น.218 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, ปาฐกถาธรรมในวันนี้ มีความมุ่งหมายในการ บรรยาย เพื่อการกลับมาแห่งศีลธรรม โดยมีปรมัตถธรรม เป็นรากฐาน. ศีลธรรมที่มีรากฐานถูกต้องและเพียงพอ จึงจะสามารถคุ้มครองโลกจากความพินาศ. โลกเรากำลังมีสภาพเป็นกลียุคยิ่งขึ้นทุกที. เต็ม ไปด้วยวิกฤตการณ์ จนเรียกว่าไม่น่าจะอยู่. ทั้งนี้ก็เพราะเหตุ ว่าไม่มีสันติสุขไม่มีสันติภาพ, ทั้งนี้ก็ เพราะว่า ศีลธรรมของ ๒๑๐
น.219 ๒๑๑ มนุษย์ได้เสื่อมทรุดสูญหายไป มีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ น้อย มีความเป็นคนที่เห็นแก่ตนมากขึ้น ๆ. ปรมัตถธรรมจะช่วยให้โลกสว่าง. ศีลธรรมหายไปเพราะเหตุใด ? เพราะเหตุว่าโลก ลดลงไปสู่อำนาจมิจฉาทิฏฐิ - ความเห็นผิด คือความเห็น แก่ตน ถือประโยชน์ตนเป็นสิ่งสูงสุด, ไม่รู้ว่าการทำเช่นนั้น เป็นการทำลายตน พร้อมกันไปในตัว, เราต้องการสัมมา- ทิฏฐิ ที่มีความเห็นอันถูกต้อง. ปรมัตถธรรม ความจริง อันสูงสุด คือสัมมาทิฏฐิ ; นี่ถ้ามีแล้ว จะทำให้โลกนี้ สว่างไสว, มีความรู้สึกเข้าใจหน้าที่ต่าง ๆ ที่จะพึงปฏิบัติ ต่อกัน. ผู้มีกำลังน้อย ผู้มีกำลังมาก หรือผู้มีอำนาจวาสนา ผู้ไม่มีอำนาจวาสนาจะอยู่กันอย่างไร ? ต้องมีความรู้ความ เข้าใจอันถูกต้อง. ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยอำนาจ จะรู้สึกหน้าที่ของตน ในการพิทักษ์รักษาสันติสุข ไม่ต้องรอให้ผู้มีความทุกข์ หรือผู้อ่อนแอต้องขอร้องอ้อนวอน หรือต้องอ้างอิงนั่นนี่มา ขอร้องอ้อนวอน. ผู้สูงสุด ผู้มีอำนาจสูงสุด เราเรียกกัน
น.220 ๒๑๒ ว่าพระเจ้า หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตาม มีหน้าที่คุ้มครอง ป้องกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องมีการอ้อนวอน ก็ทำการ คุ้มครองป้องกัน จึงจะเรียกว่าผู้สูงสุด ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ ผู้รับจ้างเรียกร้องการอ้อนวอน แล้วจึงจะต้องคุ้มครองบ้อง กัน. เดี๋ยวนี้เราก็ไปปรับปรุงรูปงานหรือกิจการ ให้มี ลักษณะเหมือนกับว่าผู้สูงสุดเรียกร้อง อย่างน้อยก็การอ้อน วอน บวงสรวงบูชา จึงจะคุ้มครองป้องกัน. ถ้าเป็นอย่างนี้ น่ากลัวว่า สิ่งสูงสุดหรือศักดิ์สิทธิ์นั้น จะไม่เป็นสิ่งที่แท้จริง หรือถูกต้อง ตามกฎของธรรมชาติเสียแล้ว. มันจะเป็น ผู้ศักดิ์สิทธิ์เก๊ก็ได้ เป็นเหตุให้ทำไปในลักษณะรูปแบบของ ไสยศาสตร์ แทนที่จะเป็นพุทธศาสตร์ ขอให้พวกเราชาวพุทธเชื่อว่า พระรัตนตรัยหรือ สิ่งสูงสุดศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ในพระพุทธศาสนานั้น มีหน้าที่ คุ้มครองป้องกันอยู่เป็นปรกติ. การบรรยายในวันนี้จึงกล่าว โดยหัวข้อว่า ผู้มีกำลังสมบูรณ์ มีหน้าที่ช่วยป้องกัน ปัญหา. ต่อจากการบรรยายในครั้งที่แล้ว ๆ มา ที่ว่า แก้ กันแต่ปลายเหตุ ปัญหาก็เพิ่มพูน ; ในวันนี้ว่า ผู้มี
น.221 ๒๑๓ กำลังสมบูรณ์ มีหน้าที่ช่วยป้องกันปัญหา. อย่าต้องมี การขอร้องประจบประแจง บวงสรวง อ้อนวอน อย่างหนึ่ง อย่างใดเลย. "ปัญหา" เป็นเรื่องทำความเดือดร้อนแก่จิต. เอาละ, เราจะพูดกันถึงสิ่งที่เรียกว่าปัญหา. คำว่า ปัญหา นี่เป็นคำที่มีความหมายกว้างที่สุด รวมความว่า สิ่งที่ ต้องต่อสู้แก้ไข เพราะทนอยู่ไม่ได้. คำว่าปัญหา หมายความ ว่าสิ่งที่ทนอยู่ไม่ได้ ; ที่เราทนอยู่ไม่ได้ ต้องต่อสู้ ต้อง ป้องกัน ต้องแก้ไข จะเป็นเรื่องเข้าใจผิดเข้าใจถูกก็ตาม ขึ้นชื่อว่าปัญหาแล้วไม่มีใครต้องการ , เป็นสิ่งที่อย่างน้อย ที่สุดก็ทำความรำคาญให้แก่จิตใจ รบกวน ความสงบสุข กระทั่งเป็นอันตรายแก่ชีวิต. สิ่งที่เรียกว่า ปัญหา นั้น ทำลายความปรกติสุข ทางกาย ทางจิต ทางวิญญาณ ทั้งที่เป็นของเอกชนและ ทั้งที่เป็นของมวลชน. ปัญหาเล็ก ๆ สามารถจะลุกลามขึ้น เป็นมหาสงครามทำลายโลก, เห็นได้จากมหาสงครามครั้งที่ แล้วมา ตั้งต้นขึ้นจากปัญหาเล็กๆ ของประเทศเล็ก ๆ,
น.222 ๒๑๔ ปัญหานั้นก็ตั้งต้นมาจากบุคคลเพียงคนเดียว เรื่องของบุคคล เพียงคนเดียว ก็ตั้งต้นจากปัญหาเล็กๆ ของความเห็นแก่ ตนนั่นเอง. ปัญหาจึงเป็นสิ่งที่ขยายตัวขึ้นท่วมโลกก็ได้ จากจุดเล็ก ๆ ของบุคคลเพียงคนเดียว. จึงเป็นสิ่งที่ไม่พึง ปรารถนาอย่างยิ่ง. สภาพไม่พึงปรารถนาทุกชนิด เรียกว่าปัญหา ทั้งที่ เป็นรูปธรรมและเป็นนามธรรม เกิดขึ้นทางกายก็ลำบากกาย เกิดขึ้นทางจิตก็ลำบากจิต, เกิดขึ้นทางวิญญาณคือทางสติ ปัญญา ก็มืดมนท์กันไปหมด, เป็นเหตุให้กระทำผิดพลาด ทั้งทางกายและทางจิตยิ่ง ๆ ขึ้นไป ส่งเสริมกันอยู่อย่างนี้ ; เห็นว่า ผู้มีอำนาจ มีปัญญา มีกำลัง ควรจะรับเอาเป็น ภาระ ที่จะป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหา การป้องกันทำได้ง่ายกว่าปราบ. ทำไมจึงใช้คำว่า "ป้องกัน" ข้อนี้ก็น่าจะเป็นที่ เข้าใจกันอยู่แล้วเป็นส่วนมาก เพราะเป็นความรู้บรมโบราณ ว่า "ป้องกันดีกว่าแก้ไข" เพราะว่าการป้องกันนั้นทำ ได้สะดวกกว่า คือไม่ทันเกิดเรื่อง มันก็ทำอะไรได้สะดวกกว่า
น.223 ๒๑๕ และจะทำได้ง่ายกว่า การกระทำนั้นก็จะปลอดภัยกว่าและ ลงทุนน้อยกว่า, การป้องกันปัญหา จะลงทุนน้อยกว่าการ แก้ไขปัญหา, ไม่มีความยุ่งยากลำบากอันตราย ไม่โกลาหล วุ่นวาย ไม่ต้องมีการปะทะ ; เลือดเข้าตาแล้วก็ไม่มีทางที่ จะทำอะไรให้ถูกต้องได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย, การล้างผลาญกัน อย่างวินาศก็เกิดขึ้นได้โดยง่าย. ขออภัย ยกตัวอย่าง อย่าถือว่าเป็นการรบกวนเวลา อะไรมากนัก แต่ขอให้สำนึกให้ถึงที่สุดของความหมายของ คำว่า "ป้องกัน", เช่นว่าในกรุงเทพฯ นี้เต็มไปด้วยยุง ลอง คิดดูว่า การป้องกันยุงกับการปราบยุงนี่ อันไหนมันง่ายกว่า, มนุษย์ยังไม่สามารถเอาชนะยุงตัวเล็ก ๆ นี่ก็เพราะว่าไม่เพ่ง เล็งในการป้องกัน, ถ้าคนทุกคนในบ้านเรือนทุกบ้านเรือน ช่วยกันป้องกันไปตามมีตามได้ตามความสามารถของตน ยุง ก็จะไม่มีในกรุงเทพฯ ครั้นปล่อยให้ยุ่งมาก มากเหลือที่จะ มาก คิดจะปราบปรามกันก็ไม่เคยสำเร็จ ให้ยุงมันหัวเราะ. หรือว่าจะป้องกันโรค นี้มันจะดีกว่าที่จะปราบปราม โรค โรคติดต่อหรือไม่ติดต่อ โรคอะไรก็สุดแท้ ถ้ามีแผน การป้องกัน จะคงความสงบเย็นปรกติสุขอยู่ได้ ; ไม่
น.224 ๒๑๖ เหมือนกับเกิดโรคแล้ว มาโกลาหลวุ่นวายกันในทางที่จะ ป้องกัน. แม้เรื่องป้องกันไฟไหม้ มันก็จะน่าดูกว่าให้ไฟ- ไหม้ แล้วจะมาช่วยกันดับไฟ. เราเลี้ยงแมวไว้ป้องกันหนู สนุกกว่าน่าดูกว่า, เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก ไม่โกลาหลวุ่นวาย เหมือนกับว่าไป ซื้อกับมาดักหนู ช่วยกันตีหนู วางยาพิษหนู จนกระทั่งวาง เอาคนเจ้าของบ้านนั่นเอง. ป้องกันหนูมันต้องดีกว่าการ ปราบหนู. จะเป็นความประมาท ความชะล่าใจ หรือไร้สติ ปัญญาก็ได้ ที่เราไม่สนใจการป้องกันหนู หวังแต่จะปราบ หนูแล้วก็ปราบไม่ได้. จะเรียกว่าสมบูรณ์ด้วยปัญญาอย่างไร กัน ? เลี้ยงแมวนี้มันยังน่ารักน่าดู แล้วป้องกันหนูได้จริง คนบ้านนอกเคยประสบมาแล้ว ทุกคนทุกบ้านต้องมีแมว แล้วบ้านนั้นก็ปลอดภัยจากหนูที่มาทำลายสิ่งของ. หรือว่าเราป้องกันด้วยการ กำจัดอบายมุข แล้ว การปราบปรามอาชญากรรมก็จะลดน้อยลง. ถ้าเรา ปล่อยให้มือบายมุขมากมาย อาชญากรรมก็จะเกิดขึ้น จน เหลือที่จะปราบไหว. ทำให้ประชาชนมีศีลธรรม จะมี อันธพาลน้อยลง, การปราบอันธพาลก็ลดน้อยลง.
น.225 ๒๑๗ เรื่องนี้เป็นไปได้ถึงระดับโลกทีเดียว ถ้าโลกนี้มี ศีลธรรม วิกฤตการณ์ทั้งหลายในโลกก็จะลดลง . การ ทำให้โลกมีศีลธรรม เป็นการป้องกันโลกจากวิกฤตการณ์ ทั้งหลาย, ขอให้สนใจในความมีศีลธรรม ซึ่งจะเป็นเหมือน แมวกำจัดหนูให้หมดสิ้นไป, โดยไม่มองเห็นหรือไม่ต้องยุ่งยาก ลำบากอะไร ; จะเป็นความสงบเงียบเป็นสันติสุขอยู่ได้ ตลอดเวลา. มนุษย์ในโลกไม่สนใจในความมีศีลธรรม หรือใช้ ศีลธรรมเป็นเครื่องควบคุมโลก เป็นการป้องกัน แต่กลาย เป็นไปสนใจในเรื่องของการแก้ไขตะพึดไป. องค์การ สหประชาชาติ จึงต้องเป็นเสมือนหนึ่งท้าวมาลีวราชนั่งจับปู ใส่กระด้งอยู่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด : มันเป็นเรื่องแก้ไขที่ปลาย เหตุ ไม่เป็นการป้องกันที่ต้นเหตุ, ทั้งที่มีอำนาจ จนยอม รับว่ามีอำนาจสูงสุดในโลก แต่ปล่อยให้เรื่องเกิดขึ้นสำหรับ จะแก้ไข ไม่มีแผนการที่จะป้องกัน ก็ต้องทำงานไม่สิ้นสุด เหมือนนั่งจับปูใส่กระด้ง. ขอให้ช่วยกันคิดดูว่า ผู้มีกำลังสมบูรณ์มีหน้าที่ ช่วยป้องกันปัญหา ไม่ให้ปัญหามันเกิดขึ้นมา ผู้มีกำลัง สมบูรณ์ มีหน้าที่ มีหน้าที่ มีหน้าที่ ช่วยป้องกันปัญหา
น.226 ๒๑๘ การทำหน้าที่เป็นความกรุณาอย่างหนึ่ง. ทำไมอาตมาจึงใช้คำว่า มีหน้าที่ ? นี้มันเป็นสิ่งที่ ต้องพิจารณาดู ให้ละเอียดสักหน่อย ตั้งแต่ขั้นต่ำสุดถึงขั้น สูงสุด. คำว่า หน้าที่ นั้น คือความหมายของคำว่า ธรรมะ. ธรรมะแปลว่าหน้าที่, หน้าที่ของมนุษย์นั้น ท่านเรียกกันว่า ธรรมะมาแต่โบราณดึกดำบรรพ์ก่อนพุทธ- กาล. ธรรมะแปลว่าหน้าที่ ผู้ทำหน้าที่ก็คือผู้มีธรรมะ. มนุษย์รู้จักหน้าที่ที่มนุษย์จะต้องทำ แล้วเรียกชื่อมันว่า ธรรมะโดยภาษาบาลี, ถ้าในภาษาไทยก็ได้แก่สิ่งที่เรียกว่า หน้าที่นั้นเอง. เพราะว่ามนุษย์ได้เอาสิ่งที่เรียกว่า หน้าที่ นั้น มาเรียก โดยภาษาบาลีว่าธรรมะ ซึ่งเรารับช่วงวัฒนธรรม อันนี้มา เราจึงมีคำว่าธรรมะใช้ ธรรมะหมายถึงหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ก็ไม่มีธรรมะ ; ไม่มีธรรมะก็ไม่มีความสงบ สุข ธรรมะจึงเป็นสิ่งสำคัญในฐานะที่เป็นหน้าที่ ผู้ที่มีอำนาจวาสนา มีกำลังทรัพย์ กำลังปัญญา ลองไม่ทำหน้าที่ช่วยป้องกันปัญหา ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นท่วม
น.227 ๒๑๙ บ้านท่วมเมือง แล้วผู้มีอำนาจมีกำลังนั่นแหละ จะตกอยู่ ท่ามกลางของพอลลูชั่น. พอลลูชั่น (Pollution) เป็นสิ่ง สกปรกรกรุงรังเลวร้ายของปัญหาของบ้านของเมืองเหลือที่จะ กล่าวได้. เศรษฐีจะตกอยู่ในท่ามกลางพอลลูชั่น ของ ปัญหาอันธพาล ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาต่าง ๆ เหลือที่จะ ปัดเป่าหรือทรงตัวอยู่ได้. ไม่ทำหน้าที่ก็ไม่ชื่อว่ามีประโยชน์, ไม่มีประโยชน์. ผู้มีกำลังผู้มีอำนาจต้องทำหน้าที่ จึงจะได้ ชื่อว่ามีความประเสริฐมีความศักดิ์สิทธิ์ การที่ทนอยู่ไม่ได้ เพราะความกรุณา นี้เป็น ลักษณะของมหาบุรุษ ผู้มีปัญญาท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า อัธยาศัยที่ทนอยู่ไม่ได้เพราะกรุณานั้นเป็นลักษณะของ มหาบุรุษ. เดี๋ยวนี้เรามี บุคคลที่จะเรียกว่ามหาบุรุษ เช่นว่า เป็นผู้แทน ประชาชนทั้งบ้านทั้งเมืองเลือกมา จะไม่ให้ เรียกว่ามหาบุรุษอย่างไร. ผู้แทนมาเลือกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ก็ยิ่งเป็นมหาบุรุษ. เมื่อเป็น มหาบุรุษ กันทั้งที ก็ต้องมี อัธยาศัยที่ทนอยู่ไม่ได้เพราะความกรุณา.
น.228 ๒๒๐ กรุณาอะไร ? กรุณาในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิด ปัญหา. ผู้มีกำลังมีอำนาจต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วจะมีไปทำไม ? จะมีมหาบุรุษไปทำไม ? มหาบุรุษ ผู้มีกำลังมีอำนาจ ที่ยิ่งใหญ่กว่าธรรมดา ยิ่งใหญ่ จนประชาชนเขาสมมุติให้ มอบหมายให้ทั้งหมด ก็ควรจะทำ หน้าที่ของตน ในการที่จะป้องกันปัญหา. "กำลัง" มีได้หลายทาง. ผู้สมบูรณ์ด้วยกำลังด้วยอำนาจนี้ จะต้องรู้จักสิ่งที่ เรียกว่า กำลัง : กำลังกาย ก็มี, กำลังแรงงาน กำลังอาวุธ กำลังคน ก็มี, กำลังทรัพย์ ก็มี ที่เรียกว่ากำลังเศรษฐกิจ. เดี๋ยวนี้ในโลกกำลังหลงในกำลังเศรษฐกิจ เพราะต้องการจะ ครองโลก, กำลังจิต ก็ต้องมี ต้องพูดถึงด้วย ถ้าไม่อย่างนั้น สิ่งที่กระทำนั้นจะไม่สม่ำเสมอ จะท้อแท้เสียกลางคัน เป็นต้น. กำลังปัญญา ก็ต้องมี มิฉะนั้นจะทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม กำลังอันสูงสุด อันสุดท้าย ก็คือ กำลังของ สุจริตธรรม กำลังของพระธรรม กำลังของความสุจริต ผู้ ใดมีกำลังของสุจริตธรรมแล้ว ย่อมรวบรวมไว้ได้ซึ่ง
น.229 ๒๒๑ ความรัก ความเคารพ ความนับถือ ความไว้วางใจ ของคนทุกคน, ฉะนั้นขอให้ทุกคนมีกำลังแห่งสุจริตธรรม ซึ่งจะเป็นกำลังเหนือกำลังใด ๆ. ผู้สมบูรณ์ด้วยกำลัง หมายความว่า สมบูรณ์ด้วย กำลังแห่งสุจริตธรรม. คำว่า สมบูรณ์ สมบูรณ์นี่ก็หมาย ถึง มีพอที่จะใช้, ถ้าไม่พอที่จะใช้ในหน้าที่ที่จะต้องทำ ก็ เรียกว่าไม่สมบูรณ์ ; ทุนรอน สะเบียง อันนี้ก็สมบูรณ์ เครื่องมือ หรือ อาวุธ ก็สมบูรณ์, แล้วยังมีกำลัง สติปัญญา ที่จะใช้ทุนรอนหรือเครื่องมือนั้นให้ถูกต้อง. ผู้สมบูรณ์ด้วย อำนาจ ด้วยกำลัง ย่อมทำหน้าที่; มิฉะนั้นแล้ว ก็ไม่ เรียกว่าเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอำนาจหรือด้วยกำลัง ถ้ าผู้มีกำลัง หรือมีอำนาจทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง โลกนี้จะไม่มี วิกฤตการณ์ต่าง ๆ เหมือนที่กำลังเป็นอยู่. ความเห็นแก่ตัวทำให้เกิดปัญหา. ท่านทั้งหลายทราบได้เอง จะทุกคนด้วยซ้ำไปว่า โลกนี้กำลังเดือดร้อนอย่างไร ? ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ทำให้เกิดปัญหา เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ซื่อตรง เอา
น.230 ๒๒๒ เปรียบขูดรีดกันมาตั้งแต่แรก, เช่นว่าเหมือนจะเอาเปรียบ มาตั้งแต่เจ้าของที่ดิน ผู้ขายเมล็ดพืช ผู้ขายปุ๋ย ผู้เพาะปลูก ผู้มาซื้อ แล้วผู้ขนส่ง ผู้ส่งออก ล้วนแต่ต้องการจะขูดรีด ขูดรีดเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นี่เรียกว่าเราหมดธรรมะ หมด สุจริตธรรม กำลังของสุจริตธรรมมีไม่พอที่จะควบคุมมนุษย์ ให้เป็นอย่างถูกต้องตามทางของ มนุษย์ ซึ่งแปลว่าผู้มีจิตใจ สูง . ผู้ประสบความสำเร็จในการขูดรีด นั่นแหละ คือ สิ่งที่เป็นตัวปัญหาอย่างยิ่ง. มองดูไปรอบ ๆ โลกเถอะ ผู้ ประสบความสำเร็จ ในการขูดรีดนั่นแหละคือตัวปัญหา ทุกชนิด ที่กำลังมี อยู่ในโลก. ถ้าผู้มีกำลังมีอำนาจช่วยป้องกันปัญหา, อย่าเป็น ผู้สร้างปัญหาขึ้นมาอย่างนี้ โลกนี้ก็จะเป็นโลกแห่งสันติสุข เป็นโลกแห่งสันติภาพ. ผู้มีกำลังมีอำนาจอันแท้จริงนั้น ไม่มีใครสูงยิ่งไป กว่าพระเจ้า บางทีเราก็เรียกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โลก. ในหมู่พุทธบริษัท เราเรียกว่าคุณของพระรัตนตรัย
น.231 ๒๒๓ คุณของพระรัตนตรัย คือคุณของอำนาจสุจริตธรรม ที่ พุทธบริษัทพากันประพฤติปฏิบัติ เกิดเป็นคุณของพระรัตน- ตรัยขึ้นมา, คุณของพระรัตนตรัยก็คุ้มครองเอง ไม่ต้อง อ้อนวอนร้องขอ. มีความเห็นผิด จึงเกิดปัญหา เดี๋ยวนี้เรา กำลังมีความเห็นผิด คล้าย ๆ กับว่า คุณพระรัตนตรัยนั้นต้องอ้อนวอนร้องขอจึงจะมาช่วย, หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ต้องอ้อนวอนร้องขอ ต้อง ทำพิธีจึงจะมาช่วย. อย่างนี้คิดว่าจะไม่ถูกกับเรื่องของสิ่ง สูงสุดและศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว. ถ้าสูงสุดศักดิ์สิทธิ์จริง ก็มีหน้าที่ช่วย และช่วยเอง ช่วยเอง ไม่ต้องร้องขอ ซึ่ง มีลักษณะเหมือนจ้างออน บวงสรวง ติดสินบน. เราชอบอ้างคุณนั้นคุณนี่ให้มาช่วย แต่ว่า ผู้ที่จะ ถูกช่วยนั้น ประพฤติตัวไม่เหมาะสม สำหรับที่จะช่วย. เขาเป็นคนไม่ตั้งอยู่ในสุจริตธรรม แต่ต้องการให้คนทั้งหลาย ช่วยอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาช่วยเขา ซื้อหามาแขวน มาใช้
น.232 ๒๒๔ ตามแบบวิธีที่ว่าจะช่วยได้ อย่างนี้มันไม่ถูกกับความจริงของ ธรรมชาติ สิ่งที่สูงสุดศักดิ์สิทธิ์ เช่นพระรัตน ตรัยเป็นต้นนี้ หรือพระเจ้าก็ดี ท่านมีหน้าที่ช่วย ท่านพร้อมที่จะช่วย แต่คนไม่ทำตัวให้ช่วยได้, คนไม่ทำตัวให้เหมาะสมที่จะช่วย ทั้งที่สิ่งนั้นพร้อมที่จะช่วย. โดยแท้จริงความซื่อสัตย์สุจริต ของสิ่งสูงสุดเป็นอย่างนั้น คือพร้อมที่จะช่วย ; เหมือนว่า ฝนมันจะตกลงมาโดยไม่ต้องร้องขอ. หรือว่าแสงสว่าง ถ้าเราเปิดประตูเปิดหน้าต่าง มันก็เข้ามาเอง. ขอให้เราเปิดประตูเปิดหน้าต่างเถอะ ไม่ ต้องนั่งอ้อนวอนว่า แสงสว่างจงเข้ามา, หรือว่าสายลมอัน เยือกเย็น เราเปิดประตูเปิดหน้าต่างมันก็เข้ามาเอง ไม่ต้อง ยกมือไหว้อ้อนวอนว่า สายลมจงเข้ามา. ถ้าทำอย่างนั้น คือไปอ้อนวอนร้องขอกับสิ่งเหล่านี้ มันก็เหมือนไปลดคุณค่าของท่าน, ไปลดคุณค่าของพระ- รัตนตรัย, ไปลดคุณค่าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด, ไปลดคุณค่า ของพระเจ้าซึ่งมีหน้าที่ช่วยเอง แล้วท่านก็พร้อมที่จะช่วยเอง
น.233 ๒๒๕ แต่ คนไม่ดีเอง, ไม่ทำตนให้อยู่ในฐานะที่ช่วยได้. ถ้าทุกคนทำตนให้อยู่ใน ฐานะที่ช่วยได้ ก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้อง ขอร้องอะไร ; เหมือนว่าเปิดหน้าต่างแล้วแสงสว่างก็เข้ามา เอง ลม-สายลมอันเย็นก็เข้ามาเอง อย่างนี้ ลองคิดดูว่า เราจะไม่ต้องขอร้องให้ใครมาขอร้อง ให้บิดาของเราช่วยเรา. ผู้ประพฤติตัวอยู่อย่างเลวทราม เราประพฤติตัวอยู่อย่างเลวทราม แล้วไปขอร้องให้ใครมาช่วย อ้อนวอนให้บิดาของเราช่วยเรา ผู้ประพฤติตัวอยู่อย่างเลว ทราม ทีนี้มันจะเป็นอย่างไร เมื่อมนุษย์ประพฤติอยู่อย่างผิด พลาด แล้วไปขอร้องให้พระเจ้าหรืออะไรมาช่วย นี้มันน่า หัวเราะ. ขอให้ทุกคนที่มีกำลัง มีอำนาจ ทำหน้าที่ของ ตน ช่วยโดยไม่ต้องขอร้อง, แล้วผู้ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งหลาย ก็จงทำตนให้เป็นผู้สมควรที่จะช่วย. อย่าไปอ้อน วอน บวงสรวง ติดสินบน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นเลย, จะ ทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นของเก๊ไปเสีย. เป็นของปลอมของเทียม ไปเสีย. ถ้าเป็นของจริงก็จะช่วยเอง และเราก็ทำตัวให้ เหมาะสม สำหรับที่จะได้รับการช่วยเหลือ. การอ้างคุณ
น.234 ๒๒๖ พระรัตนตรัย อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อ้างอำนาจพระเจ้า ให้มา ช่วย โดยไม่ทำตนให้เหมาะสมสำหรับจะช่วยนั้น เป็น เรื่องของคนบ้า. ขอให้ท่านทั้งหลายทุกคน จงสำนึกตน มีปรมัตถ- ธรรมในข้อนี้ แล้วทำตนให้เหมาะสม สำหรับที่จะได้รับการ โปรดปรานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดนั้น ๆ แล้วมีความสุขอยู่ ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ. ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๒ ๒ พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒ - ๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๖ โทร. ๒๒๐๒๓๓๘, ๒๒๒๑๖๘๔ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ อา
น.235 รายชื่อหนังสือ ชุดลอยปทุม อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑. คู่มือมนุษย์ ๘ ๒๘. โลกพระศรีอารย์อยู่แค่ปลายจมูก ๒ ๒. ศิลปแห่งการดู ๒๙. การทำงานเพื่องาน ๑ ด้วยยถาภูตสัมมัปปัญญา ๑ ๓๐. สันโดษไม่เป็นอุปสรรค ๓. ศิลปแห่งการมีพระพุทธเจ้า แก่การพัฒนา ๑ อยู่กับเนื้อกับตัว ๑ ๓๑. ปฏิจจสมุปบาทคืออะไร ? ๑ ๔. ธรรมะสำหรับคนเกลียดวัด ๑ ๓๒. เค้าเงื่อนของธรรมะ ๕. ธรรม ๒๔ เหลี่ยม (มีภาษาจีน) ๔ และ อิทัปปัจจยตา ๑ ๖. พูดกับเณร ๑ ๓๓. การอยู่ด้วยปัจจุบัน ๗. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๑ ๒ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ๑ ๘. เห็นธรรมชาติ ๓๔. พุทธศาสตร์ กับไสยศาสตร์ ๑ คือเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ๑ ๓๕. อานาปานสติภาวนา(มีภาษาจีน ) ๒ ๙. ธรรมโอสถสำหรับโลก ๑ ๓๖. อิทัปปัจจยตาในฐานะ ๑๐. ความมีสุขภาพอนามัยทางจิต ๒ สิ่งสูงสุดแห่งพระพุทธศาสนา ๑ ๑๑. ปรมัตถธรรมคำกลอน ๑ ๓๗. นรกกับสวรรค์ ๑ ๑๒. นิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้ ๒ ๓๘. ดับทุกข์สิ้นเชิง ๑ ๑๓. ธรรมพรปีใหม่ ๓ ๓๙. มรดกธรรมคำกลอน ๑ ๑๔. ตถตาช่วยได้ ๑ ๔๐. ทิศทั้งหก ๑ ๑๕. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๒ ๑ ๔๑. ฟ้าสางทางธรรมโฆษณ์ ๒ ๑๖. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๓ ๑ ๔๒. ฟ้าสางทางฝ่ายบรรพชิต ๑ ๑๗. ค่าของครู ๒ ๔๓. มหรสพของพระอรหันต์ ๑ ๑๘. พระผู้มีพระภาคเจ้า ๔๔. ปรมัตถธรรมกลับมา ตอน ๑ ๑ ทรงเป็นกัลยาณมิตร ๑ ๔๕. เช่นนั้นเอง ๑ ๑๙. ถอยหลังเข้าคลองกันเถิด ๑ ๔๖. ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ๑ ๒๐. การเก็บความโกรธใส่ยุ้งฉาง ๒ ๔๗. อะไร ๆ ในชีวิตสักแต่ว่า ๒๑. การปรุงเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เป็นเรื่องของจิตสิ่งเดียว ๑ การดับเป็นสุขอย่างยิ่ง ๑ ๔๘. ปรมัตถธรรมกลับมา ตอน ๒ ๑ ๒๒. อาหารหล่อเลี้ยงใจ ๒ ๔๙. ศิลปะสำหรับการมีชีวิตอยู่ในโลก ๑ ๒๓. ปุญญกิริยาวัตถุ ๑ ๕๐. พบชีวิตจริง ๑ ๒๔. พ่อแม่สมบูรณ์แบบ ๒ ๕๑. สมถวิปัสสนาสำหรับยุคปรมาณู ๑ ๒๕. อานาปานสติและดับไม่เหลือ ๒ ๕๒. ธรรมะที่ควรเติมลงในชีวิต ๑ ๒๖. ธรรมคติและธรรมคีตา ๑ ๕๓. ฟ้าสางทางการเมือง ๑ ๒๗. ความมั่นคงภายใน ๑ ------------------------------------------------------------------------------------------ (ภาพประกอบ) พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒-๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ (ภาพประกอบ) นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๖ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗, ๒๒๒๑๖๗๔
น.236 ศีลธรรมกลับมาเถิด ! ------------- กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด! กำลังเกิด ภัยร้าย อันใหญ่หลวง แก่สัตว์โลก ทั่วถิ่นจักร- วาลปวง น่าเป็นห่วง ความพินาศ ฉกาจเกิน. กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด! ในโลกเกิด กลียุค อย่างฉุกเฉิน หลงวัตถุ บ้าคลั่ง เกินบังเอิญ มัวเพลิดเพลิน สิ่งกาลี มีกำลัง. กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด! ความเลวร้าย ลามเตลิด จวนหมดหวัง รีบกลับมา ทันเวลา พาพลัง มายังยั้ง โลกไว้ ให้ทันการ ฯ (ลายเซ็น)
Buddhadasa