Buddhadasa.org

เป็นอยู่ด้วย "จิตว่าง" ตอนที่ ๔ — การอยู่ด้วยจิตว่างในชีวิตประจำวัน

เป็นอยู่ด้วย "จิตว่าง" — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — เป็นอยู่ด้วย "จิตว่าง" (๔ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.16 ๑๔ ดูให้รู้ว่าเป็นของที่ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ เรามีพระพุทธพระธรรม พระสงฆ์เพื่อสอนความไม่ยึดมั่นถือมั่นให้แก่เรา เรามีทรัพย์ สมบัติเพียงเพื่อเป็นอุปกรณ์แก่การมีชีวิต และมีชีวิตอยู่ก็เพื่อ ศึกษาเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่นหรือเรื่อง "ความว่าง" นั่นเอง ความว่างที่เป็นสัมมาทิฏฐินั้นก็เพื่อสละตัวตนออกไป ไม่เอา อะไรมายึดไว้เป็นอุปาทาน ส่วนความว่างที่เป็นมิจฉาทิฏฐินั้น เป็นอุบายหลอกลวงตัวเองหรือผู้อื่น เพื่อจะเอาอะไรเป็นของ ตัวโดยไม่ให้ผู้อื่นคัดค้าน หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตัว ด้วยอุบายตลบตะแลงของทิฏฐินั่นเอง ตาแก่: เป็นอยู่อย่างไรเรียกว่าเป็นอยู่ด้วยจิตว่าง ? หลวงตา: เป็นอยู่ด้วยจิตว่างนั้นมิใช่เป็นอยู่ด้วยการนั่งหรือ นอนตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ดังที่เข้าใจกันเอาเอง นั่นเป็นการ ว่าเอาเอง ตามความเขลา เพราะไม่เข้าใจคำว่าสุญญตาของพระ- พุทธเจ้า. คำว่า "ว่าง" หมายถึงว่างจากความรู้สึกว่ามีตัวกู หรือของกูดังที่กล่าวมาแล้ว ตัวเรามีขึ้นมาก็เพราะเรามีความ รู้สึกว่าตัวเรามี ความรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่นั้น จะมีแต่ชั่วขณะที่ เรารู้สึกอย่างนั้น ความรู้สึกอย่างนั้นเรียกว่าอุปาทาน เมื่อจิต กำลังมีอุปาทานอย่างนี้ เรียกว่าเป็นจิตโง่หรือการเป็นอยู่ด้วย

น.17 ๑๕ ความโง่ เมื่อใดไม่มีอุปาทานก็เรียกได้ว่าไม่มีความโง่ แต่เป็น การอยู่ด้วยสติปัญญา หรืออย่างน้อยก็มีผลเท่ากันกับการเป็น อยู่ด้วยสติปัญญา มีผลเป็นความไม่มีทุกข์เลย มีแต่สติปัญญา และมีการเคลื่อนไหวไปตามอำนาจของสติปัญญานั้น นี่แหละ ควรจะเรียกว่ามหากุศลที่แท้จริง เพราะเป็นยอดสุดของความ ฉลาด กุศลแปลว่าดี ว่าฉลาด ว่าตัดเสียซึ่งอกุศล มหาแปลว่า ใหญ่หลวง กุศลใหญ่หลวงคือการเป็นอยู่ด้วยจิตที่ไม่ยึดอะไร ไว้ว่าเป็นตัวตนหรือของตน ไม่มีความทะเยอทยานด้วยตัณหา ในสิ่งใด ทำงานเพื่องาน ทำงานเพื่อธรรม บริโภคผลงานเพียง เพื่อมีชีวิตอยู่สำหรับบรมธรรมคือนิพพาน ซึ่งเป็น "ความว่าง" อย่างสุดยอด นี่แหละคือใจความของการมีชีวิตอยู่ด้วยจิตว่าง ซึ่งขอสรุปเป็นคำกลอนสำหรับจะจำไว้ได้ง่าย ๆ แก่การคิดนึกว่า :- จงทำงาน ทุกชนิด ด้วยจิตว่าง ยกผลงาน ให้ความว่าง ทุกอย่างสิ้น กินอาหาร ของความว่าง อย่างพระกิน ตายเสร็จสิ้น แล้วในตัว แต่หัวที

น.18 ๑๖ ตาแก่: ดู ๆ ยิ่งพูดไป จะยิ่งฟังยากสำหรับคนทั่วไปเข้าทุกที ? หลวงตา: อีก ๕-๑๐ ปี จะง่ายเหมือนเรื่อง "มหากุศล" ใน เวลานี้. ตาแก่ : ช่วยเทศน์ให้เข้าใจกันเดี๋ยวนี้ไม่ได้หรือ ? หลวงตา: ได้เหมือนกัน แต่ต้องขอเครื่องกัณฑ์ที่มากสมกัน คือนั่งฟังนิ่ง ๆ ไม่เอ่ยปากพูดอะไรหมด ติดต่อกันไม่ลุกเป็น เวลา ๓ เดือน ตาแก่: ถ้าอย่างนั้นวันนี้ต้องขอลาก่อน ขอเอาไปตรึกตรอง ในส่วนที่พอจะตรึกตรองได้ด้วยตนเอง ให้มากที่สุดเท่าที่จะมาก ได้ ให้เหลือส่วนที่จะต้องถามให้น้อยที่สุด แล้วจึงค่อยมาถาม. หลวงตา: นั่นแหละคือวิธีดีที่สุดสำหรับศึกษาธรรมะขั้นนี้ใน พระพุทธศาสนา.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต