Buddhadasa.org

ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน ตอนที่ ๔ — ระบบการศึกษาที่ขาดเรื่องไม่มีตัวตน

ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.18 ๑๒ ทีนี้ ก็มาถึง ระบบการศึกษา ในโลกนี้ไม่มีคำสอนเรื่อง ไม่มีตัวตน, มีแต่สอนเรื่องมีตัวตน. สอนยูให้มีตัวตนหนักขึ้น ไป ๆ; เราจึงมีแต่คนเห็นแก่ตนเต็มไปทั้งโลก, ขจัดความ ทุกข์ยาก ที่เกิดมาจากการเบียดเบียนไม่ได้ ; เพราะว่า คนมีแต่ ความเห็นแก่ตัวตนกันทั้งโลก. โลก ควรจะศึกษาสัจจะของ พระพุทธเจ้า เรื่องไม่มีตัวตนนี้ กันเสียให้ถูกต้อง. ตัวตนเป็นความรู้สึกของจิตโง่. จิตที่โง่จึงจะคิดว่ามี ตัวตน. จิตที่ฉลาดแล้ว มองเห็นทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวตน. ตัวตนนี้ เป็นของมายาเหลวคว้าง, ไม่มีวิทยา- ศาสตร์, ไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ในตัวตนนั้นเลย ; แต่ใน สิ่งที่ไม่มีตัวตน ในความรู้ว่าไม่มีตัวตนนี้ เป็นวิทยาศาสตร์, คือเป็นความจริงของธรรมชาติ; ว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติ, เป็นธรรมชาติที่เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ แห่งความไม่มี ตัวตน. ฉะนั้น เรื่องไม่มีตัวตน จึงเป็น วิทยาศาสตร์ หรือมี วิทยาศาสตร์; เข้าถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์, มีชีวิตอยู่ได้ไม่ ตาย ; แต่เต็มไปด้วยปัญญา ที่ทำให้ตัวเองก็ไม่เป็นทุกข์ ไม่ทำ ให้ใครเป็นทุกข์. ลองคำนวณดูว่าถ้าในโลกนี้ สัตว์ในโลกมี ความรู้สึกถูกต้องเรื่องไม่มีตัวตน ก็คือ มีปัญญาสูงสุด ก็ไม่มี ความเห็นแก่ตน แล้วก็ไม่เบียดเบียนกัน ; มีแต่ความรักผู้อื่น ได้โดยอัตโนมัติ.

น.19 ๑๓ อัตโนมัติ นี้ พึ่งดูให้ดีว่า มัน ไม่ต้องพยายามอะไรมาก ; เพียงแต่เรารู้สึกว่าไม่มีตัวตนเท่านั้น เราก็ไม่เห็นแก่ตัว. การเบียด เบียนผู้อื่นก็มีไม่ได้ การเบียดเบียนผู้อื่นนั้น มีเพราะความเห็น แก่ตัว ; พอหมดความเห็นแก่ตัว มันก็เกิดความรักผู้อื่นโดย อัตโนมัติ. ถ้า ความรู้เรื่องอนัตตา เข้ามาเป็นแสงสว่างในจิตใจ ของคนทุกคนแล้ว; คนก็หมดความเห็นแก่ตน ทำไปด้วยสติ ปัญญา, รู้หน้าที่ที่ควรกระทำ. เขาก็ทำการสงเคราะห์กันและกัน เพราะมีความเห็นแก่ธรรมะ คือ ความจริง, คือ เห็นว่า ร่างกาย จิตใจกลุ่มไหน ก็ล้วนแต่มีปัญหาเรื่องความทุกข์. เรามาช่วย กันดับความทุกข์ดีกว่า ; ความรักผู้อื่น ก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ, เสนียดจัญไรของโลกก็หมดไป. เสนียดจัญไรของโลก ก็คือ ความเห็นแก่ตนนั้นเอง. เสนียดจัญไรนี้หมดไป คนก็รักกัน โลกพระศรีอริยเมตไตรย ก็เกิดขึ้นทันที. ศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย คือ ศาสนาแห่งเมตตา; รัก ผู้อื่นสูงสุด และอย่างดีเลิศ จึงได้เรียกว่า "ศรีและอาริยะ" แล้ว ก็ "เมตไตยะ" , เมตไตยะ คือ ความเมตตา ความรักผู้อื่น เป็นโดย อัตโนมัติ ; เพราะธรรมะอันสูงสุด คือ ความไม่มีตัวตน หรือ ไม่เห็นแก่ตน.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต