Buddhadasa.org

เขียนมา-ตอบไป ตอนที่ ๑๔ — ๑๒. การติดโรคเป็นเพราะผลกรรมแต่ปางก่อนหรือ?

เขียนมา-ตอบไป — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — เขียนมา-ตอบไป (๓๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.360 ๕๐ ปัญหาข้อ ๑๒ ถาม : การติดโรค เป็นเพราะผลกรรมแต่ปางก่อนหรือ ? มนุษย์ที่ได้รับโรคภัยไข้เจ็บชนิดที่ร้ายแรง เช่น โรค ติดต่อ มีอหิวาต์ ฯลฯ เหล่านี้จะเป็นเพราะเหตุด้วยกรรมของ เขาในชาติก่อนหรือไม่. ถ้าหากมนุษย์คนนั้น ๆ ไม่เคยทำกรรม ที่จะเป็นเหตุให้เป็นโรคติดต่อ สมมตในปัจจุบันชาติ คน ๆ นั้นอยู่ในหมู่ชนที่เป็นโรคติดต่ออาศัยรวมอยู่ด้วย และคนนั้น ก็ไม่ได้ฉีดยาป้องกันอะไรเลย เขาจะเป็นด้วยกับชนเหล่านั้น หรือไม่ ? ตอบ : คำที่ว่า "ภาวะอะไร ๆ ที่สัตว์โลกเป็นไป ย่อมเป็น ไปตามกรรมของเขาเอง" นั้น เป็นคำที่กว้างมาก คือกว้างจน ไม่มีโอกาสจะผิดได้เลย. แต่คนเรามักจะมีความสงสัยตั้งขึ้นใน วงจำกัดเฉพาะ แล้วเอาเข้าไปปรับกับความหมายวงใหญ่ทั่วไป ผิดฝาผิดตัวกันอยู่ เลยระงับความสงสัยไม่ได้. ตัวอย่างเช่น ปัญหานี้ ถามเป็นใจความว่า "ไม่มีกรรมทำไว้สำหรับจะเป็น โรค แต่โรคระบาดเกิดขึ้นในที่นั้น ตนเกิดเป็นโรคขึ้น จะ มิผิดกฎแห่งกรรมไปหรือ หรือว่าเขาจะไม่เป็น" เราพอจะ ตอบได้ก่อนว่า ตามธรรมดาเขาจะต้องเป็น และการที่เขาจะ

น.361 ๕๑ ต้องพลอยเป็นโดยหลีกไม่ได้ และไม่ใช่ความผิดของเขาโดย ตรงนั้น เป็นเพราะเขาได้ทำกรรมมหึมาเอาไว้ คือกรรมที่ทำ ให้เขาต้องเวียน มาเกิดในโลกอันเป็นที่อยู่ของโรคติดต่อ และ อื่น ๆ อีกมาก. กรรมลงโทษให้เขาต้องผจญกับโลกซึ่งมีโรค ติดต่อและอื่น ๆ เพราะฉะนั้น การผจญของเขาทุกประ การ. จัดว่าเป็นการรับผลกรรมของเขา. ทีนี้ จะชี้ให้เห็นตาม ที่ว่ามาแล้วข้างต้น คือ ที่เราคิดไปว่ากรรมมีเป็นราย ๆ เฉพาะ เช่นกรรมสำหรับจะเจ็บไข้ตามธรรมดา กรรมสำหรับจะเป็น โรคติดต่อ กรรมสำหรับจะต้องตายด้วยไฟ ด้วยน้ำ ฯลฯ เป็นคู่ ๆ อยู่เสมอ. แล้วความสงสัยก็เกิดขึ้นว่า คนที่ไม่ได้ทำ กรรมสำหรับจะเป็นอหิวาต์ เมื่อมาอยู่ในหมู่คนที่เป็น จะต้อง ไม่เป็นซิ, หรือถ้าเกิดเป็น เรื่องกรรมก็เป็นหลักที่เลื่อนลอย. จริงอยู่ที่เราอ่านพบข้อความในคัมภีร์ บอกผลของกรรมเป็นคู่ๆ ในรูปที่มองเห็นชัด ๆ จนเดาได้ว่า กรรมนั้นจะให้ผลเช่นนั้นๆ (เช่น เคยบิดขานกชาติก่อน ชาตินี้จะต้องถูกรถทับ เป็นทำนอง นั้น). แต่มีเหตุผลอันอื่นแสดงว่า นั่นมิใช่หลักทั่วไป เป็น เพียงหลักรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น ซึ่งก็อาจเป็นความจริง ไปได้แนวหนึ่ง สายหนึ่ง ต่างหาก. แต่ไม่มีอำนาจที่จะ สามารถหักล้างแนวใหญ่ หรือแนวที่เป็นประธาน คือแนว ที่ว่าเมื่อทำกรรมอันเป็นเหตุให้เวียนไปในภพใหม่ชาติใหม่แล้ว

น.362 ๕๒ ก็ต้องได้รับทุกสิ่งที่เป็นสมบัติประจำภพนั้น ๆ ด้วย. มิฉะนั้น คำว่า ภพใหม่ หรือชาติใหม่ ก็จะไร้ความหมาย. เช่นใน ภพนี้ มีผีสำหรับหลอกคนให้กลัว ถ้าเราต้องเกิดในภพนี้เพราะ กรรมของเรา เราก็ต้องทนรับเรื่องผีหลอกอยู่ในตัว อย่างที่ จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เรื่อยไปจนกว่าจะข้ามภพ หรือออกจากภพได้ คือเป็นพระอรหันต์ มีจิตใจอยู่เหนือภพ. แล้วกรรมนั้น ๆ ก็ ตามขึ้นไปไม่ถึง และไม่มีตัวให้ผีหลอกด้วย เลยไม่ต้องกลัวผี เหมือนตอนแรก ๆ. เราจงคิดดูเถิด ในภพนี้มีสิ่งที่แรงร้าย ไปกว่าโรคระบาด เช่น อหิวาต์ เป็นต้น อีกมากมายนัก. มากจนเปรียบกันไม่ได้. และยังมีสิ่งเสียหายที่ร้ายไปกว่าการ เป็นโรคชนิดนั้นหลายร้อยหลายพันเท่าอีก คือการเสียหายเพราะ ถูกกิเลสลูบทาเอา แล้วเราจะไปสนใจอะไรกับการที่จะต้อง พลอยเป็นอหิวาต์กะเขา หรือจะถูกผีหลอก เพราะว่า สิ่งร้าย แรงกว่านั้น หลายร้อยเท่า กำลังเล่นงานเราอยู่ทุกขณะจิต. เช่นเดียวกับถ้าเราเป็นฝีชนิดร้ายที่คอ หรือในท้อง เราไม่เอา ใจใส่กับแผลยุงกัด. เพราะเมื่อเราถอนตัวออกจากภพได้แล้ว อะไร ๆ ก็ไม่เกิดมีแก่เราเลย นอกจากความพ้นทุกข์อย่างเดียว. เมื่อเรากำลังอยู่ในภพ เราก็ต้องสนใจในเรื่องที่จะออกไปจาก ภพ หรือคิดขจัดภัยจากกิเลส ซึ่งร้ายกว่าภัยจากอหิวาต์หรือผี หลอก เป็นอย่างน้อย. เพราะว่านั่นแหละ คือตัวกรรมใหญ่

น.363 ๕๓ หรือกรรมอันเป็นประธาน ที่จะทำให้ต้องมายังภพนี้ ซึ่งมี อหิวาต์ผี และอื่นๆ. เป็นอันกล่าวได้ว่า การที่พลอยเป็น อหิวาต์ หรือพบผีหลอกนั้น ถ้ามิใช่เพราะเป็นผลของกรรม ปลีกย่อย ที่มีรูปร่างคล้าย ๆ นั้นอยู่แล้วโดยเฉพาะ ก็ต้องเป็น เพราะผลของกรรมใหญ่ กรรมประธาน คือ กรรมที่ทำให้ เวียนมายังภพนี้. ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่าการตอบหรือการถือว่า อะไร ๆ เป็นไปตามกรรมนั้น ไม่มีทางจะผิดไปได้เลย. แม้จะมีหลักในที่บางบางแห่งว่า สุข หรือทุกข์ มิใช่ จะเป็นเพราะกรรมเสียทุกอย่างไป คือเป็นไปเองหรือพลอยเป็น กะเขาก็มี เช่นถ้าเราจะต้องถูกแดดหรือฝนโดยบังเอิญแล้วเป็น หรือเราพลอยเป็นโรคติดต่อกับเขา. นี่ก็มิได้หมายความว่า ได้ ปฏิเสธกรรมสายใหญ่ หรือกรรมประธานที่เป็นเหตุให้ต้องเกิด มาในภพนั้นเลย, คงหมายแต่เพียงว่า ไม่ใช่เพราะกรรมปลีก ย่อยโดยเฉพาะที่มีรูปร่างคล้าย ๆ กันเป็นคู่ ๆ กันอยู่นั้น. เพราะ ฉะนั้นเมื่อจะต้องตอบปัญหานี้ เราต้องจำกัดความกันเสียก่อน ว่า หมายถึงกรรมประเภทไหน คือกรรมปลีกย่อยเฉพาะหรือ กรรมอันเป็นประธาน และเราควรจะสนใจในกรรมที่เป็น ประธานกันให้มาก ๆ หน่อย เรื่องจะดีขึ้นเร็ว เรื่องกรรมปลีก ย่อยนั้นหยุมหยิม จนอาจทำให้เวียนหัว แล้วจะทำให้ไม่อยาก ศึกษาหรือสนใจอีก.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต