น.14 ๖ คำว่า การงาน ในภาษาไทยเราตรงกับคำในภาษาบาลี ว่ากมฺมฺโต เป็นคำพูดคำหนึ่งในองค์ทั้งแปดของอริยมรรค ขอให้เข้าใจไว้อย่างนี้ก่อน. ทีนี้ เมื่อจะถือเอาความหมายที่ดีที่สุดของคำว่า การ งาน อาตมาก็คิดว่าควรจะถือเอาความหมายจากคำว่า กมฺมนฺโต นั่นเองเป็นดีที่สุด. เขาจะเรียนบาลีกันมาอย่างไร, เขาจะ แปลความของคำ ๆ นี้ว่าอย่างไร, ก็ตามใจเขา ; แต่สำหรับ อาตมานั้น จะถือเอาใจความตรง ๆ ตามตัวหนังสือทีเดียว กมฺมนฺโต เอาตามตัวหนังสือตรงๆ ก็คือ กมฺม คำหนึ่ง, อนุต คำหนึ่ง; กมุม กับ อฺต ก็เป็น กมฺมนฺต; กมุม ก็แปลว่า การกระทำที่ประกอบไปด้วยเจตนา อนุต ก็ แปลว่า ที่สุด, จะแปลกันอย่างง่าย ๆ ว่า ที่สุดแห่งการกระทำ คือการกระทำอันสูงสุด อย่างนี้ก็ได้เหมือนกัน แต่ดูไม่ค่อยจะ มีเหตุผลนัก. ถ้าจะเอาความให้ละเอียดประณีต ก็อยากจะ แปลว่า สิ่งสุดท้าย คือที่สุดนั่นเอง ที่ไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่า ไม่ต้องทำ. ท่านคงจะงง ๆ หรือฟังยากสำหรับบางคน ว่าสิ่งสุด ท้ายที่ไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่า ไม่ต้องทำ. ในบรรดาสิ่งที่ ไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่าไม่ต้องทำ แล้วสิ่งที่เรียกว่าการงาน นี้แหละ เป็นสิ่งสุดท้าย หมายความว่า ไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่าไม่ ต้องทำ คือสิ่งที่ต้องทำนั่นเอง เพราะไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่า ไม่ต้องทำ.
น.15 ๗ อาตมาถือเอาความหมายของคำว่า กมฺมนฺโต ใน ลักษณะอย่างนี้ ว่าอย่างนี้. ท่านทั้งหลายคงจะเข้าใจได้บ้างว่า สิ่งที่เราจะผัดเพี้ยน หรือขอร้อง ร้องอุทธรณ์อะไรก็ตามว่า ไม่ต้องทำ, ไม่ต้องทำ ให้ผ่อนผันนั้น. การงานนั่นเป็นสิ่งสุดท้าย ที่ไม่อาจจะผ่อน ผันให้ได้ คือไม่ยอมให้ใครได้รับการยกเว้นว่าไม่ต้องทำ. สิ่ง ที่ว่าต้องทำนี้มันทำเพื่อมนุษย์จะรอดอยู่ได้ หรือเพื่อมนุษย์จะ ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ ไม่รอดอยู่เปล่า ๆ ; หมายความว่า มนุษย์เราอย่ารอดชีวิตอยู่เปล่า ๆ เลย จงรอด ชีวิตอยู่ในลักษณะที่ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ นี้ เราเรียกว่า สิ่งที่ต้องทำ. สิ่งสุดท้ายที่ไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่า ไม่ต้องทำนั้น ก็คือ สิ่งที่เรียกว่าการงานนี้แหละ คือเรา ต้องทำ เพื่อมนุษย์รอดอยู่สำหรับจะได้สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ. เมื่อถือเอาบทนิยามนี้เป็นหลักสำคัญแล้ว ท่านทั้ง หลายก็ควรจะมองเห็นได้เองมากหรือไม่น้อย ว่ามันจะหมาย ความว่าอะไร ? ว่าสิ่งที่ไม่อาจจะผ่อนผันให้ได้ว่าไม่ต้องทำนี้ มันมีความสำคัญอย่างไร ? เหลือบตาดูทั่วๆ ไป ก็จะมองเห็น ว่า บรรดาสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายแล้ว ต้องทำ. สิ่งที่จะทำให้มี ชีวิตรอดอยู่ได้ แม้จะเป็นเพียงต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีชีวิตชั้นต่ำ ต้นไม้ก็ยังต้องทำ เพื่อให้ตัวมันเองรอดอยู่ได้ หรือเพื่อให้ตัว มันเองเจริญงอกงามดีที่สุดที่มันจะดีได้ และมีพืชพันธุ์ต่อไป.
น.16 ๘ ทีนี้ ถ้ามองสูงขึ้นมาถึงสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉาน ก็มีสิ่งที่ต้องทำให้มันรอดชีวิตอยู่ได้, และให้ปลอดภัยที่สุด, ให้ อยู่ด้วยความผาสุก หรือกระทั่งสืบพืชพันธุ์ต่อไปได้ นี้คือสิ่ง ที่ต้องทำ ก็เรียกว่า การงานนั่นเอง. สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย ก็ต้องทำงานตามแบบฉบับของสัตว์เดรัจฉาน, รวมความแล้ว ก็เพื่อรอดชีวิตอยู่ได้ เพื่อได้สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับสัตว์เดรัจฉาน, สิ่งนี้เรียกว่าการงาน นับตั้งแต่ว่าที่มันจะต้องหาอาหาร จะต้อง เป็นอยู่อย่างถูกต้อง ต่อสู้โรคภัยไข้เจ็บ และรอดชีวิตอยู่ได้ ก็เรียกว่า การงาน. อย่างนก หนู ตัวเล็กๆ ก็รู้จักทำที่อยู่ที่อาศัย รู้จักหาอาหารกิน รู้จักป้องกันภัย หลบหนีภัย รู้จักสืบพันธุ์ เพื่อว่าจะไม่สูญพันธุ์ไป ทั้งหมดนี้ ก็เรียกว่าการงานทั้งนั้น. ครั้นมาถึงมนุษย์ สิ่งที่เรียกว่าการงานก็สูงขึ้นมาตาม ลำดับ ในระดับที่เรียกว่ามนุษย์ เพราะมันสูงขึ้นมาทั้งทางกาย และทางจิตใจ หรือสติปัญญา. สิ่งที่เรียกว่าการงาน ก็ก้าว หน้าขึ้นมาถึงระดับมนุษย์ แล้วมนุษย์ก็ต้องทำเพื่อความเป็น มนุษย์. นี้ก็เรียกว่าการงาน เราจึงมีหน้าที่การงานสำหรับทำ เพื่อความเป็นมนุษย์ ซึ่งได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่อ้อน แต่ออกจนกว่าจะเติบโต จนกว่าจะถึงเวลาแตกตายทำลายขันธ์ ก็ล้วนแต่ต้องทำให้ดีที่สุด : เป็นเด็กที่ดีที่สุด, เป็นคนหนุ่มสาว ที่ดีที่สุด เป็นพ่อบ้านแม่เรือนที่ดีที่สุด, เป็นคนแก่คนเฒ่าที่ดี ที่สุด .
น.17 ๙ การทำหน้าที่การงานเหล่านี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ยกเว้น ให้ไม่ได้ว่า ไม่ต้องทำ เป็นสิ่งสุดท้าย หมายความว่าสิ่งอื่น ๆ อาจจะยกเว้นให้ได้ว่า ไม่ต้องทำ แต่สิ่งที่ยกเว้นให้ไม่ได้เป็น สิ่งสุดท้าย ก็คือสิ่งที่เรียกว่าการงาน. ดังนั้นเราควรจะถือว่า การงาน เป็นสิ่งที่ประเสริฐ หรือศักดิ์สิทธิ์ หรือ สูงสุด สำหรับความ เป็นมนุษย์ นั่นเอง ; ถ้าละเลยต่อสิ่งที่เรียกว่าการงาน ก็ย่อมจะ สูญเสียความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง. ทีนี้ เมื่อมองดูถึงการงาน ก็จะเห็นได้ว่ามันสัมพันธ์ กันอยู่กับสิ่งที่เรียกได้ว่าการศึกษา เพราะว่าการงานนั้นมีเรื่อง ราว มีวิธีการ มีอะไรต่างๆ ที่จะต้องอาศัยความรู้ สติปัญญา จึงต้องมีการศึกษา และเนื่องกันอยู่กับการศึกษา. สำหรับสิ่งที่ ทำได้โดยสัญชาตญาณ โดยไม่ต้องมีการศึกษานั้น มีอยู่เป็น ส่วนน้อย แล้วก็ไม่พอ, และเราก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่เป็นสัตว์ เดรัจฉาน ที่ทำอะไร ๆ ก็ทำไปโดยอาศัยความรู้ในระดับสัญ- ชาตญาณเสียมากกว่า. เมื่อการงานเนื่องกันอยู่กับการศึกษา ลักษณาการ ต่าง ๆ มันจึงคล้ายกัน หรือถ่ายทอดสืบกันมาอย่างที่กล่าวแล้ว เมื่อตะกี้นี้ว่า การศึกษาคือสิ่งที่ทำความก้าวหน้าอย่างถูกต้อง ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของมนุษย์ เพื่อมนุษย์ได้รับสิ่ง ที่ดีที่สุด. เดี๋ยวนี้ การงานก็คือตัวการก้าวหน้านั้นเอง การ ศึกษาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการก้าวหน้า และตัวการก้าวหน้านั้น
Buddhadasa