น.37 ๓๒ จิตบริสุทธิ์ คือว่า ไม่มีกิเลส อะไรรบกวน ไม่มี ความผิดความชั่วรบกวนใจ. แล้ว จิตมั่นคงคือ แน่วแน่คุมไว้ได้. แล้วก็ จิตว่องไว ในหน้าที่การงานของจิต. ปริสุทฺโธ บริสุทธิ์ สมาหิโต - มั่นคง, กมฺมนิโย - ว่องไวในหน้าที่ของตน . องค์ ประกอบสามองค์นี้ คือลักษณะของความเป็นสมาธิ เมื่อเป็น สมาธิอย่างนี้แล้ว มันก็มีกำลังสูงสุด มีประสิทธิภาพสูงสุด, ประสิทธิภาพคือความสามารถที่จะทำให้สำเร็จ แล้วกำลัง ก็หมายความว่า กำลังงานที่จะใช้ นี่คือความเป็นสมาธิ. ถ้าเรื่องธรรมะในทางศาสนาก็ สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ -จิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็น จริง, รู้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริง คือ บรรลุมรรค ผล นิพพาน ได้. ถ้าในเรื่องโลก ๆ จิตเป็นสมาธิแล้ว มันก็ทำงานในหน้าที่ ของตนได้ดี คือมัน จำเก่ง คิดเก่ง ตัดสินใจเก่ง, อะไรมัน เก่งไปหมด. นี่เป็น ๘ ประการ ๘ องค์ มีความถูกต้อง ๘ ประการ นี้ เอามาฟั่นเป็นเกลียวกันเข้า เหมือนเชือก ๘ เกลียว นี้ก็เรียกว่า หนทาง ทั้ง ๘ มารวมเป็นหนึ่ง แล้วจะเรียกว่าแปดได้อย่างไร, ก็ต้องเรียกว่ามีองค์ ๘ ทางสายเดียวประกอบอยู่ด้วยองค์ ๘ แล้วก็ประเสริฐ, เพราะว่าแก้ ปัญหาได้หมด นี้คือธรรมศาสตรา. ทีแรกก็พูดคลุม ๆ ว่าปฏิบัติธรรมเป็นธรรมศาสตรา
น.38 ๓๓ เดี๋ยวนี้เราระบุลงไปว่า ปฏิบัติอย่างไร. ปฏิบัติอย่างถูกต้อง ด้วยองค์ ๘ ประการนี้ เกิดเป็นอริยมรรคมีองค์ ๘ ขึ้นมา, นี้เรียกว่า ธรรมศาสตราในพุทธศาสนา จะตัดอะไรออกไป ได้หมด ที่จะต้องตัด. ที่ผมใช้คำว่าในพุทธศาสนา ก็เพื่อว่า พูดตามที่ควรจะถือว่าเป็นของพุทธศาสนา, เป็นหลักของพุทธ- ศาสนา แต่เนื่องจากพุทธศาสนาไม่มีความใจแคบชนิดเห็น- แก่ตัว แล้วมันก็เป็นของที่ธรรมชาติมันมีให้ เราจะไม่เรียกว่า ของพุทธศาสนาก็ได้, เรียกว่า มันเป็นของสากลไปเลยอย่างนี้ อย่างธรรมชาตินี้ต้องเป็นของสากล. กฎของธรรมชาติเป็น ของสากล, หน้าที่ตามกฎธรรมชาติก็เลยเป็นของสากลไปด้วย. ฉะนั้น อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ ถือว่าเป็นของสากล ใช้ได้แก่คนทุกคน ที่มีความรู้สึกพอที่จะปฏิบัติได้, และก็เป็น สากลทั้งพื้นที่และทั้งเวลา. เดี๋ยวนี้เราใช้ได้ทั่วสากลจักรวาล ทั่วพื้นที่ แล้วก็ใช้ได้ทุกเวลาทุกยุคทุกสมัย จะกี่อสงไขยแสน- กัลป์มาแล้วก็ใช้ได้, นี่สากลทั้งโดยพื้นที่และโดยเวลา, นี่จึง จะเป็นสากลจริง ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดเนื้อที่. ถ้าจะพูดกันให้ละเอียดมากไปอีก ความถูกต้องนี้ มันก็ถูกต้องตามกฎ อย่างที่เราพูดกันมาแล้วในวันก่อน สามัญ- ญตา-ความเป็นของสามัญแก่ทั่วไป คือ เป็นกฎอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา; ถ้าเอากฎนี้มาใช้ในการปฏิบัติก็หมายความว่า การ ปฏิบัตินี้แม้ไม่อาจจะยึดถือเป็นตัวเป็นตน, แต่เราก็อาจทำให้
น.39 ๓๔ เป็นของสำเร็จประโยชน์ขึ้นมาได้. ธรรมชาตินี้ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ของใคร, แต่ก็อย่างนั้นแหละสัตว์ก็รู้จักใช้กฎที่ไม่มีตัวตน นี้ ก็ทำประโยชน์ให้แก่สัตว์นั้นได้ แก่ตัวตนนั้นได้ โดยสมมติ นั้น, แล้วก็ สามารถดับทุกข์ได้จริงด้วย. กฎสามัญลักษณะนี้มันช่วยให้ไม่เกิดยึดถือตัวตน, แล้ว กฎอิทัปปัจจยตานี้มันช่วยให้สำเร็จได้ตามความประสงค์ ทั้งที่ไม่ใช่ตัวตน, แล้ว กฎจตุราริยสัจจ์นี้สามารถดับทุกข์ได้ จริง. นี่คือความถูกต้องถึงที่สุด เด็ดขาดที่สุด, นอกนั้นมัน ถูกต้องตามสมมติ ตามที่เขาว่า ว่ากันชั่วคราว ถูกต้องชั่วคราว ถูกต้องแต่บางยุค บางสมัย ถูกต้องแต่ในบางประเทศ ใช้ได้ ไม่เหมือนกัน. ฉะนั้นเราเห็นว่า อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นธรรม- ศาสตร์ที่ดี แล้ว ก็ดูความคมของมัน, มันอยู่ที่ตรงไหน มัน อยู่ที่ความถูกต้อง, ความถูกต้องนั่นแหละ คือศาสตรา คือ ตัวที่มีคม. ความที่มันมีคม คือความถูกต้อง ถ้าเป็นความจริง มันเป็นศาสตราที่ฆ่าความเท็จ นี้มันเป็นความจริง เป็นสัจจธรรม ถ้ามันเป็นความเป็นธรรม ถูกต้องตามธรรม, มันเป็นศาสตรา ที่ทำลายความไม่เป็นธรรม, ถ้ามันเป็นศาสตราที่ถูกต้องมัน ก็เป็นศาสตราที่ทำลายความงมงายไร้เหตุผลไม่ถูกต้อง จะ ถูกทำลายไป ด้วยความถูกต้อง.
น.40 ๓๕ ความถูกต้องนี้มันต้องทนต่อความพิสูจน์, ถ้ามัน ไม่ทนต่อความพิสูจน์ เรียกว่ามันไม่ถูกต้อง ; มันเป็นศาสตรา ที่ทำลายความที่ไม่มีรากฐานอันมั่นคง ไม่มีเหตุผลอันมั่นคง ไม่มีการทนต่อความพิสูจน์. นี้ เราเรียกว่า มัน เป็นศาสตรา ที่จะใช้ได้ในทุกแง่ทุกมุม. เรามีมีดเล่มหนึ่ง ไม่ใช่จะใช้ไว้ ตัดอย่างเดียว มันก็ลิดรอนตรงนั้น ตรงนี้ตรงโน้น หลาย ๆ ประการ. เอาละ, เวลาก็จะหมดลงแล้ว ก็ขอ สรุปความ ว่า คนเรา คนหนึ่ง ๆ ซึ่งที่แท้ก็ มิได้มีตัวตนอยู่จริง ทีนี้เราก็ต้อง พูดตามภาษาชาวบ้าน ว่าเราหรือฉันหรือตัวตนคนหนึ่ง ๆ นี้ ก็มีสิ่งที่เรียกว่า ธรรมชาติหรือสภาวธรรม นั้นเองเป็นตัวเรา เป็นความทุกข์ หรือ เป็นปัญหาของเรา. มนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า สภาวธรรมหรือธรรมชาติส่วนหนึ่งเป็นตัวฉัน เป็นตัวตน เป็น ปัญหาของตน เป็นความทุกข์ร้อนของตน. แล้วก็มีสัจจธรรม หรือกฎธรรมชาติ ที่ทำให้ต้องเป็นอย่างนั้นด้วย และที่เป็น กฎเกณฑ์สำหรับจะแก้ปัญหานั้นเสียด้วย. นี่มันเล่นตลก กฎธรรมชาตินั้นแหละมันทำให้เกิด มีปัญหาอย่างนั้น, แล้ว กฎธรรมชาตินั้นแหละมันจะช่วยแก้ ปัญหาอันนั้นให้อีกทีหนึ่ง แล้วแต่เราจะใช้กันในเหลี่ยมไหน ความที่ความทุกข์เกิดขึ้น, มันก็เป็นสัจจธรรมอันหนึ่ง ความ ที่จะแก้มันให้หายไปได้ มันก็เป็นสัจจธรรมอันหนึ่งด้วย.
น.41 ๓๖ ในที่สุดก็ มีปฏิบัติธรรม คือการปฏิบัติที่ถูกต้อง อย่างที่ว่ามาแล้ว ๘ ประการนั้น เป็นหนทางออก เป็นการ แก้ปัญหานั้น ๆ ออกไปได้, แต่มันก็ ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ของธรรมชาติ อยู่ดี เหมือนกับพระเจ้ามาคุมอยู่ กฎเกณฑ์ของ ธรรมชาตินั้น คือพระเจ้า ก็คุมอยู่ให้มีการปฏิบัติถูกต้อง เป็น ทางออกของการแก้ปัญหานั้น ๆ. แล้วเราก็มี วิปากธรรมคือ ผลที่จะได้รับในชั้นสุดท้ายนี้, เรื่องนี้จะได้กล่าวในวันหลัง ในฐานะที่เป็นผลที่จะได้รับในที่สุด แต่แล้วก็ต้องเป็นไปตาม กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ คือสัจจธรรมอยู่ดี. ไม่มีอะไรที่ไม่เรียกว่าธรรม, เรียกว่าธรรมคำเดียว เสมอกันหมด ตัวธรรมชาติก็เรียกว่าธรรม, กฎของธรรมชาติ ก็เรียกว่าธรรม, หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎธรรมชาติก็เรียกว่า ธรรม, ผลได้รับออกมาจากการปฏิบัติหน้าที่ก็เรียกว่า ธรรม. ฉะนั้นขอให้รู้ไว้ว่า คำว่าธรรมนี้เป็นคำแปลกประ- หลาดที่สุดในโลก แปลเป็นภาษาอะไรก็ไม่ได้ แปลได้มันไม่ หมด. มันมีประหลาดที่ว่า มันเป็นคำพูดคำเดียวที่จะตอบคำถาม ทั้งหมดได้ เหมือนที่ผมเคยยกตัวอย่างให้ฟังแล้ว ว่าเขาจะตั้ง คำถามหรือว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างไร กี่ร้อยกี่หมื่นกี่พัน กี่แสนกี่ล้านกี่โกฏปัญหา, คำตอบ มีได้ ด้วยคำคำเดียวว่า ธรรม แล้วก็ถูกหมด ธรรมะนี้.
น.42 ๓๗ ความทุกข์เกิดจากอะไร ? ก็เกิดจากธรรม. จะดับ ทุกข์ด้วยอะไร, ก็ด้วยธรรม. ความสุขก็เป็นธรรม ความตาย ก็เป็นธรรม ความไม่ตายก็เป็นธรรม. ไปตั้งปัญหาเอาเอง เถอะ แล้วก็ตอบได้ด้วยคำว่าธรรม ถ้าเห็นจริงในข้อนี้ จะ เป็นการพิสูจน์ได้เลยว่า คุณเป็นผู้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าธรรม, ถ้ามันยังงงอยู่ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ก็คือ ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ธรรม. กินอะไรเข้าไป กินธรรม, ถ่ายอะไรออกมา ก็ถ่าย ธรรม, อุจจาระก็เป็นสภาวธรรมอันหนึ่ง อาหารที่กินเข้าไป เป็นสภาวธรรมอันหนึ่ง, เหงื่อออกมาก็เป็นธรรม มันไ ม่มี อะไรที่ไม่ใช่ธรรม ทั้งในรูปธรรมทั้งในนามธรรม, และ ทั้ง ในสิ่งที่ไม่ใช่ทั้งรูปธรรมและนามธรรม คือทั้งสังขตะและ อสังขตะ. นี่ขอให้รู้จักคำว่าธรรมไว้ในลักษณะอย่างนี้, แล้ว เราก็แยกเอาส่วนที่ตรงเรื่องตรงราวที่สุด เอาออกมาเป็นธรรม- ศาสตรา เป็นอาวุธที่มีคม แล้วก็ตัดปัญหาเฉพาะหน้าที่จะ เกิดขึ้น, แล้วแต่ว่ามันจะเกิดขึ้นมาอย่างไร. ขอจบคำบรรยายในวันนี้ เพราะหมดเวลาแล้วเพียงเท่านี้.
น.44 ของพุทธทาสภิกขุ ๑. มาเลื่อนชั้นตัวเองกันเถิด ๑๐ บาท ๒. อุดมคติอนุบาล ๒๐ บาท ๓. เด็กดีต้องมีธรรมะ ๑๒ บาท ๔. ยาระงับสรรพโรค ๑๒ บาท ๕. การบำเพ็ญบารมีที่ถูกแนวทาง ๑๒ บาท ๖. พุทธวิธีชนะทุกข์ ๑๒ บาท ๗. หัวใจของธรรมะ ๑๒ บาท ๘. การบริหารธุรกิจแบบพุทธ ๒๐ บาท ๙. แก่อย่างฉลาดและเป็นสุข ๒๐ บาท ๑๐. อตัมมยตาเท่าที่ควรรู้จักกันไว้บ้าง ๑๐ บาท ๑๑. อตัมมยตา ๑๐๐ แง่มุม ๒๕ บาท ๑๒. ธรรมะสำหรับคนเจ็บไข้ ๑๐ บาท ๑๓. วิธีทำสมาธิเบื้องต้น ๑๐ บาท ๑๔. การพัฒนาจิตด้วยอานาปานสติ ๒๐ บาท ๑๕. วิธีระงับดับทุกข์ ๓๐ บาท ๑๖. คู่มือศึกษาและปฏิบัติอานาปานสติสมบูรณ์แบบ ๕๐ บาท ๑๗. ลักษณะ ๘๐ ประการของพุทธศาสนา ๕๐ บาท ๑๘. คำสอนผู้บวชใหม่ ๖๐ บาท ๑๙. สักวันหนึ่งท่านจะชอบสิ่งนี้ ๑๐ บาท ๒๐. ทำอย่างไรจึงจะไม่มีทุกข์ ๑๐ บาท ๒๑. ธรรมะของผู้ครองเรือน ๑๒ บาท สั่งซื้อจำนวนมาก มีส่วนลดพิเศษ โปรดติดต่อคุณสุพิศ วัจนะรัตน์ โทร. ๔๖๘-๒๘๕๗
น.45 ธรรมโฆษณ์ ของพุทธทาสภิกขุ ๑. พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ๒๐๐ บาท ๒. ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ๑๘๐ บาท ๓. อริยสัจจากพระโอษฐ์ (๒ เล่มจบ) ๔๘๐ บาท ๔. ปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์ ๒๐๐ บาท ๕. อาสาฬหบูชาเทศนา ๑๐๐ บาท ๖. มาฆบูชาเทศนา ๑๐๐ บาท ๗. วิสาขบูชาเทศนา ๑๒๐ บาท ๘. ชุมนุมล้ออายุ ๑๒๐ บาท ๙. ฆราวาสธรรม ๑๕๐ บาท ๑๐. อิทัปปัจจยตา ๑๒๐ บาท ๑๑. สันทัสเสตัพพธรรม ๑๒๐ บาท ๑๒. นวกานุสาสน์ ๑๓๐ บาท ๑๓. ราชภโฎวาท ๑๗๐ บาท ๑๔. กบ ก กา ของการศึกษาพุทธศาสนา ๑๗๐ บาท ๑๕. เทคนิคของการมีธรรมะ ๑๕๐ บาท ๑๖. อะไร คืออะไร ๑๓๐ บาท ๑๗. ใคร คือใคร ๑๓๐ บาท ๑๘. ธรรมะเล่มน้อย ๑๓๐ บาท ๑๙. หัวข้อธรรมในคำกลอน ๑๓๐ บาท ๒๐. ชุมนุมปาฐกถาชุดพุทธธรรม ๑๕๐ บาท
น.46 ๒๑. สันติภาพของโลก ๑๕๐ บาท ๒๒. ธรรมะกับสัญชาตญาณ ๑๕๐ บาท ๒๓. สมถวิปัสสนาสำหรับยุคปรมาณู ๑๓๐ บาท ๒๔. ฟ้าสางระหว่าง ๕๐ ปี ที่มีสวนโมกข์ (๒ เล่มจบ) ๓๐๐ บาท ๒๕. บรมธรรม (๒ เล่มจบ) ๒๔๐ บาท ๒๖. ใจความสำคัญแห่งคริสตธร เท่าที่พุทธบริษัทควรทราบ ๑๕๐ บาท ๒๗. ธรรมปาฏิโมกข์ เล่ม ๒ ๑๗๐ บาท ๒๘. ธรรมบรรยายระดับมหาวิทยาลัย เล่ม ๒ ๘๐ บาท ๒๙. ค่ายธรรมบุตร ๘๐ บาท ๓๐. ธรรมศาสตรา เล่ม ๑ (ออกใหม่ล่าสุด) ๑๖๐ บาท สั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ที่ คุณสุทธิรักษ์ สุขธรรม ๓๕/๗๘ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ๖๒ บางกอกน้อย กทม. ๑๐๗๐๐ โทร. ๔๒๔-๓๔๖๒ (สั่งจ่าย ป.ณ.บางพลัด) (กรุณาเพิ่มค่าส่งทะเบียนเล่มละ ๑๕ บาท สั่งซื้อ ๕๐๐ บาทขึ้นไปค่าส่งฟรี)
น.47 หนังสือธรรมโฆษณ์เล่มใหม่ล่าสุดออกแล้ว ธรรมศาสตรา (เล่ม ๑) หนังสือเล่มนี้เป็นคำบรรยายพิเศษแก่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่อุปสมบทภาคฤดูร้อน พ.ศ. ๒๕๑๖ ณ สวนโมกขพลาราม ไชยา ประกอบด้วย ๑๔ เรื่อง คือ ๑. ธรรมศาสตรามีค่าเท่ากับปัญญาวุธ ๒. ธรรมในฐานะที่เป็นธรรมศาสตรา ๓-๕ สิ่งที่เรียกว่า สภาวะธรรม ในพุทธศาสนา ๖. สิ่งที่เรียกว่า สัจจธรรม ในพุทธศาสนา ๗. สิ่งที่เรียกว่า ปฏิบัติธรรม ในพุทธศาสนา ๘. สิ่งที่เรียกว่า วิบากธรรม ในพุทธศาสนา ๙-๑๑. ศีลธรรมและปรมัตถธรรมในฐานะเป็นธรรมศาสตรา ๑๒. พุทธปรัชญาคือธรรมศาสตราเพื่อปัญหาที่เฟ้อหรือเกิน ๑๓-๑๕. จตุราริยสัจจ์ คือหลักวิชายอดสุดของธรรมศาสตรา ๑๖-๑๘. สมาธิภาวนาแบบอานาปานสติ ๑๙. ผลจากการใช้ธรรมศาสตรา หนังสือชุดนี้ให้ความรู้พุทธศาสนาอย่างเป็นธรรม และพอเพียง แก่การศึกษาและปฏิบัติธรรมขั้นต้นจนถึงที่สุด พิมพ์ด้วยกระดาษ ปอนด์อย่างดี เล่มใหญ่ ๘ หน้ายก หนา ๔๑๙ หน้า ปกแข็งเดินทอง อย่างดี ราคาเพียง ๑๖๐ บาท
น.48 Oตัมมโย ลด ละ เลิก เลื่อน กฎสามัญลักษณะ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) นี้ มันช่วยให้ไม่เกิดยึดถือตัวตน แล้วกฎอิทัปปัจจยตา นี้มันช่วยให้สำเร็จ ได้ตามความประสงค์ ทั้งที่ไม่ใช่ ตัวตน แล้วกฎจตุราริยสัจจ์ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) นี้สามารถดับทุกข์ได้จริง นี่คือความถูกต้องถึงที่สุด เด็ดขาดที่สุด ความถูกต้องนี้มันต้องทนต่อความพิสูจน์ ถ้าเป็น ความจริง มันก็เป็นศาสตราที่ฆ่าความเท็จ เป็นศาสตรา ที่ทำลายความงมงายไร้เหตุผล ความถูกต้องนั่นแหละ คือศาสตรา คือของที่มีคม ที่จะตัดปัญหาทั้งปวง และดับทุกข์ได้แท้จริง พุทธทาสภิกขุ P 206849
Buddhadasa