น.185 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรม ในครั้งนี้ อาตมาก็ยังคง กระทำไป ด้วยความหวังว่า ปรมัตถธรรมกลับมา โลกา สว่างไสว. ปรมัตถธรรมคือธรรมที่เป็นความจริงสูงสุด ซึ่งมนุษย์ควรจะรู้ ; ถ้าได้กลับมาแล้ว มนุษย์หรือใน หมู่มนุษย์นั้นก็จะมีความสว่างไสว แจ่มแจ้งในหนทางที่ จะดำเนินไป. ในเบื้องต้นที่สุดมีความหวังว่า ศีลธรรม ๑๗๙
น.186 ๑๘๐ กลับมาโลกาสงบเย็น, พอมาถึงขั้นนี้ ก็มีความหวังว่า ปรมัตถธรรมกลับมาโลกาสว่างไสว เราจะต้องสนใจ ในสิ่งที่ เรียกว่า ปรมัตถธรรม. ในครั้งที่แล้วมานั้น ได้บรรยายโดยหัวข้อว่า การ ปฏิบัติธรรมคือการปฏิบัติหน้าที่ของตน ๆ ส่วนในวันนี้ บรรยายโดยหัวข้อว่า แผ่นดินทองของแต่ละคนต้องสร้าง ด้วยแผ่นดินธรรม. ผลประเสริฐต้องเกิดจากมีธรรมอันถูกต้อง. การกระทำทุกอย่าง มีความจริงของธรรมชาติ กำกับอยู่ ทั้งนั้น ในที่นี้เราเรียกว่าปรมัตถธรรม, คือ ความ จริงในข้อที่ว่า แผ่นดินทองต้องสร้างด้วยแผ่นดินธรรม คนสมัยนี้อาจจะเรียกว่าปรัชญา หรือ philosophy หรืออะไรก็ ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ความจริงที่แท้จริง ที่เด็ดขาดสูงสุด ใน เบื้องหลังแล้ว ก็ไม่ทำหน้าที่อย่างนี้ได้. ขอให้ถือเป็นหลักว่า มัน มีความจริงสูงสุด อยู่ เบื้องหลังของการกระทำ ที่จะต้องทำให้ถูกตรงตามกฎของ
น.187 ๑๘๑ ธรรมชาติข้อนั้นแล้วก็จะประสบความสำเร็จ, ประสบความ สำเร็จโดยที่เจ้าตัวผู้นั้น รู้ตัวก็มี ไม่รู้ตัวก็มี. ถึงอย่างไรก็ดี การกระทำทุกอย่าง มีความจริงอันเด็ดขาด อย่างใดอย่าง หนึ่ง ประจำตัวมันเอง. ในกรณีนี้ อาจจะมีบางคนเข้าใจว่าเราสร้างแผ่นดิน ทองได้ ก่อนสร้างแผ่นดินธรรม ; ตามธรรมดาคนก็มักจะ หาเงินหาทองหาอำนาจวาสนา แล้วจึงค่อยบำเพ็ญการกุศล หรือสร้างการกุศล สร้างวัดสร้างวาเป็นต้น. นี้มัน มีรูป แบบว่าหาเงินหาทองก่อนแล้ว จึงค่อยหาธรรมะ. แต่ ครั้นมาบัดนี้ ที่จะสร้างแผ่นดินทองในกรณีนี้ ต้องมี แผ่นดินธรรมกันเสียก่อน, ต้องมีความถูกต้องที่เป็น ของธรรมะก่อน, แล้วจึงจะได้ประสบความสำเร็จที่ควร จะเรียกว่าทอง. แต่ก็ไม่ได้หมายถึงทองที่เป็นเหยื่อของ กิเลส; หมายถึงความถูกต้องความประเสริฐที่น่าชื่นใจ ต้องมีแผ่นดินธรรมก่อนแล้ว จึงจะมีแผ่นดินทองได้. แต่อาจจะมีบางคนเข้าใจว่า เราสร้างแผ่นดินทองได้ก่อน แผ่นดินธรรม ดังที่กล่าวแล้ว.
น.188 ๑๘๒ แผ่นดินธรรมคืออะไร? โดยใจความสั้น ๆ แผ่นดินธรรมก็คือ การที่ทุกคนทำหน้าที่ของตน ๆ โดยไม่บกพร่อง, ทุกคนทำหน้าที่ของตนโดยไม่บกพร่อง นั่นจึงจะเกิดแผ่นดินธรรมขึ้นมา. เพราะคำว่าธรรม แปลว่าหน้าที่, หน้าที่นั่นแหละคือธรรม; ทุกคนทำ หน้าที่ของตนโดยไม่บกพร่อง แล้วก็เรียกว่าเป็นการสร้าง แผ่นดินธรรม. มีธรรมกำกับจักยิ้มรับทุกหน้าที่. ขอให้มองเห็นความจริงสักข้อหนึ่งว่า ปัญหาของ มนุษย์ทุกชนิดทุกระดับ จะหมดไปทันที ถ้าทุกคนทำหน้าที่ ตามหน้าที่, ทุกคน ๆๆ ทำหน้าที่ ถูกต้องตามหน้าที่ ในโลกนี้ปัญหาจะไม่มีเหลืออยู่เลย. เดี๋ยวนี้มีปัญหา เหลือ เพราะคนไม่ทำให้ถูกต้องตามหน้าที่ นั้น มันมี มากนัก, ปัญหา ทุกระดับ ทุกชนิด ทุกยุคทุกสมัยจะหมดไป จากโลกนี้ทันที ถ้าทุกคนทำหน้าที่ถูกต้องตามหน้าที่ และ ทำกันทุกคนจริง ๆ.
น.189 ๑๘๓ ถ้าจะถามว่า อะไรเล่าเป็นเครื่องผลักดันให้คนทำ หน้าที่ ? อะไรเป็นเครื่องกระตุ้นให้กระทำที่เรียกกันว่า motive, อะไรเป็นเครื่องผลักดัน ให้คนทำหน้าที่ ? ขอตอบว่า ความยิ้มได้กับหน้าที่ นั่นแหละเป็น motive อันสูงสุด ที่จะ ทำให้คนทำหน้าที่. ทำอย่างไรจึงจะยิ้มได้กับหน้าที่ ? เพราะพอมองดู ที่หน้าที่แล้วก็สั่นหัว แล้วก็เบื่อหน่าย, แล้วก็อยากจะหลบ หน้าไปเสียด้วยซ้ำไป. ทำอย่างไรจึงจะยิ้มกันได้ กับสิ่งที่เรียก ว่าหน้าที่ ? ข้อนี้ตอบว่า เพราะว่ารู้จักสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ นั้นอย่างถูกต้อง ; เพราะรู้จักสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่นั้นอย่างถูก ต้อง คือรู้ว่าหน้าที่นั่นแหละคือธรรมะ ธรรมะอันสูงสุด ก็คือหน้าที่นั่นเอง. ขอให้ทำความเข้าใจในข้อนี้ให้มากเป็นพิเศษ, ว่า หน้าที่ ๆ นั่นแหละคือธรรม, หน้าที่ๆ นั่นแหละคือชีวิต, พอปราศจากหน้าที่ ก็ปราศจากชีวิต. ลองไม่ทำหน้าที่ มันก็ต้องเสียชีวิต ; ฉะนั้นหน้าที่นั้นคือชีวิต. หน้าที่ นั้นคือสิ่งที่จะช่วยชีวิตให้รอด, หน้าที่คือธรรมะ, หน้าที่ ก็คือพระเป็นเจ้า เพราะว่าหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้รอด. ใคร ๆ
น.190 ๑๘๔ ลองไม่ทำหน้าที่ แล้วมานอนอ้อนวอนให้พระเจ้าช่วยอยู่ พระเจ้าที่ไหนจะช่วยได้ ? ต้องทำหน้าที่, หน้าที่นั้นคือ ธรรมะ ธรรมะคือพระเจ้าที่แท้จริง, ธรรมะคือทางรอด อันแท้จริง, เรียกว่า ธรรมะ นั้น คือตัวชีวิตก็ได้, ไม่มี ธรรมะแล้ว มันก็เท่ากับหมดชีวิต. หรือว่าหน้าที่นั้นคือ ชีวิตก็ได้ ; เพราะว่าไม่ทำหน้าที่แล้ว มันก็หมดค่าหมด ความหมายของชีวิต. ดังนั้น ธรรมะคือสิ่งที่ช่วยให้รอด โดยแท้จริง, ช่วยผู้ปฏิบัติหน้าที่, ช่วยผู้ปฏิบัติธรรมะ นั่นแหละให้รอด โดยแท้จริง. เมื่อรู้ว่าหน้าที่คือทางรอด อันแท้จริงดังนี้อย่างถูกต้องแล้ว คนก็ยิ้ม, ยิ้มกับหน้าที่ ยิ้มกับธรรมะ. พอมีหน้าที่ แสดงออกมาว่าจะต้องทำ ก็ยิ้ม รับด้วยความพอใจ, แล้วก็ทำไปด้วยความพอใจ ด้วยความ เป็นสุขสนุกสนานในการทำหน้าที่. นี้เป็นความลับอันหนึ่ง ของธรรมชาติ ที่จะต้องรู้จัก ที่จะต้องเข้าใจให้ถึงที่สุดว่า สิ่งที่เรียกว่า หน้าที่กับธรรมะนั้น เป็นสิ่งเดียวกัน. ธรรมะคือหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติ. ทีนี้อยากจะขอโอกาส พูดถึงสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ ให้ละเอียดออกไปอีกสักหน่อย. ธรรมะคือหน้าที่, ธรรมะ
น.191 ๑๘๕ ในฐานะที่ เป็นพระเป็นเจ้าสูงสุด ก็คือกฎของธรรมชาติ, ธรรมะคือกฎของธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกฎอิทัป- ปัจจยตา ในพระพุทธศาสนา. ถ้าอย่างนี้ธรรมะก็คือพระเจ้า เพราะว่าเป็นกฎสูงสุดที่ควบคุมสิ่งทั้งปวง ทำให้สิ่งทั้งปวงเกิด ขึ้น ตั้งอยู่และดับไปเหมือนกับพระเป็นเจ้าบันดาล. ทีนี้ธรรมะในความหมายหนึ่ง ในฐานะเป็นหน้าที่ ของสิ่งที่มีชีวิตทุกชีวิต, และตามกฎของธรรมชาติ บรรดา สิ่งที่มีชีวิต ต้องมีหน้าที่ ที่จะหล่อเลี้ยงชีวิต รักษาชีวิต, ถ้ามันไม่มีการทำหน้าที่ มันก็ไม่มีชีวิต. ฉะนั้นสิ่งที่เรียกว่า หน้าที่ นั่นแหละ จึงเป็นของจำเป็นสำหรับสิ่งที่มีชีวิต, แต่เดี๋ยวนี้เราเรียกว่าธรรมหรือธรรมะ. ธรรมหรือธรรมะ คือหน้าที่ ธรรมะคือหน้าที่ของทุกสิ่งที่มีชีวิต นี้เป็นกฎของ ธรรมชาติอันเฉียบขาด ซึ่งใครๆ จะปฏิเสธไม่ได้ จะละเลย ไม่ได้. อีกประการหนึ่งดูต่อไป ก็ ธรรมะในฐานะสิ่งที่ พระพุทธองค์ก็ทรงเคารพ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรง เคารพธรรมะ ข้อนี้เป็นคำตรัสของพระองค์เอง เมื่อตรัสรู้ แล้วใหม่ ๆ พิจารณาหาที่เคารพ ในที่สุดก็ทรงพบว่าธรรมะ
น.192 ๑๘๖ เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพ. ดังนั้น พระ- พุทธองค์จึงทรงเคารพธรรม หรือธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่ง สูงสุด; จะพูดอย่างโวหารธรรมดา สามัญก็ได้ว่า ทรง เคารพในหน้าที่ของพระองค์เป็นสิ่งสูงสุด. หน้าที่ของ พระพุทธเจ้ามีอยู่อย่างไร ก็ทรงเคารพในฐานะเป็นสิ่งสูงสุด. นี่แหละ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพธรรมะหรือ หน้าที่. ถ้าเล็งถึงสิ่งสูงสุด กฎของธรรมชาติเป็นของตายตัว ให้เกิดทุกข์เกิดสุข หรืออยู่เหนือทุกข์เหนือสุขได้ตามความ ประสงค์ ก็ยังเป็นธรรมะอยู่นั่นแหละ คือ กฎของธรรมชาติ ซึ่งแม้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็ทรงเคารพ. ทีนี้ธรรมะในฐานะที่เป็นสิ่งแรกที่มนุษย์สังเกตเห็น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด, กล่าวได้ว่า โดยประวัติศาสตร์อันดึก ดำบรรพ์ มนุษย์แรกเจริญก้าวหน้าขึ้นมา จากความเป็นคน ป่าเถื่อนนั้น ได้สังเกตเห็นว่า มันมีสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะคือ หน้าที่ ๆ ถ้าเรียกเป็นภาษาไทยเดี๋ยวนี้ก็คือหน้าที่ ๆ, ก็ได้ สังเกตเห็นว่า มันมีสิ่งที่เรียกว่า หน้าที่ ที่จำเป็นที่สุดที่ ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้, ทำแล้วเป็นความเจริญถึงที่สุดได้ แล้วก็เรียกว่าธรรมะ ๆ เป็นคำที่ได้พูดได้ใช้กันอยู่ ตั้งแต่ก่อน
น.193 ๑๘๗ พุทธกาล ; หมายความว่ามนุษย์รู้จักธรรมะ รู้จักหน้าที่ ในนามว่าธรรมะมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนครั้งพุทธกาล. คำว่า ธรรมะจึงมีใช้พูดกันอยู่มาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล, หมายถึง หน้าที่, หมายถึงเรื่องของหน้าที่. แม้ ในปัจจุบันนี้ ที่ว่า ธรรมะคือคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้านั้น ก็หมายถึงคำสั่งสอนเรื่องหน้าที่ที่จะ ต้องทำให้ดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง โดยประการทั้งปวง. ธรรมะก็ยังคงเป็นหน้าที่อยู่นั่นเอง, เป็นของที่มีมาแต่ดึก ดำบรรพ์, เป็นหน้าที่ที่อธิบายสูงขึ้นมาตามลำดับ ๆ จนได้ ขยายตัวออกมาอยู่ในรูปของสิ่งที่เรียกว่าศาสนา, หรือ สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์และสูงสุดอย่างนี้ ไม่มีอะไรจะสูงสุดศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งไปกว่า. บัดนี้เกรงว่าคนเราพวกเรา อาจจะเข้าใจผิด เอา ธรรมะไปไว้ในฐานะของที่จะตามหลังแผ่นดินทอง, เอาไป ไว้ตามหลังแผ่นดินทอง คือเอาไปเป็นลูกน้องของเงิน ของ ทรัพย์สมบัติข้าวของไปเสีย. ธรรมะหรือแผ่นดินธรรมนี้ จะต้องมาก่อนแผ่นดินทองโดยแน่นอน.
น.194 ๑๘๘ แผ่นดินไทยสร้างแผ่นดินธรรม นำเป็นแผ่นดินทอง. ที่นี้ ก็จะขอพูดถึงเรื่องแผ่นดิน ๆ กันสักเล็กน้อย. เราพูดกันอยู่เดี๋ยวนี้ว่า แผ่นดินไทยกำลังสร้างแผ่นดิน ธรรม เพื่อแผ่นดินทอง; นี้เป็นคำพูดที่ถูกต้องที่สุด เป็นปรมัตถ์ที่ถูกต้องที่สุด. แต่บางคนอาจจะไม่เข้าใจ, เพียงแต่ได้ยินแล้วก็รับถือเอาไว้ โดยที่ไม่ต้องเข้าใจ ขอให้ทำ ความเข้าใจในข้อนี้ให้เต็มที่ว่า แผ่นดินไทย สร้างแผ่นดิน ธรรม เพื่อแผ่นดินทอง. แผ่นดินทองอย่าหมายถึงเงินทอง ซึ่งเป็นเหยื่อ ของกิเลสเลย ; แต่หมายถึงความประเสริฐสูงสุด เป็น ความดับทุกข์สิ้นเชิงของมนุษย์, มีค่ามากกว่าเงินทอง เพชรพลอยใด ๆ, มีความหมายเล็งถึงพระนิพพาน. แผ่นดิน ทองหรือโลกของพระศรีอาริยเมตไตรย มีแต่ความผาสุกโดย ส่วนเดียว, ไม่มีความทุกข์เลย นี้แผ่นดินทอง เป็นผลของ แผ่นดินธรรม, คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่มีบกพร่อง, และ เป็นกฎของธรรมชาติที่ว่า จะสร้างแผ่นดินทองด้วย แผ่นดินธรรม.
น.195 ๑๘๙ เมื่อพูดถึงแผ่นดินไทย แผ่นดินไทยก็มีความหมาย พิเศษ ที่ควรจะสนใจหรือเข้าให้ถึง, แผ่นดินไทยสำคัญอยู่ ที่คำว่าไทย. คำว่า ไทย หมายความว่า ไม่ใช่ทาส แต่เป็น อิสระ ; ดังนั้น แผ่นดินไทย จึงหมายถึงแผ่นดินของคน ที่เป็นอิสระจากกิเลส, ไม่เป็นทาสของกิเลส, ไม่อยู่ใต้ อำนาจบีบคั้นของกิเลส จึงจะเรียกว่าไทย หรือเป็นแผ่นดิน ไทย. ถ้าจิตใจเป็นอิสระไม่เป็นทาสของกิเลสแล้ว มันก็ ง่ายเหลือจะง่าย, ง่ายในการที่จะสร้างแผ่นดินธรรม, มีจิตใจเป็นอิสระ เป็นคนไทยกันเสียก่อน มันจึงจะแน่นอน ว่า จะสร้างแผ่นดินธรรม. เพราะถ้าใครมันเกิดเป็นทาส ของกิเลส ด้วยความโง่ ด้วยอวิชชา ตัณหาอะไรก็ตาม ไปเป็น ทาสของกิเลสเสียแล้ว ก็ไม่มีความเป็นอิสระ ก็ไม่มีความ เป็นไทย, มันก็ไม่มีแผ่นดินไทย ที่อาจจะสร้างแผ่นดินทอง. ขอให้ท่านทั้งหลาย กำหนดข้อนี้ไว้ให้ดี ๆ ว่า แผ่นดินไทยหมายถึงแผ่นดินของคนที่เป็นอิสระจาก กิเลส แล้วก็สามารถที่จะสร้างแผ่นดินธรรม, แล้ว แผ่นดินทองก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ.
น.196 ๑๙๐ แผ่นดินธรรมคือการทำหน้าที่ ด้วยจิตใจที่ เฉลียวฉลาด อย่างเพียงพอ อย่างถูกต้อง. คือปฏิบัติหน้าที่ อย่างถูกต้อง ; ถ้าไม่มีความรู้เพียงพอ ก็ไม่รู้จักหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่อย่างที่เรียกว่าไม่ถูกต้อง. แผ่นดินธรรมนี้ ต้องสร้างกันโดยหน้าที่, ไม่ได้สร้างกันในโบสถ์หรือในวัด, หรือในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ แต่ก็สร้างตรงที่ ๆ ทำหน้าที่. ที่ไหนมีการทำหน้าที่ ที่นั่นแหละมีแผ่นดิน ธรรม: ในโบสถ์หรือในวัด ถ้าไม่มีการทำหน้าที่ก็ไม่มี ธรรมะ, ที่กลางทุ่งนาที่ทำนาอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจนั้นเสียอีก มีการทำหน้าที่ แล้วก็จะมีธรรมะ. ธรรมะไม่ได้สร้างด้วย ความเป็นทาสของกิเลส, แต่ต้องสร้างด้วยสติปัญญา ขอให้สนใจในข้อนี้. สรุปความว่า แผ่นดินไทยที่เป็นอิสระ นั่นแหละ จึงจะสร้างแผ่นดินธรรม, แผ่นดินธรรมที่แท้จริง เท่านั้น แหละ ที่จะสร้างแผ่นดินทอง หรือบันดาลให้เกิด แผ่นดินทอง.
น.197 ๑๙๑ หลักปฏิบัติเพื่อสร้างแผ่นดินธรรม. ทีนี้ก็จะมาดูกันถึงเรื่องการสร้างแผ่นดินโดยเฉพาะ สร้างแผ่นดินธรรมกันอย่างไร ? แผ่นดินไทยจะเป็นแผ่นดิน ธรรมได้อย่างไร ? ข้อนี้ มีหลักเกณฑ์ ที่อยากจะระบุให้ชัดว่า จะต้องสร้างด้วยการทำหน้าที่ กันอย่างถูกต้อง, ซึ่งจะขอ จำแนกเป็น ๖ ชั้น หรือ ๖ ระดับว่า : - - เป็นบุตรที่ดี ของบิดามารดา, มีหน้าที่อย่างถูกต้อง. - เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์, มีหน้าที่อย่างถูกต้อง. - เป็นเพื่อนที่ดี ของเพื่อน, มีหน้าที่อย่างถูกต้อง. - เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติ, มีหน้าที่อย่างถูกต้อง. - เป็นสาวกที่ดี ของพระศาสดา, มีหน้าที่อย่างถูกต้อง. - ในที่สุดก็ เป็นมนุษย์ที่เต็ม, เต็มตามความหมายของคำว่า มนุษย์. ถึงที่สุดแห่งการทำหน้าที่อย่างถูกต้อง, มีการทำ หน้าที่ไม่บกพร่อง ในการเป็นคนดีทั้ง ๖ ชนิด คือเป็น บุตรที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี เป็นพลเมืองที่ดี เป็นสาวกที่ดี แล้วก็เป็นมนุษย์ที่เต็ม. การที่จะสร้างแผ่นดินนั้น มันสำคัญอยู่ที่คน ; คนดีอยู่ในแผ่นดิน ก็เป็นแผ่นดินดี, คนไม่ดีอยู่ใน
น.198 ๑๙๒ แผ่นดิน แผ่นดินก็เป็นแผ่นดินเลว, แผ่นดินที่มีคนดีอยู่ ก็เป็น แผ่นดินที่ดี คือมีธรรมะ. ทุกคนจะต้องมีอนุสสติ ในธรรมะ ระลึกนึกถึงธรรมะ ตัวธรรมะ คือ ตัวหน้าที่ ที่ทำความเป็นคน : ตัวธรรมะที่ทำให้เป็นบุตรที่ดี, เป็น ศิษย์ที่ดี, เป็นเพื่อนที่ดี, เป็นพลเมืองที่ดี, เป็นสาวกที่ดี, และเป็นมนุษย์ที่เต็ม, จะต้องมีสติสัมปชัญญะควบคุม ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ในการทำหน้าที่. แม้ จะเป็นหน้าที่เล็กน้อยเท่าไร ก็ทำไปด้วยความรู้สึกว่า มันถูกต้องแล้วและพอใจ; ยิ่งเป็นหน้าที่ชั้นสูง ก็ทำ ด้วยความรู้สึกว่า ยิ่งถูกต้องและยิ่งพอใจ, มีความรู้สึกว่า ถูกต้องแล้วก็พอใจ ในที่ทุกหนทุกแห่ง โดยรายละเอียดทุก วินาที มีแต่ความถูกต้องทุกกระเบียดนิ้วของชีวิต. จิตใจ มีแต่ความถูกต้อง ชื่นใจตัวเองอยู่ทุกขณะ ทุกเวลา จนกล่าว ได้ว่ามีสวรรค์อยู่ทุก ๆ อิริยาบถในชีวิตนั้น. ส่วนอบายหรือ นรกนั้น มันปิดตัวเองไปหมดแล้ว โดยอัตโนมัติ เพราะ ว่าถ้าทำได้อย่างนี้, มีความรู้สึกถูกต้องและพอใจในหน้าที่ ยกมือไหว้ตัวเองได้ตลอดเวลาอย่างนี้, มีสวรรค์อยู่ทุก อิริยาบถ นรกทั้งหลายก็ปิดตัวมันเองไปแล้ว โดย อัตโนมัติ.
น.199 ๑๙๓ ข้อนี้เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจให้ดี ไม่ต้องไปมัวทะเลาะ กันกับผี ผีอบายมุขเป็นต้น, ไม่ต้องเสียเวลาไปทะเลาะกับผี พวกนี้ ; เพราะว่า ถ้ ามีการประพฤติปฏิบัติอย่างถูกต้อง แล้ว ผีพวกนี้ก็ละลายหนีหายไปเอง. ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง จักมีผลตามประสงค์ ในการสร้างแผ่นดินทอง สำเร็จด้วยแผ่นดินธรรม มีความสำเร็จในการสร้างแผ่นดินธรรม, ไม่ต้องไปมัวทะเลาะ กันกับผี มันมีความสุขเต็มที่เสียแล้ว เมื่อขณะที่ทำหน้าที่ ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง จนรู้สึกว่าถูกต้อง ๆ ๆ พอใจ ๆ ยกมือ ไหว้ตัวเองได้; นี่มันเป็นสุขเต็มที่เสียแล้ว ในขณะที่กำลัง ทำหน้าที่ คือกำลังสร้างแผ่นดินธรรม แผ่นดินธรรม นั่นแหละ กลายเป็นแผ่นดินทอง ไปในตัวมันเอง โดยไม่ ต้องมีการสร้างอีกทีหนึ่งดอก. ขอให้มีแผ่นดินธรรมที่ ถูกต้อง, ยกมือไหว้ตัวเองได้อยู่ทุกกระเบียดนิ้ว ทุกวินาทีเถิด, แผ่นดินทองมันก็มีขึ้นมาในตัวมันเอง ในแผ่นดินธรรม นั้นเอง.
น.200 ๑๙๔ นี้เราจะต้องสนใจในเรื่องนี้ เป็นพิเศษกว่าเรื่องใด คือเรื่องแผ่นดินธรรม. ถ้ามีธรรมะอยู่ที่เนื้อที่ตัว ทุกกระ- เบียดนิ้วทุกวินาที, รู้สึกได้รู้จักได้ โดยที่ว่าเป็นสุข เมื่อ กำลังทำการงาน พอใจในการทำการงาน จนไม่มี โอกาสไปนึกถึงอบายมุข เพราะอำนาจของธรรมะ หรือ หน้าที่ที่ถูกต้องตามธรรมะ และเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ, มีสติปัญญาโดยสมบูรณ์ ทำหน้าที่ นี้มันก็เป็นสุขที่สุด เสียแล้ว หรือเป็นสุขอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่กำลังทำงาน ไม่ มีจิตใจไหนที่จะเร่ไปแส่ไปหาสิ่งที่เป็นอบายมุข แม้แต่ว่า จะระลึกนึกถึงก็ไม่มี. จิตชนิดนี้มันพอใจในธรรมะใน หน้าที่, เป็นสุข อิ่มเอิบด้วยความสุข ตลอดเวลาที่ทำ หน้าที่ ก็ไม่ต้องการความเพลิดเพลินที่หลอกลวง ที่เรียก ว่าอบายมุขนั้น อีกต่อไป. ขอให้สนใจกันเป็นพิเศษ ซึ่งปรมัตถธรรม ความ ลับอย่างยิ่งในการปฏิบัติธรรม, ในการที่จะใช้ธรรมะเป็น เครื่องสร้างสรรค์, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะสร้างสรรค์ แผ่นดินธรรม เพื่อให้เกิดแผ่นดินทอง.
น.201 ๑๙๕ ในที่นี้ก็อาจจะสรุปความทั้งหมดได้ว่า การงาน ทุกชนิดทุกระดับ มีความลับในตัวมันเองซ่อนอยู่ เป็น ปรมัตถธรรม สำหรับจะต้องรู้ จะต้องเข้าใจ, จะต้องทำให้ ถูกต้อง ตามอุดมคตินั้น ๆ ซึ่งมันมีอยู่อย่างเฉียบขาด ประจำ อยู่ในการงานทุกชนิด ว่าการงานนี้จะต้องทำอย่างไร เมื่อไร โดยวิธีใด เท่าไร อย่างไร ก็ทำให้มันถูกต้อง, และจะต้องให้ ถูกฝาถูกตัว. เช่นว่าจะต้องเอาแผ่นดินธรรมมาสร้างแผ่นดิน ทอง ; ไม่ใช่เอาแผ่นดินทองมาสร้างแผ่นดินธรรม ซึ่ง เป็นความรู้สึกสามัญสำนึกมากเกินไป. อย่างที่เขา พูดว่า หาเงินหาทอง แล้วจึงจะค่อยเข้าวัดเข้าวา ในบั้นปลาย แห่งชีวิต อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง กับเรื่องความลับ หรือ ความจริงของธรรมะข้อนี้. จะต้องปฏิบัติธรรมไม่บก- พร่องในหน้าที่เสร็จแล้ว มันจึงจะได้รับผลอันน่าชื่น ใจของธรรมะนั้น. สิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ นั้น เป็นสิ่งที่ ต้องรู้จักให้ ถูกต้อง, ถูกต้องตามความจริงของธรรมะ โดยเฉียบขาด ตามกฎของธรรมชาติ, ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะมาบัญญัติ เอาว่า อย่างนี้ถูกต้อง อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ตามความรู้สึกของ
น.202 ๑๙๖ มนุษย์, นั้นมันอีกเรื่องหนึ่ง มันเป็นจำพวกหนึ่งต่างหาก ไม่ใช่ความจริง, ไม่ใช่ปรมัตถธรรมของธรรมชาติ เป็นเรื่อง ที่มนุษย์ประชุมกัน แล้วก็ว่ากันเอาเอง, เอาประโยชน์เป็น ใหญ่ถือเอาประโยชน์เป็นใหญ่ อย่างนี้มันคนละเรื่องกัน. ธรรมะต้องมีความถูกต้องของธรรมชาติ ต้อง รู้จักให้ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลขึ้นมา ; ไม่ใช่เป็นสิ่งมีไว้สำหรับอ้อนวอน และขอร้อง ในฐานะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงมาช่วยดลบันดาล อย่างนั้นอย่างนี้. อย่างนี้ทำกับธรรมะไม่ได้ ธรรมะไม่รับ สินบนหรือไม่รับการขอร้องอ้อนวอนใด ๆ, มีแต่ความ เป็นยุติธรรม ความเป็นของเที่ยงแท้แน่นอนว่า กระทำ ลงไปอย่างไร ผลก็จะเกิดขึ้น โดยสมควรแก่การกระทำนั้น ๆ เสมอไป, เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉียบขาดอย่างนี้ หวังว่าท่านทั้งหลาย จะรู้จักใช้แผ่นดินไทย, อันมี อิสระแก่กิเลส เพื่อสร้างแผ่นดินธรรม, แล้วแผ่นดินธรรม ก็คลอดแผ่นดินทองออกมาเอง, แล้วผู้สร้าง ผู้ประพฤติ ปฏิบัติอย่างถูกต้องนี้ จงอยู่กันเป็นผาสุก ทุกทิพาราตรี กาลเทอญ ฯ ๛
น.203 รายชื่อหนังสือ ชุดลอยปทุม อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑. คู่มือมนุษย์ ๙ ศิลปแห่งการดู ด้วยยถาภูตสัมมัปปัญญา ๑ ๒. ศิลปแห่งการมีพระพุทธเจ้า อยู่กับเนื้อกับตัว ๑ ๓. ธรรมะสำหรับคนเกลียดวัด ๒ ๔. ธรรม ๒๔ เหลี่ยม (มีภาษาจีน ) ๔ ๕. พูดกับเณร ๑ ๖. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๑ ๒ ๗. เห็นธรรมชาติ คือเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ๑ ๘. ธรรมโอสถสำหรับโลก ๑ ๙. ความมีสุขภาพอนามัยทางจิต ๒ ๑๐. ปรมัตถธรรมคำกลอน ๑ ๑๑. นิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้ ๒ ๑๒. ธรรมพรปีใหม่ ๓ ๑๓. ตถตาช่วยได้ ๑ ๑๔. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๒ ๑ ๑๕. ศีลธรรมกลับมา ตอนที่ ๓ ๑ ๑๖. ค่าของครู ๒ ๑๗. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นกัลยาณมิตร ๑ ๑๘. ถอยหลังเข้าคลองกันเถิด ๑ ๑๙. การเก็บความโกรธใส่ยุ้งฉาง ๒ ๒๐. การปรุงเป็นทุกข์อย่างยิ่ง การดับเป็นสุขอย่างยิ่ง ๑ ๒๑. อาหารหล่อเลี้ยงใจ ๒ ๒๒. ปุญญกิริยาวัตถุ ๑ ๒๓. พ่อแม่สมบูรณ์แบบ ๒ ๒๔. อานาปานสติและดับไม่เหลือ ๒ ๒๕. ธรรมคติและธรรมคีตา ๑ ๒๖. ความมั่นคงภายใน ๑ ๒๗. โลกพระศรีอารย์อยู่แค่ปลายจมูก ๒ ๒๘. การทำงานเพื่องาน ๑ ๒๙. สันโดษไม่เป็นอุปสรรค แก่การพัฒนา ๑ ๓๐. ปฏิจจสมุปบาทคืออะไร ? ๑ ๓๑. เค้าเงื่อนของธรรมะ และ อิทัปปัจจยตา ๑ ๓๒. การอยู่ด้วยปัจจุบัน ๓๓. ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ๑ ๓๔. พุทธศาสตร์ กับไสยศาสตร์ ๑ ๓๕. อานาปานสติภาวนา (มีภาษาจีน ) ๒ ๓๖. อิทัปปัจจยตาในฐานะ สิ่งสูงสุดแห่งพระพุทธศาสนา ๑ ๓๗. นรกกับสวรรค์ ๑ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๓๘. ดับทุกข์สิ้นเชิง ๑ ๓๙. มรดกธรรมคำกลอน ๑ ๔๑. ฟ้าสางทางธรรมโฆษณ์ ๒ ๔๒. ฟ้าสางทางฝ่ายบรรพชิต ๑ ๔๓. มหรสพของพระอรหันต์ ๑ ๔๔. ปรมัตถธรรมกลับมา ตอน ๑ ๑ ๔๕. เช่นนั้นเอง ๑ ๔๖. ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ๑ ๔๗. อะไร ๆ ในชีวิตสักแต่ว่า เป็นเรื่องของจิตสิ่งเดียว ๑ ๔๘. ปรมัตถธรรมกลับมา ตอน ๒ ๑ ๔๙. ศิลปะสำหรับการมีชีวิตอยู่ในโลก ๑ ๕๐. พบชีวิตจริง ๑ ๕๑. สมถวิปัสสนาสำหรับยุคปรมาณู ๑ ๕๒. ธรรมะที่ควรเติมลงในชีวิต ๑ ๕๓. ฟ้าสางทางการเมือง ๑ ๕๔. ธรรมสัจจะของสมถวิปัสสนา แห่งยุคปรมาณู ๑ ๕๕. ฟ้าสางทางปรมัตถ์, อภิธรรม, อุบาสก และบรรพชิต ๑ ๕๖. ผัสสะ สิ่งที่ต้องรู้จักและควบคุม ๑ ๕๗. ความสุขแท้เมื่อสิ้นสุดแห่ง ความสุข ๑ ๕๘. แนวสังเขปทั่ว ๆ ไปของการ พัฒนา ๑ ๕๙. ธรรมชีวีกับความเป็นฆราวาส ๑ ๖๐. การศึกษาและการรับปริญญา ในพระพุทธศาสนา ๑ ๖๑. การบำเพ็ญบารมีที่ถูกแนวทาง ๑ ๖๒. ทำงานให้สนุกได้อย่างไร ๑ ๖๓. การทำวิปัสสนาและใจความ สำคัญของวิปัสสนา ๑ ๖๔. หลุดพ้นเสียจากความหลุดพ้น ๑ ๖๕. ธรรมะเป็นคู่ชีวิต ๑ ๖๖. รอยของพระธรรม ๑ ๖๗. สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตา ในฐานะ เป็นหัวใจของพุทธศาสนา ๑ ๖๘. การทำชีวิตให้มีธรรมะ ๑ ๖๙. หัวใจของธรรมะโดยหลักพื้นฐาน ๑ ๗๐. การบวชอยู่ที่บ้าน ๑ ๗๑. หัวใจปรมัตถธรรม ๖ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๗๒. หาสุขได้จากทุกข์ ๑ ๗๓. ทานบริจาค ๑ ๗๔. ฟ้าสางทางธรรมานุภาพ ๑ ๗๕. การช่วยผู้อื่นให้มีธรรมะ ๑ ๗๖. การทำความเข้าใจระหว่าง ศาสนา ๑ ๗๗. จิตตภาวนาทุกรูปแบบ ๑ ๗๘. ความถูกต้องของอิทัปปัจจยตา ๑ ๗๙. ชีวิตใหม่และมรรคหรือหนทาง ที่จะมีชีวิตใหม่ ๑ ๘๐. แก่นพระพุทธศาสนา ๑ ๘๑. ฟ้าสางทางธรรมโฆษณ์ ๑ ๘๒. การดับทุกข์ที่มีอยู่ในตัวการ ดำรงชีวิต ๑ ๘๓. ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ ๓ ๑ ๘๔. ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ ๔ ๑
น.204 ถูกเขาต่อว่า. * ◎ “ศิษย์ของท่าน ไยเป็นพาล ถึงปานนี้” ฉันตอบว่า “ดูให้ดี มันน่าขัน ไม่เชื่อฟัง จะเรียกศิษย์ อย่างไรกัน ไม่ทำตาม อาจารย์นั่น เรียกศิษย์ฤๅ ◎ ฉันเป็นทาส พุทธองค์ ปลงจิตมั่น เขาจะเป็น นายฉัน ไม่เห็นหรือ เพราะดื้อด้าน คัดค้าน การฝึกปรือ ไม่นับถือ แม้พุทธะ พระศาสดา ◎ ไม่ควรมา ต่อว่า เอากะฉัน ว่าศิษย์ท่าน อันธพาล ไม่เหมาะท่า เขามิใช่ ศิษย์อะไร ที่ไหนมา นอกจากว่า มาตื้อ หาซื้อเอง” ฯ๛ พุทธทาส อินฺทปัญฺโญ
Buddhadasa