น.20 ๑๔ สรุป ความว่า อัตตา ตัวตน นี้ คือ สมบัติโง่ที่เรามี กันอยู่ ตั้งแต่คลอดออกมาแล้วตลอดเวลา, กำลังมีอยู่ในจิตใจของทุกคน เป็นสมบัติประจำตน ; แต่มันเป็นของเท็จของไม่จริง. ส่วน อนัตตา นั้น คือ ความจริงของธรรมชาติ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ มีอยู่เบื้องหลังของตัวตนที่เป็นความโง่ ความเท็จ. ความโง่ ความเท็จ เกิดขึ้นเพราะอวิชชา ; เรามีไว้เป็นสมบัติ หอบหิ้วหาบหามกันอยู่พะรุงพะรังเต็มตัวด้วยกันทุกคน. แต่เบื้องหลังนั้น มีความจริงเรื่องอนัตตา ว่า มันไม่ใช่ตัวตน มันเป็นอนัตตา. นี้สมบัติใหม่ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาประทานให้แก่เรา, เพื่อจะดับเสียซึ่งความทุกข์ อันเกิดจากความเห็นแก่ตน เพราะมีตัวตน. อนัตตา นั้น เป็นความจริงของธรรมชาติ, ควบคุมสิ่งทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดทั้งสิ้น ว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้น ก็มีอยู่ตามธรรมชาติ แล้วก็มิใช่ตัวตน. ความจริงที่ว่า มิใช่ตัวตนนี้ ควบคุมอยู่ในทุกสิ่ง ; แต่เราโง่ เราไม่เห็น. เราเอาทุกสิ่งมาเป็นตัวตน มาเป็นของตน เราต้องทำบาป ทำผิด, เราต้องรับบาป ต้องสนองบาปด้วยความทนทุกข์ เวียนว่ายอยู่ในตัวตน หรือในสิ่งที่เนื่องด้วยตัวตน. มารู้เรื่องนี้แล้ว ก็สลัดความคิดอันนี้ออกไปเสีย ; เราก็เป็นอิสระ ที่เรียกว่า “หลุดพ้น" , ไม่ถูกผูกพันบีบคั้นอยู่
น.21 ๑๕ ด้วยเรื่องของตัวตน หรือเรื่องของความดีความชั่ว ; ขึ้นเหนือความดีความชั่ว ที่เรียกว่า "เหนือโลก", เป็น "โลกุตตระ" บรรลุมรรค ผล นิพพาน. เรื่อง อัตตา มีอยู่จริง เป็นสมบัติโง่ ที่เรากำลังมีอยู่. เรื่อง อนัตตา เป็นสมบัติใหม่ ที่ยังไม่ได้รับ ที่พระพุทธเจ้าทรงมุ่งหมายจะให้ได้รับ แล้วพวกเราก็ไม่ค่อยยอมรับเพราะมันติดแน่นในตัวตน ยากที่จะหย่าขาดกันได้. ขอให้มีความรู้เรื่อง "มิใช่ตน" นี้ให้เพียงพอ แล้วก็จะหย่าขาดกันได้ จากความโง่ความหลงว่ามีตัวตน เพราะเหตุฉะนี้เอง เป็นการแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า พุทธศาสนาหรือพระธรรมนี้ เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา และต้องศึกษาทั้งสองชนิด คือ : - ชนิดที่มีตัวตน ให้รู้ความจริงของความมีตัวตน ซึ่งเป็นเพียงผลของอวิชชา. และ ให้รู้ความจริงเรื่องอนัตตา เป็นความจริงแท้ของธรรมชาติ ; แล้วเราก็จะหมดปัญหา อันเกี่ยวกับตัวตน, เกี่ยวกับชีวิตจิตใจ, เกี่ยวกับความสุขความทุกข์ ทุกอย่างทุกประการ. อาตมาจึงขอร้องท่านทั้งหลายว่า “ธรรมะเป็นสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งอย่างชนิดที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน" โดยประการฉะนี้. เวลาสำหรับบรรยายก็หมดแล้ว อาตมาขอยุติการบรรยายครั้งนี้ไว้เพียงเท่านี้ ด้วยความหวังว่า ท่านทั้งหลายทุกคนจะมีความรู้ประจักษ์แจ้ง ทั้งอย่างชนิดที่มีตัวตน และไม่มีตัวตนนี้ จงทุกประการเถิด.
น.22 บางนาที ท่านมีมัน รสอะไร ไม่ประเสริฐ หรือสุทธิ - ศานติ์ ยิ่งไปกว่า รสของการ "ไม่ต้องได้ ไม่ต้องเป็น ไม่ต้องอยู่ ไม่ต้องตาย ไม่ระหาย ไม่สงสัย ไม่กังวล ไม่หวั่นไหว ไม่ถือ ร้ายหรือดี ไม่ถวิล หวังที่ มันสับสน" เช่นจวนได้ หรือจะได้ แต่กลายวน เป็นไม่แน่ ว่าตน จะได้มัน รส “ความว่าง” อิ่มโอชะ ตลอดกาล เป็นสัมปราย- โวหาร พระอรหันต์ ดูให้ดี บางนาที ท่านมีมัน แต่ว่าท่าน ดูไม่ดี ไม่มีเอย ฯ ของท่านอาจารย์พุทธทาส ๒๗ พ.ค. ๑๙ พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒-๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๒ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๔ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗
น.23 รายชื่อหนังสือ ชุดหมุนล้อ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑. พระพุทธคุณคำกลอน ๓ ๒. การศึกษาคืออะไร ? ๑ ๓. การงานคืออะไร ? ๑ ๔. ทรัพย์สมบัติคืออะไร ? ๑ ๕. สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ๑ ๖. ปัญหาที่เกิดจากการศึกษาไม่สมบูรณ์แบบ ๑ ๗. ปวารณา ๑ ๘. ชาติในปฏิจจสมุปบาท ๑ ๙. ทางออกที่ ๓ แห่งยุคปัจจุบัน ๑ ๑๐. ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน ๒
น.24 ธรรมะนั้นต้องศึกษาทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน. พุทธศาสนาสอนเรื่องอนัตตา คือไม่มีตัวตน. แต่ทรงสอนทั้งเรื่องมีตัวตน และไม่มีตัวตน. เพราะตรัสรู้ ในหมู่ชนที่ถือลัทธิมีตัวตนเป็นพื้นฐานมาก่อน ; จึงทรงสอนให้ทำตัวตนดี จนที่สุด ; ระอาต่อความดีแล้ว จะเลิกมีตัวตน อยู่เหนือความดี. เรื่องสัมมาทิฏฐิก็มี ๒ อย่าง : มีตัวตน กับไม่มีตัวตน. ตอนต้นสอนให้ละชั่วทำดี สูงขึ้นให้ยกจิตใจเหนือตัวตน. ตัวตนเป็นมายาหลอกลวง อนัตตา เป็นความจริงซ่อนอยู่. ทุกสิ่งมีและเป็นอยู่ตามกฎของธรรมชาติ, ไม่ใช่ตัวตน. ทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย เรียกว่าอิทัปปัจจยตา. ตัวตนเป็นเพียงความรู้สึก เท่านั้น. จงศึกษาพุทธศาสนา ตรงความรู้สึกในใจ ไม่ใช่จากตำรา. พุทธศาสนามีหลักเป็นไปตามธรรมชาติ. ระบบการศึกษาสอนกันอยู่แต่เรื่องมีตัวตน. เรื่องไม่มีตัวตนเป็นวิทยาศาสตร์, ธรรมชาติบริสุทธิ์. ถ้ารู้เรื่องอนัตตาแล้ว จะมีความรักผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตน.
Buddhadasa