๓๗๒ การเสียประโยชน์อันใหญ่หลวง ๒๗๓ การให้ที่ดีที่สุด ๓๘๒ การให้ธรรมดีกว่าการให้ทั้งปวง ๓๘๓ การไหว้ทิศตามวิธีของพระพุทธองค์ ๒๘๔ การกระทำที่เป็นมงคล ๓๘ อย่าง ๓๖๙ การไม่เข้าเป็นพวกกับคนโง่คนเขลา ๓๖๙ การสนิทสนมกับบัณฑิต ๓๖๙ การเคารพนับถือต่อคนที่ควร ๓๖๙ การอยู่ในที่ที่เหมาะสมแก่ตน ๓๖๙ การเป็นคนที่เคยทำความดีไว้มาก ๓๖๙ การประกอบการกุศลอย่างไม่ขาดสาย ๓๖๙ การพอใจทำสิ่งที่ได้วิชาความรู้ ๓๖๙ การศึกษาทุกสิ่ง ที่ไม่เป็นโทษ ๓๖๙ การฝึกตนให้มีระเบียบแบบแผน ๓๖๙ การพูดแต่คำจริง, คำน่ารัก คำมีประโยชน์ ๓๖๙ การอุปัฏฐากมารดา ๓๖๙ การอุปัฏฐากบิดา ๓๖๙ การเอาใจใส่เลี้ยงดูบุตรภรรยา ๓๖๙ การเว้นความโลเลในการงาน ๓๖๙
น.912 ๒๔๖ การบำเพ็ญทาน ๓๖๙ การประพฤติแต่กรรมดี ๓๖๙ การช่วยญาติมิตรในคราวที่ควร ๓๖๙ การเว้นทำสิ่งที่ต้องเสียใจทีหลัง ๓๖๙ การไม่ทำสิ่งที่กฎศีลธรรมห้าม ๓๖๙ การเว้นจากดื่มน้ำเมา ๓๖๙ การไม่ชักช้าที่จะทำกรรมดี ๓๖๙ การนอบน้อมต่อทุกคน ๓๖๙ การไม่จองหองพองตัว ๓๖๙ การพอใจด้วยสิ่งที่มีอยู่ ๓๖๙ การรู้บุญคุณที่บุคคลอื่นมีต่อตน ๓๖๙ การฟังธรรมตามโอกาส ๓๖๙ การมีความอดกลั้นอดทน ๓๖๙ การทำตนให้เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ๓๖๙ การเยี่ยมเยียนพระอริยเจ้าเนือง ๆ ๓๖๙ การซักซ้อมสนทนาธรรม ๓๖๙ การเป็นอยู่ด้วยความพากเพียร ๓๖๙ การประพฤติพรหมจรรย์ ๓๖๙ การกำหนดอริยสัจสี่ไว้ในใจ ๓๖๙ การมีนิพพานเป็นที่หมายของจิต ๓๖๙ การไม่รู้สึกหวั่นไหวเมื่อถูกรบกวน ๓๖๙ การไม่เศร้า เมื่อมีสิ่งรบกวนใจ ๓๖๙ การไม่กำหนดรักในสิ่งที่มายั่ว ๓๖๙ การมีจิตเป็นอิสระ เมื่อมีสิ่งกระทบ ๓๖๙
น.913 ๒๔๗ กาฬเทวิล (มหาฤษี) ๑๐ กิติศัพท์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒๗๗/๒๙๙/๓๐๓/๓๐๔/๓๐๕/ ๔๔๘/๔๔๙ กีสาโคตมี (เจ้าหญิง) ๑๒๙ กุสินารา (นคร) ๔๒๓/๔๒๘/๔๔๙ กุศลกรรมบถ ๔๒๑ เกิดมาได้ห้าวันรับขนานนาม ๑๗ โกณฑัญญะ ๒๖๗/๔๔๑ โกลิตะ (โมคคัลลานะ) ๒๘๕/ ๒๙๔ โกลิยะ (นคร) ๓๒๗ โกสัมพี (นคร) ๓๕๖ ข ข้อ ขนานนามว่า "สิทธัตถะ" ๑๘ ขอทานเลี้ยงชีวิตไปวันหนึ่ง ๆ ๓๐๘ ขอบวชเป็นภิกษุ ๒๖๘/๒๗๑/๒๗๖/๒๙๖/๒๙๗/๒๙๙ / ๓๖๐/๓๙๗/๔๔๑ ขอเป็นสาวกตลอดชีวิต ๒๔๗/๒๗๐ ๒๗๘/๒๘๔/๓๑๒/๓๖๘/๓๘๐/๓๘๘/๔๐๔ ขออนุญาตให้สตรีบวช เช่นเดียวกับภิกษุ ๓๔๒ ข้อปฏิบัติเพื่อเจริญในโลกนี้ ๓๗๑ ข้อปฏิบัติเพื่อประโยชน์ข้างหน้า ๓๗๕ ข่าวดีเกี่ยวกับอมฤตธรรม ๒๙๓ เขตที่พระพุทธวจนะแพร่ไปถึง ๔๔๙
น.914 ๒๔๘ ค ข้อ คณะบุคคลผู้ปกครองประเทศ ๑ คณะเผยแพร่ศาสนาที่ถูกแต่งตั้งฉับพลัน ๒๗๕ คนโดยมากไม่ปรารถนาฟังธรรมะ ๒๕๑ คนทั้งโลกร้องไห้ด้วยเหตุอย่างเดียวกัน ๑๖๒ คนทั้งห้าพากันละทิ้งพระองค์ ๒๐๑ คนทำดี ก็เป็นคนดีและประเสริฐ ๑๙๖ คนที่นิยมนับถือแต่สิ่งที่ดี ๓๗๓ คนที่ฟังแล้วพอจะเข้าใจได้ก็ยังมี ๒๕๒ คนที่ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเจ้าลูกนาย ๗๕ คนทุกคนในโลก ไม่เหมือนกัน ๒๕๑ คนบางพวกต้องการรู้ให้มากกว่าที่เขารู้อยู่แล้วในบัดนี้ ๒๕๑ คนพวกที่จักฟังธรรมเข้าใจ ๒๗๓ คนเลี้ยงพากันลืมพระกุมาร ๓๘ คนส่วนมากชอบแต่สิ่งง่าย ๆ สิ่งที่สนุกสนาน ๒๔๙ คนส่วนมากไม่อยากลำบากในการที่ต้องคิดให้ลึกซึ้ง ๒๔๙ คนสวนนอนด้วยท่าขยะแขยง ๑๓๖ คนหลงรักหลงติดในความสุขมายา ๒๒๖ คนคบคนเช่นใด จักเป็นเช่นคนนั้น ๓๗๓ ครอบครองชมพูทวีป ๒๑ ความขยันในหน้าที่ ๓๗๑ ความไข้แห่งราคะ โทสะ โมหะ ๑๓๑ ความคิดชนิดที่ไม่ทรงประสงค์ ๒๑๓ ความคิดที่คนทั้งหลายเขาไม่คิดกัน ๔๖
น.915 ๒๔๙ ความจริงอันประเสริฐสี่ประการ ๒๕๒ ความดีที่เท่ากัน กับการสวดมนต์ภาวนา ๑๕๘ ความดีที่สุดเหนือกว่าความดีทั้งปวง ๓๘๐ ความตื่นชนิดที่ยังหลับ ! ๒๒๑ ความทุกข์ทั้งปวงถึงที่สุด และดับหมดไม่เหลือ ๒๔๑ ความทุกข์ที่เกิดแก่คนทั้งโลก ๑๖๒ ความทุกข์ใหญ่หลวงครอบงำสัตว์อยู่ตลอดเวลา ๔๑ ความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงที่ได้เกิดแก่สหาย ๒๙๔ ความพยายามได้ประสพผลสำเร็จ ๒๔๓ ความไม่มีทางรอดเป็นสิ่งที่น่าสยอง ๑๒๓ ความยินดี ที่ดีที่สุด ๓๘๒ ความรู้แจ้งเห็นจริง เกิดได้จากการพินิจภายใน ๑๘๖ ความรู้แจ้งเห็นจริงเกิดได้จากสละการประพฤติอย่างโลก ๑๘๖ ความรู้ชนิดที่งมงาย ! ๒๒๑ ความรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ ก็มิใช่ ตายแล้ว ก็มิใช่ ๑๗๖ ความละอายบาปเป็นงอนไถอันงาม ๓๖๕ ความสงสารต่อสรรพสัตว์ ๔๔ ความสง่างามและลักษณะสูงส่ง ๑๕๒ ความสวยงามในชีวิต ย่อมมีความโสมมแฝงอยู่ ๔๑ ความสว่างไสวแจ่มแจ้งชนิดที่งมอยู่ในที่มืด ! ๒๒๑ ความสุขแห่งจิตที่สมบูรณ์ ๓๖๙ ความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เพราะเรื่องอาหารนิดเดียว ๑๙๙ ความโสมมที่แฝงอยู่ในความงาม ๔๑ ความหลงผิด ๒๐๒
น.916 ๒๕๐ ความหลงใหลของคนสามัญทั่วไป ๓๕๕ ความหวังสุดท้ายของผู้จะจากไป ๔๒๗ คอยด่าทอภิกษุสงฆ์ ๓๕๖ คัมภีร์ทีฆนิกาย ๒๘๔/๓๘๑ คาถาของพระอัสสชิ ๒๙๖ คาถามีจำนวนสี่บาท ๒๙๕ ค่าบูชาครู ๑๓๑ คำตอบของผู้ไม่โอ้อวด ๒๙๐ คำตอบที่ถูกแท้ ๓๘๐ คำถามของผู้เลื่อมใส ๒๘๗ คำถามที่กระหายใคร่จะรู้ ๒๘๙ คำว่า "อรหันต์" ๒๖๗ คำสอนโดยย่อ ๒๙๐ คิดครุ่นในสิ่งที่ใหญ่หลวงกว่า และเป็นจริงกว่า ๕๗ คิดตีความหมายชีวิตก่อนอายุ ๔๕ คุณประโยชน์อันใหญ่หลวง ๓๘๐ คุณสมบัติที่ทำคนเป็นผู้สูงจริง ๒๔๕ เคยมีชีวิตต่าง ๆ กันครบทุกแบบ ๒๒๓ เครื่องเกียดกันบาปออกจากจิต ๓๖๕ เครื่องนำบุคคลข้ามจาก "ความมีชีวิต" ๔๔๘ เครื่องระงับกิเลสและความทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง ๓๘๒ เคารพนอบน้อมครูอาจารย์ ๒๗ เคารพสักการะครูผู้ให้วิชาความรู้ ๒๘๒ เคารพสักการะต่อบุคคลผู้ให้กำเนิด ๒๘๒
น.917 ๒๕๑ โคตมะ ๒ ใครไม่ค้นวิธีหนีความชราบ้างหรือ? ๙๒ ง ข้อ งานอันมีเกียรติ ที่ไม่ควรรังเกียจ ๓๕ งานอันมีเกียรติ ที่ไม่ควรละอาย ๓๕ จ จงมีตนเองเป็นที่พึ่ง ๔๒๖ จงรบความโกรธให้ชนะเถิด ! ๓๓๕ จับหางม้าวิ่งตาม ๑๔๐ จ้างคนให้ยิงพระองค์ ๔๐๔ จิตใจที่เข้มแข็งสดชื่นจะมีในร่างกายที่อ่อนเพลียไม่ได้ ๑๙๓ จิตรวมกำลังพุ่งไปทำลายอวิชชา ๒๒๐ จุตูปปาตญาณ ๒๒๔ จุนทะ (บุตรช่างทอง) ๔๒๘ เจ้าชายกลายเป็นพระพุทธเจ้า ๒๓๗ เจ้าชายชาติชาตรี ๑๕๔ เจ้าชายได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ๑๓๓ เจ้าชายองค์นี้ ไม่เหมือนหนุ่มอื่น ๕๖
น.918 ๒๕๒ ช ข้อ ชฎิลพันรูป ๒๗๖ ชมพูทวีป ๒๑/ ๒๖๑ ช่วยเหลือคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือ ๒๘๓/๓๗๑ ช้างรบย่อมไม่เอาใจใส่ลูกศร ๓๕๙ ชาวกบิลพัสดุ์ ชาวโกลิยะวิวาทกัน ๓๒๗ ชาวนาอมตะ ๓๖๔ ชาวบ้านทำภิกษุให้หยุดวิวาทกัน ๓๖๒ ชีวิตต้องเป็นของผู้ที่พยายามจะช่วยชีวิตนั้น ๓๓ ชีวิต เป็นของน่าอัศจรรย์ ๑๖๕ เชตวัน (สาวัตถี) ๓๑๓ เชิงเขาหิมาลัย ๔๒๓ โชคอันใหญ่หลวง ๑๕ ใช้ทรัพย์สมบัติในทางที่ดี ๓๗๑ ญ ญาณระลึกชาติได้ ๒๒๓ ญาณเห็นปวงสัตว์เป็นไปตามกรรม ๒๒๔ ญาณทำลายเชื้อที่ทำให้เกิดอีก ๒๒๘ ด ดงไม้ไผ่ใกล้น้ำใสไหลเย็น ๑๘๗ ดวงประทีปของโลก ๔๓๖ ดอกบัวที่โผล่ขึ้นพ้นน้ำรับแสงแดด ๒๕๓
น.919 ๒๕๓ ดำเนินด้วยพระบาท ๓๖๓/๔๒๓ เด็กฉลาดชอบคิดในที่เงียบ ๆ ๓๘ เด็กหญิงผู้ปรารถนาฟังธรรม ๓๓๙ เด็กเลี้ยงแพะผู้อารี ๑๙๑ ได้ให้ธรรมวินัยไว้หมดจนสิ้นเชิงแล้ว ๔๒๖ ต ข้อ ตกลงกันระหว่าง "ผู้ฆ่าความโกรธได้แล้ว" ๓๓๕ ตถาคตทำปาฏิหาริย์แต่อย่างเดียว ๓๕๓ ตปุสสะ (พ่อค้า) ๒๔๗ ตระกูลอันแท้จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓๑๐ ตรัสกระตุ้นเตือนครั้งสำคัญที่สุด ๔๒๗ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒๒๐ ตรัสรู้อริยสัจ ข้อหนึ่ง ๒๒๕ ตรัสรู้อริยสัจ ข้อสอง ๒๒๖ ตรัสรู้อริยสัจ ข้อสาม ๒๒๗ ตรัสรู้อริยสัจ ข้อสี่ ๒๒๘ ต้องพรากจากของรักของชอบใจ ๔๓๒ ต้องรีบกลับวังครั้งที่หนึ่ง ๘๙ ต้องรีบกลับวังเป็นครั้งที่สอง ๑๐๐ ตอบคำถามทุกข้อด้วยคำ ๆ เดียว ๓๘๒ ต้นไทร ๒๔๔ ต้นโพธิ์ ๒๐๔/๒๑๖/๒๒๐/๒๒๓/๒๓๗/๒๔๔ ต้นไม้แห่งชัยชนะ ๒๔๔
น.920 ๒๕๔ ต้นหว้าใหญ่ใบดก ร่มเงาเย็นสนิท ๓๘ ตักน้ำใส่ตุ่มรั่ว ๓๗๒ ตายคืออะไร? ๑๑๕ ติดอยู่ในโลกเหมือนเนื้อติดบ่วง ๒๒๖ โต้ตอบผู้คงแก่เรียนได้สะดวกดาย ๓๖๓ ถ ข้อ ถ่มน้ำลายรดฟ้า ๓๕๙ ถวายบังคมโอรสของพระองค์เอง ๑๖ ถ้อยคำอันมีเหตุผลเที่ยงธรรม ๓๔ ถามประโยชน์อานิสงส์การบวช ๓๗๘ ถ้าไม่ลุถึง จักยอมตาย ๒๐๕ ไถนาเป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ๓๕ ท ทรงชนะความกระด้างถือตัว ๑๕๑ ทรงต่อสู้ปลุกปล้ำด้วยกำลังใจทั้งหมด ๒๑๘ ทรงทรมานกายเกือบ ๖ ปี ๑๘๗ ทรงทราบว่าทำไมมนุษย์จึงต้องเกิด ๒๒๒ ทรงทราบวาระน้ำใจสัตว์ ๓๘๘ ทรงทำการทรมานพระองค์ ๑๗๙ ทรงเที่ยวขออาหารอย่างคนขอทาน ๓๐๖ ทรงน้อมจิตออกจากเรือนได้เอง ๑๒๖ ทรงแน่วแน่อยู่ในสมาธิจิต ๒๑๙
น.921 ๒๕๕ ทรงแนะนำชี้ให้รู้จักสิ่งดีและชั่ว ๓๑๕ ทรงแนะวิธีใช้ทรัพย์ ๒๘๓ ทรงปฏิบัติตามสัญญา ๒๗๗ ทรงประหลาดตัวเองครั้งสำคัญ ๑๓๖ ทรงพยายามที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ของสัตว์ ๒๙ ทรงยอมให้พระองค์เป็นฝ่ายแพ้ ๒๘ ทรงเริ่มขบปัญหาชีวิตจริงจัง ๔๕ ทรงเริ่มบริโภคอาหารอีก ๑๙๔ ทรงละอายที่จะล่อคนด้วยการแสดงปาฏิหาริย์ ๓๕๒ ทรงศึกษาด้วยความเพียรพยายาม ๑๗๑ ทรงสมรสกับพระนางยโสธรา ๖๙ ทรงหวังศึกษาความจริงเรื่องชีวิต ๑๕๖ ทรงเห็นใจว่าสัตว์ย่อมไม่ปรารถนาความเจ็บปวดลำบาก ๒๙ ทรงให้โอวาทแก่พระองค์เอง ๑๕๑ ทรงอธิษฐานจิต ๒๐๕ ทรมานกายเพื่อรับสุขในเทวโลก ๑๗๗ ทางอันประเสริฐมีองค์แปด ๒๒๘ ท่ามกลางความเป็นสมาธิ ๒๐๒ ท่าสง่างามและสูงส่ง ครอบงำความรู้สึกของคนทั่วไป ๑๖๔ ทำกิจด้วยความกรุณา และอดกลั้นอดทน ๓๒๑ ทำความบริสุทธิ์ด้วยอาหาร ๑๘๔ ทำชั่ว จะนำมาซึ่งผลชั่ว ๓๗๕ ทำตามคำสั่งบิดาผู้ตายไปแล้ว ๒๘๐ ทำบุญทำทานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ๓๗๔
น.922 ๒๕๖ "ทำลายประโยชน์คนอื่น เพื่อบุญกุศลของตน" ๓๕๓ ทิ้งพระองค์ไว้แต่ผู้เดียว ๓๘ ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์สี่ ๓๗๑ ที่ประสูติ ๗ ทุกคนเลือกสีแดงอย่างเดียวกัน ๑๙๖ ทุกตัวสัตว์ย่อมรักชีวิต-กลัวตาย ๑๖๕ ทูลขอให้รับสตรีบวช ๓๓๘ ทูลถามปัญหาในคืนปรินิพพาน ๔๓๗ เทวทหะ (นคร) ๓ เทวทัต ๓/๖๒/๔๐๑ เทศนาสำหรับพวกไม่สามารถบวช ๓๗๖ แทงตลอดใน "ความหมายอันแท้จริงของชีวิต" ๒ ๒๒ เที่ยวไปด้วยพระบาทไม่มียวดยาน ๔๒๓ ธ ข้อ "ธรรม !" คำเดียว ๓๘๒ ธรรมที่พระพุทธเจ้าทุกองค์ทรงสอน ๒๙๒ ธรรมที่จะสอนแก่ผู้มิใช่นักบวช ๓๗๑ ธรรมเทศนาที่ยาวที่สุด ๓๗๗ ธรรมเทศนาที่สั้นที่สุด ๓๘๒ ธรรมเนียมของนักบวช ๑๕๑ /๓๐๖ ธรรมลำดับแรกของการบรรลุนิพพาน ๓๙๒ ธรรมวิเศษสี่ชั้น ๓๔๔ ธรรมอันประเสริฐที่มีไว้สำหรับโปรดชาวโลก ๓๔๖
น.923 ๒๕๗ ธรรมเป็นสิ่งที่มีรสดีที่สุด ๓๘๔ ธรรมและวินัย เป็นองค์ศาสดา ๔๔๒ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ๒๖๕ น ข้อ นอนกรนเหมือนหมู ๑๓๖ นอนกัดฟัน เหมือนปีศาจโกรธ ๑๓๖ นอนบนหนาม ๑๗๘ นักบวชทั้งห้าลืมข้อนัดหมาย ๒๕๘ นักบวชผู้มีความอดทนและเสียสละ ๑๘๙ นันทะ (อนุชา) ๖๒/๓๓๗ นาลันทา (หมู่บ้าน) ๔ ๒๑ น้ำใจผู้จงรักภักดี ๑๔๓/๑๔๕ น้ำใจแม่ที่มีลูกคนเดียว ๑๖๐ น้ำนิดหนึ่งกับโลหิตมนุษย์ ๓๓๑ น้ำพระทัยของบิดาที่มีต่อบุตร ๙๖ น้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวคือกุศลกรรม ๓๖๕ นิสัยเจ้าชายสิทธัตถะ ๒๗/๓๑/๔๔/๕๖/๖๗/๙๒/๑๐๒ ๑๒๔/๑๓๑/๑๔๒/๑๕๘/๑๖๘/๒๐๕/๒๑๖ นิสัยเตือนตัวเองของนักบวชใหม่ ๑๕๐ นิสัยคนเอาจริง ๒๐๕ / ๒๑๖ เนปาล ๑ เนื้อติดบ่วงเพราะเหตุที่ละโมภเหยื่อเล็ก ๆ น้อย ๆ ๒๒๖ แนวทางปฏิบัติ ๓ ประการ ๒๔๒
น.924 ๒๕๘ บ ข้อ บรรทมด้วยอาการสีหเสยยา ๓๒๕ บริโภคเท่าที่คว้ามาได้จากพื้นดินบริเวณรอบ ๆ ตัว ๑๘๒ บริโภคมากเกินควร จะไม่สามารถบำเพ็ญภาวนา ๑๙๔ บ่วง ๑๒๗ บวชเป็นภิกษุที่ดี ๓๘๐ บังคับตัวให้ผจญกับความกลัว ๑๘๑ "บัดนี้เป็นเวลาที่เราสละโลกแล้ว" ๑๔๒ บัณฑิตย่อมมั่นในความบริสุทธิ์ ๓๖๖ บัณฑิตย่อมสละสิ่งไม่บริสุทธิ์ออก ๓๖๖ บัณฑิตย่อมพยายามกำจัดโทษวัฏฏสงสาร ๓๖๖ บัวหลายชนิด-หลายขนาด ๒๕๓ บำเพ็ญพุทธกิจอย่างครบถ้วนทุก ๆ วันตลอดชนมายุ ๓๒๖ บุคคลที่ควรสอนเป็นคนแรก ๒๕๖ บุคคลผู้ทำสิ่งที่จำเป็นที่สุด ๓๕ บุคคลผู้ทำสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด ๓๕ บุคคลแรกในโลกที่ได้เป็นอุบาสก ๒๔๗ ป ปกปิดร่างกายด้วยเศษผ้า ๑๘๒ ปฐมฌาน ๔๒ ปฐมเทศนา ๒๖๕ ประกาศ "แบบแห่งการครองชีวิตอันสมบูรณ์" ๒๗๓ ประทับอย่างสงบท่ามกลางภิกษุ ๓๗๘
น.925 ๒๕๙ ประเทศแล็บแลนด์ (สุดขั้วโลกเหนือ) ๔๔๙ ประเทศอินเดียสมัยนั้น ๑/๑๗/๓๕/๖๑/๑๗๑/๑๗๗/๔๒๓ ประพฤติการอดอาหาร ๑๘๒ ประพฤติอดกลั้นอดทน ๓๕๘ ประสูติพระโอรส ณ สวนลุมพินี ๖ ปรารถนาจะบวชแต่อย่างเดียว ๓๔๑ ปราสาทสร้างใหม่ ๖๙ ปลดเปลื้องคนชั่วช้าโดยไม่หยุดยั้ง ๓๕๙ ปล่อยใจไปตามสิ่งที่มีไว้ยั่วมนุษย์ ๒๒๗ ปล่อยใจให้ทะเยอทะยาน ๒๒๗ ปล่อยใจฟุ้งไปตามที่มันอยาก ๒๓๖ ปล่อยช้างตกมัน ทำร้ายพระพุทธเจ้า ๔๐๗ ปล่อยชีวิตไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลก ๒๒๕ ปล่อยชีวิตเหมือนเรือน้อยลอยไป ๒๒๕ ปล่อยตัวตกจมในสิ่งยั่วยวน ๒๒๗ ปล่อยตัวไปในความเพลิดเพลินทางกามารมณ์ ๒๔๙ ปลาบปลื้มในธรรม จนลืมสิ่งอื่น ๒๙๙ ปวารณาเปิดโอกาสให้เตือนชี้โทษ ๓๔๗ ปักใจค้นว่าความทุกข์เกิดอย่างไร ๒๑๐ ปักแน่วที่จะสลัดสิ่งรบกวนใจ ๑๓๘ ปัญจวัคคีย์ ๑๘๙ / ๒๐๑/ ๒๕๖ ปัญญาขันธ์ ๒๓๘ ปัญญาเป็นแอกและไถ ๓๖๕ ปัดเป่าความคิดชั่วร้ายที่ล่อหลอก ๒๑๙
น.926 ๒๖๐ ปาฏลิคาม (หมู่บ้าน) ๔๒๑ ปาฏิหาริย์ทำให้มหาชนแตกตื่น ๓๕๑ ปาฏิหาริย์ที่แท้จริง ๓๕๒ ปาฏิหาริย์เปลื้องชนเสียจากกิเลส ๓๕๓ ปาฏิหาริย์เปลื้องชนเสียจากทาส ๓๕๓ ปาฏิหาริย์เปิดตาคนให้หายบอดมืด ๓๕๓ ปาตลีบุตร (เมืองปัตตนะ) ๔๒๓ ป่ามหาวัน (เวสาลี) ๓๓๙ ปาวา (หมู่บ้าน) ๔๒๘ ปิณโฑละภารทวาชะ (ภิกษุ) ๓๕๔ ปีศาจร้าย ๑๖๖ ปีศาจร้ายลวงคนให้เลิกละความดี ๒๑๗ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ๒๒๓ เป็นสุภาพบุรุษเต็มตามความหมาย ๒๘ ไปสู่ที่สงัดโคนไม้ ๓๑๗ ผ ข้อ ผลของกรรมเก่า ๓๙๘ ผลของความกรุณาปรานี ๖๗ ผลแห่งการเป็นเพื่อนเล่นยามเด็ก ๓๐๒ ผลแห่งความอดกลั้นอดทน ๓๖๐ ผลักก้อนศิลาทับพระพุทธองค์ ๔๐๖ ผลัดกันบิณฑบาต มาเลี้ยงกัน ๒๖๖ ผู้กำลังเสื่อมเสียอยู่ในหมู่มนุษย์ ๔๒๑
น.927 ๒๖๑ ผู้เข้าใจแจ่มแจ้งในคำสอนคนแรก ๒๖๗ ผู้เคยรบเร้าบิดา ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ๒๘๔ ผู้ชนะในการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง ๒๔๗ ผู้ตัดและกลบอกุศลจิตภายในตัว ๓๖๕ ผู้ทำการให้ ที่ดี ที่สุด ๓๘๔ ผู้ทำนาแห่งปัญญา ๓๖๗ ผู้ที่เข้าใจธรรมได้รวดเร็ว ๔๓๙ ผู้ที่จะสามารถจับฉวยเอาใจความได้อย่างถูกต้อง ข้อ จนได้รับผล ๒๔๙ ผู้ที่จะต้องได้เก็บเกี่ยวผลงาน ๓๖๗ ผู้ที่พยายามช่วยชีวิต ๓๒ ผู้ที่ไม่กล้าฟังเทศน์ ๓๐๓ ผู้ที่ไม่มีวาสนาประกอบการกุศลและสงเคราะห์ผู้อื่นได้ ๓๗๑ ผู้ที่รู้อริยสัจสี่ ๓๖๕ ผู้ที่แสวงความเพลินจากความทุกข์ยากของผู้อื่นคือปีศาจร้าย ๑๖๖ ผู้เที่ยงแท้ต่อการลุถึงนิพพาน ๔๔๕ ผู้นำสัจจธรรมมาสู่ชาวโลก ๒๒๐ ผู้พร้อมที่จะเข้าใจธรรมะ ๓๘๙ ผู้มีปัญญาย่อมชำระสันดานของตนให้สะอาด ๓๖๖ ผู้ไม่เคยได้รับความไม่พอใจ ๓๖๗ ผู้ไม่ได้ประโยชน์จากของดี ๆ ๓๗๔ ผู้ไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากการได้พบองค์พระพุทธเจ้า ๒๕๗ ผู้ไม่ฝ่าฝืนความประสงค์ของบิดา ๒๘๐ "ผู้สั่งจองคนแรก" ๑๕๕
น.928 ๒๖๒ ผู้สละโลก ๑๒๖ ผู้เลื่อมใสจนมาคอยรับใช้ ๑๘๙ ผู้หวังดีโดยบริสุทธิ์ใจสิ้นเชิง ๔๒๖ ผู้หว่านพืช ต้องได้เก็บเกี่ยวผล ๑๖๗ ผู้ไหว้ทิศ ๒๗๙ ผู้อุปัฏฐากประจำพระองค์ ๓๙๙/๔๒๔ เผยแพร่ด้วยกำลังกายกำลังใจทั้งหมด ๓๕๙ แผนการล้มเหลว ๘๑ ฝ ข้อ ฝึกตนไม่ยึดถือในทรัพย์สมบัติชนิดโลก ๆ ๓๗๕ ฝึกตนให้เผื่อแผ่ ถึงกับจิตผ่องใส ๓๗๕ พ พยาบาลภิกษุไข้ เท่ากับพยาบาลตถาคต ๔๑๙ พยายามเข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า ๓๙๗ พระโคตมะพุทธะ ๒๒๐ พระเจ้าชนิดที่ไม่ดี ๑๖๖ พระเจ้าพิมพิสาร ๑๔๗/๑๕๒/๑๖๔/๒๗๗/๓๗๗/๔๐๑ พระเจ้าพิมพิสารถวาย อุทยาน เวฬุวัน ๒๗๘ พระเจ้าสุทโธทนะ ๒/๒๙๙/๗๓๗ พระชนมายุ ๘๐ ปี ๔๒๓ พระชายาประสูติโอรส ๑๒๗
น.929 ๒๖๓ พระดำรัสครั้งสุดท้าย ๔๔๖ พระทัยดิ่งลึก จนไม่ได้ยินคำทูล ๔๔ พระทัยน้อมไปทางไม่สั่งสอนสัตว์ ๒๕๐ พระทัยแน่วแน่ ในการเสด็จออก ๑๔๒ พระเทวีสิ้นพระชนม์ในวันที่เจ็ด ๒๒ พระธรรมแพร่ออกนอกอินเดีย ๔๔๙ พระบิดาพยายามเป็นครั้งสุดท้าย ๑๓๓ พระบุตรีแห่งราชวงศ์โคตมะ ๓๔๒ พระพุทธบิดา ๒๙๙/๓๓๗ พระมหาฤษีชั้นพิเศษ ๑๙๗ พระสมณะโคตมะ ศากยบุตร ๒๐๑/๒๒๐ พระมหาสมณะมีปรกติกล่าวอย่างนี้ ๒๙๑ พระมหาสมณะแห่งวงศ์ศากยะ ๒๘๘ พระศากยมหามุนี ๒๙๗ พระหฤทัยดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งความคิด ๔๒ พระอรหันต์ ๒๖๗/๒๗๑/๒๗๖/๓๕๔/๓๘๐/๓๙๗ ๔๔๐/๔๔๑/๔๔๙ พระอรหันตสาวกห้าองค์แรก ๒๖๗ พราหมณ์ที่แท้จริง ๒๔๕/๒๔๖ พวกที่จะสามารถเข้าใจคำสอน ๒๕๓ พวกนิสัยขี้ทะเลาะเบาะแว้ง ๓๖๑ พวกมีธุลีในดวงตาเพียงเบาบาง ๒๗๓ พวกไม่สามารถจะบวช ๓๗๐ พวกแรกที่แพร่คำสอนทางศาสนา ๒๗๕
น.930 ๒๖๔ พวกศากยะ ๒/๑๕๓ พ่อค้าสองคน ๒๔๗ พ่อ, แม่, เมีย, ที่สุขเย็น ๑๓๐ พ่อไหว้ลูก ๑๖ พาราณสี (เมือง) ๒๕๖/๒๖๘ พิธีรัชนังคลมงคล ๓๖ พิธีสระเกล้า ๑๗ พุทธกิจ ก่อนสว่าง ๓๑๔ พุทธกิจ เวลาเช้า ๓๑๕ พุทธกิจ เวลาสาย ๓๑ ๖ พุทธกิจ เวลากลางวัน ๓๑๗ พุทธกิจ เวลาบ่าย ๓๑๘ พุทธกิจ เวลาเย็น ๓๑๙ พุทธกิจ เวลาใกล้ค่ำ ๓๒๐ พุทธกิจ เวลาตอนพลบ ๓๒๓ พุทธกิจ เวลาจวนดึก ๓๒๔ พุทธบิดาสิ้นพระชนม์ ๓๓๗ เพชรพลอยแห่งสัจจธรรม ๓๑๑ เพียรชอบ สี่อย่าง ๒๓๔ เพียรไม่ยึดถือ จิตก็ไม่ก่อปฏิสนธิ ๒๔๑ แพร่พระธรรมทิศเหนือถึงแดนแล็บแลนด์ (รัสเซียเหนือ) ๔๔๙ แพร่พระธรรมทิศตะวันออกถึงประเทศญี่ปุ่น ๔๔๙ แพร่พระธรรมทิศตะวันตกถึงประเทศอียิปต์ ๔๔๙ แพร่พระธรรมทิศใต้ถึงหมู่เกาะทะเลใต้ ๔๔๙
น.931 ๒๖๕ ภ ข้อ ภัททิยะ (ภิกษุ) ๒๖๗ ภัลลิกะ (พ่อค้า) ๒๔๗ ภาชนะขออาหาร ๑๔๘ ภิกษุขี้ทะเลาะเบาะแว้งอย่างเดียวกับชาวบ้าน ๓๖๒ ภิกษุณี ๓๔๗ ภิกษุต้องไม่ล่อลวงคนเขลาให้นับถือ ๓๕๔ ภิกษุผู้ชื่อว่าเป็นสาวกอันแท้จริง ๔๒๖ ภิกษุผู้บวชเป็นองค์สุดท้าย ๔๔๑ ภิกษุรูปล้าหลัง ก็ยังเป็นโสดาบัน ๔๔๕ ภิกษุองค์แรก ที่ทรงบวชให้ ๔๔๑ ม ข้อ มคธ (ประเทศ) ๑๕๗/๑๘๗/๒๗๖/๓๗๗ มงคล ๓๘ ประการ ๓๖๙ มนุษย์ใช้กำลังปล้นเอาชีวิตสัตว์ ๑๖๕ มรรยาทอย่างราชสำนัก ๓๖๓ มหาจักรพรรดิ ๑๘ มหานามะ (ภิกษุ) ๒๖๗ มหาปชาบดี ๒๓/๓๓๘ มองโลกลึก ตั้งแต่เป็นกุมาร ๓๙ "มาจากไหน? กำลังจะไปข้างไหน?" ๓๘๙ มาณพผู้รักษาสัญญาอย่างซื่อสัตย์ ๒๘๐ มารผจญ ๒๑๓
น.932 ๒๖๖ มารเอย, จิตเราปักแน่นเสียแล้ว ๒๑๗ มีปรกติสุภาพเรียบร้อยเป็นนิสัย ๒๗ เมตตากรุณา ๒๘/๒๙/๑๕๘/๑๖๖/๑๗๐ เมล็ดผักกาดแก้ความตาย ๑๖๐ โมคคัลลานะ ๒๙๖/๓๓๗/๒๕๔ ไม่ค้างที่ไหนเกิน ๒-๓ คืน ๓๑๓ ไม่ใช่เวลาที่จะสละโลกสำหรับเธอ ๑๔๔ ไม่ทรงหมุนกลับจากสิ่งที่มุ่งหมาย ๒๑๖ ไม่ประสงค์เป็นฆราวาสอีกต่อไป ๓๓๘ ไม่มีการเกิดมา ก็ไม่มีความทุกข์ ๒๔๑ ไม่มีบ้านใด ที่ไม่เคยมีใครตาย ๑๖๒ ไม่มีภิกษุรูปใดกินแหนงในตถาคต ๔๔๓ ไม่ละเลยต่อการเคารพนอบน้อม ๒๗ ไม่ใส่ใจคำกล่าวร้ายของปฏิปักษ์ ๓๕๙ ไม้แห่งการตรัสรู้ ๒๐๔ ย ข้อ ยกมือข้างหนึ่งขึ้น ๑๗๘ ยสะ (ภิกษุ) ๒๖๘ ยโสธรา ๖๐/๓๐๑ ยอมทำเพื่อไม่ให้ขัดใจพ่อ ๑๓๔ ยังต้องอนุวัติตามธรรมเนียมประเพณีของเดิม ๖๑ ยามสุดท้ายแห่งราตรีจักปรินิพพาน ๔๓๕ ยืนด้วยขาข้างเดียว ๑๗๘
น.933 ๒๖๗ ยืนฟังข้อความ ก็รู้แจ้งทันที ๒๙๒ ยืนยันจะไหว้ทิศจนตลอดชีวิต ๒๓๔ ยืนยันว่าจะออกบวช ๑๙ เย็นเหลือเกิน ! สุขเหลือเกิน ! ๑๒๙ ร ข้อ รสของศานติธรรม ๒๔๔ รสที่ดีที่สุด ๓๘๒ รอดแล้ว จะกลับมาเยี่ยมลูกน้อย ๑๓๙ รักษาพยาบาลภิกษุไข้ ๔๑๙ รัชนังคลมงคล ๓๖ ระงับวิวาทโดยไม่ถือว่า ใครผิด-ใครถูก ๓๖๑ ระดมกำลังจิต สู้ธรรมชาติฝ่ายต่ำ ๒๓๐ ระหว่างต้นสาละใหญ่ทั้งสอง ๔๒๙ ร่างกายเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ๑๗๘ ร่างกายอ่อนเพลียจนสลบแน่นิ่ง ๑๙๐ ราชคฤห์ (นคร) ๑๔๗/๒๗๗/๒๘๕/๒๙๙/๓๑๓/๔๐๑ ๔๑๗/๔๒๓/๔๓๔ ราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๔๓๕ ร่าเริงกัน ในขณะที่มีผู้ทนทรมาน ๓๙ ราหุละ (โอรส) ๑๒๗ ราหุลออกบวช ๓๑๒ ระลึกถึงพระบิดาผู้ชรา ๒๑๒ รีดนมแพะโส่พระโอษฐ์ ๑๙๑
น.934 ๒๖๘ รู้ดีเท่าอาจารย์ ๑๗๒/๑๗๕ รู้สึกจับใจในพุทธลักษณะ ๔๐๔ รู้สึกว่าอยู่แต่ผู้เดียว ก็สบาย ๓๘ "เราเคยพูดเช่นนี้หรือเปล่า?" ๒๖๓ เร้าใจให้รีบถึงปลายทางเสียแต่ในชาติปัจจุบัน ๓๑๖ เรื่องที่ไม่มีในพุทธประวัติอย่างไทย ๑๕๙/๑๙๗/๑๙๘ โรยดอกไม้บนหนทาง ๗๙ ฤษีร้องไห้ ๑๒ ฤษีหัวเราะ ๑๒ ฤษีไหว้เด็ก ๑๖ ล ข้อ ละอายที่ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ๓๓๖ ลุมพินี (สวน) ๔/๖ ลูกพระเจ้าแผ่นดิน ก็ต้องตาย? ๑๒๑ ลูกรักคนเดียวของพ่อ ๗๖ ลูกเศรษฐีแห่งเมืองพาราณสี ๒๖๘ เลิกปฏิบัติต่อร่างกายอย่างทารุณ ๑๙๙ เล็บงอกทะลุฝ่ามือ ๑๗๘ เลือด มีค่ามากกว่าน้ำ ๓๓๒ แล็บแลนด์ (แดนที่เคยรับกระแสธรรม) ๔๔๙ โลกนี้จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ ๔๔๐
น.935 ๒๖๙ ว ข้อ วันเพ็ญในเดือนพฤษภาคม ๕ วัปปะ (ภิกษุ) ๒๖๗ วัยกุมาร ๒๔ วัยรุ่น ๓๕ วัยหนุ่ม ๔๙ วาจาครั้งสุดท้าย ๔๔๖ วิชชาที่ไม่ทำให้ต้องกลิ้งครกขึ้นเขา ๒๐๙ วิธีชนะความกลัว ๑๘๑ วิธีที่นักปราชญ์เอาชนะศัตรู ๓๕๘ วิธีทำนาของตถาคต ๓๖๗ วิธีลุถึงความสุขที่สุด ๓๖๙ วิธีลุถึงความประเสริฐที่สุด ๓๖๙ วิธีลุถึงความสวัสดีมงคลที่สุด ๓๖๙ วิหาร นางอัมพปาลีถวาย ๔๒๓ เวสาลี (นคร) ๓๓๙/๔๒๓/๔๒๗/๔๓๔ เวฬุวคาม (หมู่บ้าน) ๔๒๔ เวฬุวัน (ราชคฤห์) ๒๗๘/๓๑๓ แววแห่งความประเสริฐ ชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน ๒๕๘ ศ ศากยะ ๒ ศาสดาตลอดกาล ๔๔๒ ศาสดาที่แท้จริง ๓๕๕
น.936 ๒๗๐ ศาสดาผู้สอนเรื่องพระนิพพาน ๔๔๙ ศิริมหามายา ๓ ศึกษาวิชาความรู้ได้รวดเร็ว ๒๕ สุทโธทนะโคตมะ ๒ ส ข้อ สกทาคามี ๔๔๐ สงฆ์ต้องควบคุมกันเอง ๔๒๖ สงฆ์สาวกชุดแรกที่ทรงสอนเอง ๒๖๗ ส่งผู้เดินข่าวขอให้เสด็จสู่กบิลพัสดุ์ ๒๙๙ ส่งสาวกชุดแรก ๖๐ รูป ๒๗๔ สญชัย (เจ้าลัทธิ) ๒๘๕ สตรีก็อาจเป็นพระอรหันต์ได้ ๓๔๕ สติปัญญาและความคิดเด็กหญิง ๓๙๒ สติปัฏฐานสี่ ๒๓๕ สถานที่คุ้นเคยในวัยหนุ่ม ๔๒๓ สถานที่เหมาะแก่การทำความเพียร ๑๘๗ สนใจฟัง มากกว่าผู้กล่าวตั้งใจกล่าว ๔๓๓ สมชีวิตา ๓๗๔ สมองและจิตใจที่สามารถคิดและสามารถเจริญภาวนา ๑๙๓ สมาธิขันธ์ ๒๓๙ สมาบัติอันดับที่ ๙ ๔๔๗ สระบัว ๒๕๓ สร้างกำแพงสูงล้อมปราสาท ๗๓
น.937 ๒๗๑ สร้างปราสาทอันสวยงาม ๔๗ สละเรือนบวชตามพระมหาสมณะ ๒๘๘ สลัดความคิดอย่างโลก ๆ ๒๑๐ สวนตาลหนุ่ม (ราชคฤห์) ๒๗๘ สวนมะม่วงของหมอชีวกะ ๓๗๘ ส่วนมากประทับที่เวฬุวันเมืองราชคฤห์หรือเชตวันเมืองสาวัตถี ๓๑๓ สวัสดีมงคลอย่างสูงสุด ๓๖๙ สอดส่องอุปนิสัยสัตว์ ๓๑๔ สักการะบูชาบุคคลผู้มีความดี ๒๘๒ สักวันหนึ่งท่านจะละทิ้งโลกนี้เอง ๒๓๙ สักวันหนึ่งท่านจะหันไปสนใจสิ่งที่ดีกว่า-จริงกว่า ๒๓๙ สังฆาฏิปูลาดลงบนแผ่นดิน ๔๒๙ สัมปรายิกัตถประโยชน์สี่ ๓๗๕ สัมมาทิฏฐิ (๑) ๒๒๙ สัมมาสังกัปปะ (๒) ๒๓๐ สัมมาวาจา (๓) ๒๓๑ สัมมากัมมันตะ (๔) ๒๓๒ สัมมาอาชีวะ (๕) ๒๓๓ สัมมาวายะมะ (๖) ๒๓๔ สัมมาสติ (๗) ๒๓๕ สัมมาสมาธิ (๘) ๒๓๖ สามัญญผลสูตร (ทีฆนิกาย) ๓๘๑ สายพิณแห่งชีวิตตึงเกินไป ๑๙๙ สารีบุตร (อัครสาวก) ๑๘๐/๒๙๖/๓๓๗/๔๐๑/๔๑๒/๔๒๙
น.938 ๒๗๒ สาละ (ต้นไม้) ๔/๖/๔๒๘/๔๓๖/๔๓๗ สาวัตถี (นคร) ๓๑๓/๔๓๔ สำนึกการที่ได้อาศัยครูอาจารย์ ๒๗ สำรวมจิตให้ว่างโปร่งจากอารมณ์ ๓๘ "สำเร็จ หรือ ตาย!" ๒๐๕ สิกขมานา ๓๔๗ สิงคาละ (มาณพ) ๑๘๓ สิคาโลวาทสูตร ๒๘๔ สิ่งเดียวที่คุ้มค่าในการขบคิด ๑๓๔ สิ่งที่จักต้องมีเป็นเที่ยงแท้ ๔๓๒ สิ่งที่รู้จักได้โดยมิต้องรอชาติหน้า ๒๕๙ สิ่งที่น่าขยะแขยงชิ้นสุดท้าย ๑๓๗ สิ่งที่เป็นวิสัยสำหรับบุคคลที่มีปัญญาจริง ๆ ๒๔๙ สิ่งที่ไม่ได้ ในพุทธหฤทัย ๔๒๙ สิ่งที่ไม่มีการเกิด ๒๙๒ สิ่งที่ลึกซึ้งละเอียดเข้าใจยาก ๒๔๙ สิ่งที่โลกนี้มีไว้ยั่วมนุษย์ ๒๒๗ สิ่งที่วัดชาติและตระกูลอันแท้จริง ๑๙๖ สิ่งที่อยู่เหนือความเกิดความตาย ๒๕๙ สิ่งที่เราอาจทำลายมันได้ ; แต่จะสร้างมันขึ้นไม่ได้. ๑๒๕ สิ่งยั่วยวนไม่มีกำลังพอที่จะครอบงำ ๑๓๕ สิ่งยึดหน่วงใจนั้น ไร้ผลเสียแล้ว ๕๐ สิ่งหวาดเสียวที่ประสพครั้งแรก ๘๙ สีลขันธ์ ๒๔๐ สำนึกการที่ได้อาศัยครูอาจารย์ ๒๗ สำรวมจิตให้ว่างโปร่งจากอารมณ์ ๓๘ "สำเร็จ หรือ ตาย!" ๒๐๕ สิกขมานา ๓๔๗ สิงคาละ (มาณพ) ๑๘๓ สิคาโลวาทสูตร ๒๘๔ สิ่งเดียวที่คุ้มค่าในการขบคิด ๑๓๔ สิ่งที่จักต้องมีเป็นเที่ยงแท้ ๔๓๒ สิ่งที่รู้จักได้โดยมิต้องรอชาติหน้า ๒๕๙ สิ่งที่น่าขยะแขยงชิ้นสุดท้าย ๑๓๗ สิ่งที่เป็นวิสัยสำหรับบุคคลที่มีปัญญาจริง ๆ ๒๔๙ สิ่งที่ไม่ได้ ในพุทธหฤทัย ๔๒๙ สิ่งที่ไม่มีการเกิด ๒๙๒ สิ่งที่ลึกซึ้งละเอียดเข้าใจยาก ๒๔๙ สิ่งที่โลกนี้มีไว้ยั่วมนุษย์ ๒๒๗ สิ่งที่วัดชาติและตระกูลอันแท้จริง ๑๙๖ สิ่งที่อยู่เหนือความเกิดความตาย ๒๕๙ สิ่งที่เราอาจทำลายมันได้ ; แต่จะสร้างมันขึ้นไม่ได้. ๑๒๕ สิ่งยั่วยวนไม่มีกำลังพอที่จะครอบงำ ๑๓๕ สิ่งยึดหน่วงใจนั้น ไร้ผลเสียแล้ว ๕๐ สิ่งหวาดเสียวที่ประสพครั้งแรก ๘๙ ศีลขันธ์ ๒๔๐
น.939 ๒๗๓ สีหเสยยา (ท่านอน) ๓๒๕ สุชาดา (นาง) ๒๐๓ สุปปพุทธะ (พ่อตา) ๖๐/๖๘ สุภัททะ (ปริพพาชก) ๔๓๗/๔๔๑ สูกรมัททวะ (อาหารชนิดหนึ่ง) ๔๒๘ เสด็จดับขันธ์ไม่มีสิ่งใดเหลือ ๔๔๗ เสด็จประพาสตามถนนสายต่าง ๆ ๗๙ เสด็จประพาสนครอีกครั้งหนึ่ง ๙๖ เสด็จไปดูพระโอรส ๑๓๙ เสด็จสู่กบิลพัสดุ์ ๓๐๓ เสด็จออกจากตำหนักโดยไม่มีผู้ใดเห็น ๑๔๐ เสวยวิมุติสุข ๒๔๔ เสาศิลาพระเจ้าอโศก ๗ เสาะหาสิ่งที่ไม่เคยมีใครหา ๒๑๕ เสียงเพลงของหญิงนักร้อง ๑๙๘ โสดาบัน ๓๙๒/๔๔๐/๔๔๕ โสตถิยะ (คนตัดหญ้า) ๒๐๕ ห ข้อ หนทางทางเดียวเท่านั้น ๒๒๗ หนึ่งในสามของมนุษย์โลกเคารพพระองค์ ๔๔๙ หมอชีวกะ ๓๗๘/๔๐๖ หยั่งทราบถึงจิตใจสัตว์ ๒๙ หลีกไปซ่อนตัวร้องไห้ ๔๓๐
น.940 ๒๗๔ หลีกเลี่ยงทุกทาง ที่จะเป็นการก่อทุกข์ให้สัตว์ ๒๙ หัวใจพุทธศาสนา ๒๙๑ หัวอกผู้เป็นพ่อ ๙๖ หาความสำราญโดยเฝ้าพระพุทธเจ้า ๓๗๘ หาเมล็ดผักกาดจากเรือนที่ไม่เคยมีคนตาย ๑๖๐ ห้ามบูชายัญด้วยชีวิตสัตว์ ๑๖๙ ห้ามแสดงปาฏิหาริย์เพื่อเหตุให้คนเลื่อมใส ๓๕๔ เหตุที่คณะสงฆ์จะไม่เสื่อมโทรมสาปสูญ ๔๑๘ เหตุที่คณะสงฆ์จะรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่น ๔๑๘ เห็นคนแก่ ๘๓ เห็นคนเจ็บ ๑๐๑ เห็นคนตาย ๑๑๗ เห็นบรรพชิต ๑๒๕ เห็นทุกข์ ๒๒๕ เห็นเหตุของทุกข์ ๒๒๖ เห็นความไม่ทุกข์ ๒๒๗ เห็นวิธีไม่ให้ทุกข์ ๒๒๘ ให้ทานจนเกินกว่ารายได้ ๓๗๔ อ ข้อ องคุลิมาล ๓๙๖ อชาตสัตรู (พระเจ้า) ๓๗๗/๔๐๑ อดทนหน่อยก็จะตัดความยุ่งยาก ๓๕๘ อนัตตลักขณสูตร ๒๖๗
น.941 ๒๗๕ อนาคามี ๔๔๐ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ๓๑๓ อนุสาวรีย์แห่งการตรัสรู้ ๒๐๔ อโนมา (แม่น้ำ) ๑๔๒ อมตธรรม (อมฤตธรรม) ๒๕๙/๒๖๔/๒๘๕/๒๘๙/๒๙๔/๒๔๕ อมฤตธรรมมิได้เป็น "สิ่งที่มีความเกิดขึ้น" ๒๙๕ อมฤตธรรมไม่ใช่ของอย่างโลก ๆ ๒๙๕ อยู่ผู้เดียวในป่าเปลี่ยว ๑๘๓ อรชุน (เจ้าชาย) ๖๕ อวดว่าดีกว่ากันในเรื่องหยุมหยิม ๓๖๑ อโศกมหาราช ๗ ออกปากชวนให้เป็นอาจารย์ ๑๗๒/๑๗๕ อัครสาวก ๑๘๐/๒๙๖/๔๐๑ อัสสชิ (ภิกษุ) ๒๖๗/๒๙๖ อานนท์ ๓๓๗/๓๔๐/๓๕๖/๓๙๙/๔๑๑/๔๑๗/๔๒๔/๔๓๐ อายุ ๒๙ ปี ออกผนวช ๑๔๖ อารักขสัมปทา ๓๗๒ อาราธนาเสด็จสู่กบิลพัสดุ์ ๓๐๒ อาสวักขยญาณ ๒๒๘ อาหารของคนขอทาน ๑๕๑ อาฬาระ กาลามะ ๑๗๑/๒๕๔ อียิปต์ (แดนที่เคยรับกระแสธรรม) ๔๔๙ อิสิปตนมิคทายวัน (พาราณสี) ๒๕๖/๒๖๘ อุฏฐานสัมปทา (๑) ๓๗๑
น.942 ๒๗๖ ข้อ อารักขสัมปทา (๒) ๓๗๒ กัลยาณมิตตา (๓) ๓๗๓ สมชีวิตา (๔) ๓๗๔ อุทกะ รามบุตร ๑๗๕/๒๕๕ อุทายิ (อำมาตย์) ๓๐๒ อุปกะ (อาชีวกะ) ๒๕๗ อุปติสสะ (สารีบุตร) ๒๘๕ อุปัฏฐากที่ดีที่สุด ๔๓๓ อุรุเวลา (ตำบล) ๑๘๘/๒๐๙/๒๓๗/๒๔๓/๒๗๖ โอรสหัวแก้วหัวแหวนของบิดา ๗๓
น.943 พุทธนิยายที่ช่วยกล่อมเกลาให้เยาวชนของเรา รักและประทับใจพระพุทธเจ้ามากขึ้น ☸ พุทธประวัติสำหรับยุวชนเล่มนี้ แก้ไขปรับปรุงขึ้นจากพุทธ- ประวัติต่างประเทศฉบับหนึ่ง ซึ่งแต่งโดย ภิกษุสีลาจาระ (J.F. Mckechnie) ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกผู้หนึ่ง แต่งขึ้น ใช้สำหรับสอนเด็กในลังกา... ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ไขความขาดแคลน หนังสืออ่าน สำหรับยุวชนชาวพุทธในประเทศไทย ข้าพเจ้ายอมรับว่า ในหนังสือเล่มนี้ มีถ้อยคำสำนวน และ เนื้อเรื่องที่มุ่งให้เกิดผลทางอารมณ์ ทำนองนวนิยายปนอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้เพื่อเป็นผลดีในทางกล่อมเกลานิสัยยุวชนโดยส่วนเดียว หาโทษอันใดมิได้ บางตอนจากคำนำของผู้แปลและเรียบเรียง
Buddhadasa