Buddhadasa.org

ครู คือผู้ทำหน้าที่สร้างโลก ตอนที่ ๔ — ความพอดี กับอาชีพของปูชนียบุคคล

ครู คือผู้ทำหน้าที่สร้างโลก — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ครู คือผู้ทำหน้าที่สร้างโลก (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.21 ๑๕ ท่านตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก็เมื่อนั่งกลางดินที่โคนต้นไม้ ประสูติก็ประสูติกลางดินโคนต้นไม้, แล้วก็ท่านสอนตลอด เวลาชีวิตของท่าน ก็สอนกลางดินโคนต้นไม้, น้อยนักแหละ ที่จะได้นั่งในศาลา, กุฏิที่อยู่ของท่านก็พื้นดิน มีเหลือซาก อยู่ในอินเดีย. ในที่สุดท่านก็นิพพานกลางดิน, ตายที่โคน ต้นไม้กลางดิน, พระพุทธเจ้าซึ่งเรานับถือเป็นบุคคลสูงสุด ล้วนแต่มีชีวิตกลางดิน ฉะนั้นเราจงนั่งกลางดินเป็นที่ระลึกกันบ้างเถิด ที่ให้ นั่งกลางดินนี้ ไม่ใช่เฉพาะแต่จะให้ห้ามล้อกิเลสอย่าง เดียว แต่เพื่อให้ระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ประสูติกลาง- ดิน ตรัสรู้กลางดิน อยู่กลางดิน สอนกลางดิน ตายกลางดิน ; แล้วจิตใจมันก็จะลดลงมา ไม่ไปเป็นทาสของกิเลสมากนัก ; ฉะนั้นจึงชวนกันนั่งกลางดิน เราไม่เห็นด้วยกับพวกที่เขาไปประชุมกันบนโรงแรม บนอาคารที่หรูหรา. คราวหนึ่งฟังแล้วก็รู้สึกตกใจ ไป ประชุมกันที่อาคาร ที่สวางคนิวาส ประชุมกันเรื่องชาวนา ไม่มีที่นาจะทำนา ; แทนที่จะไปประชุมกันกลางนา ไป ประชุมกันบนวิมาน ที่สวางคนิวาส. พูดเรื่องชาวนาไม่มี

น.22 ๑๖ อันจะกิน ; อย่างนี้บ้าชัด ๆ เดี๋ยวนี้ก็เถอะที่ไปประชุมกัน ที่โรงแรมอะไร ? โรงแรมใหญ่โตเหมือนกับวิมานนั่นแหละ แล้วประชุมกันเรื่องชาวบ้านไม่มีอะไรจะกิน นี่บ้าชัด ๆ มัน ควรจะไปประชุมกันที่หมู่บ้าน ที่ไม่มีอะไรกินนั่นแหละ แล้วก็วินิจฉัยกันเรื่องไม่มีอะไรจะกิน. ขอให้ดูเถอะว่า ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงหมด ; ไปบูชาความเอร็ดอร่อยสวยงามสนุกสนาน บนอาคารที่ เหมือนกับวิมาน, แล้วก็มาพูดกันเรื่องคนจนไม่มีอะไรจะกิน นี่แหละ ความก้าวหน้าทางกิเลส, ทางกิเลสแท้ ๆ แหละ ที่ทำให้ทำอย่างนั้น. .......... .......... .......... เมื่อกิเลสครอบงำแล้ว คนก็เปลี่ยนเป็นคน ละคน หรือยิ่งกว่าคนละคน. ถ้ากิเลสครอบงำแล้วมัน เปลี่ยนยิ่งกว่าเปลี่ยนร้อยนะ มันเปลี่ยนหลายพัน หลาย หมื่นเปอร์เซ็นต์. ระวังกิเลส, ระวังสิ่งที่เรียกว่ากิเลส ที่ทำ ให้ครูเงินเดือนไม่พอใช้ ต้องคอรัปชั่นอยู่ นั่นมันไม่มีอะไร ; กิเลส อย่างเดียวเท่านั้นแหละ ; คุณดูเถอะถ้าไม่ระวังแล้ว

น.23 ๑๗ กิเลสมันจะพาไป มันจะบังคับไสหัวไปทีเดียว, ให้ไปทำ คอร์รัปชั่น. นี่เรื่องของกิเลส, เรื่องของธรรมะที่ไม่เป็นไป ตามกฎของธรรมะ สมัยก่อนขอโอกาสพูดตรง ๆ ว่า ถ้าสมัยก่อน เราจะ ให้หญิงสาวคนหนึ่ง นุ่งกางเกงอาบน้ำ, มาเดินให้คนดูนี้ จ้างสักล้านหนึ่ง เขาก็ไม่เอานะ. ถ้าหญิงสาวสมัยก่อนนะ จ้างสักล้านหนึ่ง ให้นุ่งกางเกงอาบน้ำแล้วเดินให้คนดู เขาไม่ เอานะ, ถ้าเป็นหญิงสาวสมัยก่อน. ถ้า หญิงสาวสมัยนี้ ไม่ต้องจ้าง : อยากจะทำเอง เสียอีก. ความต่างกันมันเป็นอย่างนี้. คุณลองคิดดูซิ. มันเพราะเหตุอะไร ? อะไรมันไสคอไสหัวไปเล่า ที่ให้ไปทำ อย่างนั้น ? นั้นแหละคือกิเลส ; รู้จักกิเลสเสียบ้างซิ ; ถ้ายัง ไม่รู้จักกิเลส ก็รู้จักกิเลสเสียบ้าง ฉะนั้นให้คุณใช้เทคโนโลยี สักร้อยเท่า พันเท่า หมื่นเท่า แสนเท่า ก็ไม่ทำโลกนี้ให้มีสันติภาพได้. อาตมา กล้าท้าพวกคุณ ที่มีการศึกษาทางเทคนิคและการใช้เทคนิค ถ้าคุณ ไม่มีเทคนิคในการที่จะเล่นงานกิเลสแล้ว ไม่มี ทางละที่จะทำโลกนี้ให้มีสันติภาพ.

น.24 ๑๘ การฆ่ากิเลสมันก็เป็นเทคนิคเหมือนกัน, การใช้ เทคนิคในการฆ่ากิเลส มันก็เป็น เทคโนโลยี เหมือนกัน : แต่การศึกษาหมาหางด้วนเขาไม่เอาโว้ย ! ไม่เอาโว้ย, เขาไม่ ศึกษาเรื่องนี้. เขาศึกษาเรื่องส่งเสริมกิเลสไปเสียหมด ; ทั้งโลกศึกษาส่งเสริมกิเลส, ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมกิเลส, ทั้ง ๆ ที่การทำลายกิเลสมันก็เป็นเทคนิค. และเป็นเทคโนโลยี แต่ไม่มีใครเอา ; มัวนึกคิดกันแต่จะทำอะไรให้มากขึ้นไป มากขึ้นไป ในการที่ว่าจะส่งเสริมกิเลส. แล้วก็ใช้คำพูดผิด ๆ อยู่คำหนึ่ง ขอให้ระวังให้ดี ว่า คำว่า "อยู่ดีกินดี" นะ ใช้ผิด. ระวังอยู่ดีกินดีมันจะเป็น การส่งเสริมกิเลส; ถ้าเป็นการอยู่ดีกินดีที่ไม่ส่งเสริมกิเลส แล้วก็ใช้ได้มีประโยชน์, น่าบูชา. ถ้าว่าการอยู่ดีกินดี มัน กลายเป็นทาสของกิเลสท่วมหัวท่วมหูละก็ นั่นแหละคือ ความวินาศของมนุษย์ละ. อยู่ดีกินดี ของมนุษย์นั้นแหละ เมื่อ ใช้ผิดความ หมายแล้วมันก็คือเครื่องทำลายโลก. อาตมาจึงพูดว่า โลกมันกำลังจะวินาศ ถ้าคนใช้คำว่าอยู่ดีกินดีไม่ถูก. ถ้า ใช้ ให้ถูกตามหลักธรรมะ แล้วเขา เรียกว่า กิน อยู่พอดี ; กิน-

น.25 ๑๙ พอดี อยู่พอดี, กินอยู่แต่พอดี อันนี้ ไม่มีทางผิด. ถ้าใช้ ว่ากินดีอยู่ดี เผลอนิดเดียวมันผิด มันออกไปนอกขอบเขต ของความพอดี, แล้วมันก็ผิดแหละ, มันก็มีกิเลสสำหรับจะ เอาเปรียบกัน. เดี๋ยวนี้มันถึงขนาดที่ว่า พ่อแม่ของตนก็ฆ่าได้, พ่อแม่ของตัวแท้ ๆ ลูกยังทำอันตรายได้ มันยังฆ่าให้ตายได้ ปีหนึ่ง ๆ มีหลาย ๆ รายในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่มันฆ่าพ่อฆ่า แม่ของตัว เพราะไม่ให้เงินไปกินเหล้าบ้าง, ไม่ให้เงิน ไปซื้อเฮโรอีนบ้าง, เพราะไม่ให้เงินไปทำอะไรบางอย่างที่เป็น เรื่องของกิเลส. นั่นดู อำนาจของกิเลส. .... .... .... ที่นี้อาตมาอยากจะพูดว่า การศึกษา นั้นแหละ จะต้อง มีความถูกต้อง คือทำให้คนมีศีลธรรม ; อยากจะพูดว่า อาชีพครู อย่าได้กลายเป็นอาชีพธรรมดาไปเลย, ให้เป็น อาชีพของปูชนียบุคคล คือได้บุญด้วย. ถ้าเราเป็นครูอย่าง ถูกต้อง จะได้บุญด้วยในอาชีพนั้น มีอาชีพน้อยมากที่จะได้ บุญพร้อมกันไป. อาชีพส่วนมากมันก็ไม่ได้บุญ ; แต่ได้เงิน. เป็นเรื่องได้เงินได้ปัจจัยมาเลี้ยงชีวิต.

น.26 ๒๐ อาชีพที่ได้บุญเป็นอาชีพของปูชนียบุคคล ; เช่น ครูทำให้มนุษย์มีแสงสว่าง มีความประพฤติถูกต้อง ก็ ได้บุญ ไปด้วย. อาชีพของตุลาการ ; ถ้าเขาเป็นตุลาการ ที่ดีที่ถูก มันก็ ได้บุญ ด้วย. อาชีพของผู้ปกครองให้เป็นสุข ; ถ้าเขาทำได้จริง มันก็ ได้บุญ ด้วย. แต่ว่าอาชีพแบกกระสอบ ข้าวสารนี้ มันยากที่จะได้บุญ เพราะว่ามันไม่อำนวยกัน. ฉะนั้น ก็จะถือว่า เป็นโชคดีที่ว่าเราได้มีอาชีพ ครู คือ เป็นอาชีพที่จะได้บุญด้วย แต่คำว่าอาชีพนี้มี ความหมายอีกชนิดหนึ่ง ; ไม่ใช่อาชีพอย่างแบกกระสอบ ข้าวสาร หรือถีบสามล้อ หรืออะไรทำนองนั้น, จึงต้องเรียก ว่าอาชีพของปูชนียบุคคล ไม่ใช่อาชีพของชนกรรมาชีพ. ถ้าเรามีอาชีพของปูชนียบุคคลแล้วก็เรียกว่า ได้เกิดมาที่ หนึ่งนี้มีบุญมาก, ได้อาชีพสูงสุดแล้วก็ได้บุญด้วย เป็นผู้มี ราคามากที่สุดด้วย ; ฉะนั้น ขอให้สนใจในอาชีพปูชนีย- บุคคล คือทำให้มนุษย์ในโลกมีความสงบสุข. โลกจะสงบสุขเพราะมีศีลธรรม ; มีสันติภาพ เพราะมีศีลธรรม ; มีศีลธรรมเพราะครูทำให้คนมี ศีลธรรม. ฉะนั้นถ้าดูกันตรง ๆ จริง ๆ ให้ลึกหน่อย ; ครู

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต