Buddhadasa.org

ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) ตอนที่ ๑๒ — ๑๒. ธรรมะ ในฐานะหน้าที่รีบด่วนของมนุษย์แห่งยุคปัจจุบัน

ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) (๑๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.410 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การแสดงปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัว ข้อว่า ธรรมะในฐานะหน้าที่รีบด่วนของมนุษย์ แห่งยุคปัจจุบัน หัวข้อนี้ อาจจะทำให้ผู้ฟังงงไปบ้าง แต่ขอให้ทนฟังต่อไปก่อน. ธรรมะในฐานะเป็นหน้าที่ นี้ขอให้เข้าใจอย่างที่ได้เคยกล่าว มาแล้ว ในการบรรยายครั้งก่อน ๆ ว่า ธรรมะมีความหมายหลายอย่าง. ธรรมะ คำนี้ หมายถึงตัวธรรมชาติก็ได้, หมายถึงกฎของธรรมชาติ ก็ได้, หมายถึงหน้าที่ ที่สิ่งมีชีวิตจะต้องปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎของ ธรรมชาติก็ได้, แล้วยังหมายถึง ผลที่จะได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ นั้นก็ยังได้. ๑๘๘

น.411 ๑๘๙ ธรรมะที่จะบรรยาย ในวันนี้ หมายถึง ธรรมะ ในฐานะ เป็นหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติ แล้วยังเป็น หน้าที่ที่รีบด่วนแห่งยุคปัจจุบัน แล้วก็ ของมนุษย์ทั่วไป ทั้งโลก. หน้าที่ ก็คือ เรา จะต้องช่วยกันแก้ไขวิกฤติการณ์ ที่กำลังลามอยู่ทั่วไปในโลก ถ้าเราไม่ทำหน้าที่อันนี้ โลกนี้ ก็จะต้องวินาศ หรืออย่างน้อยก็เป็นโลกที่ไม่มีประโยชน์ อะไร คือหาความสงบสุขไม่ได้. หน้าที่ของมนุษย์ทั้งโลก ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทย หากแต่ว่าตรงกันทุกประเทศ ในโลก. หน้าที่รีบด่วนที่สุด ปัจจุบันนี้ ขอระบุเป็นหน้าที่ ๓ ประการคือ หน้าที่ที่ ๑. ได้แก่ การปรับปรุงระบบ การศึกษา ให้ถูกต้องและสมบูรณ์. หน้าที่ที่ ๒. คือ การแก้ปัญหา อันเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ให้หมดไป. หน้าที่ที่ ๓. คือ ทำให้จิตมีสถาบันทั้งสามโดยแท้จริง. กล่าวสั้น ๆ อีกครั้งหนึ่งว่า หน้าที่สามประการ นั้น ได้แก่ : ปรับปรุงระบบการศึกษา, แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์, ทำจิตให้มีสถาบันทั้งสาม.

น.412 ๑๙๐ บางคนอาจจะฉงนว่า ในประเทศที่เขาไม่มีการ ปกครองระบบที่มีกษัตริย์ นี่จะทำให้คนเหล่านั้น มีสถาบัน ทั้งสามได้อย่างไร ? นี้ขอให้ท่านทนฟังไปก่อนว่า จะมีได้ อย่างไร. อาตมาจะได้กล่าวถึง หน้าที่ทั้งสาม นั้น แต่ ละอย่าง ๆ เป็นลำดับไป :- หน้าที่แรก ที่ตรงกันทั้งโลกก็คือ ปรับปรุง ระบบการศึกษา ให้พ้นจากความเป็นระบบการศึกษา ชนิดหมาหางด้วน. ถ้าคำว่า หมาหางด้วนมันหยาบคาย นัก ก็ขอเปลี่ยนเป็น สุนัขหางขาด, ให้พ้นจากความเป็น สุนัขหางขาด. ข้อนี้หมายความว่า ในบัดนี้เรา ให้การศึกษากัน แต่เพียงสองอย่าง คือ วิชาหนังสือ และ วิชาเทคโนโลยี สองอย่างนี้เราให้กันอย่างถูกวิธี รวดเร็วที่สุด มีผลดีที่สุด จนจะกล่าวได้ว่า เฟ้อเกินความจำเป็นไปเสียแล้ว ก็ได้. ท่านลองเปรียบเทียบกันดู ว่า มนุษย์ในปัจจุบันนี้ เก่งในทางเทคโนโลยี จนมนุษย์เก่งกล้า สามารถเกิน ทำ อะไรได้อย่างน่าประหลาด จนจะเก่งเท่า หรือเก่งกว่า

น.413 ๑๕๑ พระวิษณุกรรม อย่างที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาในเรื่อง นิยาย. มนุษย์กำลังแสดงบทบาทออกมา อย่างที่เรียกว่า เก่งกล้าสามารถเกิน จะให้เขาทำอะไรก็ได้ ใต้น้ำใต้ดิน ก็ทำได้ บนฟ้าหรือนอกบรรยากาศของโลกออกไป เขาก็ยัง ทำได้ นี่ดูจะเก่งกว่าพระวิษณุกรรมไปเสียอีก. มนุษย์กล้าเกิน เก่งกล้าเกิน สามารถเกิน รวด- เร็วเกิน ทำอะไรอยู่ในโลกปัจจุบันนี้ ราวกับว่ามีอาการวิ่ง, เร็วยิ่งกว่าลมพัด เขาสามารถทำเครื่องบิน ที่มันเร็วกว่า เสียง. แล้วลองคิดดูว่า เขาเก่งกล้าสักเท่าไร. เขาเก่งกล้าและวิ่งว่อนอยู่อย่างนี้ เราก็ถามเขาว่า นี่จะไปไหนกัน ? เขากลับจะตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบ ขอให้ไปถามคอมพิวเตอร์ดู. เราถามว่า อะไรเป็นสิ่งสูงสุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ ? เขาตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบ ขอให้ ไปถามคอมพิวเตอร์ดู ว่าอะไรเป็นสิ่งสูงสุดสำหรับมนุษย์. เราถามอีกว่า เมื่อไม่ทราบแล้ว ท่านทั้งหลาย จะเดินให้ถูก เรื่องถูกราวได้อย่างไร ? เขาก็ยังตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบ ขอให้ไปถามคอมพิวเตอร์ดู.

น.414 ๑๙๒ นี่แหละ คือข้อที่ว่า ต้องไปถามคอมพิวเตอร์ดู นี้เปรียบเหมือนกับระบบการศึกษาหมาหางด้วน. ระบบนี้ ไม่นำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องและสมบูรณ์. ลองคิดดูว่า สอนกันอย่างไร? จนในที่สุดก็คว้าอะไรไม่ถูก; ต้อง ไปคว้างุ่มง่ามอยู่ อย่างพวกฮิปปี้ทั้งหลาย ไม่รู้ว่าจะเอาอะไร, จบมหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องไปเป็นฮิปปี้. สอนกันอย่างไร จนในโลกนี้ ไม่มีบุญไม่มีบาป, ไม่มีบิดามารดา, ไม่มี ศาสนา ไม่มีพระเจ้า ? สอนกันอย่างไร จนในโลกนี้ไม่มีใครรักใคร ? ความรักผู้อื่นนั้นหายาก หามาทำยาหยอดตาก็แทบจะ หาไม่ได้ มีแต่การเอาเปรียบผู้อื่น แล้วก็มีการทำลายซึ่งกัน และกัน สอนกันจนกระทั่งว่า ในโลกนี้ไม่มีสุภาพบุรุษ ไม่มีสัตบุรุษ ซึ่งปราศจากอันตราย มีแต่มนุษย์อันตราย ไว้ใจกันไม่ได้. เรามีหน้าที่ ที่จะต้อง ปรับปรุงการศึกษานี้ ให้ สมบูรณ์ การศึกษาที่เนื่องอยู่กับธรรมะ หรือศาสนา, ทำมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ให้โลกนี้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง อย่าปรับปรุงให้ผิดเลยไปเสียอีก ; อาตมาขออภัย ที่ใช้

น.415 ๑๙๓ คำว่า "การต่อหางหมา" นั้น อย่าเอาหางลิงมาต่อ คืออย่าเอา การศึกษาชนิดนิยมจิตวิทยา เพื่อใช้ในการคดโกง หลอก ลวงผู้อื่น ทางการเมือง ทางการเศรษฐกิจ สำหรับ เอาเปรียบตัวเอง, เอาเปรียบผู้อื่น เอาเปรียบรัฐบาลของ ตนเอง หรือเอาเปรียบกันทั้งโลก. ถ้าเอาการศึกษาชนิด นี้มาต่อ ก็เหมือนกับว่าเอาหางลิงมาต่อหางหมา เรื่องมัน ก็ร้ายไปกว่าเดิม. ขอให้ พยายามกระทำให้ศาสนากลับมา ให้ ธรรมะกลับมา ในลักษณะที่เป็นหาง เหมือนกับหางเสือ สำหรับถือท้ายเรือให้ตรงทาง ; ทำได้ดังนี้แล้ว โลกนี้ก็ จะเป็นโลกพระศรีอารย์ คือพระศรีอารยเมตไตรย มีแต่ ความรัก ความเมตตา มองดูกันด้วยสายตาแห่งความรัก เข้ากันได้สนิท เหมือนน้ำกับน้ำนม มีความซื่อสัตย์ต่อกัน และกัน หาอันตรายอันใดมิได้ นี่เรียกว่า หน้าที่ที่ ๑. คือ ปรับปรุงระบบการ- ศึกษา ให้พ้นจากลักษณะแห่งความเป็นหมาหางด้วน แต่ ให้เป็นสุนัขที่สมบูรณ์ มีหางสำหรับจะเดินให้ตัวตรงหรือ ถูกทาง ไม่เปะ ๆ ปะ ๆ.

น.416 ๑๙๔ ทีนี้ อาตมาก็จะได้กล่าวถึง หน้าที่ ที่ ๒ . หน้าที่ ที่สอง คือ แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์. โลกปัจจุบันทั้งโลก กำลังมีปัญหามากมายหลาย อย่าง ; แต่แล้วอาจจะไปสรุปได้ อยู่ที่ว่าเป็นปัญหา อัน เนื่องกันกับคอมมิวนิสต์. ปัญหานี้มันพัวพันกันกลับไป กลับมา : ถ้าไม่มีนายทุน ก็ไม่ต้องมีคอมมิวนิสต์, ถ้าไม่มี คอมมิวนิสต์ นายทุนก็ไม่มีปัญหา ปัญหามันเกิดขึ้นแก่กัน ทั้งสองฝ่าย. ปัญหาเกิดขึ้นมา จากระบบการศึกษาที่ไม่ถูก ต้อง คือ ไม่มีศาสนา ไม่รักกัน : คนจนเกิดขึ้นต่อต้าน คนมั่งมี เพราะคนมั่งมีไม่มีศาสนา, หมายถึงคนมั่งมีในยุค ที่ว่างศาสนา ในแผ่นดินตรงนั้น ที่มันว่างศาสนา จนคน มั่งมีเป็นอันตรายแก่คนจน จึงเกิดลัทธิต่อต้านคนมั่งมีขึ้น ในโลกนี้ ที่ตรงจุดนั้น ที่เวลานั้น อย่างที่เรารู้กันดี สำหรับ ผู้ที่ได้อ่านเรื่องนี้มาแล้ว. การแก้ปัญหาเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ ต้องแก้ด้วย ระบบการศึกษาที่ถูกต้อง ไม่เป็นระบบสุนัขหางด้วน ; แต่ ถ้าศาสนากลับมา ธรรมะกลับมา มนุษย์ธรรมก็กลับมา,

น.417 ๑๙๕ แล้วมนุษย์ก็รักผู้อื่น. เมื่อขาดศาสนาไป คือ ขาดศาสนา ที่แท้จริงไป มีแต่ศาสนาเนื้องอก มันก็เปลี่ยนอย่างตรง กันข้าม ; แผ่นดินที่ตรงนั้น และในเวลานั้น ก็ว่างจาก ธรรมะ, มีแต่การเอาเปรียบ หวังร้ายต่อกันและกัน, เป็น เหตุให้ที่นั่นเกิดนายทุนกระดาษซับ, และเกิดศักดินาอัน ทารุณโหดร้าย พร้อมกันไปในตัว. เมื่อเกิดสิ่งเหล่านี้ ขึ้นมาแล้ว ก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ของคนที่ถูกเอาเปรียบ ข่มเหงเบียดเบียน กล่าวคือลัทธิคอมมิวนิสต์. โลกนี้ปั่นป่วนด้วยสงคราม ทั้งสงครามร้อน และ สงครามเย็น ทั้งใต้ดินและบนดิน ไม่มีที่สิ้นสุด ; ฉะนั้น การขจัดปัญหานี้ออกไปเสียได้ นับว่าเป็นบุญกุศล อันสูงสุด ของสมัยนี้. การแก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ ก็คือแก้ปัญหา ทุกอย่าง อันเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ เหมือนกับว่าฆ่าคอม- มิวนิสต์ให้หมดไปจากโลก ; แต่การกระทำดังนั้น มัน เนื่องกันอยู่ ถึงกับว่า จะต้องฆ่านายทุนกระดาษซับ ให้ หมดสิ้นไปจากโลกด้วย แล้วคอมมิวนิสต์ก็จะตายหมดไปเอง. การขจัดปัญหาคอมมิวนิสต์ จึงต้องมุ่งกระทำ ไป ที่ต้นเหตุอันแท้จริง คือความไม่มีธรรมะ ไม่มี

น.418 ๑๙๖ ศาสนา จนเกิดนายทุนกระดาษซับ, เราจะต้องเอาความมี ศาสนากลับมา เอาธรรมะกลับมา. ชาวพุทธทั้งหลาย จะต้องเป็นคอมมิวนิสต์ ที่เหนือกว่าคอมมิวนิสต์ กล่าวคือ แก้ปัญหาด้วย ความรักผู้อื่น ไม่แก้ปัญหาด้วยอาวุธ, ไม่แก้ปัญหาในทำนองที่ว่า เอาน้ำโคลนมาล้างโคลน เรา จะต้องมีน้ำสะอาดมาล้างโคลน. พุทธศาสนา หรือศาสนาไหนก็ตาม ทุก ๆ ศาสนา ในโลก มีหัวใจแห่งคำสั่งสอนอยู่ที่ ความรักผู้อื่น ; เมื่อมีความรักผู้อื่นแล้ว ปัญหาจะหมดไป. คิดดูให้ดี ๆ ว่า ศาสนาทั้งหลายนั้นเป็นยาพิษ สำหรับกำจัดคอมมิว- นิสต์ ให้หมดไปจากโลก ; แต่ทำไปมากลับเปลี่ยนกลาย เป็นว่า ศาสนาเป็นยาเสพติดของประชาชน. ศาสนาที่แท้จริงนั้น มีแต่ทำให้คนรักกัน จน คอมมิวนิสต์และนายทุนกระดาษซับ หายไปจากโลกด้วย ทั้งสองอย่าง ชาวพุทธเราจะต้องสามารถแก้ปัญหาอันนี้. อย่าเข้าใจไปว่า ธรรมะหรือศาสนานี้เป็นของเปราะ ๆ แตก ง่าย โป้งเดียวก็แตกหมด เหมือนที่เขาชอบพูดกันว่า "คอมมิวนิสต์มาศาสนาหมด" ; แต่อาตมามองเห็นไปใน

น.419 ๑๕๗ ทางที่ว่า ศาสนาเป็นยาพิษ สำหรับกำจัดลัทธิคอมมิว นิสต์ คือ ทำให้คนรักผู้อื่น ; เมื่อคนรักผู้อื่นแล้ว ลัทธินายทุนกระดาษซับก็หายไปจากโลก, แล้วคอมมิวนิสต์ จะอยู่ได้อย่างไร เพราะไม่มีนายทุน สำหรับให้คอมมิวนิสต์ เป็นจุดมุ่งหมายสำหรับที่จะต่อต้าน ความรักผู้อื่นนั่นแหละ เป็นคอมมิวนิสต์ที่เหนือ คอมมิวนิสต์ ; ข้อนี้ เราจะต้องยอมรับว่า ทั้งศาสนา และ ทั้งคอมมิวนิสต์ มีอุดมคติตรงกันตรงที่ว่า "จะสร้างสันติภาพ ขึ้นในโลก" อาตมาก็เห็นด้วย และยอมรับว่า คอมมิวนิสต์ เขามุ่งจะสร้างสันติภาพขึ้นมาในโลก โดยที่เขามองเห็นว่า พวกนายทุนกระดาษซับ เป็นศัตรูของสันติภาพในโลก ; ดังนั้นเขาจึงมุ่งหมาย ที่จะกำจัดนายทุนกระดาษซับ ให้ หมดไปจากโลก โดยหวังสันติภาพ นี้เขาหวังสันติภาพ. ส่วนศาสนา ทุกศาสน า โดยเฉพาะพุทธศาสนา พุทธบริษัท นี้ก็ มุ่งหมายจะสร้างสันติภาพขึ้นในโลก ; เรามีจุดมุ่งหมายไม่ต่างกัน แต่วิธีการปฏิบัตินั้นต่างกัน ลิบ. เราไม่ต้องการจะฆ่าใคร ทำลายใคร, ต้องการจะ ใช้อาวุธเพียงอย่างเดียว คือความรักผู้อื่น จึงดึงศาสนา

น.420 ๑๙๘ กลับมา ดึงธรรมะกลับมา ให้เกิดความรักผู้อื่นขึ้นใน โลก แล้วโลกนี้ก็มีสันติภาพ. นี่แหละ วิธีจัดโลกให้มีสันติภาพ นั้น มันมีวิธี ต่างกันอย่างนี้ เราจะถือว่า ความรักผู้อื่น ซึ่งเป็นหัวใจ ของศาสนาทุก ๆ ศาสนา นั่นแหละ คือคอมมิวนิสต์ที่เหนือ ที่ยิ่งไปกว่าคอมมิวนิสต์, ต้องเอาคอมมิวนิสต์ที่เหนือกว่า คอมมิวนิสต์ มาแก้ปัญหาของคอมมิวนิสต์ ผลสุดท้ายก็คือ นายทุนกระดาษซับ แห่งเสรี ประชาธิปไตย ก็ตายไป ชนกรรมาชีพผู้อาฆาตแก้แค้น แห่งลัทธิคอมมิวนิสต์ ก็ตายไป, เหลืออยู่ในโลกนี้แต่เพียง มนุษย์ชนิดหนึ่งชนิดเดียว คือ มนุษย์ที่รักผู้อื่น ; เหลือ อยู่แต่มนุษย์ที่รักผู้อื่นในโลกนี้ โลกนี้ก็ไม่มีปัญหาทุก อย่าง ที่เกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์. นี่แหละคือสิ่งที่อาตมาเรียกว่า แก้ปัญหาเกี่ยวกับ คอมมิวนิสต์ หลังจากที่ปรับปรุงระบบการศึกษา แล้วก็ แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ เป็นหน้าที่ที่สอง ทีนี้ ก็มาถึง หน้าที่ที่ ๓. คือทำจิตให้มีสถาบัน ทั้งสาม.

น.421 ๑๙๙ การศึกษาระบบหมาหางด้วนนี้ ทำให้คนไม่รู้จัก สถาบันทั้งสาม โดยถูกต้องและสมบูรณ์. ขอจำกัดความ กันไว้เสียสักหน่อยในที่นี้ว่า สถาบันทั้งสามนั้นเป็น อย่างไร ?. สถาบันทั้งสาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหา- กษัตริย์. ชาติ นี้เปรียบเหมือนกับร่างกาย คนเรา มันต้องมี ตั้งอยู่เป็นพื้นฐานสำหรับสิ่งอื่น ๆ. ศาสนา นั้นคือ ระบบจิต ที่เป็นความรู้อันถูกต้อง เปรียบเหมือนกับศาสนาคือ ธรรมะ. พระมหากษัตริย์ นั้น คือ ระบบประสาท สำหรับ เชื่อมร่างกาย กับจิต ให้สัมพันธ์กัน จนสามารถทำหน้าที่ ที่สำคัญที่สุดได้. ถ้าปราศจากระบบประสาทแล้ว ก็เหลือ แต่กายกับจิต มันก็ทำอะไรไม่ได้ มันก็จะตายไปเองในที่สุด. เราจะต้องมีสถาบันทั้งสาม ตามความหมายอันลึก ตรงตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ว่าต้องมีร่างกาย, ต้องมี จิตใจ, ต้องมีระบบประสาท, ที่ทำความสัมพันธ์ ระหว่าง ร่างกายกับจิตใจ จะขาดเสียแต่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้.

น.422 ๒๐๐ ที่นี้ ท่านลองพิจารณาดูเถิดว่า ประเทศชาติ ประเทศไหน ที่จะไม่มีสถาบันทั้งสาม ; แม้ว่าในประเทศ บางประเทศ ในปัจจุบันนี้ ไม่มีระบบกษัตริย์ เขาไม่ยอม มีกษัตริย์ ; แต่ก็ต้องมีความหมายของระบบกษัตริย์ อยู่ อย่างใดอย่างหนึ่งด้วยเป็นแน่นอน. คือเขาต้องมีประเทศ- ชาติ, แล้วเขาจะต้องมีหลักธรรมะสำหรับประเทศชาติ ซึ่งจะถอดรูปแบบออกมาจากศาสนา, แล้วเขา จะต้องมี บุคคล หรือคณะบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ก็ตาม สำหรับทำ ให้ชาติกับธรรมะสำหรับชาตินั้น เนื่องสัมพันธ์กันอยู่ เป็นชาติที่มีตัวร่างกาย มีระบบจิตใจ, แล้วก็มีระบบ ประสาทให้ธรรมะประจำชาติแน่นแฟ้นกันอยู่กับชาติ. ดังนั้น ประเทศใดก็ตาม จะต้องมีสถาบันครบ ทั้งสาม หากแต่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ไม่ได้เรียกว่ากษัตริย์ ; แต่เขาต้องมีชาติ คือตัวประเทศชาติ ที่คุมกันอยู่ได้, แล้วมีหลักธรรมประจำชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกในที่นี้ว่า ศาสนา, แล้วก็ต้องมีระบบ ที่ทำให้ชาติกับศาสนานั้น สัมพันธ์กันอยู่ ก็กลายเป็นประเทศที่มีธรรมะ ประเทศใด ไม่มีธรรมะนั้น มันเป็นประเทศหางด้วน ; เหมือนกับว่า

น.423 ๒๐๑ ช้างตัวหนึ่ง หางมันด้วน ยิ่งเป็นช้างตัวโตเท่าไร ถ้าหาง ด้วนแล้ว มันยิ่งน่าเกลียดเท่านั้น, อย่าได้มีประเทศใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นเหมือนกับช้างหางด้วนเลย. คือเขาจะต้องมีระบบชาติ, ระบบศาสนา และ ระบบกษัตริย์, ที่ทำความสัมพันธ์กัน ระหว่างชาติ กับ หลักธรรมะประจำชาติ. เราจะเห็นได้ว่าระบบกษัตริย์นั้น อาจจะเป็นบุคคลก็ได้ เป็นคณะบุคคลก็ได้ เป็นองค์กร อะไรอันหนึ่งก็ได้ ที่กำลังทำหน้าที่อยู่อย่างแท้จริง สำหรับ ทำให้ธรรมะนี้เชื่อมกันอยู่กับชาติ ถ้ามิฉะนั้นแล้ว ไม่ควร จะเรียกว่าเป็นชาติมนุษย์ หรือเป็นมนุษย์ชาติ. เมื่อไม่มี ความเป็นมนุษย์ชาติแล้ว มันก็ล้มละลายหมดแล้ว. เดี๋ยวนี้การศึกษาระบบหมาหางด้วน ไม่ได้ทำให้ คนรู้จักสถาบันทั้งสาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์. อย่างแท้จริง สอนกันอย่างไร จึงเกิดยุวชนระบบที่นิยม ซ้าย ไม่รู้จักความหมาย ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์. อาตมาเคยสนทนากับเยาวชนนิยมซ้าย เขามา พูดจาในทำนองว่า ศาสนาเป็นยาเสพติด, ระบบกษัตริย์นั้น เฟ้อไม่จำเป็นไม่ต้องมี, เหลืออยู่แต่ชาติที่สมบูรณ์ด้วย

น.424 ๒๐๒ เศรษฐกิจไม่มีนายทุนกระดาษซับก็แล้วกัน เขาต้องการ เพียงอย่างนี้นี่เยาวชนเหล่านี้ ได้รับการศึกษามาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากโรงเรียน จากมหาวิทยาลัย ที่กำลังมีอยู่ใน ปัจจุบัน อันเป็นระบบหมาหางด้วน. การศึกษาไม่พอ ที่จะทำให้เยาวชน มีระบบ สถาบันทั้งสามในดวงใจ, ในดวงใจของเขาไม่มีระบบ สถาบันทั้งสาม. แม้แต่คนทั่วไป ก็ไม่มีระบบสถาบันทั้ง สามอยู่ในดวงใจ ; มีอยู่แต่ที่ปาก, มีอยู่แต่ที่ปากหมาย ความว่า ปากมันพูดในใจมันไม่มี. พูดแต่ว่า ข้าพเจ้าจะ จงรักภักดี ต่อประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์, มีแต่ว่า ข้าพเจ้าจะ จงรักภักดี . ภาษาอย่างนี้ใช้ไม่ได้ คำว่า "จะ" นั้น ถ้าเป็นบาลี ในสังฆกรรมวินัยบัญญัติแล้ว เป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้ มีค่าเท่ากับว่า ไม่ได้พูด. เขาจะ ต้องพูดให้ชัดลงไปว่า ข้าพเจ้าภักดี บัดนี้ และตลอดไป ต่อประเทศชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ ; พูดอย่างนี้ ในสำนวนภาษาบาลีจึงจะใช้ได้. ถ้ามัวแต่พูด ว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดี ก็กลายเป็นโมฆะ ; เพราะ ฉะนั้นขอให้สนใจกันให้ดีว่า เรามีสถาบันทั้งสามแต่ที่ปาก

น.425 ๒๐๓ และเป็นอนาคตกาล ยังไม่ได้ทำ และไม่ทำก็ได้ และเป็น คำที่ไม่มีความหมายอะไร เพราะมันไม่ได้ออกมาจากใจ. สถาบันทั้งสาม จะต้องเป็นคุณสมบัติ ที่รู้สึก ซึมทราบ แล้วฝังแน่นอยู่ในใจ จึงจะเรียกว่า มีอยู่ใน จิตใจโดยแท้จริง. ต้องให้การศึกษาที่สมบูรณ์ จงทำหน้าที่ ต่อหรือปลูกหางหมากันเถิด คนในโลกก็จะมีระบบ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยแท้จริง. ๑๑ กคโมโมดกก การทำอย่างนี้ นับว่าเป็นบุญกุศล อันสูงสุด จะทำให้โลกนี้อยู่กันเป็นผาสุก หมดปัญหาต่าง ๆ ทุกอย่าง ทุกประการ ที่กำลังมีอยู่ในโลก : ปัญหาเศรษฐกิจก็ดี, ปัญหาการเมืองก็ดี, ปัญหาเกี่ยวกับสงครามทั้งหลายก็ดี, มันมาจากระบบการศึกษา ที่เป็นเหมือนกับหมาหางด้วน. ระบบการศึกษานี้จะต้องถูกปรับปรุง แล้วก็จะเป็นการ แก้ไขปัญหาทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ แล้วก็จะ ทำให้จิตของคนทุกคน สมบูรณ์อยู่ด้วยสถาบันทั้งสาม อาตมาจึงถือว่า เป็นการได้บุญอย่างสูงสุด ใน การที่จะทำให้มนุษย์ อยู่กันอย่างเป็นผาสุก ; ถ้ามิฉะนั้น แล้ว มันก็จะเป็นไปในทางที่ว่า คนจะงอกหางออกมา

น.426 ๒๐๔ อย่างที่เราเคยรู้ ในภาษาชีววิทยา ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง ว่าสัตว์แต่ก่อนนั้น มันก็มีหาง หางหดไปหมด ก็กลายเป็น คน. เดี๋ยวนี้คน ก็จะกลับงอกออกมาเป็นหาง แทน สุนัขที่หางด้วน ระวัง, ระวังกันทั้งโลก ขออย่าให้หาง ออกมาที่คน, เป็นการย้อนกลับมาอย่างที่น่าละอาย. นี่เรียกว่า แก้ปัญหาจำเป็นรีบด่วนของมนุษย์ ทุกคนในโลก คือ ปรับปรุงระบบการศึกษา, แก้ปัญหา คอมมิวนิสต์, ทำจิตให้มีสถาบันทั้งสาม อยู่ด้วยกันทุก ๆ คนในโลกทั้งโลกเถิด. การบรรยายปาฐกถาธรรม สมควรแก่เวลาแล้ว อาตมา ขอยุติการบรรยาย ในวันนี้ไว้เพียงเท่านี้.

น.427 รายชื่อหนังสือ ชุดลอยปทุม อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑. คู่มือมนุษย์ ๖ ๑๕. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๒ ๑ ๒. ศิลปแห่งการดู ๑๖. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๓ ๓ ด้วยยถาภูตสัมมัปปัญญา ๑ ๑๗. ค่าของครู ๑ ๓. ศิลปแห่งการมีพระพุทธเจ้า ๑๘. พระผู้มีพระภาคเจ้า อยู่กับเนื้อกับตัว ๑ ทรงเป็นกัลยาณมิตร ๑ ๔. ธรรมะสำหรับคนเกลียดวัด ๑ ๑๙. ถอยหลังเข้าคลองกันเถิด ๑ ๕. ธรรม ๒๔ เหลี่ยม ๓ ๒๐. การเก็บความโกรธใส่ยุ้งฉาง ๑ ๖. พูดกับเณร ๑ ๒๑. การปรุงเป็นทุกข์อย่างยิ่ง ๗. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๑ ๑ การดับเป็นสุขอย่างยิ่ง ๑ ๘. เห็นธรรมชาติ ๒๒. อาหารหล่อเลี้ยงใจ ๑ คือเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ๑ ๒๓. ปุญญกิริยาวัตถุ ๑ ๙. ธรรมโอสถสำหรับโลก ๑ ๒๔. พ่อแม่สมบูรณ์แบบ ๑ ๑๐. ความมีสุขภาพอนามัยทางจิต ๒ ๒๕. อานาปานสติและดับไม่เหลือ ๒ ๑๑. ปรมัตถธรรมคำกลอน ๑ ๒๖. ธรรมคติและธรรมคีตา ๑ ๑๒. นิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้ ๒ ๒๗. ความมั่นคงภายใน ๑ ๑๓. ธรรมพรปีใหม่ ๒ ๒๘. โลกพระศรีอารย์ ๑๔. ตถตาช่วยได้ ๑ อยู่แค่ปลายจมูก ๑ ๒๙. การทำงานเพื่องาน ๑ พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒-๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพ ฯ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๕ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗

น.428 อย่า ช่างหัวมัน อย่าบิ่นบ้า มัวแต่ว่า ช่างหัวมัน ถ้าเรื่องนั้น เกี่ยวกับเพื่อน มนุษย์หนา ต้องเอื้อเฟื้อ ปฏิบัติ เต็มอัตรา โดยถือว่า เป็นเพื่อนเกิด-แก่ เจ็บ ตาย. การช่วยเพื่อน เหมือนช่วย ตัวเราเอง เมื่อจิตเพ่ง เล็งช่วย ทวยสหาย ย่อมลดความ เห็นแก่ตัว ลงมากมาย ทุกทุกราย อย่าเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน. เห็นแก่ตัว เบาบาง ลงเท่าไร ยิ่งเข้าใกล้ พระนิพพาน เห็นปานนั้น รอดตัวได้ เพราะไม่มัว ช่างหัวมัน จงพากัน ใคร่ครวญ ถ้วนทุกคน. พุทธทาส อินฺทปัญฺโญฺ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต