น.175 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดย หัวข้อว่า ธรรมะในฐานะสิ่งที่โลกสำนึกพระคุณน้อยเกินไป. ขอซ้อมความเข้าใจว่า การบรรยายทุกครั้ง กระทำไปด้วย ความรู้สึกว่า ถ้าธรรมะไม่กลับมา โลกาวินาศ ; ถ้าธรรมะกลับมา โลกาก็จะสงบสุข. เรากำลังมองไม่เห็นพระคุณของธรรมะ ก็มี, มองเห็นน้อยเกินไปก็มี ในบางกรณีก็กระทำเหมือนกับว่า ๑๖๕
น.176 ๑๖๖ เป็นคนอกตัญญู เนรคุณต่อธรรมะอย่างยิ่ง, เราจึงได้รับ โทษอย่างสาสม ดังที่กำลังมีวิกฤตการณ์อยู่ในเวลานี้. บางคนอาจจะแย้งว่า วิกฤตการณ์ ทั้งหลายที่ได้รับ อยู่ในเวลานี้นั้น มัน เนื่องมาจากความปั่นป่วนของโลก : เนื่องจากการเมืองบ้าง การเศรษฐกิจบ้าง การสงครามบ้าง ต่างหาก ; ไม่เกี่ยวกับธรรมะทำเมอะอะไรเลย. นั่นแหละ คือข้อที่ ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ หรือรู้จักน้อยเกินไป . ขอโอกาสทำความเข้าใจ เกี่ยวกับ เรื่องนี้โดยเฉพาะ สักหน่อยหนึ่งก่อน. สิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ นั้น เป็นนามธรรม ไม่ใช่ วัตถุ มองไม่เห็นตัว ; ตามองเห็นแต่วัตถุ ก็ไม่มองเห็น ธรรมะ. เมื่อกล่าวโดยขนบธรรมเนียมประเพณี ในประเทศ ไทยเรา พระมหากษัตริย์ขึ้นเสวยราชสมบัติ จะต้องทรง ประกาศสุรสีหนาทออกมาดัง ๆ ว่า เราจักปกครองโดยธรรม. ขอให้คิดดูเถอะว่า ธรรมนี้อะไรกัน ? ทำไมจะต้องเอามา กล่าวอ้าง ในฐานะเป็นสิ่งสำคัญ หรือสิ่งสูงสุด ? ถ้าไม่ ปกครองโดยธรรมจะเป็นอย่างไร ? ที่ว่าปกครองโดยธรรมนั้น
น.177 ๑๖๗ เป็นอย่างไร ? ถ้าเข้าใจเรื่องนี้ ก็จะรู้จักธรรมะโดยหลัก พื้นฐาน ว่าสำคัญแก่การที่มนุษย์จะอยู่กันเป็นผาสุก มีผู้ ปกครองที่ประกอบไปด้วยธรรมะ อาตมาอยากจะแนะให้เห็นว่า ธรรมะ นั่นแหละ คือ สิ่งที่ทำให้มีการปกครองที่ถูกต้อง และประสบผลสำเร็จ ในการปกครอง; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เราเรียกกันว่า ระบบประชาธิปไตย ที่กำลังชักชวนให้สนใจ ให้ขวนขวาย กันเป็นอย่างยิ่ง ก็มีคำกล่าว ที่เรียกได้ว่าไพเราะ เ ป็นที่หลง- ใหลกันมาก ว่า การปกครองของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน. ฟังดูมันก็เคลิ้มไปทีเดียว แต่ระวังให้ดีว่า นั่นยังไม่ใช่ความจริง เป็นการพูดเพ้อ ๆไปก็ได้, คือ ถ้า ไม่มีธรรมะแล้วมันก็เป็นไปไม่ได้. ประชาชนไม่มี ธรรมะแล้ว จะเป็นการปกครองที่เลวร้ายที่สุด ; ถ้า หากว่าเพื่อประชาชน โดยประชาชน ของประชาชน เพราะเหตุที่มีธรรมะอยู่ในประชาชน หรือในระบบ การปกครองนั้น การปกครองนั้นจึงสำเร็จประโยชน์ ถ้า ประชาชนไม่มีธรรมะ ตัวใครตัวมัน ก็ถือประโยชน์ ของตนเป็นใหญ่ ก็เป็นการปกครองที่เลวร้าย ; จะ
น.178 ๑๖๘ เรียกว่า ปโยชนาธิปไตย เสียมากกว่า ที่จะเรียกว่าประชา- ธิปไตย. ประชาธิปไตย ต้องเป็นประชาชนที่มีธรรมะ จึง เอามาเป็นใหญ่ในการปกครอง. ที่จริงก็ไม่ได้ปกครองโดย ประชาชนทุกคน แต่ปกครองโดยธรรมะ ประโยชน์จึงเป็น ไปเพื่อประชาชนทุกคน. เราไม่อาจจะเอาประชาชนทุกคน มาเป็นผู้ปกครอง ; แต่ปกครองโดยผู้ได้รับมอบหมาย ผู้ได้รับมอบหมายต้องมีธรรมะ จึงจะสามารถ ปกครอง ให้สำเร็จประโยชน์ อย่างมนุษย์ได้. นี่มัน อยู่ที่ธรรมะปกครอง ; แล้วก็มาพูดว่า ประชาชนปกครอง มันเป็นคำพูดที่เล่นตลกอยู่มากทีเดียว. ขอให้ผู้รักประชาธิปไตย ที่เรียกว่า เพื่อประชาชน, โดย ประชาชน, ของประชาชน, หรืออะไรก็ตามนั้น, มองให้ ลึกเข้าไป จนเห็นว่า ต้องเพื่อธรรมะ, ของธรรมะ, โดย ธรรมะ, จึงจะเป็นประชาธิปไตย ; มิฉะนั้น แล้วมันจะ เป็นปโยชนาธิปไตย หรือ อัตตาธิปไตย หรืออะไรก็แล้วแต่ จะเรียก. ฉะนั้นขอให้รู้จักธรรมะ ในฐานะที่เข้ามาเกี่ยวข้อง กับการปกครอง ทำให้การปกครองสำเร็จประโยชน์ ดังนี้.
น.179 ๑๖๙ ที่นี้ถ้าจะดูกัน ในแง่เกี่ยวกับการเมือง. การเมือง ในโลกทุกโลก ระหว่างประเทศทุกประเทศ มัน พูดกันไม่รู้ เรื่อง; เพราะไม่มีธรรมะ. ถ้ามีธรรมะเข้ามาเป็นหลัก เป็นประธาน แล้วก็จะพูดกันรู้เรื่อง คือตกลงกันได้ ชนิด ที่เป็นที่พอใจด้วยกัน ทุกฝ่าย, ปลอดภัยด้วยกันทุกฝ่าย, มีความสงบสุขด้วยกันทุกฝ่าย. เดี๋ยวนี้การเมืองพูดกันไม่รู้เรื่อง: เพราะว่าในการ พูดนั้น ไม่ประกอบไปด้วยธรรมะ ไม่ดำเนินเรื่องให้ ประกอบไปด้วยธรรมะ. นี่ประโยชน์ของธรรมะ มีความ จำเป็นอย่างยิ่ง แม้ในเรื่องของการเมือง. ทีนี้ก็จะดูถึง เรื่องของเศรษฐกิจ บ้าง เศรษฐกิจ เป็นไปไม่ได้ ในทางที่จะให้เกิดความสงบสุข หรือประโยชน์ สุขอันแท้จริง. สิ่งที่เรียกว่า เศรษฐกิจ กำลังเป็นสิ่งที่ทุก ๆ ประเทศใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับทำลายล้างกัน, หรือว่า หมู่คณะบางกลุ่ม บางคณะ ก็ใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับ ทำลายล้างกัน, อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเครื่องเอาเปรียบกัน. เราจะมองดูไปจากต้นตอทีเดียว การผลิต ของ ประชาชนผู้ผลิตครั้งแรก แล้วก็ มีการขาย มีผู้ซื้อ แล้ว
น.180 ๑๗๐ มีคนกลาง มีคนส่งออกนอกประเทศ เหล่านี้ ; ถ้าไม่ ประกอบไปด้วยธรรมะจะเป็นอย่างไร ? ถ้ามีจิตใจคอยจ้อง แต่จะเอาเปรียบ มันก็เกิดปัญหาอย่างยิ่งขึ้นมา ที่เกี่ยว กับการผลิต การซื้อ การขาย การขนส่งอะไรทุก ๆ อย่าง. แต่ ถ้าเรามีผู้ผลิตที่มีธรรมะ มันก็จะผลิตได้ดี ; ดีโดยคุณสมบัติ, ดีสำหรับที่มันจะมีมากพอ; แล้วก็ ไม่ขายอย่างขูดรีด. ผู้ซื้อ ก็ไม่ซื้ออย่างจะขูดรีดผู้ขาย ผู้ขาย ก็ไม่ขายอย่างจะขูดรีดผู้ซื้อ ; คนกลาง, ถ้ามีธรรมะ การซื้อขายก็เป็นไปอย่างยุติธรรม. การส่งออกที่ไม่มี ธรรมะ จึงเกิดปัญหาปลอมปนยุ่งยาก ลำบาก กันไปทั้ง ๒ ฝ่าย. นี้มันก็เรื่องของความไม่มีธรรมะ การเศรษฐกิจที่เนื่องด้วยเรื่องสหกรณ์ สมาคม อะไรต่าง ๆ ก็ติดขัดเป็นไปไม่ได้ เพราะสมาชิกไม่มีธรรมะ ทำได้กันแต่สหโกง คือร่วมกันโกง ไม่ได้ร่วมกันกระทำ ประโยชน์เพื่อมนุษย์ส่วนรวม ตามความมุ่งหมายของคำว่า สหกรณ์ ถ้ามีธรรมะ ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่มี. นี่แหละขอให้ท่านทั้งหลายคิดดูให้ดีเถอะว่า สิ่งที่ เรียกว่า ธรรมะ นั้น ต้องเอามาประกาศ ในการขึ้นครอง
น.181 ๑๗๑ ราชสมบัติ ของพระมหากษัตริย์, ต้องมาอยู่ในการ ปกครอง, ต้องมาอยู่ในการเมือง, ต้องมาอยู่ในการ เศรษฐกิจ, นี่คือธรรมะโดยย่อ ๆ. อยากจะกล่าวให้เลยไปกว่านั้นอีกว่า ธรรมะคือ พระเจ้า. คนบางคนก็หาว่าพูดเล่นลิ้น หรือว่าแกล้งพูด ให้คนเข้าใจผิด ; โดยที่แท้แล้ว ธรรมะนั้นคือพระเจ้า. คำว่า พระเจ้า นั้น ถือเอาใจความที่ถูกต้อง ว่า เป็นสิ่งสูงสุดกว่า สิ่งใด, เป็นต้นเหตุที่ให้สิ่งต่าง ๆ ออกมา, เป็นผู้สร้างสิ่ง ทุกสิ่ง, เป็นผู้ควบคุมสิ่งทุกสิ่งอยู่, แล้วก็ ทำลายทุกสิ่ง ตาม โอกาสที่ควรทำลาย, มีอำนาจเหนือสิ่งใด มีอยู่ในที่ทั่วไป, เป็นที่รวมสิ่งทุกสิ่ง, ราวกับว่าปทานุกรมอันดีเลิศ, รวมคำ ทุกคำ ที่กล่าวถึงสิ่งทุกสิ่ง ที่มีอยู่ในหมู่มนุษย์ นี่คือพระเจ้า พุทธศาสนา เราก็มีสิ่งที่กล่าวนี้ ที่มีคุณค่าอย่างนี้ เราเรียกว่าพระธรรมเจ้า หรือ เราจะเรียกกันอย่าง วิทยาศาสตร์ ว่า กฎของธรรมชาติ กฎของธรรมชาติคือ พระเจ้า. ธรรมะ หรือพระธรรมเจ้า นี้สร้างสิ่งทุกสิ่ง ไม่ยกเว้นอะไร ; สร้างแม้แต่พระพุทธเจ้า พุทธบริษัท รู้ดีว่า ธรรมะเครื่องทำความเป็นพระพุทธเจ้าก็มีอยู่ พระ-
น.182 ๑๗๒ พุทธเจ้าจึงเกิดขึ้นมาในโลก. นี่พระธรรมเจ้าสร้างพระ- พุทธเจ้า. พวกอื่นเขาถนัดที่จะเรียกว่าพระเจ้า, พระเป็นเจ้า, ก็ไม่เป็นไร. พวกฝรั่งเขาเรียกยาวว่า God แปลว่า พระเจ้า เราเรียกสั้น ๆ ว่า กฎ ก็แปลว่า พระเจ้าเหมือนกัน คือกฎของ ธรรมชาติ ; เ รามีพระเจ้าองค์เดียวกัน เรียกชื่อผิดกัน เล็กน้อย นี้พระเจ้าคือพระธรรมเจ้า พระธรรมเจ้าคือ กฎอันเฉียบขาดของธรรมชาติ. ขอย้ำ อีกนิดหนึ่ง หรือเตือนอยู่บ่อย ๆ ว่า คำว่า ธรรม หรือ ธรรมะ มีความหมาย ๔ ความหมาย คือ ธรรมชาติ อย่างหนึ่ง, คือ กฎของธรรมชาติ อย่างหนึ่ง, คือ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ อย่างหนึ่ง, และ ผลอันเกิดมาจาก หน้าที่นั้น ๆ อีกอย่างหนึ่ง, รวมเป็น ๔ อย่างด้วยกัน ใน ๔ ความหมายนี้ ความหมายที่สำคัญที่สุด คือความหมายที่ ๒ ที่เรียกว่า กฎของธรรมชาติ ; นั่นน่ะ คือตัวพระเจ้า, หรือตัวพระธรรมเจ้า ที่เทียบกันได้กับ พระเจ้า.
น.183 ๑๗๓ พระเจ้าชนิดนี้สร้างทุกสิ่ง แม้แต่พระพุทธเจ้า ; เป็นปฐมเหตุ ที่ออกมาแห่งสิ่งทั้งปวง, สร้างสิ่งทั้งปวง, ควบคุมสิ่งทั้งปวง, ทำลายสิ่งทั้งปวง เมื่อควรจะทำลาย, อยู่เหนือสิ่งใดหมด, อยู่ในที่ทั่วไปไม่เว้นแม้แต่ในอณูหนึ่ง ๆ ของวัตถุ และรวมความหมายของทุกสิ่งไว้ในคำคำเดียว ว่า- พระเป็นเจ้า. เอ้า, ทีนี้ก็ดูกันต่อไป พระเจ้าสร้างโลก ในฐานะ สร้างสิ่งทุกสิ่งขึ้นมาให้มนุษย์ อย่างดีที่สุดที่พระเจ้าท่านจะ สร้างได้ : นับตั้งแต่โลกไม่มีอะไร ไม่มี โลก ไม่มีอะไร จนมีโลก จนมีอะไร ๆ ขึ้นมาในโลก ครบถ้วนบริบูรณ์ ทุกอย่าง จนชีวิตเกิดขึ้นมาได้, จนชีวิตเป็นไปได้ จนชีวิต เจริญมาตามลำดับ, เป็นชีวิตที่สะดวกสบาย สมบูรณ์ด้วย ปัจจัยเครื่องดำรงชีวิตทุกอย่าง มีอยู่ในผืนแผ่นดินนี้. ท่านลองนึกถึงโลกเรานี้ ก่อนแต่มนุษย์จะทำลาย มีต้นไม้พฤกษชาติ มีสัตว์ทั้งหลาย มีทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์ เท่าไร, มีแร่ธาตุทรัพยากรในแผ่นดินเท่าไร. พระเจ้า สร้างมาสมบูรณ์ หรือเกินกว่าจะสมบูรณ์เสียอีก.
น.184 ๑๗๔ ทีนี้ มนุษย์ก็เริ่มทำลาย เอาแต่ทำลายอย่างเดียว ทำลายมันหมดไป เพื่อกิเลสตัณหาของมนุษย์ โดยไม่คำนึง ถึงว่า พระเจ้าสร้างมาเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ที่สุด. พระเจ้า สร้างมาให้สำหรับกินไข่เท่านั้น ; มนุษย์ก็กินตัวเสียเลย ; แล้วมันจะกินได้กี่มากน้อย ? นี่แหละดูเถอะว่า ป่าไม้ก็ดี, สัตว์ทั้งหลาย ปู ปลา ก็ดี, ทรัพยากรธรรมชาติ มีอยู่สำหรับ จะให้เป็นประโยชน์อย่างไร ; เราก็ทำลายกันเสีย ; เช่น ป่าไม้มีสำหรับให้แผ่นดินชุ่มชื้น กระทำกสิกรรมได้เป็น อย่างดี เราก็ ทำลายป่าไม้ นั้นเสีย นี่เรียกว่าเรารู้คุณ เรากตัญญูต่อพระเจ้า หรือเราเป็นสัตว์เนรคุณ เป็นสัตว์ อกตัญญูต่อพระเจ้า ? สร้างมาให้กินไข่ มันกลับกินตัว เสียเลย. ขอโอกาสเล่านิทาน เรื่องเนื้อสมันกับนายพราน อีกนิดหนึ่ง ว่า เนื้อสมันตัวหนึ่ง เห็นนายพรานเดินมา แต่ไกล หลบเข้าไปอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้แห่งหนึ่ง จนนายพราน พ้นไป; แล้วมันก็เริ่มกินใบของสุมทุมนั้นจนโปร่งไปหมด. นายพรานกลับมาเห็น ก็ยิงตาย สมน้ำหน้ามัน ที่เป็นสัตว์ อกตัญญู.
น.185 ๑๗๕ มนุษย์เรากำลังเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ? อะไร ๆ ที่ พระเจ้าสร้างมาเพื่ออยู่รอด เพื่อเจริญ เพื่อคุ้มครอง เรา กำลังทำลายสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า ? ทั้งที่เราได้อาศัยสิ่ง เหล่านั้นมาตามลำดับอยู่กันเป็นผาสุกสบาย เดี๋ยวนี้เรากำลังเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ, พูดถึงสิ่งต่าง ๆ ; เช่นว่า รัฐบาลของเรา กำลังเรียกร้องความซื่อสัตย์สุจริต ของข้าราชการและประชาชน ทำไมเราไม่พูดถึงธรรมะ กันบ้าง ? ไม่เรียกร้องธรรมะให้กลับมาบ้าง เมื่อธรรมะ ไม่กลับมาแล้ว เราจะเอาความซื่อสัตย์สุจริต ของ ข้าราชการและประชาชนมาจากไหน. เราเรียกร้องความสามัคคี โดยไม่ต้องเอ่ยถึงธรรมะ นี่เราจะให้กฎหมายควบคุมสังคมกัน หรือว่าจะให้ธรรมะ ควบคุมสังคม ? ถ้ากฎหมายหรืออำนาจควบคุมสังคม เอ้า, ก็ไม่ต้องพูดถึงธรรมะ. แต่ ถ้าให้ธรรมะเป็นผู้ควบคุม สังคมแล้ว ต้องพูดถึงธรรมะ มากกว่าสิ่งใดทั้งหมด มากกว่า กฎหมาย มากกว่าอำนาจอะไร ๆ ที่ถือกันว่าจะให้สำเร็จ ประโยชน์
น.186 ๑๗๖ เรายังไม่ประสบความสำเร็จ แม้ในการกำจัด ยาเสพติด, เราไม่ประสบความสำเร็จ ในการควบคุมความ สุรุ่ยสุร่ายของประชาชน, เราไม่ควบคุมอบายมุขได้, เพราะ เราไม่สนใจธรรมะ เพราะขาดธรรมะ, เราเล่นตลกกับ ธรรมะ เอาธรรมะไปเรียกเป็นอย่างอื่น เช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน เราไม่พูดถึงว่าข้อนี้ เป็นธรรมะ; กลับไปพูดเป็นอุบายทางการเมือง สำหรับรวมกลุ่มประเทศ เพื่อสำหรับจะอวดอ้าง ในการ รวบรวมกลุ่มประเทศ. เราไม่เคยสูบบุหรี่ในห้องที่มีสตรีอยู่ เพราะมีมรรยาท เพราะมีศีลธรรม ; นี่ก็เรียกว่าเคารพ สิทธิมนุษยชน มาตั้งแต่โบรมโบราณ. เดี๋ยวนี้เอาไปเรียกเป็นอุดมการทางการเมือง : เรา สงเคราะห์คนตกทุกข์ได้ยาก เช่นที่ชายแดนนี้ เป็นเรื่อง ของศีลธรรม, เป็นเรื่องของจริยธรรม มันมา กลายเป็น เรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง. นี่เหยียบย่ำธรรมะ, ขบถต่อธรรมะ, เอาธรรมะไปเปลี่ยนชื่อ, ปล้นเอาสมบัติ ของพระเจ้า ไปเป็นเครื่องมือของการเมือง. จงเตรียมตัว รับโทษอย่างมหันต์ ให้สาสมกัน.
น.187 ๑๗๗ เราจะเป็นสัตว์กตัญญูกันสักที จะได้หรือไม่ ? ทบทวนศีลธรรม อารยธรรม วัฒนธรรม ของชน ชาติไทยดู จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง. เราจะ ไม่เพียงกตัญญู ต่อบิดามารดา ครูบาอาจารย์ เท่านั้น ; นั้นมันเป็นหลักพื้นฐานทั่วไป ไม่ลึกซึ้งอะไร. เราจะต้อง กตัญญู ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน ที่อยู่ร่วมโลกกัน. ที่เขา ได้ทำอะไรใส่ไว้ในโลกก่อนเรา เราเกิดมาก็ได้ ใช้ประโยชน์ อันนั้น. เรื่องหยูกเรื่องยา, เรื่องความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ เขาทำไว้เป็นแบบฉบับ ; เราเกิดขึ้นมาก็ได้อาศัย. เรา อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ เราก็มีเพื่อนมนุษย์ทุกคนในโลก เป็นผู้มีบุญคุณต่อเรา. นี้ถ้าว่า กตัญญูจริง ต้องมองลงไปถึงสัตว์ พาหนะ เช่นวัวควาย ซึ่งเป็นสัตว์มีประโยชน์อย่างยิ่ง มนุษย์อาศัยรอดชีวิตอยู่ได้ แล้วกลับเนรคุณต่อมัน. วัวควายกำลังหายไป จะหาดูไม่ได้อยู่แล้ว เพราะความอกตัญญู คนเอาไปฆ่ากิน, หรือเอาไปกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ; ไม่คำนึงถึงว่า นี้ก็เป็นสัตว์ที่มีบุญคุณควรจะกตัญญู. ถ้ากิน นมของมัน ก็ควรถือว่ามันก็เหมือนกับแม่.
น.188 ๑๗๘ ทีนี้ เราเป็นสัตว์อกตัญญูต่อป่าไม้ ต่อทุ่งนา ถนนหนทาง ห้วยหนอง คลองบึงบาง. เราทำลายป่าไม้ อย่างคนอกตัญญู. สิ่งที่เป็นถนนหนทาง ห้วยหนองคลอง บึงบาง ก็ถูกรุก ถูกทำลาย โดยผู้เห็นแต่ประโยชน์ของตัว มันก็ลำบากยุ่งยากมากขึ้นทุกที. สมัยก่อน ประชาชนช่วยกันสร้างถนนหนทางได้ ; สมัยนี้ไม่เอา ต้องใช้กันแต่เงินภาษีอย่างเดียว. ไม่มีใคร รักษาถนนหนทางตามธรรมชาติ ให้ยังคงอยู่ในลักษณะที่ว่า มันมีบุญคุณแก่เรา. นี่เราไม่กตัญญู แม้แต่ป่าไม้ ทุ่งนา ถนนหนทาง ห้วยหนองคลองบึงบาง. คนไหนบ้างกตัญญูต่อนก ต่อดอกไม้ ต่อผีเสื้อ อันสวย ๆ ที่โบกบินอยู่ สำหรับทำให้มนุษย์สบายตา ร้องเพลง อย่างไพเราะให้ฟัง ? มันมีแต่จะทำลายสิ่งเหล่านี้ เห็นแก่ ประโยชน์ตัว, ทำลายสิ่งเหล่านี้ อย่างทารุณที่สุด จนเกือบ จะไม่มีเหลือเป็น ๆ อยู่แล้ว ไปอยู่ในตู้กระจกเสียหมด. คิดดูเถอะว่า มันมีบุญคุณทางจิต ทางวิญญาณ ก็ทำลาย มันได้ลงคอ.
น.189 ๑๗๙ ถ้าเป็นคนกตัญญูจริง เขาก็จะนึกว่า แม้แต่ศัตรู คู่ปรปักษ์ ก็มีบุญคุณแก่เรา : ศัตรูทำให้เราก้าวหน้า, ปรปักษ์ทำให้เรามีสมรรถนะเพิ่มขึ้น ผู้อิจฉาริษยาเรา นั่นแหละ ทำให้เราเป็นคนหนักแน่นมั่นคงขึ้น. ทำให้ เราเป็นคนมีเมตตาสูงสุด ชนิดที่คนอื่นเขาไม่มี เรา ถือว่าคนริษยาเรา ทำให้เราเก่งขึ้นถึงอย่างนี้ เรารู้บุญคุณ เขา. ที่นี้จะดูว่า อุปสรรคทั้งปวง ทำให้เราเก่งขึ้นใน การแก้ปัญหา. ถ้าไม่มีอุปสรรคใด ๆ เข้ามาขัดขวางแล้ว มนุษย์เรายังโง่กว่านี้มาก. สติปัญญาของเราเกิดขึ้นมาทุกครั้ง ที่มันมีอุปสรรค, ควรจะถือว่าอุปสรรคก็เป็นสิ่งที่มีบุญคุณ แก่เรา. แม้แต่ ความเจ็บ ความไข้ มันมา ทำให้เรา ฉลาดขึ้น. มันมา ทำให้เราเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มัน ทำให้เราบรรลุนิพพานได้ หรือมันทำให้เราอยากที่จะ บรรลุนิพพาน มันมีประโยชน์แก่เราอย่างนี้ คิดดูให้ดี ถ้าเรากตัญญูได้แม้แต่สิ่งดังกล่าวเหล่านี้แล้ว ทำไม เราจึงไม่กตัญญูต่อพระธรรมเจ้า ซึ่งมีบุญคุณอย่างยิ่ง มากไปกว่านี้รวมกันทั้งหมด ? ทำไมเราไปเนรคุณอกตัญญูต่อ
น.190 ๑๘๐ พระธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเราอยู่ ปกครองเราอยู่ คุ้มครอง เราอยู่ ทุกลมหายใจเข้าออก ? ทั้งเนื้อทั้งตัวของสัตว์ที่มี ชีวิตนั้น พระธรรมคุ้มครองอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ทำไม ไม่นึกถึงพระคุณของพระธรรม ? แล้วไปอกตัญญูต่อพระธรรม เหยียบย่ำพระธรรม อย่างที่เห็น ๆ กันอยู่ ; ไม่ถือเอา พระธรรมเป็นสิ่งสูงสุด เอากิเลสขึ้นมาทูนหัว เป็นสิ่งสูงสุด แทนพระธรรม. ขอให้เรามาให้ความยุติธรรม, ให้ความเป็นธรรม ต่อพระธรรม โดยรู้สึกพระคุณของพระธรรมให้ถูกต้อง, คือ ให้เพียงพอ ให้ยุติธรรม ; ไม่ต้องอะไรมาก เพียงประพฤติ ธรรมเท่านั้นแหละ, ประพฤติธรรมเท่านั้น ไม่ต้องทำอะไร มาก. นั่นแหละ คือการตอบแทนพระคุณของพระธรรม. พระธรรมต้องการให้เราประพฤติธรรม, ประพฤติธรรม ตามความต้องการของพระธรรม เพื่อให้เราอยู่เป็นสุข มันน่าหัว มนุษย์นี่บ้าหรือดี? ที่ไม่รู้จักตอบแทน พระคุณ ของสิ่งที่ต้องการให้เราอยู่กันเป็นสุข. เราประพฤติ ธรรม แล้วผลนั้น ๆ กลับมาได้แก่เรา ไม่เห็นว่าได้แก่ พระธรรมที่ไหน ; เพียงแต่ว่าโดยหลักของการประพฤติ
น.191 ๑๘๑ ธรรม. เราตอบแทนพระคุณของพระธรรม แล้วผล นั้นกลับได้แก่เรา ตามความประสงค์ของพระธรรม ซึ่งมี ในโลก มีในที่ทั่วไป สำหรับคุ้มครองมนุษย์ให้อยู่กันเป็น ผาสุก. เราอย่าทำลายสมบัติมหาศาล ที่พระธรรมเจ้า หรือพระธรรม หรือกฎของธรรมชาติ มอบให้แก่เรา. เราทำลายสมบัติที่พระธรรมมอบให้แก่เรา เพื่อกิเลสมาร, เอาไปบูชากิเลสมาร. นี่ดูให้ดี ยิ่งเจริญยิ่งเป็นสัตว์กตัญญู หรือว่าเป็นสัตว์อกตัญญู. อาตมาได้อ่านรายงานของพวกฝรั่งคนหนึ่ง ที่เขา ไปสำรวจพวกเงาะป่า จังหวัดภาคใต้สมัยที่นานมาแล้ว. เขา ต้องการให้ทำอะไร มัน ก็ทำให้ดูทุกอย่าง : บันทึกเสียง ถ่ายรูป อะไรได้หมด ; แต่พอให้ร้องเพลง เล่นดนตรี ให้ฟัง มันไม่ทำ ไม่ยอมทำ ; ให้เงินเท่าไร ๆ ก็ไม่ยอมทำ เพราะว่ามีพ่อแม่คนหนึ่งเพิ่งตายใหม่ ๆ ศพยังเพิ่งจะลงหลุม อยู่ในวันนั้น มันไม่ยอมร้องเพลง ไม่ยอมเล่นดนตรี ให้ เงินเท่าไรมันก็ไม่เอา. ฝรั่งก็หมดปัญญา ที่จะได้การ ร้องเพลงหรือดนตรีไป.
น.192 ๑๘๒ นี่คนป่านะ สมัยนู้นนะ ยังไม่ยอมเล่นดนตรี ร้องเพลงต่อหน้าศพนะ ; แล้วเดี๋ยวนี้เราเอาพิณพาทย์มา กี่วง ? เอาดนตรีมากี่วง ? เอาเพลงมากี่วง มาเล่นต่อหน้า ศพ ? โดยเฉพาะในบ้านนอกบางแห่งแล้วมีรำวงด้วย. นี่ สัตว์ยิ่งเจริญยิ่งกตัญญู หรือยิ่งอกตัญญู หรือยิ่งลดลงใน ทางที่จะกตัญญู. อาตมามิได้ประสงค์จะมาด่าท่านผู้ฟังให้เมื่อยปาก ให้หนวกหู ; แต่มาบอกให้ทราบว่า พวกเราทั้งโลก, ทั้งโลก กำลังจะได้รับโทษแสนสาหัส เพราะทำตัวเป็นสัตว์เนรคุณ อกตัญญูต่อพระธรรมต่อพระเจ้า. ขอให้เรานึกถึงพระธรรม รู้จัก พระธรรม แล้วก็ เคารพ ให้สมกัน ปฏิบัติ ให้ตรงตามประสงค์ ก็เรียกว่า เป็นผู้ก ตัญญูต่อพระธรรม ต่อพระเจ้า ต่อพระเป็นเจ้า ; พูดอย่างวิทยาศาสตร์ก็ว่า ตรงต่อกฎของธรรมชาติ ที่เป็น ไปในทางให้เกิดความเจริญ นี้เรียกว่ากตัญญูต่อพระธรรม. จะทำอะไร ขอให้นึกถึงพระเจ้าก่อน นึกถึง พระธรรมก่อน : จะหย่าเมีย หย่าผัว จะตีลูก จะทำอะไร ก็ขอให้นึกถึงพระเจ้าก่อน นึกถึงพระธรรมก่อน ; ท่าน
น.193 ๑๘๓ จะคุ้มครอง ให้ประพฤติกระทำไปอย่างถูกต้อง, ไม่มี ทางผิดพลาดเลย นี่แหละประโยชน์ของพระธรรม ที่ต้องมีอยู่ทุกครั้ง ที่เราหายใจเข้า-ออก ตลอดเวลา จนกว่าจะสิ้นชีวิต. ขอให้เป็นสัตว์กตัญญู รู้คุณของธรรม โดยนัยนี้เถิด มนุษย์ก็จะเป็นมนุษย์ สมนามว่าเป็นมนุษย์ คือสัตว์ที่มีใจสูง. นี่แหละคือธรรมะ พระธรรม พระธรรมเจ้า หรือ พระเป็นเจ้า ในฐานะที่สัตว์โลกสมัยนี้สำนึกในพระคุณน้อย เกินไป. ขอได้โปรดนำไปคิดใหม่ แล้วก็ หยุดความเป็น สัตว์อกตัญญู, หยุดความเป็นสัตว์ เนรคุณ ; แล้วโลกนี้ ก็จะกลายเป็นโลกใหม่ ที่มีอยู่โดยมิตรภาพของคน ทุกคน ตามความประสงค์ของพระธรรมเจ้า หรือของ พระเป็นเจ้า. เวลาสำหรับบรรยายปาฐกถาธรรมสิ้นสุดลงแล้ว. อาตมา ขอยุติด้วยความหวังว่า เราจะมีความกตัญญูกตเวที หรือกตเวทิตา ต่อพระธรรม ให้สมกับที่พระธรรมมีคุณต่อเรา ด้วยกันจง ทุก ๆ คนเถิด. -----------------------
น.194 อาจารย์ไก่ ◎ ถ้าคนเรา เปรียบกับ ไก่ ดูให้ดี มันไม่มีนอนไม่หลับ ไม่ปวดหัว ไม่มีโรคประสาท ประจำตัว โรคจิตไม่มากลั้วกับไก่น้อย. ◎ คนในโลกกินยา เป็นตันๆ พวกไก่มันไม่ต้องกินสักเท่าก้อย หลับสนิทจิตสบาย ร้อยทั้งร้อย รู้สึกน้อยแห่งน้ำใจอายไก่เอย. ◎ ได้เป็นคนหรือจึงได้นอนไม่หลับ ควรจะนับว่าเป็นบาปหรือบุญเหวย มีธรรมะกันเสียนะอย่าละเลย อยู่เสบยไม่ละอาย แก่ ไก่ มัน. พ. อินทปัญโญ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒-๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๒ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๔ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗
น.195 รายชื่อหนังสือ ชุดลอยปทุม อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑ คู่มือมนุษย์ ๖ ๒ ศิลปแห่งการดูด้วยยถาภูตสัมมัปปัญญา ๑ ๓ ศิลปแห่งการมีพระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัว ๑ ๔ ธรรมะสำหรับคนเกลียดวัด ๑ ๕ ธรรม ๒๔ เหลี่ยม ๒ ๖ พูดกับเณร ๑ ๗ ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๑ ๑ ๘ เห็นธรรมชาติคือเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ๑ ๙ ธรรมโอสถสำหรับโลก ๑ ๑๐ ความมีสุขภาพอนามัยทางจิต ๒ ๑๑ ปรมัตถธรรมคำกลอน ๑ ๑๒ นิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้ ๒ ๑๓ ธรรมพรปีใหม่ ๒ ๑๔ ตถตาช่วยได้ ๑ ๑๕ ศีลธรรมกลับมา ตอน ๒ ๑ ๑๖ ศีลธรรมกลับมา ตอน ๓ ๑ ๑๗ ค่าของครู ๑ ๑๘ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นกัลยาณมิตร ๑
น.196 ความรักของอวิชชา มีลิงหนึ่ง คนหนึ่ง อยู่ด้วยกัน คนก็รัก ลิงนั้น เป็นนักหนา ลิงก็รัก คนจัด เต็มอัตรา ทั้งสองรา รักกัน นั้นเกินดู. วันหนึ่งคน นอนหลับ อย่างสบาย แมลงวัน มาไต่ ที่กกหู ลิงคิดว่า อ้ายนี่ยวน กวนเพื่อนกู จะต้องบู๊ ให้มันตาย อ้ายอัปรีย์. หยิบดุ้นไม้ มาเงื้อ ขึ้นสองมือ ฟาดลงไป เต็มตื๊อ แมลงวันหนี ข้างเพื่อนรัก ดิ้นชัก ไปหลายที ดูเถิดนี้ ความรัก ของอวิชชา. พุทธทาส อินฺทปัญฺโญ
Buddhadasa