น.13 แปลโดย "พุทธทาสภิกขุ" ลังกาวตารสูตร เป็นคัมภีร์หลัก ( text ) ของพุทธ- ศาสนาฝ่ายมหายาน. เป็นคัมภีร์หนึ่งในเก้าคัมภีร์ซึ่งเป็น คัมภีร์สำคัญ ที่เรียกว่าสูตร สูตรหนึ่งนั้นมิใช่สั้น ๆ เช่น ที่เราเข้าใจกัน แต่เป็นหนังสือเล่มขนาดใหญ่ หรือคัมภีร์ หนึ่งนั้นเอง. ลังกาวตารสูตร พิมพ์ขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เมื่อ ค.ศ. 1922 โดยท่าน Bunyin Nangio, M.A. (oxon.) D. Litt. Kyoto. สูตรนี้แปลเป็นภาษาจีนครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 448 โดยท่าน คุณภัทระแห่งอินเดีย, เป็นครั้งที่สองเมื่อ ค.ศ. 518 โดยท่าน โพธิ รุจิ แห่งอินเดีย. และครั้งที่สาม เมื่อ ค.ศ. 700 โดยท่านศึกษานันทะ แห่งอินเดียเหมือนกัน เป็นสูตรว่าด้วยศีลธรรมล้วน. ภาคที่แปดแห่งลังกาวตารสูตรนี้ กล่าวถึงเรื่องการ กินเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ เรียกว่า ภาคมางสภักษนปริวรรต. จากข้อความในภาคนี้ ย่อมเป็นการพิสูจน์ไว้อย่างเต็มที่ว่า
น.14 สาวกในพระพุทธศาสนาจะเป็นบรรพชิต หรือฆราวาส ก็ตาม จะไม่รับประทานเนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ชนิดใด ชนิดหนึ่งเลย. ต่อไปนี้เป็นข้อความบางตอน ซึ่งตัดตอน มาจากข้อความในภาคนั้น โดยเห็นว่าพวกเรา แม้เป็น ฝ่ายเถรวาท ( หินยาน ) ก็ควรได้อ่านฝั่งกันไว้บ้าง เป็น การประกอบการศึกษาเรื่องนี้ ด้วยใจอันเป็นอิสระ. ข้อความในพระสูตรนั้น มีดังนี้ :- "พระตถาคตเจ้าผ้องค์อรหันต์ ได้ตรัสรู้อย่างถูกถ้วน แล้ว, และได้ตรัสความเป็นกุศลหรืออกุศลแห่งการบริโภค เนื้อสัตว์แก่เรา, เพื่อว่าเราและสาวกอื่น ๆ ในพระพุทธ ศาสนา ทั้งในปัจจุบันและอนาคต จะได้ประกาศสัจจ- ธรรมอันนี้ แก่เขาเหล่าโน้นผู้บริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อเป็น การทำลายความอยากในเนื้อสัตว์ของเขานั้น ๆ เสีย." "พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า : โอ, มหาบัณฑิต ! ด้วยน้ำหนักแห่งเหตุผลอันมากมายเหลือจะประมวญ บ่ง แสดงว่าเนื้อทุกชนิดเป็นสิ่งที่ควรปฏิเสธ โดยสาวกแห่ง
น.15 พระพุทธศาสนา ผู้มีใจเปี่ยมอยู่ด้วยความกรุณา. สำหรับ เขาเหล่านั้น เราจักกล่าวแต่โดยย่อ ๆ. โอ, มหาบัณฑิต! ในวัฏฏสงสารอันไม่มีใครทราบ ที่สุดในเบื้องต้นนี้ สัตว์ผู้มีชีพได้พากันท่องเที่ยวไปใน การว่ายเวียนในการเกิดอีกตายอีก. ไม่มีสัตว์แม้แต่ตัว เดียว ที่ในบางสมัย ไม่เคยเป็น แม่ พ่อ พี่น้องชาย พี่ น้องหญิง ลูกชาย ลูกหญิง หรือเครือญาติอย่างอื่น ๆ แก่กัน. สัตว์ตัวเดียวกัน ย่อมถือปฏิสนธิในภพต่าง ๆ เป็นกวาง หรือสัตว์สองเท้าสัตว์สี่เท้าอื่น ๆ เป็นนก ฯลฯ ซึ่งยังนับได้ว่าเป็นเครือญาติของเราโดยตรง. สาวกแห่ง พระพุทธศาสนา จะทำลงไปได้อย่างไรหนอ, จะเป็นผู้ สำเร็จแล้วหรือยังเป็นสาวกธรรมดาก็ตาม ผู้เห็นอยู่ว่า สัตว์เหล่านี้ทั้งหมด เป็นภราดรของตน, แล้วจะเชือดเถือ เนื้อหนังของมันหรือ ? โอ, บัณฑิต ! เนื้อสุนัข เนื้อฬา อูฐ ม้า โค และ เนื้อมนุษย์เหล่านี้เป็นเนื้อที่ประชาชนไม่รับประทาน. แม้ กระนั้นเนื้อของสัตว์เหล่านี้ถูกนำมาปลอมขายในนามของ เนื้อแกะ ภายในเมืองเพราะเห็นแก่เงิน. เพราะเหตุนี้
น.16 เนื้อสัตว์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกิน โดยสาวกแห่งพระพุทธ ศาสนา. โอ, บัณฑิต ! เพราะว่าเนื้อย่อมเกิดมาจากเลือด และน้ำอสุจิ, เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นสิ่งไม่ควรบริโภค สำหรับสาวกแห่งพระพุทธศาสนา ผู้ประสงค์ต่อความ สะอาดบริสุทธิ์. และเพราะมันเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น ในระหว่างกันและกัน โอ, บัณฑิต ! เพราะฉะนั้น เนื้อ นี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรบริโภคโดยบรรพชิตแห่งพระพุทธ- ศาสนา ผู้ประสงค์มิตรภาพในเพื่อนสัตว์ด้วยกัน ทุก ถ้วนหน้า. ตัวอย่างอันประจักษ์เช่นเมื่อสัตว์ได้เห็นนาย พรานป่า ชาวประมง หรือนักกินเนื้ออื่น ๆ เดินมาแม้ใน ระยะอันไกล สัตว์ทั้งหลายก็สะดุ้งกลัวเสียแล้ว. บางครั้ง หรือสัตว์บางชนิดขาดใจตายเพราะความกลัว เนื่องจากมัน รู้ดีว่าเขาจะฆ่ามัน. ทำนองเดียวกัน สัตว์ตัวน้อย ๆ อื่น ๆ ในท้องฟ้า บนบก หรือในน้ำก็ตาม เมื่อได้เห็นนักกินเนื้อ แต่ที่ไกล หรือได้กลิ่นด้วยจมูกอันไวของมัน ก็จะพากัน วิ่งหนีไปไกล พร้อมกับความรู้สึกอยู่ในใจว่า เขา
น.17 เหล่านั้นเป็นผียักษ์อสุรกายผู้ล้างผลาญ, นั่นเพราะความ กลัวต่อความตายของมัน. เนื้อเป็นสิ่งที่ควรกินสำหรับผู้ใจดำอำมหิต, เป็นสิ่ง ที่มีกลิ่นน่ารังเกียจ, เป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมเสีย, และ เป็นสิ่งที่จะถูกห้ามกันโดยท่านสัตบุรุษ, โอ, บัณฑิต ! เนื้อนี้เป็นของไม่ควรบริโภคโดยพุทธสาวก. โอ, บัณฑิต ! สัตบุรุษย่อมบริโภคเฉพาะแต่อาหาร ที่สมควรแด่ท่านผู้บริสุทธิ์, ไม่ยอมบริโภคเนื้อและเลือด. เพราะฉะนั้นควรที่สาวกแห่งพระพุทธศาสนา จะต้องไม่ บริโภคเนื้อสัตว์เลย. พระพุทธเจ้าผู้ซึ่งเยือกเย็นไปด้วยพระกรุณา มี พระทัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นที่พึ่งที่ป้องกันแก่ดวงใจ ของปวงสัตว์ และมีพระสัมปชัญญะสมบูรณ์พอที่จะไม่ ปล่อยให้เป็นโอกาส สำหรับความเสื่อมเสียระบาดขึ้นได้ เลยนั้น ย่อมจะทรงบัญญัติเนื้อสัตว์ว่าเป็นสิ่งไม่ควร บริโภค. โอ, บัณฑิต ! ในโลกนี้มีคนเป็นอันมาก ซึ่งกล่าว
น.18 คำเท็จเทียมต่อพระพุทธดำรัส ให้ผิดไปจากความจริง. เขากล่าวกันว่า บรรดาผู้ซึ่งคัดค้านอาหาร อันสมควรแด่ ท่านผู้บริสุทธิ์แห่งสมัยเพรงกาล ย่อมกินอาหารเหมือน นักกินเนื้อ ย่อมเที่ยวใส่ความทุกข์เจ็บปวดให้แก่สัตว์ น้อย ๆ ที่มีชีวิตอยู่ในอากาศ บนบก และในน้ำ, เที่ยว รบกวนรังควานมัน ทั้งที่นี่และที่นั่นอยู่เสมอ. สมณภาพ ของเขาถูกทำลายเสียย่อยยับแล้ว, พราหมณภาพของเขา ถูกทำให้เศร้าหมองเสียแล้ว, เขามิได้ประกอบด้วยศรัทธา และสมาจาร. คนชนิดนี้แหละ ที่กล่าวคำเท็จเทียมมาก มายหลายชนิดแด่พระพุทธวจนะ. โอ, บัณฑิต ! มีกลิ่นที่น่ารังเกียจ ไม่น่าบริโภค อยู่ในเนื้อสัตว์ เช่นเดียวกับกลิ่นแห่งศพ. แม้เหตุผล เพียงเท่านี้ เนื้อก็เป็นของไม่ควรบริโภคสำหรับพุทธ- ศาสนิกชนอยู่แล้ว. ถ้าหากว่าศพถูกเผา และเนื้อสัตว์ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ถูกเผา มันก็จะมีกลิ่นอันน่ารังเกียจ ไม่แตกต่างอะไรกันเลย, ดังนั้น บรรพชิตในพระพุทธ- ศาสนาผู้หวังความบริสุทธิ์ จะไม่บริโภคเนื้อใด ๆ เลย.
น.19 เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกเกียจกันแล้ว สำหรับท่าน ผู้บริสุทธิ์ และสาวกของท่าน ในกรณีที่จะพยายามเพื่อ โมกษะและความตรัสรู้, เพราะฉะนั้นสาวกผู้ดำเนินตาม ทางอันสูงยิ่งนี้ ทั้งครอบครัวลูกหญิงชาย ย่อมรู้อย่าง เต็มใจว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกเกียจกัน ในทุก ๆ กรณีที่พยายาม เพื่อสมาธิ โอ, บัณฑิต ! เพราะฉะนั้น เนื้อทุก ๆ ชนิดเป็นสิ่งที่ ไม่ควรบริโภคสำหรับพุทธศาสนิกชนซึ่งเป็นผู้ที่ปรารถนา จะมีสาธุคุณในทางจิต ทั้งเพื่อตนเองและผู้อื่น. นักกินเนื้อ ย่อมเป็นเหยื่อแห่งโรคหลายชนิด เช่น โรคไส้เดือน โรคพยาธิ์ โรคเรื้อน โรคเจ็บในท้อง ฯลฯ. โอ, บัณฑิต ! เรากำลังประกาศว่า การกินเนื้อสัตว์ เป็นการกินเนื้อบุตรของตนเองอยู่ดังนี้, แล้วจะกล่าวไป อย่างไรได้ ที่เราจะบัญญัติให้สาวกของเรากินเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นของจัดไว้ต้อนรับของพวกคนใจอำมหิต, เป็นของ ถูกห้ามโดยท่านสัตบุรุษทั่วไป, เต็มไปด้วยมลทิน, ปราศ- จากคุณใด ๆ, ไม่เหมาะที่จะบริโภคสำหรับผู้บริสุทธิ์, และเป็นของควรห้ามเด็ดขาด โดยประการทั้งปวง.
น.20 เราได้บัญญัติไว้แล้ว, สำหรับอาหาร อันสมควรซึ่งได้กำหนดนิยมกันมาแล้วโดยบรรดาท่านผู้ บริสุทธิ์แห่งสมัยเพรงกาล, ได้แก่อาหารที่ปรุงขึ้น จาก ข้าว ลูกเดือย ข้าวสาลี สารแห่งหญ้ามุญชะ อูรทะ และ มสุร ฯลฯ นมส้ม น้ำนม นม น้ำตาลสด กุท (? ) น้ำตาล และน้ำตาลกรวด ฯลฯ โอ, บัณฑิต ! ในกาลก่อน มีพระราชาครองราช- สมบัติอย่างผาสุกพระองค์หนึ่ง นามว่า ราชาสิงหะเสา ทโส. ต่อมาได้กลายเป็นผู้ละโมภอย่างแรงในการบริโภค เนื้อ ในที่สุดถึงกับใช้เนื้อคนเป็นอาหาร เนื่องจากความ อยากได้เป็นไปแก่กล้าหนักเข้า. เพราะเหตุนั้น พระองค์ ถูกถอดออกจากความเป็นพระราชา โดยพระสหาย เสนาบดี และประยูรญาติของพระองค์เอง และคนอื่น ๆ. ต่อจากนั้นต้องละราชสมบัติ ถูกเนรเทศออกไปจากแว่น แคว้นของพระองค์โดยประชาชน ต้องรับทุกข์ทรมาน อันใหญ่หลวง เนื่องจากเนื้อสัตว์เป็นต้นเหตุ, โอ, บัณฑิต ! ก็ในปัจจุบันชาตินี้เอง เขาเหล่านั้น ซึ่งเคยชินเกินไปในการกินเนื้อสัตว์ ในมาตรฐานที่เมื่อ
น.21 ความอยากเป็นไปรุนแรงเข้า ก็กินเนื้อคนได้ (ในยาม ขาดแคลน ), ย่อมเป็นผู้ละโมภในการกิน และเป็น เหมือนปีศาจร้าย. ครั้นถึงอนาคตชาติหน้า เพราะอำนาจ จิตฝังแน่นในการอยากกินเนื้อ เขาย่อมตกไปสู่กำเนิด แห่งสัตว์ที่กินเนื้อเป็นอาหาร เช่น สิงโต เสือ สุนัขป่า สุนัขใน แมว สุนัขจิ้งจอก นกเค้า และ ฯลฯ. โอ, บัณฑิต ! มิใช่เพราะเนื้อจะเป็นของต้องกิน หรือการฆ่าเป็นของต้องทำก็หามิได้. ในกรณีนั้น ๆ ส่วน มากทั้งหมดเป็นเพราะการเห็นแก่เงิน, จึงฆ่าสัตว์ที่มีชีวิต แม้จะเชื่องและปราศจากอันตรายแต่อย่างใด ก็ได้ถูกฆ่า การฆ่าเพราะเหตุอื่นนั้น มีน้อยที่สุด. มันเป็นการทรมาน ใจเขามาก ในเมื่อใจเต็มไปด้วยความอยากกินเนื้ออย่าง แรงกล้า. คนก็กินเนื้อคนได้ อยู่เสมอจะต้องกล่าวทำไม กะเนื้อสัตว์ เนื้อนก ฯลฯ. ส่วนมากที่สุด เนื่องจากความ โง่เง่าเข้าใจผิด มนุษย์จึงได้รับความกระวนกระวายใจ โดยความอยากในเนื้อสัตว์. คนฆ่านก ฆ่าแกะ และปลา โดยใช้ข่ายหรือเครื่องกล. การฆ่ามันเหล่านั้นซึ่งเป็นสัตว์ หาอันตรายมิได้ นั่นก็เพื่อได้เงิน.
น.22 ในกรณีแห่งอาหารที่เราได้บัญญัติ แก่สาวกนั้น มิใช่เป็นเนื้อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งเลย ซึ่ง เป็นของควรกิน, สัตว์ซึ่งเป็นของไม่ควรกิน ไม่เป็นเหตุ ควรถูกกิน ไม่ใช่สิ่งที่ควรสมมุติว่าควรกิน. ในอนาคต กาล ในหมู่สงฆ์ของเราจะเกิดมีคนบางคน ซึ่งกำลัง สมาทานข้อปฏิบัติแห่งบรรพชิต และกำลังปฏิญญาณตน เป็นศากยบุตร กำลังครองผ้ากาสาวพัสตร์สีแดงหม่น จะ เป็นผู้มัวเมาและประกอบตนคลุกเคล้า อยู่ในความเพลิด เพลิน. เขาจะมีจิตที่เต็มไปด้วยความปรารถนาลามก บัญญัติข้อปฏิบัติที่ผิดแบบแผนขึ้นใหม่ เขาเหล่านั้นเป็น ผู้อยากเงี่ยนเพราะติดรส และจะเรียบเรียงพระคัมภีร์ ให้มีข้อความเท็จ อันจะเป็นเครื่องยืนยันและโต้แย้งอย่าง พอเพียง สำหรับการกินเนื้อสัตว์กัน, เขาจะบัญญัติสิ่งที่ ตถาคตมิได้บัญญัติไว้. เขาจะกล่าวข้อความที่ส่งเสริมการ กินเนื้อสัตว์. เขาจะกล่าวว่าเราตถาคตได้บัญญัติไว้ในเรื่อง นี้ เช่นนี้ และว่าเราตถาคตนับมันเข้าไว้ในสิ่งทั้งหลายที่ ควรกิน, และว่าพระภควันต์ก็ได้ทรงเสวยเนื้อสัตว์โดย พระองค์เอง.
น.23 แต่ โอ, บัณฑิต ! เรามิได้เคยบัญญัติเนื้อสัตว์ไว้ใน สูตรใด ๆ หรือกล่าวว่ามันเป็นของควรกิน หรือนับมัน เข้าในประเภทของดีที่ควรกิน. โอ, บัณฑิต ! อริยสาวกทั้งหลาย ไม่บริโภคแม้แต่ สิ่งที่คนธรรมดาชอบกินนิยมกันว่าดี, เขาเหล่านั้นจะมา บริโภคเนื้อและเลือดซึ่งเป็นของควรปฏิเสธได้อย่างไรเล่า? เหล่าสาวกของตถาคต เป็นผู้เดินตามแนวแห่งสัจจธรรม คนผู้มีปัญญาเครื่องคิดค้นของตนเอง และบรรดาพุทธ- ศาสนิกชนทั้งหลายอื่น ๆ ( แห่งพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆ ) ก็เป็นเช่นเดียวกัน. เขาเหล่านั้นมิใช่ผู้กินเนื้อสัตว์. พระ ตถาคตเจ้าทั้งหลายในกาลก่อน ๆ ก็เป็นดังนั้น .... พระ ตถาคตเจ้าทั้งหลาย มีสัจจธรรมเป็นพระกายของพระองค์ ทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ด้วยสัจจธรรม, ไม่ทรงดำรงกาย ด้วยเนื้อสัตว์. ท่านเหล่านั้น ไม่เคยเสวยเนื้อสัตว์อย่าง ใด ๆ เลย. พระองค์ทรงเพิกถอนความอยากในโลกิยวัตถุ ได้ทั้งหมดแล้ว. ท่านเหล่านั้นปราศจากมลจิตอันเป็นมูล แห่งความทุกข์. ท่านเต็มเปี่ยมด้วยปรีชาญาณอันไม่ข้อง ขัด ในอันจะหยั่งทราบสิ่งซึ่งเป็นกุศลและอกุศล ทรง
น.24 สัตว์ คล้ายกับที่บุตรของพระองค์เอง, ทรง ประกอบด้วยมหากรุณาคุณ. โดยทำนองเดียวกันนี้ เรา ตถาคตเห็นสรรพสัตว์เช่นเดียวกับบุตรของเราเอง. เราจะ บัญญัติให้สาวกของเรา บริโภคเนื้อลูกของเราได้อย่างไร เล่า ? และเราเองก็จะบริโภคมันได้อย่างไรเล่า? มันไม่มี ข้อควรสงสัยเลยในเรื่องว่า เราได้บัญญัติให้สาวกบริโภค หรือเราได้บริโภคมันโดยตนเอง หรือไม่. ( ในที่สุด ได้ตรัสคำที่ผูกเข้าเป็นคาถา ซึ่งจะยกมาในที่นี้ แต่บางคาถา มีใจความว่า :- ) โอ, บัณฑิต ! พระชินวรได้ตรัสไว้แล้วว่า สุรา เนื้อ และหอมกระเทียม เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิก หรือมหาพุทธศาสนิกใด ๆ ไม่ควรบริโภค. (1) บรรพชิตควรเว้นเสมอ จากเนื้อสัตว์ หัว- หอม และนานาประเภทแห่งเครื่องดื่มอันมึนเมา, กระเทียม และหัวผักกาด. (5 )
น.25 เขาผู้ซึ่งจ่ายเงินซื้อเนื้อนั้น, ทั้งสองพวกชื่อว่า เป็นผู้ประกอบอกุศลกรรม และจักจมลงในนรก โรรวะ และนรก ฯลฯ. ( 9 ) เราบัญญัติห้ามเนื้อสัตว์ไว้ในข้อความแห่ง คัมภีร์เหล่านี้ คือ 1. หัสติกักสยะ, 2. มหาเมฆะ, 8. นิรวาณางคุลี มาลิกา, และ 4. ลังกาวตาร สูตร. (16 ) ฉันเดียวกันกับที่ ความถูกผูกพันเป็นข้าศึก ของความหลุดพ้นเป็นอิสรภาพ, เนื้อสัตว์ สุรา และ ฯลฯ ก็เป็นข้าศึกของนิรวาณ ( คือนิพพาน ) ฉะนั้น. ( 20) ดั่งนั้น เนื้อสัตว์ซึ่งเป็นของดูน่ากลัวแก่ สรรพสัตว์ และเป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติเพื่อ วิมุติ จึงเป็นของไม่ควรกิน. นี่คือธงชัยแห่ง อารยชน. ( 24 )
น.26 สัตว์ คล้ายกับที่บุตรของพระองค์เอง, ทรง ประกอบด้วยมหากรุณาคุณ. โดยทำนองเดียวกันนี้ เรา ตถาคตเห็นสรรพสัตว์เช่นเดียวกับบุตรของเราเอง. เราจะ บัญญัติให้สาวกของเรา บริโภคเนื้อลูกของเราได้อย่างไร เล่า ? และเราเองก็จะบริโภคมันได้อย่างไรเล่า? มันไม่มี ข้อควรสงสัยเลยในเรื่องว่า เราได้บัญญัติให้สาวกบริโภค หรือเราได้บริโภคมันโดยตนเอง หรือไม่. ( ในที่สุด ได้ตรัสคำที่ผูกเข้าเป็นคาถา ซึ่งจะยกมาในที่นี้ แต่บางคาถา มีใจความว่า :- ) โอ, บัณฑิต ! พระชินวรได้ตรัสไว้แล้วว่า สุรา เนื้อ และหอมกระเทียม เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิก หรือมหาพุทธศาสนิกใด ๆ ไม่ควรบริโภค. (1) บรรพชิตควรเว้นเสมอ จากเนื้อสัตว์ หัว- หอม และนานาประเภทแห่งเครื่องดื่มอันมึนเมา, กระเทียม และหัวผักกาด. ( 5 )
น.27 เขาผู้ซึ่งจ่ายเงินซื้อเนื้อนั้น, ทั้งสองพวกชื่อว่า เป็นผู้ประกอบอกุศลกรรม และจักจมลงในนรก โรรวะ และนรก ฯลฯ ( 9) เราบัญญัติห้ามเนื้อสัตว์ไว้ในข้อความแห่ง คัมภีร์เหล่านี้ คือ 1. หัสติกักสยะ, 2. มหาเมฆะ, 3. นิรวาณางคุลี มาลิกา, และ 4. ลังกาวตาร สูตร. ( 16 ) ฉันเดียวกันกับที่ ความถูกผูกพันเป็นข้าศึก ของความหลุดพ้นเป็นอิสรภาพ, เนื้อสัตว์ สุรา และ ฯลฯ ก็เป็นข้าศึกของนิรวาณ ( คือนิพพาน ) ฉะนั้น. ( 20) ดั่งนั้น เนื้อสัตว์ซึ่งเป็นของดูน่ากลัวแก่ สรรพสัตว์ และเป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติเพื่อ วิมุติ จึงเป็นของไม่ควรกิน. นี่คือธงชัยแห่ง อารยชน. ( 24 )
น.28 เรื่องหัวหอม หัวกระเทียม ในคัมภีร์โพธิสัตว์วินัย ต่าง ๆ พระอรรถกถาจารย์ท่านแก้ไว้ว่า เป็นพืชผักชนิดที่มีกลิ่น แรงมาก และเคยมีเรื่องภิกษุณีชอบไปบิณฑบาต หอม กระเทียม อีกด้วย และเป็นพืชผักที่เสพเข้าไปมาก ๆ แล้วจะกระตุ้นกาม- ราคะ กระตุ้นโทสะจิต แล้วจะเป็นอุปสรรคแก่การบำเพ็ญสมาธิ ภาวนา ผู้ที่มุ่งจะทำฌานสมาบัติอย่างฉับพลันแล้ว ก็สมควร ที่จะหลีกเลี่ยง ถึงแม้จะเสพก็ไม่มีบาปกรรมหนักเหมือนกับพวก ที่เสพชีวิตเบียดเบียนเนื้อสัตว์ ส่วนพวกหัวผักกาด คือหัวฉ่ายเท้า ดิบ ๆ มีกลิ่นเผ็ดแรงมาก ( ธีรทาส ) พระสูตรเล่มนี้ช่วยสัตว์ให้รอดตายมานับเป็นพันปี แล้ว บัดนี้จะช่วยสัตว์ในเมืองไทยให้รอดตายบ้างแล้ว ท่านผู้ใดเห็นเมตตากรุณาธรรมนี้บ้าง จงช่วยอุทิศเงิน ก็จะแจกไป ได้ทั่ววัดเมืองไทย สืบอายุไปอีกหลายร้อย ชั่วอายุคนก็ได้ เพราะเงินของท่านเพียงไม่กี่บาท สาธุ ! เวลานี้ก็มีวัดต่างจังหวัดเลิกเสพเนื้อเกิดขึ้นแล้ว จากธีระ วงศ์โพธิ์พระ
น.29 15 ขอความเมตตาจิตจากท่านสักวัน ได้บ้างไหม ? ทำบุญวันเกิด หรือจะทำบาปวันเกิดกัน ? ทำบุญวันตาย หรือจะทำบาปวันตายกัน ? กินไก่จิตเกิดไก่ กายเนื้อปรุงแต่งด้วยไก่แล้วนา ! จงช่วยกันคิดปล่อยชีวิตสัตว์ คือหยุดเสพชีวิตเนื้อ สัตว์ในวันเกิด ทำบุญกุศลให้จิตเราได้หยุดเกิดเป็น “กุ้ง หอย ปู ปลา เป็ด ไก่ นก หมู วัว ควาย" สัตว์ต่าง ๆ หยุดกินมันวิญญาณเราก็จะได้ขาดตอนลงบ้างจึงจะปลอด ภัยได้ ความรู้สึกขาดตอน จิตว่างเว้นจากการเกิดเป็นสัตว์ อย่างที่เรากินนั้นน้อยลงบ้าง จึงจะปลอดภัย สาธุ ! เจริญ วิปัสสนาหยุดวันพระบ้าง ทำให้จิตเราเกิดเป็นพระ จิต เราเกิดพระเมตตา จิตเราเกิดพระกรุณาธรรมหล่อเลี้ยง วิญญาณและนามรูปที่เกิดดับ เป็นพระในวันนั้น ในมือ นั้น ในขณะนั้นเสร็จพร้อมในตัวบ้างแล้ว สาธุ ! เป็น มหากุศลบารมีติดตามเราไปเกิดใหม่ทุกชาติภพ สาธุ ! ทำบุญกุศลเท่ากับเจริญปุถุชนโพธิสัตว์บารมี
น.30 16 ปัญญาการเห็นธรรมของมนุษย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และอริยครูทั้งหลาย บอกไว้ ว่า เหมือนดอกบัว 4 เหล่า จะให้ออกดอกพร้อมกันหมด ทุก ๆ ดอกนั้นย่อมจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้ามีคนคอยเสีย สละปลูกให้น้ำเสมอ ๆ แล้วก็จะบานได้ทีละดอก ๆ คือวัดนี้ ดอก วัดโน้นดอก บ้านนี้ปลูกกอหนึ่ง บ้านโน้นสระหนึ่ง อย่างนี้ละก็ทำได้ พอนาน ๆ ไปมันก็จะออกดอกสีขาว เหลืองชมพูแดง ใบเขียวชอุ่มพุ่มไสวสดชื่นยืนนานไปทั่ว เมืองเอง ตามธรรมชาติแห่งบารมีของสัตว์โลก ที่สร้าง สมมีเหตุปัจจัยมาต่าง ๆ กัน ผู้ที่ได้อุทิศเงินทองพิมพ์ "พระสูตร" นี้ก็คือคณะผู้ให้กำเนิด ผู้ปลูกฝัง ผู้หว่าน เชื้อบุญกุศลบารมี หรือท่านจะทำบุญวันเกิดเท่าอายุ เพาะ เชื่อเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะไว้สืบไปอีกหลายร้อยกัปพันชาติ ส่งเงินทางตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ จ่าย ป.ณ. ป้อมปราบ ก.ท. เพื่อความสะดวกท่านที่อยู่ใน ก.ท. จะเขียนเป็นเช็คส่วน ตัวก็ได้ ส่ง "นายธีระ วงศ์โพธิ์พระ" ให้ข้าพเจ้าเข้าบัญชี “ธนาคารกรุงเทพฯ" สาขาบ่อนไก่ได้ แล้วจะตอบให้ ทราบ เงินมากน้อยเท่าไรก็ได้ สาธุ ! ยังดีกว่าที่ไม่ได้ร่วม กองบุญไว้บ้างเลย สาธุ ! จาก ธีระ วงศ์โพธิ์พระ 231/1 ซอยปลูกจิต 2 บ่อนไก่ ถนนพระราม 4 พระนคร
น.31 พิมพ์ครั้งที่ 2 จารึกชื่อผู้อุทิศเงินช่วยปล่อยชีวิตสัตว์ต่าง ๆ เมตตากรุณาธรรมคุ้มครองโลกให้สงบสันติสุข อริยครูโบราณท่านบอกว่า "จะหาเงินล้านบาท หาได้ ง่ายกว่าการหาคนจริงในสัจธรรม" คือคนกล้าทำจริงพูดจริง บูชาความเป็นธรรมาธิปไตยต่อชีวิตเลือดเนื้อ สัตว์ร่วมโลกเกิดแก่ เจ็บตายทั้งหลาย ถึงแม้ตนเองยังปฏิบัติธรรมนี้ไม่ได้เลย แต่ก็ ยังไม่ประมาท ยังมีดวงจิตคิดหาวิธีช่วยสร้างคุณธรรม แห่งมหา เมตตากรุณาธรรมาณาจักรนี้เอาไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ๆ ทราบ ช่วยบุกเบิกทางนี้ทิ้งไว้สืบไปอีกหลายร้อยปี คุณธรรมในดวงจิต ของท่านนี้ คือ " โพธิจิต ” คือนักปฏิวัติวิญญาณสัตว์โลก นักพัฒนาการทางจิตใจให้สูงขึ้นไปโดยแท้จริง ท่านเหล่านี้ต้อง มีเมตตาธรรมอยู่ในส่วนลึกของจิตใจสืบมาจากชาติก่อน ๆ บ้าง แล้ว มิเช่นนั้นแล้ว จะมืดมนไม่มีปัญญามองเห็นเมตตาธรรม เลย มีแต่จะสั่นหัว หรือกลัวไปต่าง ๆ นานา หรือคัดค้านเมตตา
น.32 กรุณาธรรม ของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทันที 100 % เพราะว่าภายในจิตใจแอบซ่อนความอำมหิตไว้ นาน ๆ ไปก็จะแสดงออกมาตามอนุสัยกิเลส ตามพระอภิธรรม บอกว่า ธรรมชาติกรรมบังคับตัวไว้แล้ว จิตตนคิดกายตนทำ ช้าหรือเร็วก็มองเห็น ปราชญ์เขากล่าวไว้ยังไม่เคยผิดเลย ข้าพเจ้า "ธีระ วงศ์โพธิ์พระ " ขอกราบขอบพระคุณ กราบคุณธรรมในดวงจิตของทุก ๆ ท่าน ที่สนับสนุนผลงานช่วย ชีวิตสัตว์เดรัจฉานของข้าพเจ้าทั้งอดีตและปัจจุบันและในอนาคต กาลอีกด้วย สาธุ ! ข้าพเจ้าขอสวดมนต์อวยพรให้ทุก ๆ ท่าน จงมีโชคดีในธรรมาณาจักรนี้ ความจริงแล้วข้าพเจ้าไม่ต้อง อวยพรก็ได้ เพราะว่าทำบุญกุศลช่วยปลดปล่อยชีวิตเลือดเนื้อ ซึ่งกันแลกันนั้น เป็นกรรมดีสูงมันดีอยู่ในตัวขณะที่ทำแล้ว ผล จะสนองตอบให้ท่านเกิดชาติต่อๆ ไป จะแข็งแรง โรคภัยน้อย อายุยืน ไม่ต้องถูกเขาจับกักขังทรมานวิญญาณ หรือจับฆ่าชีวิต แล่เนื้อเถือหนังไม่ตายโหงต่างๆ จะได้เกิดในที่มีวิญญาณอิสระ ทั้งกายใจ มีเมตตามหานิยม เพราะเหตุที่สร้างธรรมทานแนวนี้ ไว้แก่โลก เหตุสร้างไว้อย่างไรผลเกิดอย่างนั้น 100 %
น.33 ( ต่อไปนี้เป็นรายชื่อผู้อุทิศเงินงวดนี้ ) คณะทอดกฐิน ก.ท. ด้วยธรรมทาน ขอสร้างเมตตาธรรม ไว้คุ้มครองโลก ขอให้ชาติหน้าจงมีโชคดีในธรรมาณาจักรนี้ด้วย เถิด ! 500 เล่ม คุณพุทธา ถาวรสมบัติ ยะลา 250 เล่ม คุณชเวง เคียงศิริ ก.ท. 250 เล่ม คณะอาจารย์อัมพิกา มีกังวาล ก.ท. 250 เล่ม คณะเผยแพร่ธรรมะ ฉะเชิงเทรา 250 เล่ม น.พ. สมพร และ คุณฟองนวล ธะประสพ สมุทรปราการ 150 เล่ม ร้านศิริพงษ์ ก.ท. อุทิศให้แก่ดวงวิญญาณปู่ย่าตายาย 100 เล่ม คุณสมศักดิ์ บุตรขุนทอง ร้านศักดิ์ ไทยเภสัช เชียงราย 100 เล่ม คุณประพนธ์ เอี่ยมสุทธา ก.ท. 75 เล่ม น.พ. เรือโทโกศล กัณตบุตร สมุทรปราการ 70 เล่ม น.พ. พันตรีเดช อิทธิพงษ์ ลำปาง 50 เล่ม คุณสมผลัด พิฤทธิบูรณ์ อ. ตะพานหิน 50 เล่ม น.พ. ประเสริฐ ศิวะศริยานนท์ สงขลา 50 เล่ม
น.34 20 รายชือผู้อุทิศเมตตาธรรม น.พ. สวัสดิ์ สินธุเสน และคุณแม่ ฯ นครราชสีมา 50 เล่ม พระเกษมอรรถวาที ศรีสะเกษ 50 เล่ม น.พ. โรจน์ เหล่าสุนทร นครสวรรค์ 50 เล่ม หลวงสัณหโลหการ สงขลา 50 เล่ม คุณจิรศักดิ์ โออริยกุล เชียงใหม่ 50 เล่ม คุณวรวิทย์ ลิ้มธรเบญจพล ขอนแก่น 50 เล่ม คุณแม่กิมลี้ วรรธนกุล คุณทวี เทียนนิมิตร เชียงใหม่ ส่งมา 50 เล่ม คุณแม่ทองอินทร์ คุณารักษ์ เชียงใหม่ 50 เล่ม คุณสนั่น พิชิตกุล ฉะเชิงเทรา 50 เล่ม ข้าพเจ้าธีระ ฯ ได้รับธนาณัติ เลขที่ 0502 (100 บ.) ไม่มี จ.ม. ในซอง ส่งให้เฉย ๆ เลยตอบไม่ได้ ขอเอามาพิมพ์ในเล่มนี้ด้วย 50 เล่ม คุณนงพาล ณ ระนอง ก.ท. 50 เล่ม ผู้ภาวนาซอยอ่อนนุช ขอสร้างมหาเมตตากรุณาธรรมาณาจักรนี้ ไว้คุ้มครองสรรพสัตว์ 50 เล่ม พระครูพิศาลภัทรคุณ อ. โชคชัย ทำบุญอายุครบ 60 พรรษา 50 เล่ม
น.35 คุณเขมทัต ณ ระนอง บ้านระนองบุรี ก.ท. 38 เล่ม คุณสมาน ศิลปวิเศษกุล ก.ท. 30 เล่ม พล ฯ ชาตรี สุธีกุลไพบูลย์ ก.ท. 30 เล่ม คุณกรรณิการ์ ฯ อ. บ้านโป่ง ทำบุญอายุครบ 5 ขวบให้ ด.ช. ณัฐ ชัยจินดา 30 เล่ม คุณประภา จีรวงศ์ ก.ท. ทำบุญอายุครบ 44 ปี 25 เล่ม น.พ. ไสว วงศาโรจน์ สมุทรสาคร 25 เล่ม คุณศิริพร วรรณคาวิสันต์ ตราด 25 เล่ม พระครูสารกิจประยุต มหาสารคาม 25 เล่ม คุณวิโรจน์ แจงจิรวัฒน์ ก.ท. 25 เล่ม พระสุดใจ ภูริสาโร อ. พรหมพิราม 25 เล่ม ส.ต.ท. เปลี่ยน ขัติยเนตร น่าน อุทิศให้คุณพ่อ หนาน และ คุณแม่บุญปัน ฯ ผู้ล่วงลับไปแล้ว 25 เล่ม ส.ต.ท. เปลี่ยน ขัติยเนตร น่าน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรและ สัตว์ที่เคยกินเคยฆ่าชีวิตมันมาบ้างแล้ว 25 เล่ม นายเชื่อม นางสงบ ศรีสวัสดิ์ อ. ปากพยูน ขอให้เกิดทุกชาติ ได้เป็นญาติมิตรกับ "คุณธีรทาส" 25 เล่ม ผู้ไม่ออกนาม ( ส.น.) พระนคร 22 เล่ม
น.36 คุณวิสูตร ธนชัยวิวัฒน์ ธนบุรี 20 เล่ม คุณสุวรรณ บุญญาภัศร สระบุรี 15 เล่ม พระเรียน ปสนฺโน บุรีรัมย์ 15 เล่ม คุณปรีชา บุญยะโอภาส กำแพงเพชร 15 เล่ม ท่านอิสฺสโรภิกขุ พิษณุโลก 12 เล่ม พระอำนาจ มหาชัย 10 เล่ม คุณกมล รัตนคำมล ลำปาง 10 เล่ม คุณเรืองศักดิ์ กัณฑบุตร ก.ท. 10 เล่ม เจ้าอธิการแดง สุปพนฺธมฺโต อ. หล่มเก่า 10 เล่ม พระอุปัชฌาย์พรม จนฺทโชโต อุบล ฯ 10 เล่ม คุณอนันต์ รัตนโกสุมภ์ อ. ยโสธร 10 เล่ม คุณบุญส่ง แซ่จึง นครปฐม 6 เล่ม คุณกมล สุทธจิต เชียงใหม่ 5 เล่ม คุณพิมพ์ รัตนคุณสาสน์ ขอนแก่น 5 เล่ม คุณพ่อเฒ่าศรี กิจการ น่าน 3 เล่ม คุณมงคล ถูกนึก เชียงใหม่ 3 เล่ม เจ้าอธิการสังคม อภิวณฺโณ สกลนคร 3 เล่ม คุณพรศิลป รัตนเดช ก.ท. 2 เล่ม คุณลุงปัน สุกรจันทร์ น่าน 2 เล่ม
น.37 คณะคุณสุจินต์ ยืนยง ก.ท. ร.อ. หลวงไวรณการ ก.ท. 50 เล่ม คุณสุจินต์ ยืนยง ก.ท. 50 เล่ม คุณเกรียงไกร ถาวรโลหะ ก.ท. แสง 50 เล่ม คุณแม่สงวน ยืนยง ก.ท. 25 เล่ม คุณสมพงษ์ อัชชศิริ ก.ท. 25 เล่ม คุณไพรัช พิศาล ธนบุรี 20 เล่ม คุณเสียง เสนาะยนต์ ก.ท. 20 เล่ม คุณวันชัย ว่องวารีทิพย์ ก.ท. 20 เล่ม คุณอำพล ถาวรโลหะ ก.ท. 20 เล่ม น.ส. เชื้อ วงศ์ทองศรี ก.ท. 10 เล่ม คุณประพร พลอยมีค่า ก.ท. 10 เล่ม คุณละออง ยืนยง ก.ท. 10 เล่ม คุณครูน้อมจิต พิทักษ์สินากร และคุณสุเทพ ฯ คุณบุญส่ง ๆ ก.ท. รวม 8 เล่ม คุณครูวันดี รักการโกวิท ก.ท. 5 เล่ม คุณแก้ว เห็นไพรวัลย์ ธนบุรี 3 เล่ม คุณประเสริฐ นิมมานุกุล สมุทรปราการ 3 เล่ม
น.38 วิปัสสนากัมมัฏฐาน วัดชัยมงคล ตะพานหิน พระอาจารย์ซิ่ว สีลเตโช 25 เล่ม พระหมัง อติสาโร 13 เล่ม พระคำมุง 10 เล่ม พระจรูญ 10 เล่ม พระสวัสดิ์ 5 เล่ม พระประยูร 5 เล่ม พระแย้ม 5 เล่ม พระเปลื้อง 3 เล่ม พระสมัย 3 เล่ม พระเชื่อม 3 เล่ม คณะพุทธสมาคมเป้าเก็งเต็ง ลี้เบ้งคุณ 20 เล่ม ลี้เซี๊ยะควง 20 เล่ม ลี้เซี๊ยะเคว้ง 20 เล่ม ลี้หั่งซ้ง 20 เล่ม อึ้งเซี้ยมไน้ 20 เล่ม เอี้ยบักกิ้ม 20 เล่ม ฉั่วซิ่วกี่ 20 เล่ม น.ส. ภัชนี แซ่ลี้ 20 เล่ม นายวิชัย แซ่ลี้ 20 เล่ม นายวิรัช แซ่ลี้ 20 เล่ม โข้วปวยฮง 25 เล่ม เล้าป้อไอ่ 25 เล่ม โข้วจุ่นหงี 10 เล่ม โข้วจาโบ้ว 10 เล่ม โช้วอาโอว 10 เล่ม โข้วอาค๊ก 10 เล่ม โข้วสมศักดิ์ 10 เล่ม
น.39 ตั้งอาหงษ์ 20 เล่ม กิมอาอ้อ 10 เล่ม กิมอาเหลียง 10 เล่ม กิมอาโส่ย 10 เล่ม เตียกิมซ้ง 25 เล่ม กิมเมี่ยวเจ็ง 25 เล่ม เตียกิมเล้ง 10 เล่ม เตียกิมจั๋ว 10 เล่ม เตียอาค๊ก 10 เล่ม เตียอาไน้ 10 เล่ม เตียตี๋เล็ก 10 เล่ม ตั้งชาติชัย 20 เล่ม ตั้งย่งกิง 20 เล่ม ลี้ลิ้งฮุย 20 เล่ม กอกิมเอ็ง. กอกิมเฮียง. กอเอี่ยงเตียง รวม 15 เล่ม จิวฮีเง็ก 15 เล่ม เตียกิมเฮี๊ยะ 10 เล่ม นางประพิศ ฯ 10 เล่ม อึ้งเมี่ยวชุน 2 เล่ม ตั้งเมี่ยไหม 2 เล่ม ตั้งหงีหั่ง 2 เล่ม ลิ้มเมี่ยก้อ 2 เล่ม อึ้งเมี่ยหอย 1 เล่ม อึ้งตั้งฮ้อ 1 เล่ม ลี้กุ่ยฮวย 30 เล่ม เตียบุ้งซัง 10 เล่ม เตียง้วงซ้ง 10 เล่ม เตียไฮ้ซ้ง 10 เล่น เตียตงซ้ง 10 เล่ม เตียยู้ซ้ง 10 เล่ม เตียอาทิ 5 เล่ม เตียเตียงยู้ 5 เล่ม เตียเตี๋ยงฮ้อ 5 เล่ม เตียซุ่นไล้ 5 เล่ม โง้วง๊วยเอ็ง 10 เล่ม
น.40 26 รายชอผู้อุทิศเมตตาธรรม อึ้งเซียมล้วง 5 เล่ม คูซิ่วหงษ์ 3 เล่ม ลี้ไล้ฮวย 5 เล่ม อึ้งมุ้ยเตียง 5 เล่ม ลี้ชุนใช้ 10 เล่ม นางเพ็ญศรี จารุสมบัติ 10 เล่ม ตั้งหั่งบุ้ง 5 เล่ม ตั้งหั่งเล้ง 5 เล่ม ตั้งหั่งช้ง 5 เล่ม ตั้งหั่งช้วง 5 เล่ม ตั้งซู่ไน้ 5 เล่ม คุณประเสริฐ อัตชู พิจิตร 12 เล่ม พระภิกษุสงวน สังฆฤทธิ์ อ. ผักไห่ 10 เล่ม คุณเทศ มีชัย บุรีรัมย์ 10 เล่ม คุณเสริม ธัญญประสาท ภูเก็ต 10 เล่ม น.ส. เซ็งซิม แซ่โค้ว อ. อินทร์บุรี อุทิศให้แก่แม่น้อย แซ่โค้ว 5 เล่ม คุณป้าผัน ผุสดี อ. อินทร์บุรี 5 เล่ม คุณระเบียบ จงจิตรเจริญวณิช อ่างทอง อุทิศให้เตี๋ยเผ่า และ แม่สายทอง 5 เล่ม เบ๊เกียเซ้ง 20 เล่ม นายกิ้ม แซ่เบ๊ 20 เล่ม นายซ้อง แซ่เบ๊ 20 เล่ม นายฮั่งปอ แซ่ตั้ง 10 เล่ม นางซกเกียว แซ่เบ๊ 10 เล่ม นายเต็กอู๊ แซ่เฮี้ย 10 เล่ม
น.41 นางซกจริง แซ่เบ๊ 10 เล่ม คุณสมภพ อดุลย์ผดุงศักดิ์ 10 เล่ม นางเคง แซ่ลิ้ม 5 เล่ม นายเล้ง แซ่โง้ว 2 เล่ม นายฮุยเท้ง แซ่โง้ว 2 เล่ม นายน่ำเบียง แซ่โง้ว 2 เล่ม น.ส. สุวรรณี แซ่โง้ว 2 เล่ม น.ส. เช็ง แซ่โง้ว 2 เล่ม ด.ญ. สมลักษณ์ แซ่โง้ว 2 เล่ม นายหยกมิ้ง แซ่เบ๊ 5 เล่ม นายหยกฮง แซ่เบ๊ 5 เล่ม นางลั้ง แซ่เบ๊ 2 เล่ม เง็กเอ็ง 5 เล่ม เซี้ยมเค็ง 5 เล่ม งักเจ็ง 10 เล่ม บักเคี้ยว 10 เล่ม เคี้ยวตี๋ 10 เล่ม นายง้วนหมง แซ่แต้ 5 เล่ม นางเบี้ยฮุ้น แซ่ตั้ง 5 เล่ม นายหยกมิ้ง แซ่แต้ 5 เล่ม นายหยกไฮ้ แซ่แต้ 5 เล่ม นายหยกฮ้อ แซ่แต้ 5 เล่ม นายหยกไช้ แซ่แต้ 5 เล่ม ด.ช. หยกฮิม แซ่แต้ 2 เล่ม น.ส. ซกงิ้ม แซ่แต้ 5 เล่ม น.ส. ซกคิ้ม แซ่แต้ 2 เล่ม น.ส. ซกจวง แซ่เอีย 5 เล่ม ด.ญ. หลีฮั้ว แซ่แต้ 2 เล่ม ด.ญ. หลีไน้ แซ่แต้ 2 เล่ม ด.ช. หลีช้วง แซ่แต้ 2 เล่ม ตั้งทีกึง 2 เล่ม ตั้งเล่งเก่ง 2 เล่ม ตั้งเล่งโคย 2 เล่ม ลิ้มงื่อฮุ้น 15 เล่ม ลิ้มอิ้วเตีย 2 เล่ม
น.42 นายซุยฮก แซ่คู 6 เล่ม นางมาลี โชควัฒนคุปต์ 6 เล่ม นายยงยุทธ นายไชยณรงค์ โชควัฒนคุปต์ 6 เล่ม น.ส. เตือนจิตต์ โชควัฒนคุปต์ 6 เล่ม ด.ช. สมบูรณ์ ด.ช. พรชัย โชควัฒนคุปต์ 6 เล่ม นายวิมล งามอุดมศิลป์ 6 เล่ม นางกาญจนา งามอุดมศิลป 6 เล่ม ด.ช. สมพล งามอุดมศิลป์ 2 เล่ม ด.ญ. ปีราพร งามอุดมศิลป์ 2 เล่ม ด.ช. ฉัตรชัย งามอุดมศิลป์ 2 เล่ม เตียเจ่าฮ่วย 2 เล่ม ลิ้มฮั่งเปี๊ย 10 เล่ม ฉั่วเซี๊ยะฮุ้น 10 เล่ม แต้เคว้งหมง 6 เล่ม น.ส. จินตนา พรจำรัสชัย 6 เล่ม เส้าเซี้ยมงิ้ม 10 เล่ม โง้วง๊วย 10 เล่ม จูซิ่วเอ็ง 10 เล่ม ลิ้มไซเซาะ 10 เล่ม โล้วฮั่งจุ้ย 5 เล่ม โล้วหุยจู 5 เล่ม โล้วอุ้ยตง 5 เล่ม ลี้เง็กอิม 5 เล่ม ลิ้มลั้งเดง 5 เล่ม กวงม่วย 5 เล่ม เฮ้งกิมฮั้ว 5 เล่ม เฮ้งคิมจั๊ว 5 เล่ม
น.43 ลี้ชุ้งกิม 5 เล่ม เต็งเมี่ยวเกียง 10 เล่ม จิวเตี๋ยงเอี่ยม 2 เล่ม อึ้งเมี่ยอิม 2 เล่ม ซ้งปักนั้ง 2 เล่ม เต็งจั่งพ้วง 2 เล่ม เต็งเซี๊ยะยู้ 2 เล่ม ลี้งักจวง 10 เล่ม ตั้งบักเล้ง 5 เล่ม ตั้งอาอิม 5 เล่ม ปึงซู่เช็ง 10 เล่ม ลี้แป๊ะฮวง 2 เล่ม ตั้งตั้วม่วย 2 เล่ม เล้าสั้งเอ็ง 5 เล่ม แต้อาไอ้ 2 เล่ม โข้วอี่วมั้ว 5 เล่ม ลี้เซี้ยมเอ็ง 5 เล่ม หลีลี่คิ้ม 5 เล่ม ลี้ฮั้วเป้ง 5 เล่ม ฉั่วเอี่ยมซ้ง 5 เล่ม ตั้งมุ้ยหงษ์ 25 เล่ม อึ้งเซี้ยมจู 5 เล่ม เตียเช็งเหลียง 5 เล่ม โง้วเมี่ยมุ้ย 5 เล่ม เตียอาหมา 5 เล่ม เตียอานา 2 เล่ม เตียจาโบ้ว 3 เล่ม ฉั่วบักเซี้ย 15 เล่ม โง้วฮุ้งเตียง 10 เล่ม ฉั่วย่งคิม, ฉั่วย่งจั๊ว, ฉั่วซกคี้, ฉั่วลั้งฮวง, ฉั่วย่งง้วน, ฉั่วย่งคุณ รวม 12 เล่ม เลี่ยวกิมลั้ง 3 เล่ม ตั้งอิ่วมั้ว 2 เล่ม
น.44 พุทธสมาคมไทยจีนประชา (ตงฮั้ว) ตั้งเช็งอีก (ขอเซ่งฮง) 50 เล่ม คุณแม่อิ้งโง้ว และ น.ส. ชนิดา อร่ามรุ่งโรจน์ชัย 35 เล่ม งุ่ยเจ็งเกียง 25 เล่ม ตั้งควงย้ง 25 เล่ม โง่ยควงเลี้ยง 25 เล่ม น.ส. จินตนา บุญญฐิติพันธุ์ 20 เล่ม โง้วง๊วยเอ็ง 10 เล่ม จิวเง็กควง 10 เล่ม โซวโซ่ยม่วย 10 เล่ม เอี่ยอิกเซง 10 เล่ม น.ส. จันทร์ศรี อัมพรศักดิ์ 10 เล่ม กอกึงเชียง 10 เล่ม ลิ้มกุ่ยเฮียง 10 เล่ม โข้วฮุ่ยเจ็ง 10 เล่ม อึ้งซกซัง 10 เล่ม กอกิมฮง 5 เล่ม ก๊วยชอก่า 5 เล่ม
น.45 กอชอฮง 5 เล่ม กอซี่วฮง 5 เล่ม กออุ้ยง้ำ 5 เล่ม กอซุ่ยง้ำ 5 เล่ม กอเพ็กเม้ง 5 เล่ม กออี๋วง้ำ 5 เล่ม โง้วกิมหงษ์ 5 เล่ม ลิ้มเง็กเค็ง 5 เล่ม นายประสงค์ แซ่เล้า 5 เล่ม นายทวีสิน อัมพรศักดิ์ 5 เล่ม นายไพบูลย์ อัมพรศักดิ์ 5 เล่ม น.ส. เพ็ญศรี อัมพรศักดิ์ 5 เล่ม เอี้ยย่งคุณ 5 เล่ม นายพงษ์วัฒน์ เอี่ยมศรีชาญชัย 5 เล่ม ลี้ใจ้งึ้ง 2 เล่ม คุณอุไรวรรณ จารุจินดา ก.ท. 50 เล่ม พระภิกษุ ชำนาญ สุเมโท สุรินทร์ 15 เล่ม คุณอำนวยพร เตชะเสน ก.ท. 5 เล่ม คุณบัวผัน สุทธิจิต เชียงใหม่ 5 เล่ม
น.46 คุณนายสังวาลย์ ติณสูลานนท์ ก.ท. อุทิศดวงแสตมป์ 20 บาท คุณชำนาญวุฒิ เกศนรา อ. บ้านลาด 10 เล่ม จ.ส.อ. ประสิทธิ์ จันทสุวรรณ ก.ท. 25 เล่ม คุณทองอยู่ ฟุ้งเดช ชลบุรี อุทิศให้แก่เจ้ากรรม นายเวรของลูก ชื่อ ศิริลักษณ์, สุขุมาลย์, จารุวรรณ, ธีรภัทร รวม 25 เล่ม คุณศรีรัตน์ สินสวาสดิ์ ชลบุรี อุทิศให้แก่ ขุนรัตนทารส 50 เล่ม คุณทัศนีย์ บัณฑิต ก.ท. 3 เล่ม คุณสอิ้ง เที่ยงตรง ตราด 25 เล่ม คุณสำอางค์ เที่ยงตรง ตราด 25 เล่ม คุณสะอาด หงษ์ประดับ ตราด 25 เล่ม คณะทอดผ้าป่าด้วยธรรมทาน ของ ร.ท. ใจ และคุณสุปราณี ประเสริฐ พระนคร สร้างมหาเมตตา กรุณาธรรมาณาจักรนี้ไว้ช่วยปลดปล่อยชีวิตสรรพสัตว์ 325 เล่ม
น.47 นายเลี้ยง แก้วทับทิม และ คุณอารม ฯ สงขลา 30เล่ม คุณอุ่นเรือน พักศรีเมือง ก.ท. 25 เล่ม คุณตาบทิพย์, คุณกัณเยาว์ รัตนวราห และญาติมิตร ท่านที่เคารพ นครสวรรค์ รวม 50 เล่ม นายกานต์ สถิตศาสตร์ สุไหงโกลก 10 เล่ม คุณสาหร่าย วัฒนศัพท์ เพชรบูรณ์ อุทิศเนื่องใน วันเกิด 50 เล่ม คณะ น.พ. เรือโท โกศล กัณตะบุตร น.พ. เรือโท โกศล กัณตะบุตร สมุทรปราการ 500 เล่ม นางเล็ก หุ่นท่าไม้ สมุทรปราการ 500 เล่ม น.ส. บุญเทียม, น.ส. บุญยืน วีระกุล สมุทรปราการ 60 เล่ม น.ส. จู๊ ภักติวงษ์ สมุทรปราการ 50 เล่ม นายหนู ฯ สมุทรปราการ 25 เล่ม
น.48 34 ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบใหม่นั้น พระพุทธศาสนา นิกายหินยานดั้งเดิมโน้นบริสุทธิ์ ไม่ได้เบียดเบียนชีวิตเสพเนื้อสัตว์เลย ทรงไว้ ด้วยเมตตากรุณาธรรม พยานที่ พระพุทธเจ้า ตรัส "ลังกาวตารสูตร" ในเกาะลังกา หลักฐาน ชี้ให้เห็นว่ามาในยุคหลัง ๆ มากได้เกิด พระพุทธ- โฆษาจารย์ ท่านคงจะชอบเสพเนื้อสัตว์มาก จึง เอาเรื่องเนื้อ 10 อย่างมาเขียนแทรกแก้ตัวไว้เป็น ทางออก เพราะว่าในพระสูตรเถียงไม่ขึ้น ตรัสห้าม เสพเนื้อไว้ถึง 6 แห่ง แล้วยังมีในพระวินัยและ พระอภิธรรมอีกมากมาย เหตุเกิดในพรรษาที่ 20 มีพระสาวกรูปหนึ่งเจ็บป่วยแล้วอยากจะเสพเนื้อ สัตว์ โยมอุปัฏฐากก็หาซื้อเนื้อสัตว์ทั่วเมืองไม่ได้ เพราะไม่มีคนกินเนื้อสัตว์ จึงไม่มีคนฆ่าสัตว์ขาย ให้แก่ผู้กินเนื้อสัตว์ ด้วยความศรัทธาในพระสงฆ์
น.49 35 จึงแหวะเนื้อที่แขนออกมาชิ้นหนึ่ง ให้คนใช้เอา ไปปรุงอาหารถวายพระสงฆ์องค์นั้น ที่นี้เกิดเรื่อง ใหญ่โตตรงที่เลือดออกไม่หยุดรักษาแผลไม่หาย รู้ถึงพระพุทธเจ้าเข้า ก็ต้องประชุมสงฆ์ห้ามเสพ เนื้อสัตว์ทุกอย่าง กฎหมายออกตามหลังผู้กระทำ ผิด แล้วตอนที่พระเทวทัตทูลขอนั้นยังไม่มีผู้กระ- ทำผิดเลย เพราะว่าสาวกรู้อริยวินัยดีใน "อริย ภูมิ " นั้นต้องไม่มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เบียดเบียน เลือดเนื้อซึ่งกันแลกันแล้ว "อริยวินัย" บังคับตัว แล้ว. "ตามหลักฐานที่ค้นพบใหม่ พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค. ของ พระพุทธโฆษาจารย์ นั้น เขียนได้ดีมาก แต่ เอาตามแนวของโยคีมาก. ทางฝ่ายมหายานมีพระ คัมภีร์วิมุตติมรรค เกิดขึ้น พ.ศ. 100 ซึ่งสูงกว่า วิสุทธิมรรคมากมาย."
น.50 "จะย้ายภูเขาทั้งลูกให้เขาไปตั้ง ไว้ที่ไหน ๆ ก็ได้ ดูเหมือนว่าจะ ทำได้ง่ายเร็วกว่าการเปลี่ยนนิสัย คน แล้วถ้าไม่มีผู้เสียสละช่วย ให้สติบ้างก็จะไม่มีหนทางเลย" "ธีระ วงศ์โพธิ์พระ"
น.51 มีหนังสือธรรมแจกทาน 1. ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น (ฌาน) 2. ตำราอาหารมังสวิรัติ (ปลอมเนื้อสัตว์ 91 ชนิด ของพระยาภะรตราชสุพิธ ฯ ) ระเบียบการขอเขียนจดหมายเซ็นชื่อเอง บอกที่อยู่ให้ชัดเจน บ้านเลขที่ หมู่ที่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด อย่าเขียนชื่อหวัด หวัดจนอ่านไม่ออก ป.ณ. ส่งให้ไม่ถึงเขาไม่ยอม ส่งไปให้ ..... ส่งคืนหมด กรรม ! (ขอได้อย่างละ 1 เล่ม) (ไปรษณีย์ขึ้นค่าส่ง จ.ม. ธรรมดาปิดแสตมป์ 75 สต.แล้ว) พิมพ์ที่ ร.พ. สุทธิสารการพิมพ์ 443 โพธิ์สามต้น ถนนอิสรภาพ ธนบุรี โทร. 61768 นายสุรพงษ์ เขียวสุทธิ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา 2514
น.52 ผู้ที่ได้มหาสติบ้างแล้ว ย่อมไม่ประมาท ! การเกิดและตายนั้น เป็น ทะเลทุกข์อันยาว นาน เป็นเรื่องใหญ่โตที่ทุกคนจะต้องเผชิญหน้า เมื่อเรายังปฏิบัติธรรมไม่ได้สะดวกดีหมดแล้ว ก็ จงคิด ช่วยกันอุทิศเงินทอง จัดพิมพ์หนังสือ ธรรม แจกทานไป ได้ทุกมุมเมือง เวลานี้สองหมื่นกว่า วัดส่งไปได้ถึงหมดแล้ว ช่วยบุกเบิกทางไปสู่ อริยภูมิเอาไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ๆ ไว้บ้าง คือ สร้างธรรมาณาจักรนี้ แผ่เมตตาจิตไว้ล่วงหน้า ก่อน กุศล ผลบุญบารมี นี้จะได้ส่งผลให้เราสม ความต้องการ สาธุ ! ธรรมะเป็นพร อุทิศ ธรรมทาน ปล่อย ชีวิตสัตว์ ในวันเกิด หรือเดือนละเล่มปีเดียวก็ได้ 12 เล่มแล้ว ....
Buddhadasa