Buddhadasa.org

สวรรค์นั่นแหละคือนรก ! ตอนที่ ๔ — หยุดความอยาก คืออยู่เหนือเวลา

สวรรค์นั่นแหละคือนรก ! — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — สวรรค์นั่นแหละคือนรก ! (๔ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.24 ๒๐ หรือไม่มีความอยากอยู่ในจิตใจ ให้จิตใจสงบรำงับปราศจาก ความอยาก เวลาจึงจะทำอะไรไม่ได้ : จะตื่นอยู่ก็ตาม จะหลับ อยู่ก็ตาม ถ้าปราศจากความอยากแล้ว ก็ย่อมจะเอาชนะเวลาได้. สิ่งที่จะต้องพินิจพิจารณาศึกษาให้มากที่สุด จึงอยู่ที่การเอาชนะ ความอยากนั่นเอง. เมื่อเป็นดังนี้ ท่านจะเห็นได้ทันทีทีเดียวว่า ใจความ สำคัญทั้งหมดของพุทธศาสนาเรา ก็คือเรื่องเอาชนะเวลาให้ได้ นั่นเอง. เพราะว่าคำสอนในพระพุทธศาสนาทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ ล้วนแต่เป็นไปเพื่อเอาชนะความอยากคือตัณหา หรือกิเลส ตัณหา อุปทานเสียให้ได้ จะต้องเอาชนะกรรมเสียให้ได้ ทั้งหมด ทุกอย่างทุกประการ ; จึงจะเรียกว่าชนะเวลา. การเอาชนะกิเลส ตัณหานั้น เห็นอยู่ชัดทีเดียวว่า มันขึ้นอยู่กับเวลาโดยตรง และถึงการเอาชนะกรรมก็เหมือนกัน ถ้าเราไม่อยากอะไรเลยกรรมก็หมดไป เวลาก็หมดไป กรรมเก่า ก็ไม่มี กรรมใหม่ก็ไม่มี, ชาตินี้ก็ไม่มี ชาติหน้าก็ไม่มี, กรรมทั้งหลายหมดสิ้นไป เพราะการยกเลิกของเวลา ซึ่งยกเลิก ได้ด้วยอำนาจที่กำจัดความอยากเสียได้, กำจัดความยึดมั่น ถือมั่นว่าตัวตน ว่าของตนเสียได้, ไม่มีความอยากสิ่งใดเป็น ตัวตน หรือเป็นของของตน ดังนี้. นี้คือใจความของ

น.25 ทั้งหมด ซึ่งถ้านำเข้าเทียบในทางที่เกี่ยวกับ เวลาแล้ว ก็พูดได้เหมือนกันว่าพุทธศาสนาสอนให้เราเอาชนะ เวลาให้ได้ โดยประการทั้งปวง. ถ้าเราไม่อยากพูดอย่างอื่น หรือว่าเราอยากจะพูด อย่างนักคำนวณทางคณิตศาสตร์ หรือจะพูดอย่างนัก วิทยาศาสตร์ หรืออะไรก็สุดแท้ เราก็ยังอาจจะพูดได้ว่า เอาชนะ เวลาให้ได้เท่านั้น ก็เป็นอันหมดเรื่องของพระพุทธศาสนา. ทีนี้คนพวกอื่นอาจจะงง เพราะว่าคนพวกอื่น ลัทธิอื่น หรือว่าศาสนาอื่นนั้น อาจจะไม่เคยคิดว่าเราจะ เอาชนะเวลาได้ ; หรือเคยสอนกันว่าให้เอาชนะเวลา มีแต่ ให้กลัวเวลาอยู่ด้วยกันทั้งนั้น. นี่แหละคือข้อที่พระพุทธ- ศาสนาไปได้ไกล ไปได้สูงกว่าศาสนาเป็นอันมากในโลกนี้. เพราะว่าสอนว่าให้เอาชนะเวลาให้ได้ กำจัดเวลาเสียให้หมด อำนาจ และตัวเองเป็นผู้กินเวลา ไม่ใช่เวลากินตัวเรา. ลองคิดดูเถิดว่าจะเป็นความดี วิเศษ สูงสุดสักเท่าไร ถ้าเรามีอำนาจอยู่เหนือเวลา. เราควรจะขอบคุณพระศาสนา ของพระพุทธเจ้าสักเท่าไร ที่สอนให้เราเป็นอย่างนี้ได้. หวังว่าท่านทั้งหลายทั้งปวง จะได้นำเอาเรื่องนี้ไป พินิจพิจารณา ในฐานะเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องทั้งหมดของ

น.26 ให้สมกับว่า วันนี้เป็นวันปีใหม่ มาฟัง เทศน์กันทีหนึ่ง. ปีหนึ่งฟังเทศน์ครั้งเดียวก็ยังดี. ขอให้ คิดดูใหม่ คำนวณดูใหม่ ว่าปีหนึ่งฟังเทศน์ครั้งเดียวก็ยังดี. เป็นเวลาตั้งปี ฟังเทศน์ครั้งเดียวก็ยังดี ถ้าหากว่าฟังแล้วเข้าใจ ; ถ้าหากว่าสามารถที่จะให้ปีใหม่นี้ ผิดแผกไปจากปีเก่าได้โดย ความที่มีความทุกข์น้อยลงนั่นเอง ; หรือกล่าวโดยสำนวน โวหารก็ว่า เราชนะเวลา วัน คืน เดือนปีนี้ ได้มากขึ้นทุกที ยิ่งกว่าปีที่แล้วมา. ปีเก่า ๆ ที่แล้วมาเราแพ้มันเท่าไร แต่ปีต่อไปเราจะ ชนะเวลามากขึ้น ๆ ทุกปี. นี่แหละคือความสุขปีใหม่ที่ แท้จริง ไม่ใช่ลม ๆ แล้ง ๆ อย่างที่เขียนกันในบัตรส่ง ความสุขปีใหม่ให้เปลืองสตางค์ ให้เปลืองแสตมป์ และให้ เปลืองเวลา ทั้งเป็นการพ่ายแพ้แก่เวลามากยิ่งขึ้นไปอีก. หวังว่าท่านทั้งหลายจะได้ฟังด้วยความตั้งใจคิด ตั้งใจ นึกให้เข้าใจในวิธี ที่เราจะเอาชนะเวลาให้ได้ โดยนัยดังที่ แสดงมา. มองดูที่ตัวเอง แล้วให้รู้จักตามที่เป็นจริงว่ามัน ซ้ำซากเหลือเกินแล้ว มันควรจะลืมหูลืมตากันเสียทีว่าคนเรา ขึ้นสวรรค์ หรือลงนรกในชาติหนึ่ง ๆ นี้ มากมายนับครั้ง

น.27 ๒๓ ไม่ไหว. ฟังดูให้ดี ขณะนี้กำลังบอกแก่ท่านทั้งหลายว่าเกิดมา ชาติหนึ่งนี้ ได้ตกนรกและได้ขึ้นสวรรค์นับครั้งไม่ไหว : คราวใดร้อนใจอยู่ด้วยอำนาจของเวลา คราวนั้นก็ตกนรก ; คราวใดสบายใจอยู่ด้วยอำนาจของเวลา คราวนั้นก็ขึ้น สวรรค์ วันหนึ่งก็ตกนรกตั้งหลายหน ขึ้นสวรรค์ก็หลายหน ; เดือนหนึ่งก็ยิ่งตกนรกหลายสิบหน ขึ้นสวรรค์ตั้งหลายสิบหน ; ปีหนึ่งหรือหลาย ๆ ปี มันก็ยิ่งมีการตกนรกหลายพันครั้ง หลายหมื่นครั้ง หลายแสนครั้ง และก็ขึ้นสวรรค์หลายหมื่นครั้ง หลายแสนครั้งเช่นเดียวกัน. ทำไมจึงมัวหลับหูหลับตา ไม่รู้จัก ว่านรก สวรรค์ อยู่ที่ตรงไหนกันเสียเลยเล่า ? ถ้าได้มองเห็น สิ่งเหล่านี้อย่างถูกต้องแล้ว ไม่นานเลยก็จะรู้เท่าทันเวลา ไม่ หลงใหลขึ้นสวรรค์ของเวลา ไม่เผลอตกนรกของเวลา. คนที่ไม่ขึ้นสวรรค์ ไม่ตกนรกของเวลาอีกต่อไป นั่นแหละจึงจะเอาตัวรอดได้ เดี๋ยวนี้ความโง่มีมาก ถึงกับไป คิดว่าตายแล้วจึงจะตกนรกหรือจะขึ้นสวรรค์ ; ให้เขาจับใส่โลง เผาไฟไหม้หมดแล้วจึงจะไปลงนรกหรือไปขึ้นสวรรค์ ; ไม่รู้ เลยว่าวันหนึ่ง ๆ ก็ตกนรก หรือขึ้นสวรรค์อยู่ตั้งหลาย ๆ ครั้ง แล้ว ทำไมจึงโง่มากถึงอย่างนั้น แล้ว ทำไมจึงได้ทะเยอ

น.28 ๒๔ ทะยานว่าจะได้ความสุขปีใหม่มากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่ได้ ๆ อยู่แล้ว มีอยู่แล้วก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร. นี่แหละคือคน ที่ตาบอดหูหนวก ตามวิสัยของปุถุชน ที่เรียกว่าอยู่ในโลกนี้ แต่มองไม่เห็นโลกเลย. เหมือน ไส้เดือนสกปรกจมอยู่ในดิน ดำอยู่ในดินก็หาเห็นดินไม่. เหมือน หนอนอุจจาระที่อยู่ในหลุมส้วม ก็หาได้เห็นอุจจาระนั้นไม่. แม้ที่สุดแต่ว่าฝูงปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ ตาของมันก็หาได้เห็นน้ำไม่. และนกที่บินอยู่บนฟ้าในอากาศ ก็หาได้เห็นฟ้าไม่ นี่เพราะไม่ มีความรู้. นี้เรียกว่า แม้ว่าจะได้จมแช่อยู่กับสิ่งใดแต่ก็หาได้เห็น หรือได้รู้จักสิ่งนั้น ๆ ไม่ แล้วจะไปรู้เรื่องของเวลาได้อย่างไรกัน. ในที่สุดก็จะมัวหลับหูหลับตาจมอยู่ในดินเหมือนไส้เดือน หรือ ว่าจมอยู่ในคูณ เหมือนหนอนทั้งหลาย ด้วยเหตุที่อารมณ์ อันเป็นเหยื่อในโลกนี้มันล่อใจ ให้หลงติดอยู่ในเหยื่อไม่มีวัน เสื่อมคลาย เป็นไปตามอำนาจของเวลาไม่มีที่สิ้นสุด อยู่ด้วย กันอย่างนี้. คิดดูเถิด มันน่าหัวเราะสักเท่าไร น่าสงสารสักเท่าไร ถ้าคนเหล่านี้จะมาเผยอปากพูดว่า เราได้รับความสุขปีใหม่.

น.29 ๒๕ มันใหม่ที่ตรงไหน ? มันใหม่ตามแบบตามประสาของคน หูหนวกตาบอดใช่หรือไม่ ? ในที่สุดก็จะสงสารตัวเองขึ้นมาบ้าง สมเพช เวทนาสงสารตัวเองนั้นแหละ เขาเรียก ความไม่ประมาท จงได้รู้จักความไม่ประมาทกันในลักษณะ เช่นนี้เถิด จะได้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น คือมีจิตใจสูงขึ้น ๆ เหนือการครอบงำของเวลา เป็นผู้ที่หลุดพ้นจากอำนาจของ เวลาได้ ในโอกาสข้างหน้าไม่วันหนึ่งก็วันใด โดยไม่ต้อง สงสัยเลย. อย่ามัวตกนรก ขึ้นสวรรค์ วันหนึ่งตั้งหลาย ๆ ครั้ง แล้วก็ยังไม่รู้สึกกันอยู่เช่นนี้เลย. ดูให้ดีเถิดว่า ถ้าเป็นทาส ของความอยากเสียแล้ว นรกก็เป็นทุกข์ สวรรค์ก็เป็นทุกข์ เพราะถูกเวลาบีบคั้นด้วยกันทั้งนรกและทั้งสวรรค์. แม้ว่าการ บีบคั้นนั้นจะต่างกัน มันก็ให้ความทุกข์เหมือนกัน. เหมือน กับเราหัวเราะมันก็เหนื่อย, เราร้องไห้มันก็เหนื่อย ; ไม่ต้อง ดีใจ ไม่ต้องเสียใจ จึงจะไม่เหนื่อย. ดีใจก็เหนื่อยเพราะดีใจ, เสียใจก็เหนื่อยเพราะเสียใจ ; ไม่ดีใจไม่เสียใจจึงจะไม่เหนื่อย. มันเหมือนกับที่ว่า ไ ม่ต้องตกนรก ไม่ต้องขึ้นสวรรค์นั่นแหละ จึงจะไม่เหนื่อย ถ้ามัวตกนรกขึ้นสวรรค์กันอยู่ มันก็ยัง เหนื่อยอยู่นั่นเอง.

น.30 ๒๖ การเหน็ดเหนื่อยระส่ำระสายนี้ ไม่เรียกว่าสันติ ไม่เรียกว่าความสงบระงับ ไม่เรียกว่าพระนิพพาน. จงละทิ้ง สิ่งเหล่านี้เสีย แล้วหันหน้าหรือบากหน้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่าความ สงบหรือสันติ หรือนิพพาน ด้วยการเอาชนะเวลาให้ได้ คือ อย่าไปเที่ยวอยากในเหยื่ออย่างนั้นอย่างนี้นั่นเอง. เมื่อไม่อยาก ไม่ต้องการแล้วมันก็ไม่มีการได้ ไม่มีการเสีย. ไม่มีได้ไม่มีเสีย นั่นแหละประเสริฐที่สุด. ถ้ายังมีได้มีเสียอยู่แล้วมันก็ยังต้อง หัวเราะต้องร้องไห้ และยังจะต้องเหนื่อยอยู่นั่นเอง. อย่าไป หวังได้หวังเสีย. ที่เสียนั้นไม่เอาก็ถูกแล้ว แต่ที่ได้นั้นก็ ไม่เอาจะดีกว่า เพราะว่าจะได้ไม่เหนื่อย. การอยู่ด้วยความสงบนั้น คือเราอยู่ด้วยสติปัญญา แม้จะมีการได้การเสียเกิดขึ้นก็หัวเราะเยาะได้ทั้งนั้น. เมื่อมี การได้เกิดขึ้นมาก็จัดการไปตามที่ควร ; มีการเสียเกิดขึ้นมา ก็จัดการไปตามที่ควร ; แต่จิตใจของเราไม่รู้สึกว่าได้ ไม่รู้สึก ว่าเสีย เราเป็นผู้ไม่มีการได้หรือการเสียอีกต่อไป เพราะเราอยู่ เหนืออำนาจของเวลาดังที่กล่าวมาแล้ว. นี่แหละจึงจะเอาชนะเหยื่อในโลกได้ เอาพระนิพพาน เป็นที่ไปในเบื้องหน้า เวลาไม่สามารถจะฉุดกระชากเราไว้ได้ เราเป็นอิสระไปจากเวลา ไปสู่สภาวะที่อยู่เหนือโลก เหนือ

น.31 ๒๗ ทุกข์โดยประการทั้งปวง เป็นผู้กัดกินซึ่งเวลา ไม่ถูกเวลากิน อีกต่อไป แล้วจะมีความทุกข์ที่ตรงไหน ; ความทุกข์ย่อม ดับไปโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุที่มีอำนาจเหนือเวลาโดยนัยที่ได้ วิสัชนามา และเป็นการสมควรแก่โอกาส แก่สมัยที่สมมติ กันว่า เป็นวันขึ้นปีใหม่. ขอให้ท่านทั้งหลายได้จัดการกับวันปีใหม่นี้ ให้ถูก ต้องตามที่เป็นจริง ให้เกิดความสุขใหม่ขึ้นมาให้ได้จริง ๆ ให้ เป็นปีใหม่ไม่ซ้ำปีเก่าให้ได้จริง จึงจะไม่เสียทีที่เรียกว่า มา ทำบุญขึ้นปีใหม่ด้วยกันทุกคน. ธรรมเทศนาสมควรเวลา เอวํก็มีด้วยประการฉะนี้. นคร 37, 22

น.32 บ้า ดี ยิ่งทำดี จะยิ่งมี นรกมาก ถ้าใจอยาก สู้เด่น เป็นเจ้าขรัว ให้ผู้คน ทั้งผอง ต้องยอมกลัว คือยอมตัว อยู่ใต้ ปัญญา ยง ; ไม่ต้องการ มรรคผล ดลนิพพาน คงต้องการ แต่ให้ เขาช่วยส่ง ให้ลอยลม ล่องไป จมไม่ลง ต้องประสงค์ แต่เท่านี้ : “บ้าดี” เอย ฯ โลกนี้ คืออะไรแน่ ? โลกเเรานี้ ที่แท้ คือโรงละคร ไม่ต้องสอน แสดงถูก ทุกวิถี ออกโรงกัน จริงจัง ทั้งตาปี ว่าเสีย เราเป็น อวิชชา จะลากคอ ; อำนาจของ กรงไก่ เขาใส่ไว้ จะ แลเนื้อ ไม่เหลือหลอ จิก กันเอง ในกรง ได้ลงคอ เฝ้า ตั้ง ข้อ รบกัน ฉัน นึกกลัว — เอย ฯ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต