Buddhadasa.org

เริ่มงาน พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ — คำนำลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๗

พุทธประวัติแนวที่สาม ไม่เอาปาฏิหาริย์ ไม่เอาตำนาน เอาเฉพาะที่พระองค์ตรัสเล่าเอง

คำนำของเล่มลงชื่อ อ.ป. เปรียญ และ น.ธ. เอก. ไชยา กำกับวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๗ เป็นหลักฐานว่างานร้อยกรองเล่มนี้เดินมาถึงขั้นเขียนคำนำแล้วในปีนั้น

คำนำเมื่อพิมพ์ครั้งที่สองเล่ามูลเหตุที่จะเกิดมีหนังสือเล่มนี้ขึ้นไว้ละเอียด ตอนแรกท่านไม่ได้ตั้งใจทำพุทธประวัติเลย ท่านกำลังค้นพระไตรปิฎกหาร่องรอยการปฏิบัติธรรมสำหรับงานตามรอยพระอรหันต์ แล้วพบว่ามีพระพุทธภาษิตที่ตรัสเล่าเรื่องของพระองค์เองแทรกอยู่ทั่วไป ที่นั่นบ้างที่นี่บ้าง เลยกลายเป็นของที่ยังเร้นลับ จึงตั้งใจใหม่ว่าจะเก็บเฉพาะที่เป็นพระพุทธภาษิตล้วน ตัดคำของพระสังคีติกาจารย์ออก

วิธีทำงานคือ ต้องทำการสำรวจพระไตรปิฎกผ่านไปทีละหน้าทุก ๆ หน้า ด้วยความระมัดระวัง แล้วนำมาเรียงว่าเรื่องใดเกิดก่อนเกิดหลัง ท่านบันทึกไว้เองว่า เรื่องจึงต้องใช้เวลาแรมปี

ข้อถกเถียงที่เล่มนี้วางไว้คือ พุทธประวัติเขียนได้อย่างน้อยสามแนว แนวที่หนึ่งมุ่งชักชวนให้เลื่อมใสจึงหนักไปทางปาฏิหาริย์ อย่างปฐมสมโพธิและลลิตวิสตระ แนวที่สองมุ่งตำนานและประวัติศาสตร์ อย่างพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส หรือ Life of Buddha ของ E. J. Thomas ส่วนเล่มนี้เป็น แนวที่สาม มุ่งแสดงธรรมล้วน ให้เห็นข้อธรรมปรากฏชัดในทุกอากัปกิริยาของพระองค์ ท่านเรียกงานตัวเองว่าพุทธประวัติแห่งการปฏิบัติธรรม

ท่านกล้ายืนยันจุดหนึ่งไว้ ว่ายังไม่เคยมีพุทธประวัติเล่มใดนำตอนที่เป็นการค้นคว้าทดลองก่อนตรัสรู้มาแสดงครบถ้วนเท่าเล่มนี้ หัวข้ออย่าง การทรงกำหนดสมาธินิมิตก่อนตรัสรู้ และ การทรงทำลายความขลาดก่อนตรัสรู้ เป็นที่สบใจของเพื่อนนักปฏิบัติจนใช้เป็นคู่มือ

ส่วนตอนที่ออกไปทางปาฏิหาริย์ เช่นการอยู่ชั้นดุสิตและการประสูติ ท่านชี้ว่ามีเพียง ๗-๘ หน้าจาก ๓๕๗ หน้า และอธิบายเป็นธรรมาธิษฐานได้ เช่นการเดินเจ็ดก้าวหมายถึงข้อปฏิบัติเจ็ดขั้น หรือชนบทใหญ่เจ็ดแห่งที่เสด็จไปประกาศคำสอน

กำลังโหลดรายละเอียด…