Buddhadasa.org

ทรัพย์สมบัติคืออะไร ? ตอนที่ ๑ — ทรัพย์สมบัติคืออะไร (ตามภาษาคน)

ทรัพย์สมบัติคืออะไร ? — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ทรัพย์สมบัติคืออะไร ? (๔ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.9 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายประจำวันเสาร์ แห่งภาควิสาขบูชา เป็น ครั้งที่ ๗ ในวันนี้ก็ยังเป็นการกล่าวถึงเรื่อง อะไรเป็นอะไร? ต่อไปตามเดิม เฉพาะในวันนี้จะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า “ทรัพย์ สมบัติคืออะไร?" ในทัศนะของพุทธบริษัท. [ทบทวน.] ขอให้ท่านทั้งหลาย จงทบทวนการบรรยายทุกครั้งที่ แล้วมา : เราได้กล่าวถึงสิ่งนั้น ๆ ว่า อะไรเป็นอะไร? แต่ตาม ทัศนะของพุทธบริษัท เสมอ. นี้หมายความว่า คนอื่นจะเข้าใจ เป็นอย่างอื่นก็ได้ ; แต่ในฐานะที่เราเป็นพุทธบริษัท เราควร จะมีวิธีมอง และเห็น เข้าใจ และรู้จัก ตามทัศนะของเรา. ดังครั้งแรก พูดถึง การศึกษา ก็มองเห็นการศึกษาว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความถูกต้อง แก่การที่มนุษย์จะก้าวหน้า ไปสู่สิ่งสูงสุด ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการของเขา ไม่ว่าจะอยู่ บรรยายเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ พ.ค. ๒๕๒๑ ๑

น.10 ๒ ในระดับไหน, และอย่างไร, ถ้าไม่อย่างนั้น เราไม่ถือว่า เป็นการศึกษาในทัศนะของพุทธบริษัท. ในครั้งถัดมาเราพูดถึง การงาน ว่า การทำการงานนั้น คือสิ่งสุดท้าย ที่ผ่อนผันให้ ไม่ได้อีกต่อไป ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ต้อง ทำ. ในบรรดาสิ่งที่ผ่อนผันให้ไม่ได้ว่าไม่ต้องทำนั้น การงาน เป็นสิ่งสุดท้าย. ฉะนั้น เราจึงต้องทำการงาน เพื่อวิวัฒนาการ จะได้เป็นไปถึงที่สุด. ครั้งต่อมา พูดถึง การสังคม ตามทัศนะของพุทธ- บริษัท. การคบหาสมาคมนั้น เป็นการร่วมมือกันเดินทาง ไปสู่จุดหมายปลายทาง แล้วแต่จะให้ชื่อจุดหมายปลายทางนั้นว่า อย่างไร. รวมความแล้วก็คือ จุดมุ่งหมายที่สิ่งที่มีชีวิตจะต้อง ไปให้ถึง มิฉะนั้นก็จะเป็นหมัน. ครั้งต่อมา พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า ศาสนา ว่าศาสนานั้น คือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราปลอดภัย ด้วยกันทั้งโดยบุคคลและ โดยสังคม เพราะเชื่อได้ว่า ทำให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควร จะได้รับ ทั้งทางกาย ทางจิต และทางวิญญาณ ; มีความ ศักดิ์สิทธิ์อยู่ก็ที่ตรงนี้เอง. ในครั้งถัดมา ได้พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า การทำบุญกุศล มีความหมายว่า มันเป็นเครื่องชะล้างบาปในชีวิตประจำวัน. ในครั้งถัดมา พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า ชีวิตคืออะไร ? หมายถึง ความสดชื่นที่ไม่รู้จักสิ้นสุด เมื่อใดไม่มีความสดชน

น.11 ๓ ก็เรียกว่าตาย. คนโดยมากทั่วไปในโลกนี้ เป็นคนไม่มีชีวิต ล้วนแต่ไม่มีชีวิต เพราะมันเหี่ยวแห้งอยู่ด้วยไฟ คือราคะ โทสะ และโมหะ มันไม่มีธรรมะเป็นเครื่องทำความเย็น จึงมีอาการ เหมือนกับว่าเป็นคนเปลือยกาย. [เริ่มการบรรยายครั้งนี้.] ส่วนในวันนี้ จะพูดถึง ทรัพย์สมบัติว่าคืออะไร? ในทัศนะของพุทธบริษัทต่อไปตามเดิม. บางคนอาจจะคิดว่า ทำไมจะต้องเอาเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วมาพูด? อาตมาก็ขอร้อง ว่า ก็ขอให้ฟังดูก่อนว่า จะพูดกันอย่างไร. เดี๋ยวนี้ทุกคนก็มี ทรัพย์สมบัติ แล้วจะให้มาถามว่า ทรัพย์สมบัติคืออะไร? ก็ คล้าย ๆ กับว่ามาดูถูก ดูหมิ่น กันว่าเป็นคนโง่ ไม่รู้ว่าทรัพย์ สมบัตินั้นคืออะไร. ถ้าว่าโดยที่จริงแล้ว คนเราก็ยังไม่รู้ว่า ทรัพย์สมบัตินั้นคืออะไร? คือเขาได้มีมัน และใช้มันไม่ตรง ตามความหมายของคำ ๆ นี้, และกำลัง เดือดร้อนเหมือนกับตก นรกทั้งเป็นอยู่ เพราะสิ่งที่เรียกว่าทรัพย์สมบัติ นั้นเอง. จริงหรือ ไม่จริง? ขอให้พิจารณาดูกันต่อไป. พุทธบริษัทพิจารณาสิ่งใดๆ ต้องพิจารณาพร้อม กันไปทั้ง ๒ ความหมาย คือความหมายใน ภาษาคน อย่างหนึ่ง และความหมายใน ภาษาธรรม อย่างหนึ่ง ; โดยใจความก็คือ ดูกันทั้งผิวนอก และดูกันทั้งเนื้อใน, ดูกันทั้งโดยตัวหนังสือ, และดูกันทั้งโดยความหมายแห่งตัวหนังสือนั้น.

น.12 ๔ เมื่อพูดถึง ทรัพย์สมบัติว่าคืออะไร? ดูกันตามตัว หนังสือตามธรรมดาใน ภาษาคน ก็ถือเอาความหมายอันแรก ที่สุดว่า สิ่งเป็นเครื่องปลื้มใจ เพราะคำว่า "ทรัพย์" นี้ มัน แปลว่า เครื่องปลื้มใจ ใครมีทรัพย์ คนนั้นก็ปลื้มใจ หรือว่า ทรัพย์นั้น เป็นเครื่องทำความปลื้มใจให้แก่บุคคลนั้น ; พูดง่าย ๆ ก็คือคำว่า "ความปลื้มใจ" นั่นเอง เป็นชื่อของสิ่งที่เรียกว่า ทรัพย์. แต่เนื่องจากเป็นภาษาอินเดีย ถ้าพูดเป็นภาษาไทย ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ก็จะต้องเรียกมันว่า สิ่งปลื้มใจ, สิ่งที่ให้ ความปลื้มใจ; พูดเป็น ศัพท์ในทางศาสนา ก็ว่า สิ่งที่ให้อัสสาทะ คือ ความรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง. เราจะต้องมองดูว่า ค วามหมาย แท้จริงของคำนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? อาตมาสันนิษฐานเอาเองว่า ครั้งแรก มนุษย์มีชีวิต อยู่อย่างไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติ ซึ่งเราเคยได้ยิน ได้ฟัง ได้ศึกษา มาว่า มนุษย์ในชั้นแรกนั้น มันก็ไม่ผิดกับสัตว์เดรัจฉานนัก, เพิ่งขึ้นมาจากความเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็อยู่อย่างคนที่เรียกว่า คนป่า ครึ่งคนครึ่งสัตว์ ตามถ้ำ ตามเขา ตามโพรงไม้ แล้ว แต่จะอยู่ได้อย่างไร. เขาก็ไม่ต้องจำเป็นจะต้องมีทรัพย์สมบัติ เพราะว่ามีเท้า มีตีน นั่นแหละ เป็นทรัพย์สมบัติ พอรุ่งเช้า ก็ออกเที่ยวหากิน อิ่มท้องแล้วก็กลับมานอน ไม่มียุ้งฉางที่จะเก็บ รักษา สะสม อะไรไว้ ตามธรรมชาติ เหมือนกับสัตว์ทั้งหลาย ทั่วไป.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต