น.28 ๒๔ โบราณ บาตรต้องควานดูกอนที่จะเอาออกไปบิณฑบาต แล้ว ก็ต้องทำสติ สติ สติ สติ ถึง ๔ สตินี้; เพื่อจะให้กำหนด ได้ว่า ผู้ถวายบิณฑบาตก็ดี ผู้รับก็ดี บิณฑบาตนั้นเองก็ดี มิใช่เป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา; เป็นสักว่าธาตุ ที่เป็นไปตามกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาทเท่านั้น. แล้ว เมื่อเดินไป ระลึกว่า "สพฺเพ สตฺตา อเวรา โหนฺตุ อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ" นั่นเราแผ่เมตตาไป แล้วก็เปลื้องเวร ป้องกัน เวร ที่ว่าจะไปเหยียบสัตว์ตาย หรือว่าจะไปทำอะไรตาย นี่ก็ เปลื้องเวรด้วยบทนี้ และแผ่เมตตา มีจิตใจแผ่ไปด้วยเมตตา เดินไป. เมื่อ ยืนคอยรับ นี่ มีสติในเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่านามรูปนี้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นามรูปไหนก็ เหมือนกัน นามรูปข้างใน นามรูปรูปข้างนอก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คงจะป้องกันได้ ว่าถ้าคนใส่บาตรมันสวย นักก็ คงไม่ถึงกะลืมไป เพราะใจมันนึกอยู่เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คล้าย ๆ ว่าอาจารย์แต่กาลก่อนช่วยป้องกันมาให้แล้ว ถ้าลูกศิษย์ชั้นหลังปฏิบัติตาม ก็คงจะปลอดภัย อันเนื่องจาก
น.29 ๒๕ วิสภาคารมณ์เมื่อไปบิณฑบาต. ผู้หญิงที่สวยงามมาใส่บาตร นี่เขาเรียกว่า วิสภาคารมณ์ ทำไม่ดีมันจะค่อยๆ ลดความ เป็นพระลงวันละนิด ๆ ๆ แล้วทีหลังมันจะถึงจุดที่อยู่ไม่ได้ เมื่อเขาใส่บาตร ก็พิจารณาสิ่งที่ใส่ลงไปนั่นแหละ ด้วยบท ยถาปจฺจยํ บทบิณฑบาต นิสฺสตฺโต นิชฺชีโว สุญฺโญ ให้มันแรงเข้าไปเถอะ แล้วมันจะฝั่งจิตแรงอยู่ เหมือนกัน. ทีนี้พอมาถึงวัด วางบาตร บอกตัวเองว่า ความทุกข์ เนื่องจากการที่ต้องไปแสวงหาอาหารนี่ บัณฑิตท่าน กล่าวว่าเป็นวัตถุแห่งความสังเวช. นี่เราจะได้สังเวช จะไม่ละโมบในอาหาร จะไม่ฟุ้งซ่าน จะไม่มีจิตวิปริต. ถ้า จิตมันสังเวชแล้ว มันก็ยากที่จะเกิดกิเลส มันเป็นวัตถุแห่ง ความสังเวช ตลอดถึงปลงชีวิต ว่าชีวิตเราอยู่ต่ำ ต้องไป ขอทาน นี่มันเป็นวัตถุแห่งความสังเวช. การต้องไปแสวง หาอาหารนั้น มันเป็นวัตถุแห่งความสังเวช แล้วก็ไม่ประมาท ไม่อวดดี ไม่จองหอง ไม่พองขน ; มันก็ดี. ทีนี้ เมื่อฉันอาหาร ก็ขอให้ฉันตามแบบมีปัจจ- เวกขณ์ มีเสขิยวัตร แล้วฉันเพียงสักว่าเหมือนกะฉันเนื้อ
น.30 ๒๖ บุตรกลางทะเลทราย ซึ่งเป็นพระบาลีในมัชฌิมนิกาย : พ่อ แม่คู่นั้นต้องจำใจกินเนื้อลูกที่ตายกลางทะเลทรายเพราะหลง- ทาง มันจะกินให้อร่อยไปไม่ได้ ; หรือว่าเหมือนกะน้ำมัน หยอดเพลาเกวียน เขาหยอดกันพอมันลื่นเท่านั้น ไม่ได้เท ให้ล้นคลั่ก ๆ เลย แล้วก็นึกถึงแต่ว่า จะทำให้ทายกทายิกา ผู้ให้ทานใส่บาตรมีกำไรเรื่อย ๆ ไป เมื่อฉันอาหารของเขา. นี่แหละใจความ นี่ เท่าที่ผมเคยปฏิบัติมาเองก็มาก แล้วก็เก็บมาจากหนังสือที่เขามีมาแล้วแต่โบราณ เขาเรียก หนังสือคัมภีร์พุทธรังษีทฤษฎีญาณ อธิบายข้อนี้ละเอียด มากแหละ ฉะนั้นจึงขอให้อุปัชฌาย์อาจารย์ เจ้าอาวาส เจ้าคณะ ทั้งหลาย ลองไปปรับปรุงดูเถอะ ถ้าเราฟื้นขนบธรรมเนียม ประเพณีอันนี้ขึ้นมาแล้ว เข้าใจว่ามันจะมีความขลังศักดิ์สิทธิ์ พอที่จะยึดหน่วงจิตใจของพระเณรผู้บวชใหม่ ให้ฝั่งแน่น มั่นคงลงไปตั้งแต่วันแรก ๆ มันจะมีจิตใจชนิดที่ทำให้อยู่ได้ ให้ผ้าเหลืองไม่ร้อน. ถ้าไม่มีเลย มันก็ปล่อยไปตามบุญ ตามกรรม เหมือนกะว่าวลอยไปตามลม ; แต่ถ้ามันมี อย่างนี้แล้ว มันเหมือนกะตอกหลักฝั่งเข็มลงไป คิดดูให้ ดีเถอะ นุ่งพระวินัย ห่มพระสูตร พาดพระอภิธรรม นี่มันเท่าไรคนเราน่ะ.
น.31 ๒๗ นี้มันเป็นคำเหมือนกะอุปมา : พระวินัยป้องกัน ไม่ให้ทำชั่ว ทำผิด เรานุ่งพระวินัยอยู่จะทำชั่ว ทำผิดอย่างไรได้. แล้วเราห่มพระสูตร แสดงซึ่งทางดับทุกข์นี่ เราจะโง่เขลา ในความดับทุกข์อย่างไรได้ เราก็ต้องเข้าใจแจ่มแจ้ง. แล้ว เราพาดสังฆาฏิพระอภิธรรม ก็หมายความว่า สง่าราศีสูงสุด เรามีความรู้ธรรมะชั้นละเอียด ชั้นลึกซึ้ง ชั้นพระอภิธรรม ผมถูกเขาด่าว่าปฏิเสธอธิธรรม เกลียดอภิธรรม ผมมันมี อภิธรรมแบบของผม อภิธรรมแบบสุญญตา อภิธรรมจริง ไปหาสุญญตา. อภิธรรมของเขาไปเอามหากุศลกันเป็นหาบ เป็นหามไปเลย. เราก็เอาด้วยไม่ได้ อภิธรรมมันคนละแบบ. นี่ช่วยจำไว้อีกทียังได้ พระหนุ่มเณรน้อยนี่ นุ่งวินัย ห่มสุตตันตะ แล้วพาดอภิธรรม แล้วก็ทำเหมือนกะที่ว่าทุก อย่างแหละ เวลาเอารัดประคตมาคาดเอว ว่าเราจะต้องเป็น ผู้หนักแน่น เข้มแข็ง สามารถ เหมือนกะรัดประคตนี่ มันจะ ผูกพันเราไว้ในพรหมจรรย์นี่ แล้วก็พิจารณากรรมฐาน อสุจิ อสุภัง มรณปริโยสานัง อย่างน้อยวันละครั้งเมื่อหัวรุ่ง แล้ว อย่านอนแช่ให้กิเลสมันขึ้นขี่คอ. เวลาหัวรุ่งรีบลุกขึ้นนั่ง รีบครองใหญ่ เขาเรียกว่าครองใหญ่ เป็นพระก็ครองใหญ่
น.32 ๒๘ เป็นเณรก็ครองน้อยไปตามแบบ แล้วทำให้เข้มแข็งที่สุด. ปัจจเวกขณ์ก็รูดลูกประคำให้ได้อย่างน้อยสัก ๑๐๘ เที่ยวก็ยิ่งดี นี่ปัจจเวกขณ์. คนที่เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายนั้น เขา ก็ว่าเป็นเรื่องงมงาย ทำอย่างงมงาย อย่างขลัง อย่างงมงาย แต่ถ้ารู้ความหมายไม่งมงาย แต่มันขลังอย่างแท้จริง ขลัง อย่างศักดิ์สิทธิ์ ที่จะช่วยคุ้มครองเอาไว้ได้. ขอให้ช่วยพาไปสนใจว่า นุ่งสบงวินัย ห่มจีวร สุตตันตะ พาดสังฆาฏิอภิธรรม คาดรัดประคต ว่าเราจะ เป็นผู้เข้มแข็ง มั่นคง แน่นแฟ้น แล้วก็พิจารณากรรมฐาน อสุจิ อสุภํ ตั้งแต่หัวรุ่ง แล้วปัจจเวกขณ์ แล้วถวายพรพระ ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า แล้วกรวดน้ำให้แก่สัตว์ทั้งปวง ถึงยังไม่สว่างก็อย่านอนอีก แล้วแสดงอาบัติเสียก่อน ก่อน อรุณ อย่าให้อาบัติข้ามคืน พอถึงอรุณแล้วประกาศออกมาว่า อรุณโว้ย อรุณโว้ย อิทานิ อรุโฌทยํ อาปุจฉามิ ประกาศ ว่า อรุณ อรุณโว้ย พอจับบาตรขึ้นมา หรือว่าสะพายบาตร ให้ควานบาตรด้วยสติทั้ง ๔ สติปัฏฐานทั้ง ๔ เดินไปประกาศ ว่า สพฺเพ สตฺตา อเวรา โหนฺตุ ฯลฯ เป็นต้น แล้วแผ่ เมตตา เมื่อยืนคอยรับบาตร พิจารณานามรูปอนิจจัง ทุกขัง
น.33 ๒๙ อนัตตา ทั้งนามรูปเขา นามรูปเรา หรือว่าวัตถุ. เมื่อ รับบาตรอยู่ว่า ยถาปจฺจยํ กลับถึงวัดมีสติอีกครั้งหนึ่งว่า การแสวงหาอาหารนี้ท่านกล่าวว่าเป็นวัตถุแห่งความสังเวช แล้วฉันอาหารด้วยสติสัมปชัญญะ ถูกต้องตามระเบียบวินัย นี่ผมขอให้ช่วยเอาไปพิจารณา ถ้าเห็นด้วยว่าจะ รื้อฟื้นกันใหม่ แล้วก็มาพูดกันใหม่อีกทีก็ได้ แล้วผมจะ ลงทุนช่วยพิมพ์ ช่วยอะไรให้มันสะดวก ให้เอาไปศึกษากัน ง่าย ๆ นี่พูดแต่เพียงเสนอขึ้นก่อน ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ จะเห็นด้วยหรือไม่ ว่าถ้าเรามีการปฏิบัติอย่างนี้ พระเณร ของเราจะมั่นคง ด้วยความขลังความศักดิ์สิทธิ์แน่นแฟ้น ลงไปในการบรรพชาอุปสมบท คงจะอยู่ได้สักพรรษาสอง- พรรษาสามพรรษา ถ้าอยู่ด้วยจิตใจชนิดนี้ บางทีอาจจะอยู่ ได้เลย. สิ่งที่เรียกว่า ศาสนา นั้น ต้องอาศัยความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์เสมอไป แหละ ถ้าอย่างนั้นมันอยู่ไม่ได้ มันกระจาย แต่ว่าไม่ใช่เป็นความขลังศักดิ์สิทธิ์ที่งมงาย เป็น ความขลังศักดิ์สิทธิ์ถูกต้อง ที่มีเหตุผลถูกต้องโดยแท้จริง.
น.34 ๓๐ ความขลังความศักดิ์สิทธิ์นั่นไม่ใช่เป็นโทษโดยส่วนเดียว ถ้าใช้ให้ถูกต้องมันมีคุณ. ขอได้โปรดนำไปพิจารณาดูว่า ถ้าเราจะอบรมภิกษุ หนุ่ม สามเณร ของเรา ให้มีความแน่นแฟ้นตามแบบโบราณ นั่น เอามาปรึกษากันอีกต่อไปในวันหลัง. นี่ช่วยกันรื้อฟื้น ทำเป็นแบบเป็นแผนขึ้นมา ไม่ใช่ตั้งขึ้นใหม่ แต่ให้เอาของ เก่ามาใช้. ถ้าเห็นด้วยก็เอาของเก่ามาใช้ อย่างน้อยจะทำ ให้พระเราอยู่ด้วยความเยือกเย็น พระเณรของเราอยู่ได้ด้วย จิตใจที่เยือกเย็นไปเรื่อย ๆ ไม่ร้อน. ในส่วนตัวจะไม่ร้อน และในส่วนเกี่ยวกะสังคมก็จะไม่เฉียวฉุน จะไม่ทะเลาะวิวาท กันง่าย ๆ เหมือนกะที่มีอยู่. นี่ผมขอฝากว่าให้ช่วยนำไปพิจารณา. ปีนี้พูดกัน ถึงเรื่องนี้ ว่า มันมีของดีหลงอยู่ ช่วยหยิบขึ้นมาปัดฝุ่น เอามาใช้. ขอให้พยายาม. เอาละ ! เป็นอันว่าเวลามันก็พอสมควร คูฝนมันทำท่า จะตก เดี๋ยวจะลำบาก, ขอยุติไว้ที่ก่อน.
น.35 รายชื่อหนังสือ ชุดหมุนล้อ อันดับ เรื่อง พิมพ์ครั้งที่ ๑. พระพุทธคุณคำกลอน ๔ ๒. การศึกษาคืออะไร ? ๑ ๓. การงานคืออะไร? ๑ ๔. ทรัพย์สมบัติคืออะไร? ๑ ๕. สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ๑ ๖. ปัญหาที่เกิดจากการศึกษาไม่สมบูรณ์แบบ ๑ ๗. ปวารณา และธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ๑ ๘. ชาติในปฏิจจสมุปบาท ๑ ๙. ทางออกที่ ๓ แห่งยุคปัจจุบัน ๑ ๑๐. การบวชคืออะไร ? ๑ ๑๑. ศาสนาคืออะไร ? ๑ ๑๒. ตัวตนคืออะไร ? ๑ ๑๓. อานาปานสติภาวนา ๑ ๑๔. ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องศึกษา ทั้งชนิดมีตัวตนและไม่มีตัวตน ๑ ๑๕. คุณพระไม่ตาย ๑ ๑๖. คุณพระไม่ตาย และเกิดมาทำไม ? ๑ ๑๗. ความรักดี ๑ ๑๘. เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า "พระเจ้า" ๑ ๑๙. ครู คือผู้ทำหน้าที่สร้างโลก ๑ พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๙๒-๙๖ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๒๖ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗, ๒๒๒๑๖๗๔
น.36 เป็นแนวปฏิบัติศาสนาที่ขลังและศักดิ์สิทธิ์ไม่งมงาย ทำวัตรแบบโบราณนี้ สงฆ์ลังการับไปใช้อยู่จนปัจจุบัน เรียกว่า แบบสยามวงศ์ มีหลักสำคัญควรศึกษาและปฏิบัติ จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง :- ๑. ความมุ่งหมายสำคัญ ที่ใช้ได้ทั้งบรรพชิตและฆราวาส - แสดงความเคารพ แก่บุคคลผู้ควรเคารพ, อยู่เสมอกันจะวินาศ - ขอโทษ อดโทษ ซึ่งกันและกัน - แลกเปลี่ยน แบ่งปัน ส่วนบุญซึ่งกันและกัน ๒. ช่วยกันทำสุดความสามารถ เพื่อความมั่นคงแห่งพุทธศาสนา - พระเณร ศึกษาให้พอเพียงที่จะช่วยสอนศีลธรรมแก่ปวงชน - ปฏิบัติตนให้เป็นที่เคารพสักการะของมหาชน ๓. การบวชต้องปฏิบัติกิจวัตรตามประเพณีเดิมอย่างเคร่งครัด - เรื่องแรกต้องเรียนให้ขึ้นใจ เรื่องธาตุ (บทปัจจเวกขณ์) - ศึกษาเรื่อง ตัวตน - ไม่มีตัวตน ให้ถูกต้อง - ทุกอย่างมีแต่กระแสแห่งอิทัปปัจจยตา ๔. กิจวัตรที่พระเณรต้องปฏิบัติตลอดเวลา - เริ่มแต่หัวรุ่งราวตี ๔ ลุกขึ้น ทำ "การครองใหญ่" คือ :- - นุ่งห่มด้วยสติ โดยสวดหัวใจพระวินัย, พระสูตร, พระอภิธรรม - "ครองใหญ่" แล้ว จุดเครื่องสักการะ, เจริญกรรมฐาน - สวดปัจจเวกขณ์, สวดพาหุงฯ สรรเสริญพระคุณ, แล้วกรวดน้ำ - แสดงอาบัติก่อนอรุณขึ้น แล้วเปลี่ยนเครื่องครองใหญ่เป็นครองธรรมดา - รับอรุณ คือสวดคำบาลีอธิษฐานกำหนดจิตถึงกิจที่ทำแล้วและจะทำ - ภาวนาทุกขณะ เริ่มแต่ถือบาตรกระทั่งรับบาตรกลับวัด, วางบาตร - เมื่อฉันต้องภาวนา เช่น กินเหมือนหยอดน้ำมันเพลาเกวียน วิธีครองใหญ่ จะเป็นการฝึกสติว่า :- - เรานุ่งพระวินัย ห่มพระสูตร พาดคลุมบ่าด้วยพระอภิธรรม.
Buddhadasa