Buddhadasa.org

การทำทาน ตอนที่ ๔ — ตอนที่ ๔ ว่าด้วยอภัยทาน

การทำทาน — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — การทำทาน (๔ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.43 ๓๙ โอกาสพบเห็นพระธรรม จึงควรนับว่าการให้ธรรมทานเป็นอายุพระ ศาสนา และเป็นการเผื่อแผ่แก่สัตว์ภายหลัง ซึ่งถ้าเขาได้พบแล้วคง สอนต่อ ๆ กันไปอีกเป็นลำดับเป็นแน่ ธรรมทาน ตอนที่ ๓ จบ ตอนที่ ๔ อภัยทาน การให้ความสงบ ทานนี้ ได้แก่การให้ความไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีการเบียดเบียน ตอบ ที่แท้ ก็คือข้อปฏิบัติขั้นศีลนั่นเอง ผู้ปฏิบัติเช่นนี้ สลัดเวรออก เสียจากตนและผู้อื่นได้ พระองค์ตรัสว่า เป็นมหาทานคือทานอันใหญ่ ดั่งที่ตรัสไว้ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหาทานที่ถือกันว่าเลิศ ถือกัน มานมนาน ถือจนเป็นวงศ์เป็นของโบราณ ใคร ๆ ไม่อาจลบล้าง ไม่ เคยลบล้าง ไม่ลบล้างอยู่ และจักไม่ลบล้าง เป็นสิ่งที่สมณะและ พราหมณ์ผู้รู้ ไม่อาจคัดค้านได้ มีอยู่ห้าอย่างคือ เป็นผู้เว้นจากปาณา- ติบาท เว้นจากการถือเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นไม่ให้ เว้นจากการล่วงกาเม- สุมิจฉาจาร เว้นจากการกล่าวเท็จหักรานประโยชน์ของผู้อื่น เว้นจาก

น.44 ๔๐ การดื่มสุราและเมรัย เป็นการเว้นอย่างเด็ดขาด ให้ความไม่มีเวร ความไม่มีภัย ไม่มีทุกข์ แก่สัตว์ทั่วหน้าไม่มีประมาณ ครั้นให้แก่ สัตว์ อื่นอย่างนั้นแล้ว ตนเองก็เป็นผู้ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีทุกข์ด้วย นี่แลภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ นี้ชื่อว่ามหาทาน ฯลฯ." ในที่นี้พระองค์ตรัสเรียกศีลห้าว่าการเว้นจากเวรห้า การฆ่าเป็น ต้นชื่อว่าเวร เพราะมันเป็นเหตุแห่งการอาฆาตคิดล้างผลาญตอบแทน กันและกันทั้งฉะเพาะบุคคลและหมู่คณะ การเว้นจากการฆ่าสัตว์เป็น ต้น อาจระงับเหตุร้ายนั้นเสียได้ ให้ความสุขแก่ตนและผู้อื่น เป็นผู้ นอนตาหลับทั้งสองฝ่าย ส่วนผู้ไม่ระงับเวรหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อพระ ญาติของพระองค์ วิวาทกัน ได้ทรงภาษิตความข้อนี้ไว้ว่า "เมื่อพวก มนุษย์ มีเวรกัน เราเป็นผู้ ไม่มีเวรย่อมอยู่สบายดีหนอ " แท้จริงคนที่ ก่อเวรแก่กันแม้จะเป็นฝ่ายแพ้หรือชะนะก็ไม่เป็นสุข ค่านี้พระองค์ตรัส แก่พระเจ้าโกศลว่า "ผู้ที่ชะนะย่อมประสพกับเวรหรือความอาฆาต ของฝ่ายที่แพ้ ข้างผู้แพ้เล่าก็ย่อมนอนเป็นทุกข์ ผู้ใดละความแพ้และ ชะนะเสียได้ทั้งสองอย่าง ผู้นั้นเป็นผู้สงบย่อมนอนเป็นสุข” ผู้มีอำนาจ ปรารถนาความสุขของตน ก็พึงระวังไม่ทำให้สัตว์ผู้น้อยได้รับทุกข์ เพราะพระองค์ตรัสไว้ในปกิณณกวรรคธรรมบทว่า "ผู้ใดปรารถนา สุขเพื่อตนด้วยการใส่ทุกข์ ให้แก่ผู้อื่น ผู้นั้นย่อมระคนไปด้วยเวร ไม่ พ้นจากเวรได้" ถึงแม้ผู้ที่ถูกผู้อื่นทำร้ายล่วงเกินเอา ก็พึ่งอดกลั้น ระงับเวรนั้นเสีย เพราะการทำเช่นนั้นไม่ใช่เป็นการแพ้ เป็นการ ประเสริฐกว่าการที่จะผูกเวรตอบแทนกันไปมาไม่มีเวลาสิ้นสุด กลาย

น.45 ๔๑ เป็นคนเกิดมาเพื่อใช้เวรและก่อเวรเท่านั้น ชีวิตย่อมเป็นหมัน " พวก ใดไม่ผูกโกรธไว้ว่า มันด่าเรา ผจญเรา ตีเรา ลักของของเรา เวรของคนพวกนั้นย่อมระงับไป" คำนี้ตรัสไว้ในยมกวรรค บุคคล อย่าพึงหวังเป็นอันขาดว่า จะชะนะเวรด้วยการก่อเวรตอบ เพราะ พระองค์ตรัสไว้ว่า " ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาในโลกนี้ เวรย่อมไม่ระงับ ด้วยเวร แต่มันอาจระงับด้วยความไม่มีเวร ข้อนี้เป็นอย่างนี้มา นานแล้ว." คนที่โทษะครอบงำไม่รู้สึกตัวว่า พวกเราทั้งสองฝ่ายต้องยุบยับ ฉิบหายคราวนี้เพราะก่อเวรแก่กัน คนพวกนี้ไม่อาจระงับเวรของกัน และกันได้เลย ส่วนพวกที่โทษะไม่ครอบงำไม่กลุ้มอยู่ด้วยพยาบาท มี น้ำใจเยือกเย็นมองเห็นชัดเจนว่า เราต้องยุบยับกันมานานแล้วก็เพราะ ก่อเวรแก่กัน เราควรระงับเวรนั้นเสียด้วยความปรองดองเช่นนี้ คน พวกนี้ย่อมทำให้เวรระงับได้ ที่จริงผู้ที่ผูกเวรย่อมใช้กายวาจาใจของ ตนเป็นเครื่องมือทำลายล้างคู่เวรเท่านั้น ไม่มีเวลาสงบใจจนกว่าเวร จะสงบ พระองค์เป็นผู้ ประกอบด้วยมหากรุณาหลุดพ้นจากเวรแล้ว ทรงสั่งสอนสาวกให้หลุดพ้นบ้าง จึงทรงบัญญัติศีลห้าประการ ซึ่ง เป็นของมีมานมนานเป็นเครื่องปฏิบัติระงับเวรชั้นต้นทั่วไป การที่เรา ไม่ฆ่าเขาก็เป็นการห้ามไม่ให้เขาฆ่าเรา การฆ่าจึงไม่มีขึ้น การไม่ ลักของเขาก็เป็นการไม่ชวนให้เขามาลักของเรา แม้การล่วงประเวณี ก็เป็นอย่างเดียวกัน อีกอย่างหนึ่ง การอภิรมย์ของบุรุษและสตรีที่ กำลังกลัวผู้อื่นจะรู้จะเห็น ย่อมเกิดความสัมผัส ยินดี หน่อยเดียว เท่านั้น เพราะความกลัวเข้าไปแซกแซงอยู่ ส่วนการพยาบาทที่จะ

น.46 ๔๒ เกิดขึ้นเพราะเรื่องนี้มีกำลังมากมาย ผู้จะประพฤติล่วงพึงชั่งน้ำหนักดู การพูดเท็จตัดรอนผลประโยชน์ของผู้อื่น ก็เป็นเหตุแห่งความหมาย มั่นเมื่อผู้อื่นรู้เข้า นี่ก็เป็นเรื่องยืดยาวอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนการดื่ม น้ำเมาเป็นเหตุให้เกิดความประมาทไม่รู้สึกตัว ก่อเวร ๔ อย่างข้างต้น ได้ง่ายขึ้นอีก การล่วงห้าอย่างนี้เป็นตัวเวร ศีลทั้งห้าเป็นคู่ปรับกับเวร ทำให้สัตว์นั่งนอนอย่างผาสุก แม้จะมีการล่วงเกินกันด้วยความพลั้ง เผลอบางครั้งบางคราว ศีลก็เป็นเครื่องปรองดองระงับเรื่องราวให้ สงบระงับไป ไม่ให้มีการจองล้างจองผลาญ วิรัติทั้งห้าอย่างที่ พระองค์ตรัสเรียกว่า มหาทาน จึงเป็นการให้ความสงบแก่โลก และ บัณฑิตเรียกว่า อภัยทาน ด้วยประการฉะนี้. อามิสทานเป็นบ่อเกิดแห่งโภคทรัพย์ ส่วนธรรมทานก็เป็นบ่อเกิด แห่งปัญญา แม้อภัยทานก็เป็นบ่อเกิดแห่งความสงบเยือกเย็น ฯ ผู้ ใคร่ลาภจงได้ลาภ ผู้ใคร่บุญจงได้บุญ ผู้หวังสุขจงได้สุข และผู้มี ปัญญาจงเป็นผู้ มีนิพพานเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. ขอความปรารถนานี้จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผล สำเร็จ ด้วยอำนาจแห่งความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยของข้าพเจ้าจง ทุกประการเทอญ ฯ อภัยทาน ตอนที่ ๓ จบ อวสาน

น.47 ๔๓ เรื่องที่ทำและผู้ออกทุน ๑. พิมพ์หนังสือ ๑,๐๐๐ เล่มราคา ๘๐.๐๐ บาท ผู้ออกทุนตามรายชื่อ หน้าโน้น. ๒. พิมพ์รูปพระครูคณานุกูล ๑,๐๐๐ รูปทุน ๒๑.๐๐ บาท เป็นของเจ้า คุณอรรถกรมและคุณหลวงสารนัย. ๓. เลี้ยง อาหาร คาว หวาน เวลา เช้า เพน วันที่ ๗ พระสงฆ์ ๕๐ รูป ทุน ๗๐.๐๐ บาท เป็นของเจ้าคุณอรรถกรมและคุณหลวงสารนัย. 4. ผ้าเช็ดหน้าแจกที่กรุงเทพฯ ๑๐๐ ผืนราคา ๑๕.๐๐ บาท พระมหา กลั่น พระมหาเงื่อม พระประสพ ถวายรายละ ๕ บาท. ๕. ผ้าเช็ดหน้าแจกที่กรุงเทพฯ ส่วนที่เหลือนำออกไปแจกบ้านนอก รวมทั้งหมด ๓๐๐ ผืน เป็นทุนที่มาจากทางไชยา ของพระปลัด เอี่ยม ๙ บาท นายเขียม สุญพราก ๕ บาท นอกนั้นเป็นของผู้ที่ ไม่ทราบชื่อ. ๖. ค่าเลี้ยงเครื่องดื่มคืนวันที่ ๖ พระ ๕๐ รูปและใช้ จ่ายเบ็ดเตล็ดอย่าง อื่นทั่วไปรวม ๕๐ บาท เป็นของพระมหากลั่น ๒๐ บาท พระปรีดา ตันจิ๋ว ๘ บาท พระมหาเงื่อมและพระประสพรายละ ๕ บาท พระ มหากรณ์และพระแดงรายละ ๕ บาท นอกจากนี้ยังมีผู้จะช่วยภาย

น.48 ๔๔ หลังทำบัญชีนี้ส่งชื่อลงในนี้ไม่ทัน และที่ช่วยเหลือด้วยสิ่งของ และแรงอีกหลายท่าน ขอแสดงความขอบใจ. พระมหากลั่น จารุทัศน์ หัวหน้าผู้วิ่งเต้น พระประสพ ถาวะ โร ผู้รวบรวมบัญชี วันที่ ๒ พศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๔ บัญชีรายทุนพิมพ์หนังสือ ทางวัดปทุมคงคาคือ : - พระมหากลั่น จารุทัศน์, พระมหาเงื่อม, พระประสพ รายละ ๕ บาท นายปิ๋ว เปรมะติษฐะ ๓ บาท พระปรีดา ต้นจิ๋ว ๒ บาท รวม ๒๐ บาท ทางพุมเรียงพระจำเริญเป็นผู้รวบรวมส่ง ไปคือ : - นายเซี้ยง จีนทีประ ๕ บาท พระใบฎีกาชู ๓ บาท นายชม สุดกลัด, นายขัน ณียากูล, รายละ ๒ บาท พระจำเริญ, พระชื่น, พระเมื้อน, พระถนอม, นายเขือม สยามล, นายชื่น เปรมะติษฐะ, นายหีด สมฉิม, นายบุณ จินตเลข, นายสิน กระสิณ, นายแจ้ง สยามล, นายอิด เสวตรศิลป์, นายบั้ง ภู่ประดิษฐ์, นายจำเริญ จรัสวัฒน์, นายเต้งสือ ศรียาภัย, นายชื่น สุดกลัด, นายอยู่ บูหลัน, นายเคลื่อน จันโสฬศ, นายลอย ทิพยรัตน์, นายหม่อม ภูโต, นาย เอก ซินกะ, นายครื้น, นายรอด อินกลับ, นายกล่อม อินกลับ,

น.49 ๔๕ นางเยื้อง ใจสอาด, นายแถม วัตถานะ, นางหนูพลับ อินกลับ, นาง หวาน อินกลับ, นางเจียด, นางเทียน, นางเอม, แม่ขวัญ , แม่ ตาบ, แม่กิ้มเซี้ยง, แม่สน, เหล่านี้รายละ ๑ บาท สามเณรวงศ์ ๔๐ สตางค์, พระเกตุ, พระยี, พระสุภาพ, พระคู่, พระสวัสดิ์, สามเณรเจื่อง, นายคล่อง, นายสอน, นายพร้อม, นายแสง, นาย เนื่อม วรรณจิตร, นายอ้วน เมืองแมน, นายฉ่ำ เดชเกลี้ยง, นาย ศักดิ์ ศรีประวรรณ, นายเรียม คงเจริญ, นายชอุ่ม นิลสังคหะ , นายหิ้น ตันจิ๋ว, นางเนื่อย สวัสดิภักติ, นายจอน สวัสดิภักดิ์, นาง ห้อง สุวรรณชื่น, นางศีล ป่านไชย, นางทรัพย์ คงย้อย, เหล่านี้ รายละ ๕๐ สตางค์ นายแป้น, นางแดง, นายขาว, นายพิน, นาย เคว็ด, นายชม กัณหา, นางชม, นางสาวเขียน, เหล่านี้รายละ ๒๕ สตางค์ นายถำ ๒๐ สตางค์ รวมที่ส่งมาจากพุมเรียงทั้งหมด ๖๐.๐๐ บาท รวมทั้งสองแห่ง ๘๐.๐๐ บาทพอกะค่าหนังสือพอดี. พระประสพ ภาวะโร ผู้รวบรวมบัญชี

น.50 อาจริเยน อมฺหากํ ฐานนุตรํ ปฏิสฺสฺตํ อีทิเสน มยํ สพฺเพ กาเลน สมุปหํสิตา เอตสฺส โข นิยฺยาเทม ปณฺณํ โน มุทฺทิตํ อิมํ เอตสุเสวานุภาเวน ปปฺโปนฺตุ สุขมาปเร ฯ เนื่องในการที่อาจารย์ของพวกเราได้รับสมณศักดิ์คราวนี้ พวก เราบรรดาศิษย์พลอยแสดงความยินดี จึงพิมพ์หนังสือนี้มอบ ถวาย ( เพื่อเปนของแจก ) ด้วยอานุภาพแห่งกุศลนี้ ขอสัตว์ ทั้งหลายจงบรรลุสุขตลอดกาลนานเทอญ ฯ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต