น.540 ๑๗๕ นี้เสียอีก. แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่ามีใครสักกี่คน ที่รู้ จักสิ่งเหล่านี้ และขยันขันแข็งในการที่จะเข้าไปรับเอา. เป็นอันว่า ผลสำเร็จในขั้นสุดท้ายของศาสนาที่ มนุษย์จะได้รับ นั้น คือสิ่งที่เรียกกันว่า บรมธรรม หรือ สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะพึงได้รับในชีวิตนี้ มิใช่หลังจากตาย แล้ว, เว้นเสียแต่จะเป็น "การตายทางวิญญาณ" ซึ่ง คนธรรมดากำลังตายกันอยู่ทุกคน. พอปฏิบัติตามคำของ พระเจ้า ก็เลิกการตายชนิดนั้นเสีย เกิดใหม่เป็นผู้ที่ไม่มีการ ตายชนิดนั้นอีกต่อไป, เรียกโดยสำนวนคริสเตียนว่า “การ เข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า" และเรียกว่า "การเข้าถึงอมต- ธรรม” โดยสำนวนพุทธศาสนาในภาษาธรรม, และเรียกว่า "เข้าสู่เมืองนิพพาน" โดยภาษาคน นั่นเอง. ข้อนี้จะ เป็นการได้ในชาตินี้ในชีวิตนี้หรือจะได้ต่อเข้าโลงไปแล้ว นั้น ผู้มีปัญญาจงใคร่ครวญดูเองก็แล้วกัน. สรุปความ แห่ง ปาฐกถาทั้งสาม. การทำความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา เป็นสิ่ง ที่ต้องทำ ในฐานะเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์. ต้องมี
น.541 ๑๗๖ การผ่อนสั้นผ่อนยาวแก่กันและกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมี ความรู้ไม่สมบูรณ์แม้ในศาสนาของตน ๆ อยู่ด้วยกัน ทั้งนั้น เพราะเราเรียนตำรากันมากเกินไปกว่าที่พระเจ้า ท่านต้องการ เราไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติให้มากเท่าที่ เราเรียน, พระเจ้าในคริสตธรรมนั้น คือสิ่งที่เรียกว่า "ธรรม" ใน ๔ ความหมายในพุทธศาสนา, มีอะไร ครบบริบูรณ์อยู่ในสิ่งนี้ จนเราไม่จำเป็นจะต้องไปสนใจ กับสิ่งอื่นเลยก็ได้. ถ้าผู้ใดเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่า "ธรรม" นี้แล้ว ผู้นั้นจะเป็นพุทธบริษัทที่ดี คริสเตียนที่ดี อิสลามิกที่ดี พร้อมกันไปในคราวเดียวกัน. การ สร้างโลก การไถ่บาป และผลสุดท้ายที่มนุษย์จะพึงได้ รับนั้น ถ้าแปลความหมายออกมาเป็นภาษาธรรม ตาม วิธีของพุทธบริษัทแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออยู่สำหรับขัด แย้งกันในปัญหาระหว่างศาสนาเลย. จบปาฐกถาที่สาม (เรื่องการไถ่บาป, ผลของศาสนา, และบทสรุปความ.) —————————
น.542 ปัญหาเพียงข้อเดียวของมนุษยชาติ ———————— "... เด็ก ๆ เขาถามว่า ทำอย่างไรจึงจะเล่าเรียนดี ? ผมก็ ตอบว่า ต้องรู้ว่า เกิดมาทำไม ? เสียก่อน คนโต ๆ มักถาม ว่า ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการงาน ผมก็ตอบ ว่าจะต้องรู้เสียก่อนว่า เกิดมาทำไม ? คนแก่ ๆ ส่วนมากก็ มักจะถามว่า จะปฏิบัติธรรมอย่างไรจึงจะดับทุกข์ ผมก็ตอบ ว่า มันต้องรู้เสียก่อนว่า เกิดมาทำไม ? เพราะเดี๋ยวนี้คุณก็ ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไมแล้วจะปฏิบัติธรรมอย่างไร แล้วจะปฏิบัติ ธรรมข้อไหน มันก็จะผิดไปหมด ... " ของพุทธทาสภิกขุ หากท่านไม่อ่านอีก โปรดถวาย หรือมอบ แต่ท่านที่สนใจต่อไป จะเป็นกุศลมหาศาล พิมพ์ครั้งที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๐ จำนวน ๔,๐๐๐ เล่ม " ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ " ๒,๐๐๐ " " ๓ พฤษภาคม ๒๕๒๙ " ๕,๐๐๐ "
น.543 คติพจน์ จงทำงานทุกชนิด ด้วยจิตว่าง ยกผลงานให้ความว่าง ทุกอย่างสิ้น กินอาหาร ของความว่าง อย่างพระกิน ตายเสร็จสิ้น แล้วในตัว แต่หัวที ฯ ————— หมายเหตุ :- ทำงานด้วยจิตว่าง คือทำงานด้วยความคิดที่เฉลียวฉลาด แต่ปราศจากความรู้สึก หรือความสำคัญมั่นหมาย เป็น “ตัวกู” หรือ “เพื่อกู”; ได้แก่การ “ทำงาน เพื่องาน” ตามหลักจริยธรรมสากลนั่นเอง. ยกผลงานให้ความว่าง คือ ได้ผลงานมาเท่าไรและอย่าง ไร ก็ยกให้ “ภาวะแห่งความว่างจากเจ้าของ” ไม่มีความหมายมั่น ไว้ว่า “ของกู”. เนื่องจากทุกสิ่งเป็นสมบัติของธรรมชาติ กำลังเป็นไป ตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ, ว่างจากตัวตน ทั้งผู้กิน และ สิ่งที่ถูกกิน, ดังนั้น การกิน เป็นสิ่งที่มีได้ โดยที่ไม่มีผู้กิน อยู่ตามธรรมชาติ แล้ว. เมื่อยกผลงานให้ความว่างได้แล้ว การกินอะไรในขณะนั้น ก็คือ การกินอาหารของความว่าง อยู่ ในตัวมันเอง โดยแน่นอน. จิตว่าง จากความรู้สึกว่า “ตัวกู - ของกู” มาแล้วแต่ หัวที ความตายจึงมีไม่ได้มาแล้ว แต่หัวที , จิตว่างจึง ไม่มีวันรู้จักกับความตายเลย; ไม่มี “ตัวกู” สำหรับจะ ว่าง เล่นตลอดเวลา ที่ว่าง; แล้วแต่ว่าจะเป็นความว่างชั่ว- คราว หรือว่างถาวร. พุทธทาส อินฺทปัญโญ โมกขพลาราม, ไชยา ๑๔ ส.ค.๒๕๑๐.
Buddhadasa