Buddhadasa.org

การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ตอนที่ ๑ — สิ่งที่เรียกว่าปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา

การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา (๗ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.6 ในการบรรยายครั้งที่ ๗ นี้ จักได้กล่าวถึง สิ่งที่เรียก ว่าปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา .ขอให้ทบทวนดูในการบรรยาย ครั้งที่แล้ว ๆ มา ที่ได้บรรยายมาแล้ว ในชุดที่เรียกว่าธรรม- ศาสตรานี้ เราต้องการจะทราบให้ชัดถึงสิ่งที่จะแก้ปัญหา คือตัดปัญหาของมนุษย์ได้. มนุษย์มีปัญหา พยายามหาเครื่อง ตัดปัญหา จึงศึกษาอบรมธรรมศาสตร์จากสิ่งที่เรียกว่า ธรรม.

น.7 ๒ (ทบทวน.) สำหรับสิ่งที่เรียกว่าธรรมได้ขอร้องให้มองให้ลึก ไป ถึง ธรรมที่เป็นธรรมชาติ มีความหมายถึงธรรมชาติ แล้วก็ใน สี่ความหมาย ด้วยกัน คือ ตัวธรรมชาติ นั้นเอง, แล้วก็ตัว กฎ ของธรรมชาติ ที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้น ๆ, แล้ว หน้าที่ที่มนุษย์ จะต้องปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติ , แล้วก็ ผลที่พึงจะได้รับ จากการปฏิบัติ โดยสมควรแก่การปฏิบัติ และตามกฎธรรมชาติ นั้น, ทั้งสี่ความหมายนี้ก็เรียกว่าธรรมเสมอกัน. เมื่อเพ่งเล็ง กันในฐานะที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ ก็เป็นอย่างนั้น คือ ไม่เฉพาะเจาะจงเอาพุทธศาสนา หมายถึงธรรมชาติทั่วไป. ครั้นมาถึงเรื่อง ทางพุทธศาสนา เราก็ให้ชื่อแก่สิ่ง ทั้ง ๔ นั้น ตามคำบัญญัติที่มีใช้อยู่ในพระพุทธศาสนา ว่า ธรรมชาติทั่วไป นี้เราเรียกว่า สภาวธรรม คือสิ่งที่เป็นอยู่เอง, กฎธรรมชาติ นั้น เราให้ชื่อว่า สัจจธรรม คือสัจจะหรือความ- จริงที่เป็นกฎ, หน้าที่ของมนุษย์ ตามธรรมชาตินั้น เราเรียก ว่า ปฏิบัติธรรม คือธรรมในฐานะเป็นตัวการปฏิบัติ และ ผล ที่จะได้รับจากการปฏิบัติ ตรงไปตามกฎธรรมชาตินั้น ก็เรียก ว่า วิปากธรรม หรือ บางทีก็จะเรียกว่า ปฏิเวธธรรม ที่เอามาเทียบกันอย่างนี้ ก็เพื่อให้หลักประกันความ ฟั่นเฝือว่า ถ้าเรา เรียกกันในวงพุทธศาสนา ก็เรียกอย่างนี้, ถ้าเราจะเรียกอย่างเป็น เรื่องทั่วไป เป็น ของธรรมชาติทั่วไป ,

น.8 ๓ แม้ตาม วิธีของวิทยาศาสตร์ ก็คงเรียกว่า เรื่องของธรรมชาติ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ. ตรงนี้อยากจะขอบอกเป็นการแถมให้เป็นพิเศษ ว่า คำว่าธรรมชาติ นี้มันทำความยุ่งยากอยู่มากเหมือนกัน, ในภาษาบาลีมีใช้ เรียกว่า ธรรมชาติ แล้วก็แปลหรือใช้กัน เป็นธรรมดาไป. แต่พอจะแปลเป็นภาษาอังกฤษ เราก็ไป แปลเป็นคำว่า nature แต่พอถามพวกฝรั่งเองว่า nature หมาย- ถึงอะไร มันก็ไม่มีความหมายตรงตามที่เรามี สำหรับคำว่า ธรรมชาติในภาษาบาลี หรือในภาษาพุทธศาสนาโดยตรง นัก, มันมีอะไรที่เหลื่อมล้ำกันอยู่ ฉะนั้นขอให้ทำความเข้าใจ เอาเอง. ถ้าจะต้องไปพูดกับชาวต่างประเทศ ไม่รู้ว่าจะใช้ คำอะไรดีไปกว่าคำคำนี้ แต่แล้วมันก็ยังไม่ค่อยจะสำเร็จประ- โยชน์ คือไม่ค่อยเข้าใจตรงกันนักสำหรับคำว่า nature กับ คำว่าธรรมชาติ, แต่โดยมากเราก็ถือว่า คำนี้ตรงกัน. ทีนี้ที่ขอให้เข้าใจไว้ด้วย ก็คือว่า เราจะต้องมีคำ จำกัดชัดลงไปว่า ในพุทธศาสนา คำว่าธรรมชาติในพุทธ- ศาสนา หรือกฎธรรมชาติ, เมื่อกล่าวตามหลักของพุทธศาสนา, ดังนั้นผมจึงต้องมีคำว่า ในพุทธศาสนากำกับไว้ เสมอไป สภาวธรรมในพุทธศาสนา, สัจจธรรมในพุทธศาสนา, ปฏิบัติ ธรรมในพุทธศาสนา, และวิปากธรรมในพุทธศาสนา .

น.9 ๔ คนที่ไม่รู้เรื่องก็จะหัวเราะ ว่า ทำไมต้องเอาคำว่า ในพุทธศาสนามากำกับไว้ ? นี้เราต้องทำอย่างนี้ ก็เพราะ เราเปิดไว้กว้าง เช่น คำว่า สภาวธรรม สิ่งที่เป็นอยู่เองตาม ธรรมชาตินี้ จะในพุทธศาสนาก็ได้, นอกพุทธศาสนาก็ได้ หรือมันจะกว้างแคบกว่ากัน เพราะฉะนั้นจึงต้องมีคำว่าใน พุทธศาสนา สำหรับพูดในกรณีที่เราจะพูดเฉพาะที่เกี่ยวกับ พุทธศาสนา เดี๋ยวนี้ เราพูดถึงธรรมศาสตร์ หรือธรรม- ศาสตราตามหลักวิธีของพุทธศาสนา จึงได้ใช้คำนี้กำกับไว้. ในการบรรยายครั้งที่ ๓ เรื่อง สภาวธรรมในพุทธ- ศาสนา ส่วนสังขตะ, ในการบรรยายครั้งที่ ๔ สภาวธรรมใน พุทธศาสนา ส่วนสังขตะต่อ ก็ยังไม่จบ, ในการบรรยายครั้งที่ ๕ สภาวธรรมในพุทธศาสนา ส่วนที่เป็นสังขตะ, ในครั้งที่ ๖ บรรยายถึงเรื่อง สัจจธรรมในพระพุทธศาสนา . วันนี้จะพูด ถึงปฏิบัติธรรม แล้วก็ ในพุทธศาสนา. คำนี้มันกว้างใช้กับ ศาสนาไหนก็ได้, แล้วเราก็ใช้เป็นหลักของธรรมชาติด้วย พอจะให้ใจความมันแคบ หรือว่ารัดกุมเข้ามา ก็ต้องพูดกัน เฉพาะในหลักพุทธศาสนา, ขอให้เข้าใจไว้อย่างนี้. ทีนี้สำหรับ ธรรมะที่จะเป็นธรรมศาสตรา คืออาวุธ ได้นั้น ก็พอจะเข้าใจกันได้เรื่อยขึ้นมาทุกคราวที่บรรยาย. ศาสตรา ก็แปลว่า เครื่องตัด ในฐานะที่เป็นความรู้ก็เป็นเครื่อง

น.10 ๕ ตัดได้ ก็ หมายถึงสัจจธรรม คือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับกฎ กฎ- เกณฑ์ต่าง ๆ เมื่อรู้แล้วก็ สามารถจะตัดปัญหา ; เช่น ความ สงสัยเป็นต้นไปได้, หรือ ใช้เป็นการเปิดทางไปสู่การปฏิบัติ มันก็ตัดปัญหาส่วนที่เป็นเรื่องทฤษฎีไปได้. ครั้นไปถึงส่วน ที่จะเป็นศาสตราได้จริง ๆ คือเป็นตัวการตัดจริง ๆก็ ได้แก่ สิ่งที่เรียกว่าปฏิบัติธรรม คือการกระทำลงไปจริง ๆ แล้วก็ ให้ถูกต้องตามกฎ. นี่เรา จะต้องดูกันให้ละเอียดออกไป ลึกลงไป ให้ ถึงความสัมพันธ์ที่มันสัมพันธ์กันอยู่ ในระหว่างสิ่งทั้ง ๔ นี้ ซึ่งบัดนี้ก็พอจะบอกให้พวกคุณได้ทราบเป็นเค้าไว้ได้เลย, และคุณก็มองเห็นได้ด้วย. ถ้ายังจำถ้อยคำที่ได้พูดไปแล้วใน เวลานี้ ว่า สิ่งที่เรียกว่า สภาวธรรม นั่นแหละ มันเป็นตัวคน หรือที่สมมติเรียกว่าคน หรือเป็นตัวปัญหาที่เกิดขึ้นแก่คน. สัจจธรรมนี้มัน เป็นกฎเกณฑ์ ที่ว่า ปัญหามันเกิดขึ้นได้อย่างไร, หรือว่าคนมันตั้งอยู่ได้อย่างไร, จะได้ใช้เป็นเครื่องตัดปัญหา. นี้ตัดปัญหาลำพังความรู้มันยังไม่ถึงที่สุด ก็ ต้องตัดด้วยการ ปฏิบัติ , มันจึงมาถึงเรื่องปฏิบัติธรรม,ส่วนอันสุดท้ายคือ วิปาก- ธรรมหรือปฏิเวธธรรม ก็เห็นได้ชัดว่า มันเป็นผลที่จะได้รับ เมื่อตัดปัญหาหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ไปได้แล้ว. ความสัมพันธ์กันระหว่างสิ่งทั้ง ๔ นี้ ต้องเป็นที่ แจ่มแจ้งอยู่ในใจ ของผู้ฟังเสมอไป จึงจะฟังเรื่องนี้เข้าใจได้

น.11 ๖ อย่างชัดเจนถึงที่สุด, และจะรู้ได้เองยิ่งขึ้นทุกที ๆ ว่าอันไหน จะเป็นตัวธรรมศาสตรากันแน่. เพราะว่าการบรรยายเพื่อ การศึกษาชุดนี้ มุ่งจะชี้เฉพาะ สิ่งที่เรียกว่า ธรรมศาสตรา มี ความมุ่งหมายกว้าง ถึงกับว่า จะใช้แก้ปัญหาของมนุษย์ทั้งมวล หรือของโลกทั้งโลกได้. ทีนี้ก็จะได้พูดเป็นข้อ ๆ ไปตามลำดับ :- ปัญหาคือความทุกข์. ข้อแรก ก็อยากจะพูดถึง สิ่งที่เรียกว่าปัญหา กันอีก ทีหนึ่ง, ปัญหานี้ไม่ใช่คำถาม แต่ หมายถึงสิ่งที่มันทำความ ยุ่งยากลำบากให้แก่เรา เราเรียกว่าปัญหา. ถ้าจะเรียกว่าคำถาม ก็หมายความว่า ความทุกข์ยากลำบาก มันถาม มันรบกวนเรา ให้เราอยู่เป็นผาสุกไม่ได้, เพราะฉะนั้นเมื่อ กล่าวตามทัศนะ ของพุทธบริษัท สิ่งที่เรียกว่า ปัญหานั้นก็คือสิ่งที่เรียกว่า ความทุกข์. นักศึกษาสมัยนี้ นี่ยิ่งมีการศึกษามาก ก็ยิ่ง ไม่สนใจ กับข้อที่ว่า ความทุกข์นั้นมันเป็นปัญหา เพราะเขาไปมัวมี ปัญหาแต่เรื่องที่จะศึกษาเล่าเรียน จะประกอบอาชีพ จะหา เงินอย่างไร, จะได้เงินมาใช้มาก ๆ อย่างไร, ไปมีปัญหาอยู่ ที่โน้น, ไม่มีปัญหาอยู่ที่ว่าตัวความทุกข์ที่กำลังขบกัดเราอยู่ นี้เป็นปัญหา, และผมก็จะพูดว่า นักศึกษาสมัยนี้มองข้ามสิ่ง ที่เรียกว่าปัญหาโดยแท้จริงของคนเรา หรืออาจจะมองได้

น.12 ๗ เพียงส่วนหนึ่ง หรือเบื้องต้น หรือเปลือกนอก ของสิ่งที่เรียก ว่า ปัญหาเท่านั้น. เมื่อพูดว่า ความทุกข์เป็นปัญหา นี้ก็ไม่สนใจ , มอง ดูเป็นว่าไม่มีความหมายอะไร, ก็เลยไม่รู้สิ่งที่เรียกว่าปัญหา ไม่รู้จักตัวปัญหา การศึกษาธรรมะจึงลำบาก เพราะไม่ยก เอาตัวความทุกข์ขึ้นมาเป็นตัวปัญหานั่นเอง. ปัญหานั้นคือ ตัวความทุกข์ ที่ขยายออกไปถึงข้อ ที่ว่า มันไม่มีเงินจะใช้ หรือว่าความยากจน หรือความอยาก จะได้อะไร ที่ยังขาดแคลนอยู่จะเป็นตัวปัญหา ก็ได้เหมือน กันแหละ, เพราะมันรวมอยู่ในคำว่าความทุกข์ คือกระวน- กระวายใจ. แต่ ความทุกข์ที่พุทธบริษัทเพ่งเล็งกันอยู่ ก็คือ ปัญหา ที่มันเกิดขึ้น เพราะอำนาจหรือความหมายหรือ อิทธิพล ของความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความที่ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามที่มนุษย์ต้องการได้ เพราะมันเป็นอนัตตา อย่างนี้ เป็นต้น. เมื่อทุกสิ่งเป็นอนัตตา เราจะต้องทำกับมันอย่างไร มันจึงจะไม่มีความทุกข์แก่เรา, นั่นแหละคือปัญหา มันลึก กว่ากันอย่างนี้. การปฏิบัติถูกต้องตามกฎจะตัดปัญหาได้. วันนี้เราจะพูดถึงการปฏิบัติธรรม ก็คือว่าการที่

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต