Buddhadasa.org

ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หมวดที่ ๒ — ว่าด้วยการไม่สังวร

ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ — พระพุทธภาษิตที่ตรัสเตือนภิกษุ ว่าด้วยข้อเสียหายและคุณธรรมฝ่ายดีของบรรพชิต — เลือกเก็บจากบาลีพระไตรปิฎก แปลและร้อยกรองโดยกองตำราคณะธรรมทาน (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๙๙)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.1782 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หมวดที่ ๒ ว่าด้วย การไม่สังวร ๑. ผู้ถูกฉุดรอบด้าน ๒. แมวตายเพราะหนู ๓. เนื้อนาที่ไม่เกิดบุญ ๔. เสียขวัญตั้งแต่เห็นผงคลี ๕. เสียขวัญตั้งแต่เห็นยอดธงชัยของข้าศึก ๖. เสียขวัญตั้งแต่ได้ยินเสียงโห่ร้อง ๗. เสียขวัญตั้งแต่พอเริ่มการสัมประหารกัน ๘. ผู้ตายคาที่ ๙. ผู้ตายกลางทาง ๑๐. ผู้ตายที่บ้าน ๑๑. ผู้รอดตาย ๑๒. ผู้นอกรีต - เลยเถิด ๑๓. ผู้ชะล่าใจ ๑๔. ผู้ชอบเข้าบ้าน ๑๕. ผู้ชอบคลุกคลีกับชาวบ้าน ๒๘

น.1783 ผู้ถูกฉุดรอบด้าน ๑ ภิกษุ ท .! ภิกษุผู้ไม่มีสังวรนั้น เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ภิกษุ ในกรณีนี้ เมื่อเห็นรูปด้วยตา, ฟังเสียงด้วยหู, ดมกลิ่นด้วยจมูก, ลิ้มรส ด้วยลิ้น, สัมผัสโผฏฐัพพะด้วยกาย, รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ; ก็สยบอยู่ใน อารมณ์ที่น่ารัก เคียดแค้นในอารมณ์อันไม่น่ารัก, เป็นผู้ไม่ตั้งไว้ซึ่งกายคตา- สติ, มีจิตด้อยด้วยคุณธรรม, ไม่รู้ตามเป็นจริงซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับแห่งบาปอกุศลที่เกิดแล้วแก่เขานั้น โดยสิ้นเชิง ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนบุรุษจับสัตว์หกชนิด อันมีที่อยู่อาศัยต่างกัน มีที่เที่ยวหากินต่างกัน มาผูกรวมกันด้วยเชือกอันมั่นคง คือเขาจับงูมาผูกด้วย เชือกเหนียวเส้นหนึ่ง, จับจระเข้, จับนก, จับสุนัขบ้าน, จับสุนัขจิ้งจอก, จับลิง, มาผูกด้วยเชือกเหนียวเส้นหนึ่ง ๆ แล้วผูกรวมเข้าด้วยกันเป็นปมเดียวในท่ามกลาง ปล่อยแล้ว. ภิกษุ ท .! ครั้งนั้น สัตว์เหล่านั้น ทั้งหกชนิด มีที่อาศัย ๑. บาลี พระพุทธภาษิต สฬา. สํ. ๑๘/๒๔๖/๓๔๗, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย. ๒๙

น.1784 และที่เที่ยวต่าง ๆ กัน ก็ยื้อแย่งฉุดดึงกัน เพื่อจะไปสู่ที่อาศัยที่เที่ยวของตน ๆ : งูจะเข้าจอมปลวก, จระเข้จะลงน้ำ, นกจะบินขึ้นไปในอากาศ, สุนัขจะเข้าบ้าน, สุนัขจิ้งจอกจะไปป่าช้า, ลิงก็จะไปป่า. ครั้นเหนื่อยล้ากันทั้งหกสัตว์แล้ว สัตว์ใดมีกำลังกว่า สัตว์นอกนั้นก็ต้องถูกลากติดตามไปตามอำนาจของสัตว์นั้น. ข้อนี้ฉันใด ; ภิกษุ ท .! ภิกษุใดไม่อบรมทำให้มากในกายคตาสติแล้ว ตา ก็จะฉุด เอาภิกษุนั้นไปหารูปที่น่าพอใจ, รูปที่ไม่น่าพอใจก็กลายเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกอึดอัด ขยะแขยง ; หู ก็จะฉุดเอาภิกษุนั้นไปหาเสียงที่น่าฟัง, เสียงที่ไม่น่าฟังก็กลาย เป็นสิ่งที่เธอรู้สึกอึดอัดขยะแขยง; จมูก ก็จะฉุดเอาภิกษุนั้นไปหากลิ่นที่น่า สูดดม, กลิ่นที่ไม่น่าสูดดมก็กลายเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกอึดอัดขยะแขยง ; ลิ้น ก็จะฉุดเอาภิกษุนั้นไปหารสที่ชอบใจ, รสที่ไม่ชอบใจก็กลายเป็นสิ่งที่เธอรู้สึก อึดอัดขยะแขยง ; กาย ก็จะฉุดเอาภิกษุนั้นไปหาสัมผัสที่ยั่วยวนใจ, สัมผัส ที่ไม่ยั่วยวนใจก็กลายเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกอึดอัดขยะแขยง ; และใจ ก็จะฉุดเอา ภิกษุนั้นไปหาธรรมารมณ์ที่ถูกใจ, ธรรมารมณ์ที่ไม่ถูกใจก็กลายเป็นสิ่งที่เธอ รู้สึกอึดอัดขยะแขยง; ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุ ท .! ภิกษุผู้ไม่มีสังวรเป็นอย่างนี้แล. แมวตายเพราะหนู ๑ ภิกษุ ท .! เรื่องนี้เคยมีมาแล้ว : แมวตัวหนึ่ง ยืนคอยจ้องจับหนู อยู่ที่ปากช่องที่เทขยะมูลฝอยริมฝาเรือน ด้วยหวังว่า "หนูตัวอ่อน จักออกมา ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๓๑๕/๖๘๑-๒, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่เชตวัน.

น.1785 พื่อหาเหยื่อในที่ใด จักจับมันกินเสียในที่นั้น" ดังนี้. ภิกษุ ท .! ครั้งนั้น หนูตัวอ่อนออกไปเพื่อหาเหยื่อแล้ว แมวก็จับมันกลืนกินอย่างรวดเร็ว (ทั้งเป็น ๆ). หนูตัวอ่อนนั้น กัดลำไส้ของแมวนั้นบ้าง, กัดลำไส้สุดของแมวนั้นบ้าง ; แมวนั้น ถึงแก่ความตาย หรือได้รับทุกข์เจียนตาย เพราะการที่หนูกัดไส้นั้น ๆ เป็นเหตุ ภิกษุ ท. ! ฉันใดก็ฉันนั้น : ภิกษุบางรูปในกรณีนี้ ในเวลาเช้า ครองจีวรถือบาตร เข้าไปสู่หมู่บ้านหรือนิคม เพื่อบิณฑบาต, ไม่รักษากาย ไม่รักษาวาจา ไม่รักษาจิต, ไม่ตั้งสติไว้, ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย, เธอ เห็นมาตุคามในหมู่บ้านหรือนิคมนั้น ๆ ผู้นุ่งชั่วห่มชั่ว ครั้นได้เห็นมาตุคามผู้นุ่งชั่ว ห่มชั่วเช่นนั้นเข้าแล้ว ราคะก็เสียบแทงจิตของเธอ ภิกษุนั้นมีจิตถูกราคะ เสียบแทงแล้ว ย่อมถึงความตาย หรือได้รับทุกข์เจียนตาย. ภิกษุ ท .! ที่เรียกว่า "ตายในอริยวินัย" นั้น ได้แก่ผู้ที่บอก เลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. . ที่เรียกว่า "ทุกข์เจียนตาย" ได้แก่ผู้ที่ต้องอาบัติอันเศร้าหมองร้ายแรงอันใดอันหนึ่ง ถึงกับต้องออกจากอาบัตินั้น ด้วยระเบียบแห่งการอยู่กรรม. เนื้อหาที่ไม่เกิดบุญ ๑ ภิกษุ ท. ! ช้างหลวงประกอบด้วยองค์ห้า เป็นช้างไม่คู่ควรแก่พระราชา ไม่เป็นราชพาหนะได้ ไม่นับว่าเป็นของคู่บารมีของพระราชา. องค์ห้าอะไรเล่า ? องค์ห้าคือ ช้างหลวงในกรณีนี้ เป็นช้างที่ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย, ไม่อดทน ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๗๖/๑๓๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.

น.1786 ต่อเสียงทั้งหลาย, ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย, ไม่อดทนต่อรสทั้งหลาย, ไม่อดทน ต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงที่ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณี ช้างหลวงเมื่อออกศึก ได้เห็นหมู่พลช้างก็ดี, หมู่พลม้าก็ดี, หมู่พลรถก็ดี, หมู่พลราบก็ดี, (ของฝ่ายข้าศึก) แล้ว ก็ระย่อ ห่อหด ถดถอยเสีย ไม่อาจจะเข้าสู่ที่รบ. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงอย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย ภิกษุ ท .! ช้างหลวงที่ไม่อดทนต่อเสียงทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้ ช้างหลวงเมื่อออกศึก ได้ยินเสียงหมู่พลช้างก็ดี, หมู่พลม้าก็ดี, หมู่พลรถก็ดี, หมู่พลราบก็ดี, ได้ยินเสียงกึกก้องแห่งกลอง บัณเฑาะว์ สังข์และมโหระทึกก็ดี, แล้วก็ระย่อ ห่อหด ถดถอยเสีย ไม่อาจ จะเข้าสู่ที่รบ. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงอย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อเสียง ทั้งหลาย. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงที่ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้ ช้างหลวงเมื่อออกศึก ได้กลิ่นมูตรและกรีส (ปัสสาวะ และอุจจาระ) ของช้างทั้งหลาย ชนิดที่เป็นชั้นจ่าเจนสงครามเข้าแล้ว ก็ระย่อ ห่อหด ถดถอยเสีย ไม่อาจจะเข้าสู่ที่รบ. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงอย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย ภิกษุ ท .! ช้างหลวงที่ไม่อดทนต่อรสทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้ ช้างหลวงเมื่อออกศึก เมื่อไม่ได้รับการทอดหญ้า และน้ำมื้อหนึ่งหรือสองมื้อ สามมื้อ สี่มื้อ หรือห้ามื้อ แล้วก็ระย่อ ห่อหด ถดถอยเสีย ไม่อาจจะเข้าสู่ที่รบ. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงอย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทน ต่อรสทั้งหลาย.

น.1787 ช้างหลวงที่ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย เป็นอย่างไร เล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้ ช้างหลวงเมื่อออกศึก ถูกศรที่เขายิงมาอย่างเร็ว กระทันหันเข้าหนึ่งลูก หรือสองลูก สามลูก สี่ลูก หรือห้าลูกแล้ว ก็ระย่อ ห่อหด ถดถอยเสีย ไม่อาจจะเข้าสู่ที่รบ. ภิกษุ ท .! ช้างหลวงอย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย ภิกษุ ท. ! ฉันใดก็ฉันนั้นเหมือนกัน : ภิกษุ เมื่อประกอบด้วยเหตุ ห้าอย่างแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ควรแก่ของบูชา ไม่ควรแก่ของต้อนรับ ไม่ควรแก่ของ ทำบุญ ไม่ควรทำอัญชลี ไม่เป็นเนื้อนาบุญของโลกอย่างดีเยี่ยม. เหตุห้าอย่าง อะไรกันเล่า ? เหตุห้าอย่างคือ ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย ไม่อดทนต่อเสียงทั้งหลาย, ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย, ไม่อดทนต่อรสทั้งหลาย, ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย ภิกษุ ท .! ภิกษุ เป็นผู้ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ภิกษุในกรณีนี้ ได้เห็นรูปด้วยตาแล้ว ติดใจยินดีในรูปอันเป็นที่ตั้ง แห่งความกำหนัดยินดี ไม่อาจจะตั้งจิตเป็นกลางอยู่ได้. ภิกษุ ท .! ภิกษุอย่างนี้ ชื่อว่า ไม่อดทนต่อรูปทั้งหลาย ภิกษุ ท .! ภิกษุ เป็นผู้ไม่อดทนต่อเสียงทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ภิกษุในกรณีนี้ ได้ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ติดใจยินดีในเสียงอันเป็น ที่ตั้งแห่งความกำหนัดยินดี ไม่อาจจะตั้งจิตเป็นกลางอยู่ได้. ภิกษุ ท .! ภิกษุ อย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อเสียงทั้งหลาย. ภิกษุ ท. ! ภิกษุ เป็นผู้ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ภิกษุในกรณีนี้ ได้ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ติดใจยินดีในกลิ่นอันเป็น

น.1788 ที่ตั้งแห่งความกำหนัดยินดี ไม่อาจจะตั้งจิตเป็นกลางอยู่ได้ ภิกษุ ท .! ภิกษุ อย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อกลิ่นทั้งหลาย ภิกษุ ท .! ภิกษุ เป็นผู้ไม่อดทนต่อรสทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ภิกษุในกรณีนี้ ได้ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ติดใจยินดีในรสอันเป็นที่ตั้ง แห่งความกำหนัดยินดี ไม่อาจจะตั้งจิตเป็นกลางอยู่ได้. ภิกษุ ท .! ภิกษุอย่างนี้ ชื่อว่า ไม่อดทนต่อรสทั้งหลาย. ภิกษุ ท .! ภิกษุ เป็นผู้ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย เป็นอย่างไร เล่า ? ภิกษุ ท .! ภิกษุในกรณีนี้ ได้สัมผัสโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ติดใจยินดี ในโผฏฐัพพะอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดยินดี ไม่อาจจะตั้งจิตเป็นกลางอยู่ได้ ภิกษุ ท .! ภิกษุอย่างนี้ชื่อว่า ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะทั้งหลาย. ภิกษุ ท .! ภิกษุ เมื่อประกอบด้วยเหตุห้าอย่างนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ ไม่ควรแก่ของบูชา ไม่ควรแก่ของต้อนรับ ไม่ควรแก่ของทำบุญ ไม่ควรทำอัญชลี ไม่เป็นเนื้อนาบุญของโลกอย่างดีเยี่ยมเลย. เสียขวัญตั้งแต่เห็นผงคลี ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางประเภท เพียงแต่เห็นผงคลี (ฟุ้งขึ้นใน กองทัพข้าศึก) ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะเข้า ต่อต้านสงคราม. นักรบอาชีพบางประเภทในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบ อาชีพประเภทแรก มีอยู่ในโลก หาได้ในโลก .... ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๐, ๑๐๑/๗๕, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.

น.1789 นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพเช่นนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุเพียงแต่เห็น "ผงคลี" ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ ต่อไปได้ เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืน ไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. ข้อว่า "ผงคลี" สำหรับภิกษุนั้นได้แก่อะไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้คือ ภิกษุได้ฟังข่าวว่า สตรี (นาง) หรือกุมารี (นางสาว) ในหมู่บ้านหรือนิคมโน้น รูปสวย เป็นขวัญตา เป็นขวัญใจ มีผิวพรรณและ ทรวดทรงงามยิ่งนัก. ภิกษุนั้น เพียงได้ยินข่าวลือเท่านั้น ก็ระย่อท้อถอย ระทมระทด หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่ เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. ความที่ได้ยินข่าวหญิงงามนี้ ได้ในข้อว่า "เห็นผงคลี" สำหรับภิกษุนั้น. ภิกษุ ท .! เปรียบเหมือนนักรบอาชีพผู้นั้น เพียงแต่เห็น ผงคลี (ฟุ้งขึ้นในกองทัพข้าศึก) ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาดจนสะกดใจ ไม่อยู่ ไม่อาจจะเข้าต่อต้านสงคราม ฉันใด; ภิกษุ ท .! เรากล่าวนักบวชนี้ว่า มีนักรบอาชีพชนิดนั้นเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวชบางคน ในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบอาชีพประเภทแรก มีอยู่ใน หมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุ เสียขวัญตั้งแต่เห็นยอดธงชัยของข้าศึก ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางประเภททนต่อผงคลีได้, แต่พอสักว่าเห็น ยอดธงชัยของข้าศึกเข้าแล้ว ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาดจนสะกด ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๐, ๑๐๒/๗๕.

น.1790 ใจไม่อยู่ ไม่อาจจะเข้าต่อต้านสงคราม. นักรบอาชีพบางประเภทในกรณีนี้ เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทที่สอง มีอยู่ในโลก หาได้ในโลก .... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพเช่นนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุทนต่อ "ผงคลี" ได้, แต่พอสักว่าเห็น “ยอดธงชัยของข้าศึก" เข้าแล้ว ก็ระย่อท้อถอย ระทม ระทด หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ เปิดเผย ถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำ แห่งคฤหัสถ์. ข้อว่า “ยอดธงชัยของข้าศึก" สำหรับภิกษุนั้นได้แก่ อะไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้คือ ภิกษุ ไม่เพียงแต่ได้ยินข่าวดังกล่าวแล้ว, แต่ว่าเธอได้เห็นเองซึ่งสตรีหรือกุมารี รูปสวย เป็นขวัญตาเป็นขวัญใจ มีผิวพรรณ และทรวดทรงงามยิ่งนัก. ภิกษุนั้น ครั้นได้เห็นหญิงงามนั้นแล้ว ก็ระย่อ ท้อถอย ระทมระทด หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ ต่อไปได้ เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับ คืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. ความที่ได้เห็นหญิงงามนี้ ได้ในข้อว่า "เห็นยอดธงชัยของข้าศึก" สำหรับภิกษุนั้น. ภิกษุ ท .! เปรียบเหมือนนักรบ อาชีพประเภทที่ทนต่อผงคลีได้ แต่พอสักว่า เห็นยอดธงชัยของข้าศึกเข้าแล้ว ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะเข้าต่อต้านสงคราม ฉันใด: ภิกษุ ท .! เรากล่าวนักบวชนี้ว่า มีนักรบอาชีพชนิดนั้นเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวชบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบ ด้วยนักรบอาชีพประเภทที่สอง มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุ

น.1791 สียขวัญตั้งแต่ได้ยินเสียงโห่ร้อง ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางประเภททนต่อผงคลีได้, ทนต่อยอดธงชัย ได้, แต่พอสักว่าได้ยินเสียงโห่ร้องของข้าศึกแล้ว ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะเข้าต่อต้านสงคราม. นักรบอาชีพบาง ประเภทในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทที่สาม มีอยู่ในโลก หาได้ ในโลก .... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพเช่นนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุทนต่อ "ผงคลี" ทนต่อ “ยอดธงชัยของข้าศึก" ได้ แต่พอสักว่าได้ยิน "เสียงโห่ร้องของข้าศึก" เข้าแล้ว ก็ระย่อท้อถอย ระทมระทด หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะ สืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. ข้อว่า "เสียงโห่ร้องของข้าศึก" สำหรับภิกษุนั้นได้แก่อะไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้คือ ภิกษุอยู่ป่า หรือ อยู่โคนไม้ หรืออยู่เรือนว่าง, มีมาตุคามเข้าไปชวนระริกซิกซี สรวลเส หัวเราะ เสียงดัง ยั่วเย้า. ภิกษุนั้นถูกมาตุคามชวนระริกซิกซี้ สรวลเส หัวเราะเสียงดัง ยั่วเย้าเข้าแล้ว ก็ระย่อท้อถอย ระทมระทด หวั่นหวาดจนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะ สืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิก สิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์. ความที่ถูกมาตุคามยั่วยวน กวนใจนี้ ได้ในข้อว่า "ได้ยินเสียงโห่ร้องของข้าศึก" สำหรับภิกษุนั้น. ภิกษุ ท .! เปรียบเหมือนนักรบอาชีพประเภทที่ทนต่อผงคลี ทนต่อยอดธงชัยได้ ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๑, ๑๐๓/๗๕.

น.1792 แต่พอสักว่า ได้ยินเสียงโห่ร้องของข้าศึกเข้าแล้ว ก็ขวัญหนี ครั่นคร้าม หวั่นหวาด จนสะกดใจไม่อยู่ ไม่อาจจะเข้าต่อต้านสงคราม ฉันใด; ภิกษุ ท .! เรากล่าว นักบวชนี้ว่า มีนักรบอาชีพชนิดนั้นเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวช บางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบอาชีพประเภทที่สาม มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุ เสียขวัญตั้งแต่พอเริ่มการสัมประหารกัน ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางประเภททนต่อผงคลีได้, ทนต่อยอดธงชัย ได้ ทนต่อเสียงโห่ร้องได้, แต่ว่า พอเริ่มการสัมประหารกันเท่านั้น ก็ยอมแพ้ นักรบอาชีพบางประเภทในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทที่สี่ มีอยู่ ในโลก หาได้ในโลก .... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพเช่นนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุทนต่อ "ผงคลี" ได้ ทนต่อ “ยอดธงชัยของข้าศึก" ได้ และทนต่อ "เสียงโห่ร้อง" ได้ แต่ว่า พอเริ่ม การสัมประหาร ก็ยอมแพ้. ข้อว่า "การสัมประหารกัน" สำหรับภิกษุนั้น ได้แก่อะไรเล่า ? ภิกษุ ท .! ในกรณีนี้คือ ภิกษุอยู่ป่า หรืออยู่โคนไม้ หรือ อยู่เรือนว่าง, มีมาตุคามเข้าไปนั่งเบียดนอนเบียด นั่งทับนอนทับ. เมื่อเธอ ถูกกระทำเช่นนั้น, ไม่ทันจะได้บอกคืนสิกขา ไม่ทันจะเปิดเผยถึงความ เป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา ได้เสพเมถุนแล้ว. ความที่ถูกกระทำเช่นนี้ ได้ในข้อว่า "เริ่มการสัมประหารกัน" สำหรับภิกษุนั้น. ภิกษุ ท .! เปรียบ ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๑, ๑๐๓/๗๕.

น.1793 หมือนนักรบอาชีพประเภทที่อดทนต่อผงคลีได้ ทนต่อยอดธงชัยได้ และทนต่อ เสียงโห่ร้องได้, แต่ว่าได้ยอมแพ้ในขณะสักว่าพอเริ่มการสัมประหารกัน ฉันใด ; ภิกษุ ท .! เรากล่าวนักบวชนี้ว่า มีนักรบอาชีพชนิดนั้นเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวชบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบ อาชีพประเภทที่สี่ มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุ แล. ผู้ตายคาที่ ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางคน ถือดาบและโล่ สอดใส่ธนูและแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว. เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น. พวกข้าศึก ฆ่าเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้นตายไป. ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางคนในกรณีนี้ เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทแรก มีอยู่ในโลก หาได้ในโลก .... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพชนิดนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือนิคม แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่. เวลาเช้า เธอครองจีวร ถือบาตร เข้าไปสู่หมู่บ้านหรือ นิคมนั้น เพื่อบิณฑบาต, ไม่รักษากาย ไม่รักษาวาจา ไม่รักษาจิต, ไม่ตั้ง สติไว้, ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย, เธอเห็นมาตุคามในหมู่บ้านหรือนิคมนั้น นุ่งชั่วห่มชั่ว; เพราะได้เห็นมาตุคามนุ่งชั่วห่มชั่วแล้ว, ราคะก็เสียบแทงจิต ของเธอ. ภิกษุนั้น มีจิตถูกราคะเสียบแทงแล้ว ไม่ทันบอกเลิกสิกขา ไม่ทัน ทำให้แจ้งซึ่งความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา ได้เสพเมถุนแล้ว. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๖, ๑๐๗/๗๖, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.

น.1794 ภิกษุ ท .! เปรียบเหมือนนักรบอาชีพผู้นั้น ถือดาบและโล่ สอดใส่ ธนูและแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว. เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น. พวกข้าศึกฆ่าเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้นตายไป ฉันใด; ภิกษุ ท .! เรากล่าว นักบวชนี้ว่า มีนักรบที่ตายในสนามรบเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวช บางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบอาชีพประเภทแรก มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุ ผู้ตายกลางทาง ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางคน ถือดาบและโล่ สอดใส่ธนูและแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว. เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น. พวกข้าศึก ได้พันแทงเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้น จนมีแผลเต็มตัว. พวกเดียวกันนำเอา ตัวเขาออกไปจากที่รบ เพื่อนำไปส่งหมู่ญาติ. เขาถูกพวกญาตินำกลับไป ยังไม่ ทันถึงสำนักญาติ ก็ตายเสียกลางทาง. ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางคนในกรณี นี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทที่สอง มีอยู่ในโลก หาได้ในโลก.... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพชนิดนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือนิคม แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่. เวลาเช้า เธอครองจีวร ถือบาตร เข้าไปสู่หมู่บ้านหรือ ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๖, ๑๐๘/๗๖.

น.1795 นิคมนั้น เพื่อบิณฑบาต, ไม่รักษากาย ไม่รักษาวาจา ไม่รักษาจิต, ไม่ตั้งสติไว้, ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย, เธอเห็นมาตุคามในหมู่บ้านหรือนิคมนั้น นุ่งชั่วห่มชั่ว; เพราะได้เห็นมาตุคามนุ่งชั่วห่มชั่วแล้ว, ราคะก็เสียบแทงจิตของเธอ ภิกษุนั้น มีจิตถูกราคะเสียบแทงแล้ว เร่าร้อนกาย รุ่มร้อนใจ ได้ความคิดว่า "อย่าเลย เราจักกลับไปสู่อาราม, จักบอกความนี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ตามความในใจของเราว่า ท่านผู้มีอายุ ท .! ข้าพเจ้าถูกราคะแผดเผาแล้ว ถูกราคะครอบงำแล้ว ข้าพเจ้า ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ ข้าพเจ้าต้องเปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อ สิกขา จักบอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์" ดังนี้. ภิกษุนั้น ครั้นกลับไปยังไม่ทันถึงอาราม ก็เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อ สิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์ ณ กลางทาง นั่นเอง. ภิกษุ ท .! เปรียบเหมือนนักรบอาชีพผู้นั้น ถือดาบและโล่ สอดใส่ ธนูและแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว ; เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น. พวกข้าศึกฟันแทงเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้น จนมีแผลเต็มตัว. พวกเดียวกัน นำเอาตัวเขาออกไปจากที่รบ เพื่อนำไปส่งหมู่ญาติ. เขาถูกพวกญาตินำกลับไป ยังไม่ทันถึงสำนักญาติ ก็ตายเสีย ณ กลางทางนั่นเอง ฉันใด; ภิกษุ ท .! เรา กล่าวนักบวชนี้ว่า มีนักรบสิ้นชีพกลางทางเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวชบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบอาชีพ ประเภทที่สอง มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุ

น.1796 ผู้ตายที่บ้าน ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางคน ถือดาบและโล่ สอดใส่ธนูและแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว. เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น. พวกข้าศึก ฟันแทงเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้น จนมีแผลเต็มตัว. พวกเดียวกันนำเอาตัวเขา ออกไปจากที่รบ เพื่อนำไปส่งหมู่ญาติ พวกญาติช่วยกันพยาบาลแก้ไขเขา. เมื่อ พวกญาติพยาบาลแก้ไขอยู่ ก็ยังตายเพราะความเจ็บนั้นจนได้. ภิกษุ ท .! นักรบ อาชีพบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทที่สาม มีอยู่ในโลก หาได้ในโลก.... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพชนิดนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้คือ ภิกษุเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือนิคม แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่. เวลาเช้า เธอครองจีวร ถือบาตร เข้าไปสู่หมู่บ้าน หรือนิคมนั้น เพื่อบิณฑบาต, ไม่รักษากาย ไม่รักษาวาจา ไม่รักษาจิต, ไม่ตั้ง สติไว้, ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย, เธอเห็นมาตุคามในหมู่บ้านหรือนิคมนั้น นุ่งชั่วห่มชั่ว; เพราะได้เห็นมาตุคามนุ่งชั่วห่มชั่วแล้ว, ราคะก็เสียบแทงจิตของ เธอ. ภิกษุนั้นมีจิตถูกราคะเสียบแทงแล้ว ก็เร่าร้อนกาย รุ่มร้อนใจ ได้ความคิดว่า "อย่าเลย เราจักกลับไปสู่อาราม จักบอกความนี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ตามความในใจของเราว่า ท่านผู้มีอายุ ท .! ข้าพเจ้าถูกราคะแผดเผาแล้ว ถูกราคะครอบงำแล้ว ข้าพเจ้าไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ ข้าพเจ้าต้อง เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา จักบอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืน ไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์" ดังนี้. ภิกษุนั้น ไปถึงอารามแล้วบอกความนั้นแก่ภิกษุ ทั้งหลายว่า "ท่านผู้มีอายุ ท .! ข้าพเจ้าถูกราคะแผดเผาแล้ว ถูกราคะครอบงำแล้ว ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๖, ๑๐๙/๗๖.

น.1797 ข้าพเจ้าไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ ข้าพเจ้าต้องเปิดเผยถึงความเป็นผู้หมด กำลังใจต่อสิกขา จักบอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์" ดังนี้. เพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ตักเตือนให้สติเธอ พร่ำชี้ช่อง ให้เธอกลับใจว่า "นี่แน่ะท่านผู้มีอายุ! พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสแล้วว่า ‘กามทั้งหลายมีรสอร่อยน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นใจมาก โทษเพราะ กามนี้มีมากเกินประมาณ. กามทั้งหลายเปรียบด้วยท่อนกระดูก, เปรียบด้วย ชิ้นเนื้อ, เปรียบด้วยคบเพลิงหญ้า, เปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง, เปรียบ ด้วยความฝัน, เปรียบด้วยของที่ยืมเขามา, เปรียบด้วยผลไม้, เปรียบด้วย เขียงสับเนื้อ, เปรียบด้วยหอกและหลาว, เปรียบด้วยหัวงูพิษ ; เพราะกาม ทั้งหลายเหล่านั้น ๆ มีรสอร่อยน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นใจมาก โทษเพราะกามนี้มีมากเกินประมาณ’ ดังนี้. ขอท่านผู้มีอายุ จงยินดีในพรหม- จรรย์, ผู้มีอายุ อย่าแสดงความท้อแท้ต่อสิกขา แล้วบอกเลิกสิกขา หมุน กลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์เสียเลย". ภิกษุนั้น ทั้ง ๆ ที่เพื่อนผู้ประพฤติ พรหมจรรย์ด้วยกัน ตักเตือนให้สติอย่างนี้ ชี้ช่องให้มองเห็น แล้วกลับใจเสีย อย่างนี้ ก็ยังยืนกรานอยู่ว่า "ท่านผู้มีอายุ ท .! ถึงแม้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ ตรัสแล้วว่า กามทั้งหลายมีรสอร่อยน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นใจมาก โทษเพราะกามนี้มีมากเกินประมาณ ก็จริงอยู่แล, แต่ถึงกระนั้น ข้าพเจ้าก็ ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ ข้าพเจ้าต้องเปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจ ต่อสิกขา จักบอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์ละ" ดังนี้. ภิกษุนั้นได้เปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับ คืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์ เสียจนได้. ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนนักรบอาชีพผู้นั้น ถือดาบและโล่ สอดใส่ธนู และแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว; เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น.

น.1798 พวกข้าศึกฟันแทงเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้น จนมีแผลเต็มตัว. พวกเดียวกัน นำเอาตัวเขาออกไปจากที่รบ เพื่อนำไปส่งหมู่ญาติ พวกญาติช่วยกันพยาบาล แก้ไขเขา. เขาถูกพวกญาติพยาบาลแก้ไขอยู่ ก็ยังตายเพราะความเจ็บนั้นจนได้ ฉันใด; ภิกษุ ท .! เรากล่าวนักบวชนี้ว่า มีนักรบอาชีพชนิดที่สิ้นชีพที่ บ้านญาติเป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นักบวชบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบอาชีพ ประเภทที่สาม มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ ในหมู่ภิกษุ ผู้รอดตาย ๑ ภิกษุ ท .! นักรบอาชีพบางคน ถือดาบและโล่ สอดใส่ธนู และแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว. เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น พวกข้าศึก ฟันแทงเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้น จนมีบาดแผลเต็มตัว. พวกเดียวกันนำเอา ตัวเขาออกไปจากที่รบ เพื่อนำไปส่งหมู่ญาติ. พวกญาติช่วยกันพยาบาลแก้ไขเขา. เขาถูกพวกญาติพยาบาลแก้ไขแล้ว ก็หายจากความเจ็บนั้น. ภิกษุ ท .! นักรบ อาชีพบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักรบอาชีพประเภทที่สี่ มีอยู่ในโลก หาได้ในโลก.... ภิกษุ ท .! นักบวชเปรียบด้วยนักรบอาชีพชนิดนี้ ก็มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ภิกษุเหมือนกัน. ในกรณีนี้ คือภิกษุเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือนิคม แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่. เวลาเช้า เธอครองจีวร ถือบาตร เข้าไปสู่หมู่บ้านหรือ นิคมนั้นเพื่อบิณฑบาต, ไม่รักษากาย ไม่รักษาวาจา ไม่รักษาจิต, ไม่ตั้งสติไว้. ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย, เธอเห็นมาตุคามในหมู่บ้านหรือนิคมนั้น นุ่งชั่วห่มชั่ว; ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๐๗, ๑๑๑/๗๖.

น.1799 พราะได้เห็นมาตุคามนุ่งชั่วห่มชั่วแล้ว, ราคะก็เสียบแทงจิตของเธอ. ภิกษุนั้น มีจิตถูกราคะเสียบแทงแล้ว ก็เร่าร้อนกาย รุ่มร้อนใจ ได้ความคิดว่า "อย่าเลย เราจักกลับไปสู่อาราม จักบอกความนี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ตามความในใจของเราว่า ท่านผู้มีอายุ ท .! ข้าพเจ้าถูกราคะแผดเผาแล้ว ถูกราคะครอบงำแล้ว ข้าพเจ้า ไม่อาจจะสืบพรหมจรรย์ต่อไปได้ ข้าพเจ้าต้องเปิดเผยถึงความเป็นผู้หมด กำลังใจต่อสิกขา จักบอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์" ดังนี้. ภิกษุนั้น ไปถึงอารามแล้ว บอกความนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายว่า "ท่านผู้มีอายุ ท. ! ข้าพเจ้าถูกราคะแผดเผาแล้ว ถูกราคะครอบงำแล้ว ข้าพเจ้าไม่อาจจะสืบ พรหมจรรย์ต่อไปได้ ข้าพเจ้าต้องเปิดเผยถึงความเป็นผู้หมดกำลังใจต่อสิกขา จักบอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์" ดังนี้. เพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ตักเตือนให้สติเธอ พร่ำชี้ช่อง ให้เธอกลับใจว่า "นี่แน่ะท่านผู้มีอายุ ! พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสแล้วว่า ถาม ทั้งหลาย มีรสอร่อยน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นใจมาก โทษเพราะกามนี้ มีมากเกินประมาณ. กามทั้งหลายเปรียบด้วยท่อนกระดูก, เปรียบด้วยชิ้นเนื้อ, เปรียบด้วยคบเพลิงหญ้า, เปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง, เปรียบด้วยความฝัน, เปรียบด้วยของที่ยืมเขามา เปรียบด้วยผลไม้ เปรียบด้วยเขียงสับเนื้อ, เปรียบด้วยหอกและหลาว เปรียบด้วยหัวงูพิษ; เพราะกามทั้งหลายเหล่านั้น ๆ มีรสอร่อยน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นใจมาก โทษเพราะกามนี้มีมาก เกินประมาณ' ดังนี้. ขอท่านผู้มีอายุ จงยินดีในพรหมจรรย์, ผู้มีอายุอย่าแสดง ความท้อแท้ต่อสิกขา บอกเลิกสิกขา หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์เสียเลย" ภิกษุนั้น อันเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ตักเตือนให้สติอย่างนี้ ชี้ช่องให้มองเห็นแล้วกลับใจเสียอย่างนี้ ก็ตัดสินใจให้ความยินยอมว่า "ท่านผู้มีอายุ ท.! ถ้าอย่างนั้น ข้าพเจ้าจักอุตสาหะ จักดำรงพรหมจรรย์ไว้ จักยินดี

น.1800 ในพรหมจรรย์. ท่านผู้มีอายุ ท. ! บัดนี้ ข้าพเจ้าจักไม่แสดงความ ท้อแท้ต่อสิกขา ไม่บอกเลิกสิกขา ไม่หมุนกลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่ง คฤหัสถ์ละ" ; ดังนี้. ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนนักรบอาชีพผู้นั้น ถือดาบและโล่ สอดใส่ธนู และแล่ง เข้าสู่สงครามอันประชิดแล้ว ; เขาอุตสาหะพยายามในการสู้รบนั้น. พวกข้าศึกฟันแทงเขาผู้อุตสาหะพยายามอยู่นั้น จนมีบาดแผลเต็มตัว. พวกเดียว กัน นำเอาตัวเขาออกไปจากที่รบ เพื่อนำไปส่งหมู่ญาติ. พวกญาติช่วยกัน พยาบาลแก้ไขเขา. เขาถูกพวกญาติพยาบาลแก้ไขแล้ว ก็หายจากความเจ็บ นั้นได้ ฉันใด; ภิกษุ ท .! เรากล่าวนักบวชนี้ว่า มีนักรบอาชีพที่รอดตาย เป็นคู่เปรียบ ฉันนั้น ภิกษุ ท .! นักบวชบางคนในกรณีนี้เป็นเช่นนี้ เป็นนักบวชที่เปรียบด้วยนักรบอาชีพ ประเภทที่สี่ มีอยู่ในหมู่ภิกษุ หาได้ในหมู่ ภิกษุ แล. ผู้นอกรีต - เลยเถิด ๑ ภิกษุ ท.! ภิกษุที่ทำตนเป็นพระประจำสกุล เมื่อประกอบด้วยการ กระทำห้าอย่าง ย่อมทำให้สกุลทั้งหลายหมดความรัก หมดความพอใจ คือ:- (๑)วางท่าเป็นกันเอง กับคนที่ยังไม่ถึงขนาดเป็นกันเอง (๒)ทำต้นเป็นเจ้ากี้เจ้าการ ในสิ่งที่ไม่ได้รับอำนาจมอบหมาย ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๕๔/๑๑๑ ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

น.1801 (๓) คบคนฝ่ายปฏิปักษ์. (๔) ชอบพูดกระซิบที่หู. (๕) ขอมากเกินไป. ภิกษุ ท .! ภิกษุที่ทำตนเป็นพระประจำสกุล เมื่อประกอบด้วยการ กระทำห้าอย่างนี้ ย่อมทำให้สกุลทั้งหลายหมดความรัก หมดความพอใจ ไม่เคารพ และไม่ตั้งไว้ในภาวะที่ควร แล. ผู้ชะล่าใจ ๑ ภิกษุ ท .! ภิกษุที่ประกอบด้วยเหตุห้าอย่าง ย่อมเป็นผู้ทำให้เกิดการ รังเกียจ กินแหนงแคลงใจ แก่เพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกัน ว่า คงจะเป็น ภิกษุลามก, ถึงแม้ว่าผู้นั้น จะเป็นผู้มีธรรมอันไม่กลับกำเริบ (คือเป็นผู้สิ้นอาสวะ แล้ว) ก็ตาม. เหตุห้าอย่าง อะไรกันเล่า? เหตุห้าอย่างคือ :- (๑) ไปมาหาสู่สำนักหญิงแพศยาเนือง ๆ. (๒) ไปมาหาสู่สำนักหญิงหม้ายเนื่อง ๆ. (๓) ไปมาหาสู่สำนักสาวแก่เนือง ๆ. (๔) ไปมาหาสู่สำนักคนถูกตอนแล้ว ๒ เนื่อง ๆ. (๕) ไปมาหาสู่สำนักภิกษุณีเนือง ๆ. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๔๔/๑๐๒, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย. ๒. ศัพท์นี้ว่า ปณฺฑก แปลว่า คนที่ถูกตอนแล้ว มีทั้งหญิงทั้งชาย, เข้าใจว่า ในยุคพุทธกาล ในอินเดียนั้น คนพวกนี้เป็นเครื่องมือกามารมณ์ชนิดหนึ่งด้วย. แต่บางท่านแปลคำคำนี้ว่า กะเทย,

น.1802 ภิกษุ ท .! ภิกษุที่ประกอบด้วยเหตุห้าอย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้ทำให้ เกิดการรังเกียจ กินแหนงแคลงใจ แก่เพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกันว่า คงจะเป็นภิกษุลามก, ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้มีธรรมอันไม่กลับกำเริบ (คือเป็นผู้ สิ้นอาสวะแล้ว) ก็ตาม. ผู้ชอบเข้าบ้าน ๑ ภิกษุ ท .! โทษห้าอย่างเหล่านี้ เป็นโทษฺแห่งภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุลเป็น ปรกติ. ห้าอย่างอะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ :- (๑) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะเที่ยวไปไม่บอกลา. (๒) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะนั่งร่วมกับผู้หญิงในที่ลับหู. (๓) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะนั่งร่วมกับผู้หญิงในที่กำบัง (๔) เธอ ย่อมจะต้องอาบัติ เพราะแสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕-๖ คำ. (๕) เธอ ย่อมจะมากไปด้วยความคิดที่หนักไปในทางกาม. ภิกษุ ท .! โทษห้าอย่างเหล่านี้แล เป็นโทษแห่งภิกษุผู้เข้าไปสู่สกุล เป็นปรกติ. น่าแปลกอยู่. พิจารณาดูแล้ว น่าจะได้แก่คนเพศเดียวกัน แต่ทำตนเป็นเหมือนเพศตรงข้ามให้แก่ผู้อื่น มากกว่า. นักศึกษาชาวตะวันตก แปลคำคำนี้ว่า คนถูกตอน, ดู ๆ ก็ยังเข้าใจยากอยู่นั่นเอง. ถ้าจะ แปลว่า คนคนเดียวที่ทำหน้าที่ได้ทั้งสองเพศ ก็ยังมีคำบาลีคำอื่นอีกคำหนึ่ง คือคำว่า "อุภโตพยัญชนกะ" ใช้อยู่ ; จึงเป็นปัญหาที่ต้องทิ้งไว้สำหรับการสอบสวนต่อไป. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๘๗/๒๒๕.

น.1803 ผู้ชอบคลุกคลีกับชาวบ้าน ๑ ภิกษุ ท .! โทษห้าอย่างเหล่านี้ เป็นโทษแห่งภิกษุ ผู้เข้าไปสู่สกุล แล้วคลุกคลีอยู่ในสกุลจนเกินเวลาอันสมควร. โทษห้าอย่าง อะไรกันเล่า ? ห้าอย่าง คือ :- (๑) เธอ ย่อมได้เห็นมาตุคามเนื่อง ๆ. (๒) เมื่อมีการเห็น ความใกล้ชิดทางกายก็มีขึ้น. (๓) เมื่อมีความใกล้ชิดทางกาย ความสนิทสนมเป็นกันเอง ก็มีขึ้น. (๔) เมื่อมีความสนิทสนมเป็นกันเองแล้ว โอกาสก็มีขึ้น. (๕) เมื่อภิกษุมีจิตตกต่ำแล้ว เป็นอันหวังผลเหล่านี้ได้คือ เธอจะ ต้องทนประพฤติพรหมจรรย์ อันเต็มไปด้วยอาบัติที่เศร้าหมอง หรือมิฉะนั้น ก็จักต้องบอกคืนสิกขา (สึก) หมุนกลับไปสู่เพศต่ำ แห่งคฤหัสถ์เป็นแท้. ภิกษุ ท .! โทษห้าอย่างเหล่านี้แล เป็นโทษแห่งภิกษุ ผู้เข้าไปสู่สกุล แล้วคลุกคลีอยู่ในสกุลจนเกินเวลาอันสมควร. หมวดที่สอง จบ. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๘๗/๒๒๖, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.

น.1804 ผู้ชี้ขุมทรัพย์ ! น เต อหํ อานนฺท ตถา ปรกฺกมิสฺสามิ อานนท์ ! เราไม่พยายามทำกะพวกเธอ อย่างทะนุถนอม ยถา กุมฺภกาโร อามเก อามกมตฺเต เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อ ที่ยังเปียก ยังดิบอยู่ นิคฺคยฺหนิคฺคยฺหาหํ อานนฺท วกฺขามิ อานนท์ ! เราจักขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด ปวยฺหปวยฺหาหํ อานนฺท วกฺ ขามิ อานนท์ ! เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก ไม่มีหยุด โย สาโร, โส ฐสฺสติ ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้. (มหาสุญฺญตสุตฺต อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๕/๓๕๖) นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช คนเรา ควรมองผู้มีปัญญาใด ๆ ที่คอยชี้โทษ คอยกล่าว คำขนาบอยู่เสมอไป ว่าคนนั้นแหละ คือผู้ชี้ขุมทรัพย์ละ, ควรคบบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น, ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย เมื่อคบหากับบัณฑิตชนิดนั้นอยู่ ย่อมมีแต่ดีท่าเดียว ไม่มีเลวเลย. (ปณฺฑิตวคฺค ธ. ขุ. ๒๕/๒๕/๑๖) ๕๑

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต