แสดงธรรม ศาสนาคือโรงพยาบาลของโลก ที่โรงพยาบาลสงฆ์
๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ ในโอกาสเปิดตึกสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ — โรคทางกายมีโรงพยาบาล โรคทางใจมีศาสนา
คำบรรยายนี้เอ่ยถึงสถานที่แสดงเอาไว้ในเนื้อเลย ตอนที่ท่านเทียบว่าคนมีปัญหาเฉพาะหน้าสองทางคือทางกายและทางใจ ท่านว่า ในทางกายเราก็มีโรงพยาบาลอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ เช่นโรงพยาบาลสงฆ์ในที่นี้ เป็นที่บำบัด ส่วนทางภายในเป็นโรคที่ร้ายกาจและเป็นกันอยู่เป็นประจำไม่มีระยะว่างเว้น เราจะมีโรงพยาบาลภายในคือพระศาสนาเป็นเครื่องกำจัดบำบัดรักษาให้สูญสิ้นไป
อุปมาทั้งเรื่องจึงวางอยู่บนคู่เทียบเดียว คือ ศาสนาคือโรงพยาบาลของโลก และธรรมะคือโอสถสำหรับโลก ซึ่งเป็นชื่อของสองกัณฑ์ที่พิมพ์รวมอยู่ในเล่มเดียวกัน
ข้อวินิจฉัยที่ท่านวางไว้คือ ปัญหายุ่งยากในโลกมีมากขึ้นเพราะคนเป็นมนุษย์น้อยลง การแก้ไขทุกอย่างจึงอยู่ที่การแก้คนให้เป็นมนุษย์ และคนเป็นมนุษย์ได้ด้วยการมีคติธรรมประจำใจว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นโดยความเป็นตัวกู-ของกู
ท่านยังตั้งคำถามแบบที่ผู้ฟังในโรงพยาบาลย่อมสะดุด ว่าคนเราเกิดมาทำไม อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ในชั่วชีวิตนี้ (ท่านกำกับคำอังกฤษไว้ว่า Summum Bonum) แล้วตอบว่าสิ่งนั้นคือความไม่มีทุกข์ทรมานทางจิตใจ นอกนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบหรืออุปกรณ์
ฉบับที่หอจดหมายเหตุเก็บไว้พิมพ์เมื่อ ๒๕๐๗ โดยสำนักงานเสงี่ยมวุฒิวัยทนายความ และหน้าคำนำเล่าว่าเป็นการพิมพ์ซ้ำเพราะ แผนกวิชาจิตวิทยา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดย ดร. สุรางค์ โค้วตระกูล แนะให้นิสิตอ่านประกอบวิชาสุขวิทยาทางจิต แล้วหนังสือที่พิมพ์ไว้หมดลง — เป็นตัวอย่างว่างานธรรมของท่านเข้าไปอยู่ในหลักสูตรมหาวิทยาลัยได้อย่างไร
ข้อจำกัดของหลักฐาน: ตัวเล่ม (พิมพ์ ๒๕๐๗) ยืนยันสถานที่แสดง แต่ไม่ได้ระบุปีและวันที่ วัน ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ และโอกาสเปิดตึกสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ มาจากปฏิทินชีวิต ๘๐ ปี
กำลังโหลดรายละเอียด…
Buddhadasa