น.9 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย ! การบรรยายประจำวันเสาร์ เป็นครั้งที่ ๒ แห่งภาค วิสาขบูชาในวันนี้นั้น อาตมาก็ยังคงบรรยาย ในเรื่องที่ว่า อะไรเป็นอะไร หรือ อะไรคืออะไร ต่อไปตามเดิม ในวันนี้ จะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า “ การงานคืออะไร ". ท่านที่เคยมาพึ่งในวันเสาร์ที่แล้วมา ย่อมจะยังจำได้อยู่ ว่าในวันเสาร์ที่แล้วมานั้น ได้พูดกันถึงข้อที่ว่า "การศึกษา คืออะไร" ? และถ้าท่านเข้าใจตามที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็ย่อมจะ เข้าใจได้ว่า เรากล่าวตามทัศนะของพุทธบริษัท ไม่ได้กล่าว อย่างที่เขากล่าว ๆ กัน และกล่าวในลักษณะเป็นเรื่องธรรมดา สามัญ ไม่ต้องเป็นเรื่องวิเศษวิโส ที่เรียกว่าปรัชญาหรืออะไร ทำนองนั้น. ดังนั้น จึงเป็นการกล่าวที่สรุปความออกไปได้ ว่า การศึกษาคือสิ่งที่ทำชีวิตให้ก้าวหน้าเต็มตามความหมายของ คำว่าชีวิต หรือขยายความออกไปว่า สิ่งที่ทำความก้าวหน้า บรรยายเมื่อ ๘ เม.ย. ๒๕๒๑ ๑
น.10 ๒ อย่างถูกต้อง เพื่อให้มนุษย์ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ทุกขั้นทุกตอน แห่งวิวัฒนาการของเขา, ท่านลองใคร่ครวญดูว่า เรามองกันในลักษณะ อย่างไร? แล้วเรายุติความรู้ความเข้าใจ ความคิดเห็น เกี่ยว กับเรื่องนี้กันในลักษณะอย่างไร? และเป็นไปแต่ในทางของ การปฏิบัติไม่เป็นเพียงหลักวิชา หรือหลักปรัชญาที่ไม่รู้จักจบ. สิ่งที่เรียกว่า การศึกษา คือสิ่งที่ทำความก้าวหน้าอย่างถูก ต้องให้แก่มนุษย์ เพื่อเขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการ ของเขา; แล้วเราก็จะเห็นได้ว่า เรายังไม่ได้รับประโยชน์เต็ม ตามความหมายอันนี้ ซึ่งย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าเรายังไม่มีการ ศึกษานั่นเอง ถ้ามนุษย์ยังไม่ได้รับประโยชน์ตรงตามความ หมายของคำว่ามนุษย์ ก็เรียกว่ามนุษย์ยังไม่มีการศึกษา เราก็ ได้แต่โอ้อวด เต้นแร้งเต้นกาไปตามประสาคนที่เข้าใจผิดต่อ สิ่ง ๆ นี้ และถือว่าเรามีการศึกษาที่เจริญ. เดี๋ยวนี้ดูจะอวดกันในเรื่องนี้มาก ว่าเรากำลังมีการ ศึกษาที่เจริญหรือก้าวหน้าถ้าว่าก้าวหน้า มันก็เป็นการก้าวหน้า ไปสู่ความวินาศมากกว่า ถ้าว่าเจริญ มันก็เจริญไปในทางที่จะ สร้างปัญหายุ่งยาก ให้รกรุงรังไปด้วยสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับ มนุษย์. นี่ก็เพราะว่าเราไม่รู้จัก สิ่งที่เรียกว่าการศึกษานั้นโดย แท้จริง.
น.11 ๓ มาในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า "การงาน นั้นคืออะไร"? หลายคนคงจะนึกว่า เป็นการพูดชนิดที่ ดูหมิ่นผู้ฟังเกินไปเสียแล้ว คือคล้ายกับจะหาว่า ผู้ฟังไม่รู้ว่า การงานนั้นคืออะไร ? ถึงอย่างนั้นก็อยากจะขอร้องให้ท่าน ทั้งหลายตั้งใจฟังดูให้ดี ๆ. คำว่า " การงาน " ก็คือคำพูดที่ติดปากที่สุดคำหนึ่งใน หมู่มนุษย์. ใครๆก็รู้สึกว่า เราทำงาน และเห็นผู้อื่น ทำงาน และเข้าใจได้ดีว่าเราต้องทำงาน มิฉะนั้นเราก็จะไม่มี อะไรกิน หรือเราไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ สำหรับกินอะไรในโลกนี้ ถ้าเราไม่ทำงาน. ถ้ามองกันอย่างนี้ การงานก็เป็นสิ่งที่ น่าเกลียดน่าชังที่ฝืนความรู้สึกของคนทั่วไป เราควรจะให้ความ เป็นธรรมแก่สิ่งที่เรียกว่า การงาน มากกว่านั้นมาก คือถึงกับ ว่าเป็นสิ่งที่มีเกียรติ เป็นสิ่งสูงสุดสำหรับมนุษย์ ถ้าว่าโดยที่ จริงแล้ว ตัวการงานนั้นเป็นการกระทำ ที่สืบเนื่องมาจากการ ศึกษา ถ้าการศึกษาเป็นการทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างถูก ต้องแก่วิวัฒนาการของมนุษย์แล้ว การงานก็คือตัวการทำให้ ก้าวหน้า นั่นเอง เพราะว่าศึกษาแล้วก็ต้องทำตามที่ควรจะทำ. เดี๋ยวนี้ทุกคนรู้สึก หรือมีความรู้สึกต่อสิ่งที่เรียกว่า การงานในลักษณะนั้นหรือเปล่า ? เมื่อเราถูกใช้ให้ทำงาน ก็ อิดหนาระอาใจกระฟัดกระเพียด เพราะความที่ไม่อยากจะทำงาน นั่นแหละเป็นเครื่องแสดงว่า เรารู้จักสิ่งที่เรียกว่าการงานกัน
น.12 ๔ ไปคนละทิศคนละทาง ตามความรู้สึกทั่ว ๆ ไป คนก็ไม่อยาก จะทำงานเพราะอะไรก็ไปคิดดูเองเถิด เป็นเพราะความโง่ หรือ จะเป็นเพราะความฉลาด ก็ลองคิดดู. พวกที่ทำงานอยู่ ก็อยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ ยิ่งเป็นลูกจ้างแล้วก็คิดจะเอาเปรียบนายจ้าง อยากจะทำงานแต่ น้อย แล้วก็จะเอาค่าจ้างหรือเงินเดือนให้มาก มันเป็นเรื่องจริง อยู่อย่างนี้ แก่ทุกคนที่ทำงานด้วยหรือเปล่า ? ขอให้ลองสังเกต ดู เขาไม่อยากทำงาน แต่เขาอยากจะเอาค่าจ้างให้มันมาก นั้น มันเป็นความรู้สึกที่ผิดพลาดอยู่หลายขั้นตอน เพราะเขาไม่รู้สึก ว่าการงานนั้นคืออะไร? ทำไปทำไม? จึงทำไปอย่างจำใจ จำทำ เพื่อเอาค่าจ้างมากินมาใช้ เรียกว่าทำไปอย่างไม่รู้ค่าของ การงานอะไรมากไปกว่าเรื่องปากเรื่องท้องของตัวเอง นั้นมัน ก็ถูกและมันก็จริงด้วย ทำไมจะต้องเอามาพูด เอามาพูดก็ เพื่อ จะให้มันเป็นไปอย่างดีที่สุดในการที่จะทำอย่างนั้น จึงขอ ให้ลองใคร่ครวญกันดู. คำว่า "การงาน" เป็นคำที่พอท่านได้ยินได้พึ่งเข้า แล้วจะรู้สึกอย่างไร เป็นสิ่งที่น่ารัก น่าพอใจ หรือว่าน่าเกลียด น่าชัง ไม่อยากจะพบเห็น ? และถ้ามีความหมายเติมเข้ามาว่า "งานหนัก" อย่างนี้ด้วยแล้ว จะถึงกับขยะแขยง หรือหาไม่ ? ใคร ๆ ก็ลองคิดดู ว่าตนเองชอบทำงานหนักหรือไม่? ชอบ ทำงานมาก ๆ ยุ่งยากหรือไม่ ? ถ้าเขารู้สึกว่าการงานเป็นสิ่งที่
น.13 ๕ มีค่า หรือเป็นเกียรติของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์ เขา คงจะไม่รู้สึกอย่างนั้น อาตมาเห็นว่ามันมีปัญหากันอยู่อย่างนี้ จึงได้เอามา พูด แล้วก็จะพูดกันอย่างความรู้สึกของพุทธบริษัท ดังที่กล่าว แล้ว ไม่พูดอย่างปรัชญาเพ้อเจ้อของนักปรัชญาทั้งหลาย ขอ ให้ทราบไว้ว่า เราจะพูดอะไรกันที่นี่ ที่สวนโมกข์นี้ โดย เฉพาะที่บริเวณนี้ แล้วก็จะพูดกันในฐานะที่เป็นความคิดเห็น ของพุทธบริษัททั้งนั้น ไม่ว่าจะพูดถึงเรื่องอะไร เช่นเดียวกับ ที่พูดถึงเรื่องการศึกษามาแล้ว. ในวันนี้ก็จะพูดถึงเรื่อง การงาน เพื่อว่าพุทธบริษัท จะเป็นพุทธบริษัทที่ถูกต้องยิ่งขึ้น ถ้าเขารู้จักการงาน และ พอใจในการที่จะทำให้การงานนั้นเป็นไปถึงที่สุด. คำว่า การงาน เป็นภาษาไทย ถ้าเป็นภาษาบาลี จะได้ แก่คำว่าอะไร ? และมีความสำคัญอย่างไร? ก็ขอให้ลองคิดดู. คนที่เคยเรียนภาษาบาลีมาบ้างแล้ว ก็คงจะรู้จักว่าคำนี้ในภาษา บาลีหมายความถึงอะไร. ในภาษาบาลีคำนี้ได้แก่คำว่า กมฺมนฺ- โต หรือ กมฺมนฺต. คำนี้มีที่มาในอัฏฐังคิกมรรค คือองค์หนึ่ง แห่งมรรคแปดองค์ มีอยู่องค์หนึ่งเรียกว่าสัมมากัมมันโต แปลว่า มีการงานชอบ; เมื่อมีการงานชอบ คือ เป็นการงานที่ชอบ ก็จะเป็นองค์ประกอบองค์หนึ่งสำหรับอริยมรรคเพื่อการก้าวไป สู่พระนิพพาน.
Buddhadasa