น.27 ๒๑ นั่นแหละเป็นผู้สร้างโลกให้ดีหรือเลว. ถ้าครูสร้างคนในโลก ให้บูชากิเลส ก็ครูเป็นผู้สร้างโลกให้เลว ; ถ้าครูสร้างให้คน ในโลกมีธรรมะ มีศีลธรรม มีสันติภาพ ครูนั่นแหละ เป็นผู้สร้างโลกให้ดี เพราะฉะนั้น พระเจ้าผู้สร้างโลกนั้น อยู่ที่ครูที่เป็นครูแท้จริง เป็นปูชนียบุคคล สร้างโลก โดยถูกต้อง. เดี๋ยวนี้ปัญหาครูกลายเป็นชนกรรมาชีพไปเสีย, ครูกลายเป็นคนทำงานอย่างชนกรรมาชีพสอนหนังสือหาเงิน เลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันหนึ่ง ๆ ; ยิ่งครูรุ่นหลังแล้วยิ่งเป็น อย่างนี้มาก ; ขออภัยอย่าเพ่อโกรธ. ครูรุ่นหลังแล้วยิ่งรู้จัก แต่อย่างนี้ ; เป็นครูเพื่อเงินเดือนเท่านั้น ; ไม่ได้เป็น ครูเพื่อบุญเพื่อกุศลอย่างโบราณ ดอก. ฉะนั้นไปคิดกัน เสียใหม่เถอะว่าเราเป็นคนที่โชคดีแล้ว, ได้เกิดมามีอาชีพ ของปูชนียบุคคล, มีหน้าที่ทำให้ โลกนี้มีสันติสุขมีสันติภาพ อย่าต้องเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่นเลย, เป็นอาชีพผู้นำทาง วิญญาณกันไว้ตามเดิมเถิด. .... .... ....
น.28 ๒๒ คำว่า "ครู" ในอินเดียเขาแปลว่า ผู้นำทาง วิญญาณ. ในบ้านเราคงจะแปลอย่างอื่น ; ในปทานุกรมที่ ใช้กันอยู่ คำว่าครูไม่ได้แปลว่าผู้นำทางวิญญาณ. แต่ใน อินเดียคำว่าครูนี้เขาแปลว่าผู้นำทางวิญญาณ เรียกว่า spiri- tual guide ดังนั้น ครูนั้นมีหน้าที่นำในทางวิญญาณ ให้ มนุษย์เดินไปโดยถูกต้อง, ไม่ใช่เพียงแต่สอนหนังสือหากิน ได้โอกาสเมื่อไรก็คอร์รัปชั่น ; อย่างนั้นไม่เป็นครูแล้วละ ; ที่ถูกนั้นต้องเป็นผู้นำในทางวิญญาณ ที่ถูกต้อง เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหนังสือข่าวที่ลงมาว่า การค้นคว้า ทางภาษาศาสตร์รุ่นหลังนี้พบว่า คำว่าคุรุ ครุ นี้ แปลว่า ผู้เปิดประตู อย่างนี้ก็มี ; ผู้เปิดประตู อันนี้ยากมากสำหรับ เราคนไทย ที่จะไปรู้ศัพท์แสงอินเดียโบราณ ดึกดำบรรพ์ อย่างนั้น. แต่นักศึกษาศัพทศาสตร์โบราณของอินเดียนั้น เขาเกิดพบว่า คำว่า ครู นี้คือ ผู้เปิดประตู, ผู้ปลดปล่อย น่ะ ภาษาคอมมิวนิสต์ ก็คือผู้ปลดปล่อย, ครูก็แปลว่าผู้ ปลดปล่อย. ก่อนนี้คนถูกขังอยู่ในคอกของกิเลสของอวิชชา ธรรมดา ตามธรรมดา ; ถ้าปล่อยไปตามธรรมดา คนก็คือ
น.29 ๒๓ สัตว์ที่ถูกขังอยู่ในความโง่ของตัวเอง ที่เรียกว่าอวิชชา ; ถูกขังอยู่ในขอบของกิเลสของตัวเอง ก็เรียกว่าถูกขังกรง, ขัง คอก, ขังเล้า ที่เหม็น ที่มืด ที่สกปรก ที่เหลือที่จะทนแหละ สัตว์ที่ไปตามธรรมชาติ โดยปราศจากความรู้ ก็เหมือน กับสัตว์ที่ถูกขังอย่างนั้น ; แล้ว คนที่มาเปิดประตูให้ออก นั่นแหละคนนั้นคือครู ฉะนั้น คำว่า ครูจึงแปลว่า ผู้เปิดประตู ; คิดแล้วน่ายกมือไหว้ท่วมหัว ทั้งวันทั้งคืน ครูมีบุญคุณขนาดนั้น. ฉะนั้นเราก็ ถืออุดมคติอันนี้ไว้ ไม่เสียหลายดอก ; เปิดประตูให้ลูกเด็ก ๆ ; ออกมาเสียจากความโง่ ซึ่งเป็น เหมือนคอก เหมือนเล้า เหมือนอะไร, ให้เด็ก ๆ เขาออกมา เสียได้ จากคอกเล้าชนิดนั้น, นั่นแหละ คือครูมีความ ชื่นใจ ในการกระทำ, แล้วเป็นสุขอยู่ในการกระทำ เงินเดือนไม่มีความหมายอะไร ; มันเพียงเลี้ยงชีวิตอยู่ได้ ไม่ต้องมีเท่าไรดอก พอเลี้ยงชีวิตอยู่ได้. แต่ถ้าครูอยากจะมี ชีวิตแข่งกับเทวดา ; แล้วเงินเดือนกี่แสนกี่ล้าน มันก็ไม่พอ ดอก ; เพราะต้องการบ้าน ต้องการตึก ต้องการรถยนต์ ต้องการอุปกรณ์ มันก็ไม่พอดอก, เงินเดือน เดือนละล้าน มันก็ไม่พอ.
น.30 ๒๔ แต่ถ้าเรา อยู่ อย่างเป็นครูผู้เปิดประตูของสัตว์ เงินเดือนไม่กี่บาทก็พอ, ไม่กี่สิบบาท ไม่กี่ร้อยบาทมัน ก็พอ ; นี้พูดอย่างอัตราคนสมัยนี้แหละ. ครูมีเงินเดือนสัก พันสองพันมันก็พอ; แล้วจะอยู่เพื่อทำหน้าที่ของครูได้. เพราะว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อทำหน้าที่ของครูนี่ ; ไม่ใช่ทำ หน้าที่เพื่อจะอยู่แข่งกับพวกเทวดา เรื่องกิน เรื่องอยู่ เรื่อง- เล่น เรื่องหัว เรื่องเมา เรื่องอะไรต่างๆ เราไม่ต้องการจะ แข่งกับเทวดา ก็ไม่ต้องการเงินมาก; ไม่ต้องมีเงินมาก ก็เป็นครูที่ดีได้, แล้วจะยกมือไหว้ตัวเองได้. เวลานั้นแหละ ประเสริฐที่สุด คือ เวลาที่คนเรายกมือไหว้ตัวเองได้นั้น แหละ คือเวลาที่ประเสริฐที่สุด มีความสุขที่สุด. ฉะนั้น ขอให้ทำไปในลักษณะที่ยกมือไหว้ตัวเองได้ ; มันก็ต้องต่อสู้กิเลส ต้องทำลายกิเลส ต้องต่อสู้กิเลส ต้องควบคุมกิเลส, จนเราทำถูกต้องหมด, เราจึงจะยก มือไหว้ตัวเองได้. พวกครูต้องทำให้ได้ก่อน, แล้วพวกครู ก็ไปสอนเด็ก ๆ ให้ทำได้อย่างนั้นอีกทีหนึ่ง โลกนี้จึงจะมี สันติภาพ.
น.31 ๒๕ ถ้าจะเจริญแต่เรื่องผลิต, เรื่องผลิต; เรื่องพัฒนา, เรื่องสนุกสนาน เอร็ดอร่อย, ยิ่งทำโลกให้วินา ศ พวกครู นั้นแหละคือผู้ทำโลกให้วินาศ เพราะสอนกันแต่ เทคโนโลยีส่งเสริมกิเลส, เทคโนโลยีฝ่ายที่ส่งเสริมกิเลส, ไม่มีเทคโนโลยีฝ่ายที่ทำลายกิเลส: ฉะนั้นครูเป็นผู้ทำโลกให้ วินาศ. ดังที่ได้พูดแล้วว่าครูเป็นผู้สร้างโลก ; แต่ว่าสร้าง ทางเด็ก ๆ. เราสร้างเด็ก ๆ ขึ้นมาเป็นพลโลกอย่างไร โลกนี้ มันก็เป็นอย่างนั้น, ถ้าครูเขาสร้างเด็ก ๆ มาถูกต้องเป็น พลโลกที่ดี โลกนี้ก็มีสันติสุขมีสันติภาพ. ในความหมาย ที่ว่า ทุกคนเหมือนกับพ่อแม่เดียวกัน. ตามทางศาสนาบัญญัติมาตรฐานว่า ทุกคน เป็นลูกพระเจ้าด้วยกัน มันก็รักกันไม่เบียดเบียนกัน อยู่ กันเป็นผาสุกอย่างยิ่ง หรือว่าข้อความในคัมภีร์อิสลาม ก็มี ว่ามันเป็นร่างกายเดียวกัน, คนทุกคนในโลกเป็นร่างกาย เดียวกัน ; แล้วมันก็หยิก ข่วน ตี แทง กันไม่ได้ เพราะมัน เป็นร่างกายเดียวกัน. ชาวพุทธเราก็ว่า ทุกคนเป็นเพื่อน เกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตาย ด้วยกัน. เมื่อไร มันจะเป็นได้ ? มัน เป็นได้ ก็ต่อ เมื่อทุกคนมีธรรม ะ นั้น
น.32 ๒๖ แหละ ; ไม่เห็นแก่ตัว, ไม่เห็นแก่กิเลสของตัว มันก็รัก ผู้อื่นได้. ฉะนั้น ขอให้ครูบาอาจารย์ทั้งหลายเข้าใจหลักเกณฑ์ อันนี้, แล้วถือหลักเกณฑ์อันนี้ แล้วก็ไปอบรมเด็ก ๆ ลูก ศิษย์ลูกหาของเรา ให้เดินไปโดยหลักเกณฑ์อันนี้ ให้เราทำ หน้าที่ของมนุษย์ให้ถูกต้อง. อยากจะบอกอีกคำหนึ่งว่า ธรรมะนั้นแปลว่า หน้าที่; ถ้าครูคนไหนมัวแต่สอนเด็กว่า ธรรมะคือคำสั่ง- สอนของพระพุทธเจ้า แล้วก็ช่วยเปลี่ยนเสียใหม่เถอะว่า ธรรมะนั้นคือหน้าที่ ที่มนุษย์จะต้องทำ; ถึงแม้ว่าจะ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านก็ได้สอนเรื่องหน้าที่ที่ มนุษย์จะต้องทำ. ฉะนั้นเอาคำเดิมในอินเดียดีกว่า ธรรมะ แปลว่า หน้าที่ ความหมายของเขากว้างออกไปถึงว่า ที่สิ่งมี ชีวิตจะต้องทำ. สิ่งใดมีชีวิตสิ่งนั้นมีหน้าที่ หน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิต นั้นคือธรรมะ ; คนก็ต้องทำ, เทวดาก็ต้องทำ, สัตว์เดรัจ-
น.33 ๒๗ ฉานก็ต้องทำ, ต้นไม้ต้นไล่ที่มันมีชีวิตมันก็ต้องทำหน้าที่ ฉะนั้น การทำหน้าที่นั้นคือธรรมะ เราสอนลูกเด็ก ๆ ของ เราว่าธรรมะคือหน้าที่, ธรรมะคือหน้าที่. ขอให้ทุกคน ทำหน้าที่ให้ดีแล้วก็มีธรรมะ; ไม่- ต้องมาวัดก็ได้ ทำที่บ้านก็ได้ ทำที่โรงเรียนก็ได้ ทำกลางนา กลางไร่กลางสวนก็ได้นะ. แต่ขอให้ทำหน้าที่นั้นแหละคือ ธรรมะ, ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องทำหน้าที่ ทั้งนั้น, เรื่องให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิ ทำวิปัสสนา บรรลุมรรค ผล นิพพาน คือหน้าที่ของมนุษย์ ตั้งแต่ ต่ำสุดจนถึงสูงสุด. ฉะนั้นช่วยบอกว่า ธรรมะคือหน้าที่ เพราะฉะนั้น ทุกคนทำหน้าที่ที่ไหน, เมื่อไร, ก็มีธรรมะที่นั้นและเมื่อนั้น. ทำที่ไร่ ที่นา ที่บ่า ที่บ้าน ที่ไหนก็ได้, ไม่ต้องมาที่วัด แต่ว่าที่วัดนี้ให้ความสะดวก หรือว่าสอนเรื่องหน้าที่, สอน เรื่องหน้าที่กันอย่างสะดวก, แล้วเรามาวัดมาเรียนเรื่องหน้าที่, แล้วไปทำที่ไหนก็ได้. ฉะนั้น ข อให้ช่วยสอนให้เด็ก ๆ รู้ว่าธรรมะคือหน้าที่ ; แล้วเด็ก ๆ จะขยันที่จะทำหน้าที่ของ เด็ก ของมนุษย์ แล้วก็จะมีแต่ความถูกต้อง.
น.34 ๒๘ เดี๋ยวนี้ ปัญหาเรื่องความยากจน เ พราะคนไม่ ทำหน้าที่ อยากจะรวยลัด มันก็ขโมย ก็จี้ ก็ปล้น ; เมื่อไม่ ทำหน้าที่ มันก็จน, มันก็ต้องทำอาชญากรรม ปล้น จี้ ลักขโมย. เดี๋ยวนี้หนังสือพิมพ์ ทุกฉบับแหละไปดู ทุกวัน และทุกฉบับมีเรื่องเลวร้ายอย่างนี้, ฉบับละหลาย ๆ เรื่องต่อ หนึ่งวัน ลองพิจารณาดูเถอะ. ฉะนั้นขอให้มีธรรมะ คือ การทำหน้าที่ ; ทำหน้าที่แล้วเราก็จะไม่ยากจน. ปัญหา ที่รัฐบาลจะทำให้ประชาชนไม่ยากจนนั้นมี แต่ไม่สอนให้ทำ หน้าที่ ; ไปพัฒนาสิ่งส่งเสริมกิเลสให้ประชาชน. ประชาชน ก็จะยากจนยิ่งขึ้นไป; ฉะนั้น ขอให้สอนให้ทำหน้าที่ แล้วจะไม่ยากจน แล้วก็กิน ก็ใช้แต่พอดี เหลือก็ไป ช่วย ผู้อื่น ; นี้แหละแก้ปัญหาหมดทั้งโลก. เราเรียกว่า อุดมคติ ของธัมมิกสังคมนิยม ; เขา เรียกกันแต่ว่าสังคมนิยม. เราเติมคำว่า " ธัมมิกสังคมนิยม" สังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรม ยอมรับนับถือคนทุกชั้น. ในโลกนี้มีคนมากชั้น ไม่ใช่มีแต่นายทุนกับกรรมกร. ปรัชญา ทางการเมืองเขามีแต่นายทุนกับกรรมกร คือคนสองชั้น. อย่างนี้แก้ปัญหาให้ตายก็แก้ไม่ได้ เพราะว่ายังมีคนมากกว่า นั้น.
น.35 ๒๙ ฉะนั้นขอให้ มุ่งหมาย ทำให้เป็นสุขเสีย ตั้งแต่ว่า คนจน ที่สุด คนขอทานคนอะไรเรื่อยไป จน ถึงพระมหา- จักรพรรดิ์ ต้องอยู่เป็นสุขกันทั้งนั้น : เราเรียกว่าธัมมิก- สังคมนิยม ให้แถมลงไปถึงมด แมลงด้วย ให้มันอยู่เป็นสุข ด้วย สูงขึ้นไปถึงเทวดาด้วย ให้อยู่เป็นสุขตั้งแต่ มด แมลง ขึ้นไปจนถึงเทวดา เรียกว่าธัมมิกสังคมนิยม ; ธัมมิกะ แปลว่า เนื่องด้วยธรรมะ , ธรรมะ คือหน้าที่ แล้ว ช่วยไปสอนให้ลูกเล็กๆ บูชา การทำหน้าที่นั้นคือ ธรรมะ; แล้วเขาจะไม่ยากจน, แล้วเขาจะมีเหลือสำหรับ รักผู้อื่นก็อยู่กันเป็นผาสุก ขอให้ใช้เทคโนโลยีในการให้คนทำหน้าที่ ที่ ควรกระทำ , เหลือกิน เหลือใช้, แล้วก็มีเทคโนโลยี ในการ พัฒนาเพื่อผู้อื่น แล้วก็หมดปัญหาแหละ, แล้วทุกคนจะมี ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง อยู่เป็นผาสุกทุกทิวาราตรีเป็น แน่นอน. เวลามีจำกัดให้พูดก็พูดเพียงเท่านี้ ; ก็ขอยุติการพูดไว้ ด้วยความหวังว่า ท่านครูบาอาจารย์ทั้งหลาย จะเอาไปคิดไปนึก ว่าเราจะทำหน้าที่ของครูบาอาจารย์อย่างไร จึงจะเป็นปูชนียบุคคล, ยกมือไหว้ตัวเองได้ ขอให้เป็นอย่างนั้น และมีความสุขอยู่ทุก ทิพาราตรีกาลเทอญ.
น.36 ศึกษากันท่าไร ? โลกยุคนี้ มีศึกษา กันท่าไหน ยุวชน รุ่นใหม่ ได้คลุ้มคลั่ง บ้างติดยา เสพติด เป็นติดตั้ง บ้างก็ฝั่ง หัวสุม ลุ่มหลงกาม บ้างดูหมิ่น พ่อแม่ ไม่มีคุณ บ้างก็เห็น เรื่องบุญ เป็นเรื่องพล่าม บ้างลุ่มหลง love free เป็นดีงาม บ้างประณาม ศาสนา ว่าบ้าบอ บ้างไปเป็น ฮิปปี้ มีหลายชนิด บ้างทวงอิส- ระพ้น จนเหลือขอ บ้างที่มี ดีกรีมาก โฮกฮากพอ โลกเราหนอ ให้ศึกษา กันท่าไร. พุทธทาส อินทปัญโญ
น.37 รายชื่อหนังสือ ชุดหมุนล้อ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑. พระพุทธคุณคำกลอน ๔ ๒. การศึกษาคืออะไร ? ๑ ๓. การงานคืออะไร? ๑ ๔. ทรัพย์สมบัติคืออะไร? ๑ ๕. สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ๑ ๖. ปัญหาที่เกิดจากการศึกษาไม่สมบูรณ์แบบ ๑ ๗. ปวารณา และธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ๑ ๘. ชาติในปฏิจจสมุปบาท ๑ ๙. ทางออกที่ ๓ แห่งยุคปัจจุบัน ๑ ๑๐. การบวชคืออะไร ? ๑ ๑๑. ศาสนาคืออะไร? ๑ ๑๒. ตัวตนคืออะไร? ๑ ๑๓. อานาปานสติภาวนา ๑ ๑๔. ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน ๑ ๑๕. คุณพระไม่ตาย ๑ ๑๖. คุณพระไม่ตาย และเกิดมาทำไม ? ๑ ๑๗. ความรักดี ๑ ๑๘. เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า "พระเจ้า" ๑ ๑๙. ครู คือผู้ทำหน้าที่สร้างโลก ๑ พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒-๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้ โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๖ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗, ๒๒๒๑๖๗๔
น.38 ครู คือ ผู้ทำหน้าที่สร้างโลก ต้องดำเนินตามรอย พระพุทธเจ้า ทำหน้าที่ครูแท้ให้สมบูรณ์ : - - ต้องรื้อฟื้นศีลธรรม, ศาสนา, ปลูกฝังไว้ในจิตใจคน. - สอนให้คนรู้จักบาปบุญคุณโทษ, รู้ค่าของธรรมะ, รู้โทษของกิเลส. - เรื่องเทคนิค, เทคโนโลยีทางวัตถุ ยิ่งเจริญยิ่งส่งเสริมกิเลส, ควร แก้ไข พัฒนาไปในทางศีลธรรม. - งานครูกลายเป็นงานอาชีพ, ไม่เป็นปูชนียบุคคล ; เพราะนิยมส่วน เกิน. - ถ้ากิเลสครองโลก ทุจริตย่อมเกิดแก่คนทุกระดับ. - ครูไม่มีศีลธรรมจะเป็นครูโกง, ผู้รับสอนก็โกงต่อ ๆ กันไป. - เกิดความโกง เลวร้าย กันไปตามลำดับทุกหน้าที่การงาน. - ครูต้องทำหน้าที่อย่างปูชนียบุคคล แล้วโลกจะอยู่เป็นผาสุก. - ครูแท้ต้องทำหน้าที่เปิดประตู, และนำวิญญาณศิษย์ในทางถูก. - ครูแท้ต้องสอนให้คนรู้ตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าหน้าที่คือธรรมะ - คนทำหน้าที่ของตนถูกต้องแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องยากจน. - ทุกคนจะอยู่เป็นสุขโดยมีอุดมคติเป็นธัมมิกสังคมนิยม.
Buddhadasa