Buddhadasa.org

เขียนมา-ตอบไป ตอนที่ ๑๗ — ๑๕. เมื่อหลุดพ้นเป็นอนัตตา อะไรเป็นผู้รู้ว่าตนไม่เกิดอีก?

เขียนมา-ตอบไป — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — เขียนมา-ตอบไป (๓๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.392 ๘๒ ปัญหาข้อ ๑๕ ถาม : ขั้นสุดของการสอนและปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนา นั้น คือให้เพิกถอนอัตตานุทิฏฐิออก คงเหลืออนัตตา, ที่สุดเมื่อเป็นอนัตตาแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย ไม่มีใคร สุข ไม่มีใครทุกข์ เป็นกลางอยู่ในความว่างเปล่า ดังนี้ จึงสงสัยว่า เมื่อไม่มีใครรับผลของความสุข ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติธรรม แล้วอะไรเล่าที่เป็นผู้รู้ชัด ว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กรณียะ ได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอันจะต้องทำเช่นนี้ไม่มีอีก ? ตอบ : ควรจะคิดดูว่าอะไรเล่า ที่ก่อนนี้เป็นผู้รู้ว่า ยังเป็น ทุกข์, ชาติยังไม่สิ้น พรหมจรรย์ยังไม่จบ กรณียะยังทำไม่เสร็จ ยังมีกิจที่ต้องทำอีก. ในตอนหลังก็สิ่งนั้นเองเป็นผู้รู้. ผู้ถามอาจเข้าใจว่า เมื่อยังถอนอัตตาไม่ได้ อัตตานั่น แหละเป็นผู้รู้. ที่จริงนั้นอัตตาเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะความ รู้ผิด. ถ้าจะให้อัตตาเป็นผู้รู้พระนิพพาน ก็แปลว่า อัตตานั้น เป็นคนละอย่างกับนิพพาน เพราะจะต้องเป็นผู้รู้นิพพาน. และ เมื่อถอนอัตตาออกเสียแล้ว ในตอนหลังก็เลยไม่มีผู้รู้นิพพาน ไป. แต่เรายังมีผู้รู้อยู่ จึงเกิดเป็นปัญหาว่าอะไรรู้. โดยเจาะจง

น.393 ๘๓ ตัวผู้รู้ในที่ทั้งปวงนั้น คือ จิต, นับตั้งแต่รู้ผิดมากจนถึงรู้ถูก และรู้ว่ามันเองรู้ถูกแล้ว ถึงที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรผลักไสให้เกิด ต่อไปอีก จะต้องดับสนิทลง เป็นชาติสุดท้ายของตนเอง คือ จิตเอง. สิ่งที่ยังเหลืออยู่ตลอดอนันตกาล ก็คือนิพพานหรือ อสังขตธรรม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สภาพแห่งวิสังขาร. และสิ่งนี้เองที่บางท่านเรียกว่าอัตตาที่แท้จริง และเป็นผู้อยู่ ตลอดอนันตกาล. ทั้งนี้ เพราะท่านเหล่านั้นอยากให้มีตัวเหลือ อยู่ เสียดายที่จะต้องดับไป. ยิ่งกว่านั้นตัวที่เหลืออยู่ยังคิดนึก และรู้สึกอะไรได้อีก ซึ่งมันเป็นการยึดถือหรือติดอยู่ในสิ่งนั้น โดยแท้ เช่นพอใจในความรู้ ความสุข ความบริสุทธิ์ของตัว เป็นต้น. นิพพานหรืออสังขตธรรม ไม่ใช่จิต จะมีความรู้สึก นึกคิดเช่นนั้นไม่ได้ จึงเห็นได้ว่า ผู้นั้นได้บัญญัติจิตที่บริสุทธิ์ ให้เป็นนิพพานเข้าแล้ว, และให้รู้อะไรได้ด้วย. ทำให้วนเวียน กันใหญ่. ที่แท้ ตัวที่ยืนโรงตลอดมาแต่ต้น คือจิตนั่นเอง. รู้ผิดมามากมายจนกระทั่งรู้ถูก และรู้ว่าตัวเองรู้ถูก และรู้ว่าจะ ดับเป็นครั้งสุดท้าย ไม่เวียนมาใหม่อีก เหมือนที่แล้ว ๆ มา. การที่มีอัตตา หรือความรู้สึกว่าอัตตาเกิดขึ้นนั้น เป็นเพียง ความเข้าใจผิดยึดถือตัวเอง เพราะตัวเป็นผู้ทำอะไรได้ และ

น.394 ๘๔ ได้รับผลของสิ่งนั้น และเวียนเกิดเวียนตาย เพราะมีเหตุปัจจัย ยังไม่ขาด ปรุงหรือบำรุงให้คงมีอยู่เสมอ. ต่อมารู้ความจริงว่า ตัวของตัวไม่มี มีแต่สิ่งที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย และบัญญัติ เรียกสิ่งนั้นว่า จิต, สิ่งนี้ว่า รูป, สิ่งโน้นว่า เจตสิก, เป็นต้น; ซึ่งทั้งหมดนั้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร เป็นแต่หมุนไปตาม ปัจจัยด้วยกัน มีความรู้ผิดเห็นผิด และยึดถือเป็นเรา เป็น ของเราขึ้นมาเองจึงได้ทุกข์ และเวียนเกิดเวียนตาย มีกิจหรือ พรหมจรรย์ที่ต้องทำ ต้องปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์. การที่จะ พ้นจากทุกข์ จึงต้องเป็นการเข้าใจหรือรู้เสียใหม่ให้ถูก คือรู้ว่า ไม่มีเรา ไม่มีสิ่งที่ควรยึดถือว่าเรา หรือของเรา มีแต่สิ่งที่ ต่างก็หมุนไปตามเหตุปัจจัยกับสภาพอันหนึ่งที่เป็นความหยุด หมุนของสิ่งนั้น ๆ เท่านั้น. สิ่งแรกเราเรียกสังขตธรรม, สิ่งหลัง เรียกอสังขตธรรม ; ล้วนเป็นธรรมหรือธรรมชาติอย่างนั้น ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ตัวตนของใครที่ไหน เป็นธรรมล้วนๆ. เมื่อ จิตรู้ความจริงเช่นนี้ ก็ปล่อยวางภาระหนัก คือตัวตนในส่วน สังขตธรรมเสีย และทั้งไม่ไปยึดจับเอาฝ่ายอสังขตธรรมขึ้นมา เป็นตัวตนด้วย มันจึงผ่องแผ้วบริสุทธิ์ และรู้ว่าตัวเป็นเช่นนั้น จนกว่าจะดับไปเป็นครั้งสุดท้าย เช่นจิตของพระอรหันต์ทั้งปวง. พวกสังขตธรรมหรือสังขาร เกิดดับ ๆ ดับอยู่ในตัวตาม

น.395 ๘๕ ธรรมดา, พวกอสังขตธรรมหรือวิสังขาร หยุดนิ่งอยู่ โดยไม่ มีการเกิดดับ. แต่ทั้งสองพวกนี้ ไม่ใช่อัตตา ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า อัตตาอยู่ในสิ่งทั้งสองนี้ หรือไม่ควรยึดถือแม้ด้วยความคิด ว่า สิ่งนี้ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอัตตา, แม้ที่สุดแต่อสังขตธรรม, ความรู้ ทุก ๆ อย่าง หรือจิตผู้รู้ทุก ๆ ชนิด เป็นสังขตธรรม มีเกิด แล้วมีดับ ; การรู้นั้นเป็นของชั่วคราวเท่านั้น, แม้ที่รู้ว่าตนพ้น แล้ว. ลักษณะของจิตกล่าวไว้แล้วในเรื่อง "ชีวิตกับนิพพาน," จิตเป็นของเปลี่ยนตัวได้เสมอ มันจึงเปลี่ยนจากไม่รู้ มาเป็น รู้ผิด และเป็นรู้ถูกในภายหลัง. เพราะฉะนั้น จิตนั่นเองเป็น ผู้รู้ตลอดเวลา ไม่มีอัตตาที่เป็นผู้รู้ นอกไปจากจิต. ถ้าอยาก จะมีอัตตาก็ต้องมีที่จิตนั่นเอง. และมันจะได้ดับพร้อมกันไปกับ การบรรลุอรหัตตผล.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต