Buddhadasa.org

การกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ ตอนที่ ๒ — ธรรมะ คือการกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์

การกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — การกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.12 ๔ เมื่อถามว่า ธรรมะคืออะไร? จงตอบว่า ธรรมะ คือการกระทำที่ถูกต้อง ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ ของตน ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการ ช่วยจำความ หมายให้แม่นยำ เป็นบทจำกัดความ เป็นบทนิยาม ว่า ธรรมะคือการกระทำที่ถูกต้อง. ถูกต้องแก่อะไร? ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์. ความเป็นมนุษย์ของใคร? ของแต่ละคน แต่ละ คน หรือ ถูกต้องอย่างไร? ถูกต้องทุกๆ ขั้นตอน แห่ง วิวัฒนาการของตน ๆ. กล่าวอีกครั้งหนึ่งว่า ธรรมะ คือ การกระทำที่ ถูกต้อง แก่ความเป็นมนุษย์ของตน ทุกขั้นตอน แห่งวิวัฒนาการของเขา นี้มันคงจะแปลกจากที่ท่าน ได้เคยได้ยินได้ฟัง หรือที่ถืออยู่ว่า "ธรรมะคือคำ สั่งสอนของพระพุทธเจ้า" ธรรมะคืออย่างนั้นอย่างนี้ อีกมากมาย. แต่ถ้าจะให้สำเร็จประโยชน์แล้ว ก็จะต้องรู้ว่า ธรรมะนั้นเป็นตัวการประพฤติกระทำลงไปจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพียงความรู้ แต่มันก็รวมอยู่ด้วย เพราะว่า การที่เราจะประพฤติกระทำอะไรลงไปนั้น เราต้องรู้ เรื่องนั้น ดังนั้น เราจึงถือว่ามันรวมอยู่ในการกระทำ

น.13 ๕ ที่ถูกต้อง. เพราะยืนยันอยู่แล้ว ว่าที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น มันก็จะต้องมีความรู้มาแล้วตามสมควร เอาความรู้ นี้มารวมไว้ ในการประพฤติหรือกระทำ ให้เป็นการ กระทำที่ถูกต้อง ท่านก็จะต้องมีการศึกษามาพอ สมควร จึงจะมีการกระทำที่ถูกต้อง. ทีนี้ ถูกต้องนั้น มันจำกัดลงไปว่า ถูกต้องแก่ ความเป็นมนุษย์ของเรา ถูกต้องแก่สิ่งอื่น มันไม่มี ประโยชน์อะไร มันป่วยการ ถูกต้องแก่ความเป็น มนุษย์ของเรา ของตัวเองนี้ถูกต้องอย่างไร? ก็ถูกต้อง ทุก ๆ ขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการ. คนเรามีวิวัฒนาการเรื่อย .. ไม่มีหยุด ตั้งแต่คลอด จากท้องแม่ ทุก ๆ ชั่วโมง มันก็วิวัฒนาการเรื่อยมา จนบัดนี้อยู่ในสภาพอย่างนี้ เป็นวิวัฒนาการ แล้วก็ ยังเป็นวิวัฒนาการต่อ ๆ .. จนกว่าจะได้เข้าโลงกัน. ทีนี้เอา เฉพาะในชาตินี้ แล้วมีวิวัฒนาการอย่างนี้ ก็แบ่งได้เป็นขั้นตอน เช่นว่าเป็น ปฐมวัย เป็นเด็ก ๆ เป็น มัชฌิมวัย เป็นผู้ใหญ่ เป็น ปัจฉิมวัย เป็นคนแก่ คนเฒ่า เอาสัก ๓ ตอน ก็พอจะมองเห็นได้. ที่จะถูกต้องทุกขั้นตอนของวิวัฒนาการ ในวัยเด็ก ก็ต้องมีความถูกต้องเต็มที่ ในวัยผู้ใหญ่ก็ถูกต้องเต็มที่

น.14 ๖ ในวัยคนแก่คนเฒ่าก็ถูกต้องเต็มที่ นี่เรียกว่าถูกต้อง แก่ความเป็นมนุษย์ ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการ ทีนี้ เรา จะต้องมีการประพฤติกระทำชนิดนั้น ให้ได้ผล อย่างนั้น. นี่มันเป็นคำตอบแต่เพียงว่า ธรรมะคืออะไร? โดยหลักใหญ่ ก็คือการกระทำที่ถูกต้อง แก่ความ เป็นมนุษย์ของตน ๆ ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการ ของตน ๆ. ท่านทั้งหลายกลับไปแล้ว จงทดสอบ จงใคร่ครวญ ดูว่า เรากำลังมีวิวัฒนาการ ถูกต้องแก่ความเป็น มนุษย์ของเราทุกขั้นตอนหรือไม่? จะแบ่งให้ละเอียด ลงไปก็ได้ ว่ามีอายุ ๑ ปี มีอายุ ๒ ปี มีอายุ ๓ ปี จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มีอายุ ๑๕-๑๖ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๕๐ ปี ๖๐ ปี เป็นขั้นตอนไป ทดสอบดูว่าที่แล้วมาแต่หนหลัง มีความถูกต้องหรือไม่? หรือต้องนั่งเช็ดน้ำตาด้วย หัวเข่าบ่อย ๆ หรือว่าต้องทำความยุ่งยากลำบากให้แก่ บิดามารดา เพื่อนบ้านเรือนเคียงอยู่บ่อย ๆ นั้น มัน ยังไม่ใช่ความถูกต้อง. จะต้องทดสอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เข้าข้าง ตัวเอง ไม่เห็นแก่ตัวเอง อย่างที่ว่าไม่เป็นธรรม ต้อง ให้ความเป็นธรรมแก่พระธรรม หลักของพระธรรม

น.15 ๗ มีอย่างไร มีความถูกต้องอย่างไร ต้องเป็นอย่างนั้น. คำว่า "ความถูกต้อง" นี้ เถียงกันได้มากมาย ไม่รู้จักจบ แต่ที่มันจะจบได้ก็มีการบัญญัติว่า ถ้าถูก ต้องจริงก็พิสูจน์ความมีประโยชน์ นี้ขอให้ลองคิดดู. ถ้าถูกต้องจริง มันต้องพิสูจน์ความมีประโยชน์ ประโยชน์แก่ใคร? ก็ประโยชน์แก่ผู้นั้น และผู้อื่นรอบ ๆ ตัวเขา ถ้าเกิดประโยชน์แก่ตัวผู้นั้น และแก่ผู้อื่นรอบ ๆ ตัวเขานี้จะเรียกได้ว่าถูกต้อง ถ้าไม่อย่างนั้นไม่ถูกต้อง แหละ แม้ให้ใครมาบอกสักกี่ร้อยคน ว่าถูกต้อง มัน ก็ไม่ถูกต้องไปได้. ต่อเมื่อพิสูจน์ความมีประโยชน์ ทั้งแก่ตนและแก่ผู้ อื่น นั้นจึงจะเรียกว่าถูกต้อง ถูกต้องกับเรา ก็คือเรา มีความสุข เรียกว่าเป็นคนไม่มีปัญหา ไม่มีความทุกข์ อยู่ด้วยความสงบสุข เป็นที่พอใจของตน นี้เรียกว่ามัน เป็นความถูกต้องแก่เรา. ทีนี้ ความมีชีวิตอยู่ของเรานั้น มีการกระทำอะไร บางอย่างพร้อม ๆ กันไป ซึ่งก็เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น หรือเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นพร้อมกันไป จนเพื่อน มนุษย์ข้างเคียงของเรา ก็พลอยได้รับประโยชน์เป็น ความสุขด้วย นี้เรียกว่าส่วนตัวเราก็มีสันติสุข ส่วน คนทั้งหลายทั้งปวงก็มีสันติภาพ เรียกว่ามันมีเพียง

น.16 ๘ เท่านี้แหละ มันไม่มีอะไรอื่นที่จะมากไปกว่านี้. เรามีสันติสุข โลกนี้หรือโลกไหนก็ตาม .. ก็มี สันติสุข กระทั่งถึงบรรลุมรรค ผล นิพพาน ก็ยัง เรียกว่ามีสันติสุข ทุกคนในโลกพลอยมีสันติสุข ก็ กลายเป็นโลกที่มีสันติภาพ เรามีสันติสุข สังคมมี สันติภาพ ก็ควรจะพอใจแล้ว มันสูงสุดกันอยู่ที่นี่ ตรงนี้. เดี๋ยวนี้เราเป็นอย่างไร? เรายังมีสันติสุข หรือ ว่าอย่างไร? ก็ลองคิดดู แต่ละคนก็ล้วนแต่มีของตน มันเป็นสุขเย็นหรือสุกไหม้? มีข้อที่ต้องพิจารณาอย่าง นั้น ถ้า สุข ข สะกด มันเป็นสุขเย็น เยือกเย็น แต่ถ้า เป็นสุก ก สะกด มันก็สุกไหม้ เอาไฟมาเผาให้สุก คงจะไม่มีชีวิตเหลือแหละถ้าสุกไหม้. นี่เรามีสุขเป็นที่พอใจอยู่ทุกวันทุกคืนหรือเปล่า? หรือยังมีความอึดอัดขัดใจ เหมือนกับ .. ไฟเข้าไปอยู่ ในอกในใจบ้างหรือเปล่า? ไฟเหล่านี้ คือ ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความกลัว ความอิจฉา ริษยา ความวิตกกังวล ความโง่เขลา ไม่มีอะไรที่ เป็นที่พอใจของตนเอง เหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้นแหละ ถ้ามันเกิดขึ้นในใจแล้ว มันก็รุมใจให้ร้อน มันเป็น สุก ก สะกด.

น.17 ๙ ฉะนั้น ใครมีสุก ก สะกด ใครมีสุข ข สะกด ก็ขอให้พิจารณาตัวเอง โลกนี้กำลังเป็นโลกของความ เครียด ตึงเครียด .. ไม่สงบ ในแง่ของสุขภาพก็ดี ใน แง่ของเศรษฐกิจก็ดี การบ้านการเมืองก็ดี อะไรมัน เครียดกันไปหมด มีความเครียดส่วนบุคคล มีความ เครียดรวมกันเป็นพรรคพวก ต่อสู้แข่งขันแย่งชิง นี้ เรียกว่าโลกมันยังไม่มีอะไรที่งดงาม .. ที่น่าชื่นใจ. อย่างที่เราก็อ่านข่าวหนังสือพิมพ์อยู่ทุกวันว่า กำลังมีสงครามอยู่ในโลก มีการเบียดเบียน อดอยาก ลำบาก ระส่ำระสายอยู่ นี่ส่วนบุคคลแต่ละคน ก็ยัง เป็นโรคทางวิญญาณกันอยู่ คือไม่มีจิตใจที่สะอาด สว่าง สงบ เย็น มีจิตใจที่วิตกกังวลหวาดกลัว. มีความหวาดกลัวไปไม่เท่าไร มันก็เป็นโรคประ- สาท วิตกกังวลไปไม่เท่าไร มันก็เป็นโรคกระเพาะ เรื้อรังรักษาไม่หาย วิตกกังวลไปไม่เท่าไร ก็ต้อง เป็นโรคความดันสูง เป็นโรคเบาหวาน เพราะว่าจิตใจ ระส่ำระสาย ระบบประสาทกระทบกระเทือน ร่างกาย มันผิดปกติใช้น้ำตาลไม่หมด มันก็เป็นโรคเบาหวาน อย่างนี้ ช่างไม่คิดกันเสียเลยว่า โรคทางร่างกายนั้น มีสมุฏฐานมาจากความไม่ถูกต้องในทางจิตใจ. จิตใจเต็มไปด้วยวิตกกังวลหวาดกลัว นี้มันผิดไป

น.18 ๑๐ แล้วในทางจิตใจ ผิดไปแล้วทางระบบประสาท มัน ทำให้โลหิตที่หล่อเลี้ยงร่างกายของเราผิดไปด้วย นี้ เป็นโรคกระเพาะ เป็นโรคใช้น้ำตาลไม่หมด เป็นโรค เบาหวาน แล้วก็มีโรคที่เนื่อง ๆ กันไป. เช่นมีความดันสูง ซึ่งเป็นโรคของมนุษย์สมัยนี้ ร้ายกาจเลยไปก็เป็นโรคมะเร็ง เป็นวัณโรค เพราะ ว่าระบบโลหิตไม่ถูกต้อง ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะต่อสู้ เชื้อโรค โลหิตถอยกำลังเพราะว่าจิตใจมันทุพพลภาพ เพราะจิตใจมันอยู่ด้วยความวิตกกังวล เครียด หวาด- กลัว หิวกระหาย โดยทางจิตใจ ไม่มีเวลาที่จะรู้สึกอิ่ม. นี่โรคทางจิต โรคทางวิญญาณ เป็นต้นเหตุ โรค ทางกายทุก ๆ ประการ ที่เรากำลังมีกันอยู่ในโลก ขอให้ไปใคร่ครวญดู ว่านี่คือความไม่มีธรรมะ ถ้ามี ธรรมจะไม่มีวิตกกังวล ไม่มีหวาดกลัว ไม่มีความ เครียด ไม่มีความทรมานในทางจิตทางใจ เพราะว่า ธรรมะช่วยให้ขจัดไปเสียได้ การประพฤติทางจิตใจ ที่ถูกต้องนั้น ช่วยขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปเสียได้. เมื่อมีจิตใจปกติ มีจิตใจสะอาด สว่าง สงบ แล้ว โรคทั้งหลายก็ไม่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าระบบจิตใจดี ระบบ ไหลเวียนของโลหิตดี ระบบย่อยอาหารดี อะไร ๆ มันก็ดี.

น.19 ๑๑ ธรรมะไม่ใช่เป็นแต่เรื่องทางจิต ทางวิญญาณ อย่างเดียว ธรรมะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องมาถึงทางกาย ทางเนื้อทางหนังด้วย กระทั่งทางวัตถุภายนอก บ้าน เรือน สมบัติพัสถาน วัวควาย ไร่นา นี่มันเกี่ยวเนื่อง มาถึงด้วย คือต้องมีความถูกต้องในสิ่งเหล่านั้นด้วย มี การเป็นอยู่ การกินอยู่ การนุ่งห่ม การใช้สอย การ อะไร ๆ ต่าง ๆ ภายนอกนั้น ก็ถูกต้องด้วย. เมื่อร่างกายถูกต้อง จิตใจมันก็ถูกต้องด้วย วิญ- ญาณ คือ สติปัญญา มันก็พลอยถูกต้องไปด้วย เรา อยู่ด้วยความถูกต้องทั้งหมด นับตั้งแต่แผ่นดิน .. ที่อยู่ อาศัย .. มาถึงบ้านเรือน รถราอะไร แล้วก็มาถึง ร่างกายเรา มาถึงจิตใจของเรา มีวิญญาณ สติปัญญา ของเรา ถูกต้องไปหมด โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่าธรรม. ฉะนั้นขอให้สนใจว่า จะมีธรรมะกันได้อย่างไร? เมื่อรู้ธรรมะคืออะไร? จำเป็นอย่างไร? แล้วเราก็จะ ต้องดูกันต่อไปว่า เราจะมีธรรมะกันได้อย่างไร. ขอย้ำอีกที บางคนอาจจะลืมแล้ว ธรรมะคือการ กระทำ ประพฤติกระทำที่ถูกต้อง แก่ความเป็นมนุษย์ ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของเขา นี่คือ ธรรมะ ทั้งทางกาย ทั้งทางวาจา ทั้งทางจิตใจ ทางวิญญาณ ทั้งหมดทั้งสิ้น ทุกประการจะต้องมีความถูกต้อง.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต