น.32 ๒๖ การงาน คือ การดำรงอยู่หรือมีอยู่แห่งสิ่งที่จำเป็น สำหรับมนุษย์โดยส่วนรวม. ถ้าคิดถึงแต่เพียงเรื่องส่วนตัว มัน ก็จะไม่มีประโยชน์อะไร; แล้วมันอยู่ไม่ได้. ใคร ๆ อย่าไปคิด ว่า เราจะอยู่ได้ลำพังคนเดียวในโลกนี้. มันเป็นความคิดที่ผิด เกินไปจนไม่ต้องคิดก็ได้ มันจะดำรงอยู่ได้ก็เพราะอยู่ด้วยกัน หลาย ๆ คน อย่างที่รวมกันเป็นมนุษย์เป็นสังคมมนุษย์. สังคมมนุษย์นี้ ต้องมีสิ่ง ๆ หนึ่ง ซึ่งจำเป็นที่สุด สำหรับจะอยู่ได้นั้น ก็คือการทำงานนั่นเอง ตรงกับคำจำกัด ความข้างต้นที่ว่า "การงานนั้นคือสิ่งที่ไม่อาจจะยกเว้นให้ได้ว่า ไม่ต้องกระทำ" เราจึงเห็นว่า การงานนี้เป็นสิ่งที่มีเกียรติมีความ ประเสริฐ และมีความสูงสุด ในฐานะ เป็นสิ่งที่สูงสุดสำหรับ มนุษย์. ที่พูดนี้ไม่ใช่สำหรับจะหลอกใครให้ทำงาน แล้วตัว เองก็ไม่ต้องทำ; แต่จะยืนยันว่าทุกคนจะมองเห็นอย่างนี้ แล้ว ก็ช่วยกันทำหน้าที่ของมนุษย์ หรือสิ่งที่เรียกว่าการงาน แล้ว ทำถึงขนาดที่เรียกว่า มีความสุข มีความพอใจในการทำงาน. เมื่อพูดว่าให้มีความสุขในการทำงาน นี้คงจะไม่ตรง กับที่คนส่วนใหญ่เขาเข้าใจ หรือยึดถือกันเป็นหลัก. เขามักจะ ถือกันว่าเราทำงาน แล้วเราก็จะได้เงิน แล้วก็เอามาซื้อหา ความสุขโดยเงินที่เราได้มาจากการงาน. แต่อาตมาไม่ได้พูด อย่างนั้น ไม่ได้หมายความอย่างนั้น หมายความว่า เมื่อกำลัง
น.33 ๒๗ ทำการงานนั่นแหละ ให้รู้สึกเป็นสุข ให้รู้สึกพอใจในการงาน ว่าเราได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะทำ หรือว่าได้ทำหน้าที่ ของมนุษย์ แล้วเราก็ควรจะพอใจ และมีความสุข. เราเป็นมนุษย์ นับถือในความเป็นมนุษย์ เมื่อได้ทำ สิ่งสำหรับความมีอยู่แห่งมนุษย์ เราก็ควรจะพอใจ เมื่อพอใจก็ จะเป็นสุข; ดังนั้นจึงพูดว่ามีความสุขในการงาน. เมื่อทำงาน อยู่อย่างเหนื่อยยากลำบากนั่นแหละ ให้รู้จักทำจิตใจให้ยินดีให้ พอใจ และเป็นสุข. ถ้าจะเป็นการงานในระดับต้น เช่นว่าเป็นเด็กต้อง ศึกษาเล่าเรียน ก็ต้องเป็นการเล่าเรียนที่พอใจ และเป็นสุข อยู่ในการศึกษาเล่าเรียน ให้แสวงหาความสุขความพอใจ จาก การศึกษาเล่าเรียนโดยตรง; ไม่ใช่เวลาหยุดเรียนแล้วก็ไปเที่ยว เล่น แล้วก็เรียกกันว่าความสุข, ไม่เท่าใดก็ตกไปเป็นเหยื่อ ของกิเลส ซึ่งทำตนให้วินาศ ทั้งชีวิตนี้ก็วินาศ การศึกษาเล่า เรียนก็วินาศ เพราะตกไปเป็นเหยื่อของกิเลส ที่จะหาความสุข ตามแบบของกิเลส. แต่ถ้านักเรียนมีความสุขจากการเรียนโดย ตรง การเรียนเป็นความสุขเสียแล้ว ก็ไม่ต้องไปหาความสุขที่ ไหนอีกให้เป็นการหมดเปลืองเงิน หมดเปลืองเรี่ยวแรง หมด เปลืองเวลาพักผ่อน อย่างนี้เป็นต้น ขอให้มีความพอใจในการ ทำงาน. ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกนิดหนึ่งว่า การทำงานนั้นคือการ ปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอะไร, ระดับไหน, ถ้า
น.34 ๓๐ มันจะเป็นคำที่มากเกินไปหรือไม่ ถ้าจะพูดว่า การงาน เป็นสิ่งที่น่าบูชา แล้วก็มีคนที่บูชาการงาน ยกเอาการ กระทำงานตามหน้าที่นั้นเป็นสิ่งสูงสุด ในชีวิตของตน ๆ ไม่ บูชาสิ่งอื่นยิ่งไปกว่าการทำหน้าที่ของตน คนประเภทนี้เห็น ความหมายของคำว่า "การงาน" สูงสุดอย่างนี้. แต่คนธรรมดาจะ หันหน้าหนีจากการงาน บ่นว่ามันเหนื่อย บ่นว่ามันลำบากมัน ไม่สนุกสนาน เขาก็เลยไม่รักการงาน ซึ่งเป็นการปฏิบัติธรรมะ อยู่ในตัวแล้ว. ข้อความตอนนี้แสดงว่า การงานนั้นเป็นสิ่งที่น่ารัก แต่เมื่อคนไม่รู้จักเขาก็เกลียดมัน แล้วก็เบือนหน้าหนี เขียนไว้ เป็นคำกลอนอย่างนี้ว่า :- อันที่จริง การงาน นั้นน่ารัก เมื่อยังไม่ รู้จัก ก็อางขนาง (คือไม่ชอบ) ไม่รู้รัก ก็ปล่อยปละ แล้วละวาง บ้างร้องคราง เมื่อรอหน้า ว่าเบื่อจริง. แต่ที่แท้ การงาน นั้นน่ารัก สอนให้คน รู้จัก ไปทุกสิ่ง ถ้ายิ่งทำ ยิ่งฉลาด ไม่พลาดยิง ได้ตรงดิ่ง สิ่งอุกฤต คือจิตเจริญ.
น.35 ๓๑ การงานนี้ ดูให้ดี มันน่ารัก เป็นการชัก ธรรมะมา น่าสรรเสริญ คือมีสติ ฉันทะ ทมะเกิน ครั้นหยุดเพลิน จิตก็วาง ทางนิพพาน. อันการงาน นั้นประเสริฐ ตรงที่สนุก ยิ่งทำงาน ยิ่งเป็นสุข ทุกสถาน ทำชีวิต ให้สดใส ใจเบิกบาน ในการงาน ประจำวัน นั่นเองนา. เมื่ออย่างนี้ มีแต่คน วิมลจิต เย็นสนิท ดวงใจ ไร้โทสา เกิดสังคม ที่อุดม ด้วยเมตตา อยากเรียกว่า ธัมมิกะ สังคมนิยม. ผลของงาน ล้นเหลือ เผื่อแผ่ทั่ว สัตว์ทุกตัว ใหญ่น้อย พลอยสุขสม ทั้งเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ได้ชื่นชม โลกระดม สุขวาง ทางนิพพาน ฯ จะบ้าหรือดี ก็ไปคิดดูด้วยกันทุกคน อาตมาไม่ได้ ผูกขาด ; แต่ขอเสนอว่า การงานนั้นเป็นสิ่งที่น่ารัก การงาน นั้นเป็นสิ่งที่มีความสุขได้ในตัวมันเอง ไม่ต้องเอาเงินไปซื้อหา เหยื่อของกิเลส มาทำตนให้มอมแมมอยู่ด้วยกิเลสซึ่งสร้างความ ผิดพลาดอย่างอื่นขึ้นมาอีก.
น.36 ๓๒ ทั้งหมดนี้แหละ คือสิ่งที่เรียกว่า การงาน เ มื่อมอง ดูตามสายตาของพุทธบริษัท พุทธบริษัทได้ศึกษาเล่าเรียนมา ตามแบบของพุทธบริษัท แล้วก็มีวิธีที่จะมองอะไรตามแบบ ของพุทธบริษัท ฉะนั้นเมื่อมองสิ่งที่เรียกว่าการศึกษาก็ดี เมื่อ มองสิ่งที่เรียกว่าการงานก็ดี ย่อมมองออกมาในลักษณะอย่างนี้. ขอให้ท่านทั้งหลายลองคิดดู แล้วสามารถทำประโยชน์ ให้เกิดขึ้นจากการศึกษาและการงานให้ถึงที่สุดด้วยกันจงทุกคน: ขอจบลงด้วยการให้พร ว่าให้การศึกษาและการงาน เป็นประโยชน์แก่ท่านทั้งหลาย ให้ถึงที่สุดที่มนุษย์ควรจะทำได้ แล้วมีความเจริญงอกงามอยู่ ในหน้าที่การงานนั้น ทุกทิพา ราตรีกาลเถิด. การบรรยายสมควรแก่เวลา ขอยุติไว้แต่เพียงนี้ เป็นโอกาส ให้พระคุณเจ้าท่านได้สวดบทพระธรรมที่ส่งเสริมกำลังใจ ในการปฏิบัติ หน้าที่การงานนั้นสืบต่อไป.
น.37 ปิด ~ ปิด ~ ปิด ปิด ปิด ตา : อย่าสอดส่าย ให้เกินเหตุ บางประเภท แกล้งทำบอด ยอดกุศล มัวสอดรู้ สอดเห็น จะเป็นคน — เอาไฟลน ตนไป จนไหม้พอง ; ปิด ปิด หู : อย่าให้แส่ ไปฟังเรื่อง ที่เป็นเครื่อง กวนใจ ให้หม่นหมอง หรือเร้าใจ ให้ฟุ้งซ่าน พาลลำพอง ผิดทำนอง คนฉลาด, อนาถใจ ; ปิด ปิด ปาก : อย่าพูดมาก เกินจำเป็น จะเป็นคน ปากเหม็น เขาคลื่นไส้ ต้องเกิดเรื่อง เยิ่นเย้อ เสมอไป ถ้าหุบปาก มากไว้ ได้แท่งทอง ฯ พ. อินฺทปัญฺโญฺ พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๘๒ - ๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๒ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๓ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗
น.38 การงานให้ประโยชน์ล้ำค่า ควรทำให้มีขึ้น :- การงานชอบ, มีรวมอยู่ในมรรคองค์หนึ่ง การงานสัมพันธ์อยู่กับการศึกษา การงาน คือสิ่งที่ทำให้ทุกชีวิตอยู่รอด กัมมัฏฐาน, วิปัสสนา เป็นการงานสูงสุดทางวิญญาณ การพักผ่อน, ก็นับรวมอยู่ในการงาน. การงานไม่มีสูง - ต่ำ, ล้วนมีเกียรติเสมอกัน ค่าของการงาน คือ ดำรงอยู่แห่งสิ่งที่จำเป็นสำหรับส่วนรวม ความพอใจทำการงาน นั่นแหละเป็นความสุขแท้จริง. การทำงานทุกชนิด นั่นคือ การปฏิบัติธรรม. คนมี สัจจะ ทมะ สติสัมปชัญญะ อธิษฐาน : สำหรับทำงาน คุณค่าของมนุษย์ อยู่ที่การงาน ยิ่งสนุกในงาน ยิ่งรู้แจ้งธรรม ยิ่งทำงาน ยิ่งมีธรรม :- เช่น สติ สมาธิ ขันตี วิริยะ สัจจะ ทมะ ปัญญา สัทธา กล้าหาญ : การงานที่แท้จริง เป็นสิ่งน่าบูชา, น่ารัก, สนุก
Buddhadasa