น.397 ท่านผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย ! ในการบรรยายสองครั้งที่แล้วมา ได้กล่าวถึงสิ่งที่เรียก ว่า สิ่งประเล้าประโลมใจในฐานะเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่ชีวิต และในฐานะเป็นสิ่งที่ต้องมีความเข้าใจกันอย่างถูกต้อง จึงจะ ประพฤติธรรมสำเร็จหรือเป็นอยู่อย่างผาสุก ส่วนในวันนี้จะได้กล่าวโดยหัวข้อที่ว่า "สิ่งประเล้า- โลมใจนั้น ต้องได้แก่ ธรรม เสมอไป" คือต้องเป็นธรรมหรือ
น.398 ต้องประกอบด้วยธรรม หรือจะมุ่งหมายถึงสิ่งที่เรียกว่า "ธรรม" โดยตรงก็ตาม ถ้าผิดไปจากนี้แล้ว จักเป็นการ ประเล้าประโลมไปในทางของกิเลสและตัณหา มีแต่จะนำมา ซึ่งความยุ่งยากหรือความทุกข์เท่านั้น. ที่นี้ปัญหาอาจจะเกิด ขึ้นว่า คนที่ยังไม่ถึงธรรมจะรู้จักธรรมได้อย่างไร ? หรือจะมี ความพอใจในธรรมได้อย่างไร ? เมื่อไม่พอใจในธรรมแล้ว ธรรมจะเป็นสิ่งประเล้าประโลมใจเขาได้อย่างไร ? สำหรับคำ ตอบนั้นมีว่า ในปัญหาเฉพาะหน้าเช่นนี้ เขาจะต้องพยายาม ศึกษาให้รู้จักคุณค่าของสิ่งที่เรียกว่า "ธรรม" และเห็นโทษ ของสิ่งประเล้าประโลมใจที่ไม่ใช่ธรรมหรือไม่เป็นธรรมนั้นให้ ได้เสียก่อน แล้วเขาจะมีความพอใจในธรรมเกิดขึ้นมาเอง และในที่สุดก็จะยินดีแต่ในการประเล้าประโลมใจของธรรม และเห็นสิ่งประเล้าโลมใจนอกนั้น ในฐานะเป็นสิ่งที่น่าขยะ- แขยงไปเอง หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นสิ่งที่น่ารำคาญ หา ประโยชน์อันใดมิได้ ถูกแล้ว, เกี่ยวกับข้อนี้ เราต้องยอมรับ ว่าคนที่ยังโง่เขลางมงายนั้น ไม่มีส่วนแห่งการบรรลุธรรม และ ยากที่จะพอใจในธรรม และคนส่วนมากก็ยังเป็นเสียอย่างนี้ คือมีความเขลาหรือมีความงมงายในลักษณะที่ขัดขวางต่อการ
น.399 ปฏิบัติธรรม อยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะที่จะเข้าใจธรรมกันอยู่ ทั่ว ๆ ไปและยิ่งขึ้นทุกที จนกลายเป็นปรกตินิสัย หรือเป็น ธรรมเนียมของคนสมัยใหม่ไป ซึ่งยิ่งทำให้คนสมัยนี้ยิ่งไม่ เหมาะแก่การบรรลุธรรมยิ่งขึ้นทุกที ใจความสำคัญนั้นอยู่ที่ คนสมัยนี้ดีแต่จะสร้างปัญหาหรือภาระเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น แล้วตนต้องสาละวนอยู่กับการแก้ปัญหา หรือกำจัดภาระนั้น โดยไม่จำเป็นมากยิ่งขึ้น ถ้าจะไม่เรียกว่าความเขลาอย่างงมงาย แล้วจะเรียกว่าอะไร ? ตัวอย่างที่ง่าย ๆ ที่สุด เช่นมนุษย์ สมัยนี้รู้ดีว่า เม็ดข้าวสารที่ขัดเสียจนขาวเหลือแต่แกนนั้น ย่อมขาดวัตถุธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการไปจนหมดสิ้นหรือ เกือบจะหมดสิ้น เขาก็ยังขัดมันอย่างนั้นหุงกินเป็นอาหาร แล้วก็ไปหาซื้อยาหรือวัตถุซึ่งทำมาจากผิวของข้าวสารซึ่งขัด ออกนั้นมากิน เพื่อแก้โรคที่ร่างกายขาดธาตุอันนั้น ซึ่งมันทำ ให้เสียเวลามากขึ้น หมดเปลืองยิ่งขึ้น ยุ่งยากลำบากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังทนทำกันอยู่โดยไม่รู้สึกกลัวและไม่รู้สึกละอาย คือไม่มี หิริโอตตัปปะในความเขลางมงายของตน ผลก็เท่ากับยอมโง่ เขลางมงายเป็นนิสัย, เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังจัดสร้างนิสัย ดื้อถือรั้น สร้างข้อแก้ตัวเกี่ยวกับความงมงายของตนอีกชั้น
น.400 หนึ่งด้วย ความงมงายกับความถือรั้นบวกกันเป็นสองซ้อน ก็ยิ่งเป็นนิสัยที่ไม่เหมาะแก่การบรรลุธรรมยิ่งขึ้น จะแก้ตัวว่า เพื่อให้มันขาวน่ากิน มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากกว่าความเป็น ทาสของกิเลสตัณหา จะแก้ตัวว่าขัดให้ขาวเพื่อเก็บไว้ได้นาน มันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น เพราะอาจจะปฏิบัติ อย่างของสดทั่วไปก็ได้ หรือว่าถ้าจะเก็บไว้ให้นานจริง ๆ มัน ก็ยังมีวิธีการอย่างอื่นซึ่งทำให้เก็บได้ แต่นี่ความจริง เป็น เพราะต้องการจะให้ขาวน่ากินเท่านั้นเอง เป็นผู้เห็นแก่ความ น่ากิน ยิ่งกว่าความเห็นแก่ประโยชน์ จึงได้ถือว่าเป็นความ เขลางมงายอย่างยิ่ง และสร้างนิสัยแห่งการไม่บูชาของจริงให้ แก่เขายิ่ง ๆ ขึ้นไป, นี้เป็นเพียงตัวอย่างนิดเดียวเท่านั้น ใน บรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์สมัยนี้กำลังประพฤติปฏิบัติกันอยู่ใน ทำนองนี้อย่างมากมาย จนถึงกับเกิดมีโรคหรือมีโทษสำหรับ มนุษย์ในยุคนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมนุษย์ในสมัยโบราณไม่ เคยประสบปัญหาเช่นนี้เลย ไม่หลอกลวงตัวเองเหมือน มนุษย์สมัยนี้ ไม่มีคารมสำหรับแก้ตัวเก่งเหมือนคนสมัยนี้ เขาเหล่านั้นจึงอยู่ในสภาพที่เหมาะสม ที่จะพอใจในธรรม หรือถึงความเป็นอันเดียวกันกับธรรมได้ง่ายยิ่งกว่าคนสมัยนี้
น.401 แม้เมื่อจะเหลียวดูไปถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเฉพาะ คือเรื่องสันติภาพของโลก มนุษย์ทั้งหมดก็ยังประพฤติกันอยู่ ในทำนองเดียวกันนี้ คืองมงายสร้างปัญหาหรือภาระที่ไม่ควร จะเป็นปัญหาหรือภาระขึ้นมา แล้วก็สาละวนที่จะแก้ปัญหา ภาระเหล่านั้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และขยายตัวพัวพันกว้าง ออกไปทุกที จนจิตใจไม่อยู่ในสภาพที่จะพอใจในธรรมได้ และ โลกเราก็ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถ้าหากว่าเขาพอใจในสิ่ง ประเล้าประโลมใจที่เป็นธรรม สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ไม่ ต้องเสียเวลาขัดข้าวให้ขาว และตั้งโรงงานเอารำไปสกัดเอา ตัวยานั้นมากินอีกทีหนึ่ง ซึ่งเพิ่มความยุ่งยากหลายซับหลาย ซ้อน และที่สำคัญที่สุดก็คือ กลายเป็นมนุษย์ที่งมงาย หา หลักความจริงอะไรไม่ได้ นอกจากจะจริงแต่ในการที่จะประ- เล้าประโลมใจด้วยสิ่งที่เป็นเหยื่อของกิเลสตัณหาอย่างเดียว เท่านั้น ดังนั้นเราจะต้องมีความแน่ใจในการที่จะกลับตัวกัน เสียใหม่ คือ ต้องไม่ยอมงมงายชนิดนี้ และต้องหันหน้าไป หาสิ่งประเล้าประโลมใจจากธรรม หรืออย่างน้อยก็เกี่ยวกับ ธรรม เป็นไปตามธรรม ดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้าเป็นดังนี้ ก็ จะเป็นการประหยัดเวลา ความยากลำบาก หรือความหมด
น.402 เปลืองได้เป็นอันมาก และมีจิตใจที่พร้อมที่จะบรรลุธรรม เพราะเพ่งหาแต่สิ่งประเล้าประโลมใจที่เป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง กว่าสิ่งอื่น สิ่งประเล้าประโลมใจนั้นจึงกลายเป็นความบันเทิง ในทางธรรม หรือที่อยากจะเรียกว่าเป็นมหรสพทางวิญญาณ ยิ่งกว่าที่จะเป็นมหรสพทางเนื้อหนังกล่าวคือกามคุณทั้งปวง ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า จิตใจต้องการสิ่งประเล้าประ- โลมใจ หรือสิ่งที่เรียกว่าอาหารใจอย่างที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ ถ้าเราต้องปล่อยไปตามความต้องการของจิตใจที่มีกิเลส ซึ่ง เป็นเหตุให้งมงายดังนี้เป็นต้นแล้ว สิ่งเหล่านั้นนั่นแหละ ก็จะ กลายเป็นความบันเทิงทางกามารมณ์ไป ไม่อาจจะเป็นความ บันเทิงในทางธรรม และมีแต่จะนำความยุ่งยากหรือความทุกข์ มาสู่ เรื่องจึงกลายเป็นว่าเราจะต้องควบคุมการบันเทิงหรือสิ่ง ประเล้าประโลมใจเหล่านี้ ให้เป็นไปแต่ในทางธรรมเท่านั้น แม้ว่าจะบริโภครูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ก็ต้องให้เป็น ไปตามทางธรรม อย่าให้เป็นไปตามอำนาจของกิเลสตัณหา แล้วสิ่งที่กำลังจะเป็นโทษ ก็จะกลายเป็นคุณไปได้ และนิสัย ก็จะค่อยโน้มเอียงไปในทางที่พอใจแต่ในทางธรรมยิ่งขึ้น เมื่อ เกิดความรู้สึกต้องการสิ่งประเล้าประโลมใจเมื่อใด ก็จะเร่หา
น.403 ไปแต่ในทางธรรม หวังเอาธรรมเป็นเครื่องบำบัดทุกข์ อัน เกิดมาแต่ความใคร่ในสิ่งนี้ คือหวังเอาธรรมเป็นเครื่องประ- เล้าประโลม เป็นผู้ปลอบโยนเป็นผู้ทำให้อุ่นใจหรือเบาใจ แทนที่จะไปหวังพึ่งสิ่งอื่น ๆ ผู้ที่ไม่ถึงธรรมนั้นพอต้องการ สิ่งประเล้าประโลมใจขึ้นมา หรือต้องการผู้ปลอบโยนขึ้นมา ก็ หาได้นึกถึงธรรมไม่ มีแต่จะไปนึกถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้ คนนั้นคนนี้ เป็นภรรยาเป็นสามี เป็นเพื่อนฝูง เป็นต้น ซึ่งแม้จะทำได้ดี ที่สุดก็เป็นเพียงมายาเท่านั้น ส่วนมากนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อ เป็นไปไม่ได้ก็น้อยใจ เสียใจ ถ้าเป็นไปหนักเข้าก็ถึงกับฆ่าตัว เองตาย หรือเป็นโรคทางประสาททางจิตทนทรมานไปกว่า จะตาย เพราะเหตุที่ไม่ไปหวังพึ่งสิ่งที่อาจจะประเล้าประโลม ใจที่แท้จริงนั่นเอง บางคนก็หันไปหาสิ่งเสพติดมึนเมา เช่น ดื่มสุรา ให้กลายเป็นคนบ้าชนิดหนึ่งไปเสีย ไม่รู้สึกผิดชอบ ชั่วดี แล้วกลับไปรู้สึกว่า รสของสุรานั้นเป็นสิ่งประเล้าประ- โลมใจที่ดีที่สุด บางคนก็หันไปพึ่งการพนัน ซึ่งมีเสน่ห์ใน ทางประเล้าประโลมใจ หรือหล่อเลี้ยงอหังการให้เดือดพล่าน อยู่ด้วยความบ้าอีกชนิดหนึ่ง จะรู้สึกเป็นสุขสนุกสนาน นั่ง เล่นการพนันได้รวดเดียวตั้ง ๒๔ ชั่วโมงก็ยังมี จนกระทั่ง
น.404 กลายเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจไม่สมประกอบไปในที่สุด บางคนก็ หันไปหาการเต้นรำทำเพลง ที่มีอาการเหมือนกับคนร้องไห้ หรือเป็นคนบ้าชนิดหนึ่งอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งกลายเป็น คนที่สูญเสียสติสัมปชัญญะ สูญเสียการทรงตัวของจิตใจ สูญ เสียหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องในการที่จะควบคุมตน กลายเป็นสัตว์ ที่โง่เขลางมงายชนิดหนึ่งไป ไม่ประสบผลเป็นความสงบเย็น ขึ้นมาได้ และที่ทั่วไปยิ่งกว่านี้. ก็คือใช้สิ่งที่เรียกว่ากามารมณ์ โดยตรง เป็นสิ่งประเล้าประโลมใจ ซึ่งมีแต่จะทำให้มีนิสัย เปลี่ยนไปในทางเป็นภูติผีปีศาจชนิดหนึ่งยิ่งขึ้นทุกที กลายเป็น สังคมที่ปราศจากศีลข้อที่สามไปในที่สุด หรือแม้จะเป็นพวก เทวดา ประเภทที่ไม่ถือศีลข้อนี้ไปได้สักเท่าไรก็ตาม ก็ไม่มี ทางที่จะได้รับความเย็นใจ อันเกิดมาจากสิ่งประเล้าประโลม ใจในทำนองนี้ได้ เพราะมันไม่เป็นธรรม หรือไม่ประกอบ ด้วยธรรมเสียเลย แม้จะมีคนบางหมู่บางพวกที่พอใจในเกียร- ติยศชื่อเสียง สะสมเกียรติยศชื่อเสียงไว้เป็นเครื่องประเล้า- ประโลมใจ ซึ่งนับว่ามีส่วนดีอยู่มากหรืออย่างน้อยก็มากกว่า การที่จะใช้สิ่งที่กล่าวมาแล้ว ดังนี้ก็ตาม ถึงแม้กระนั้นก็ยังไม่ นำมาซึ่งความเย็นอกเย็นใจ มากเท่ากับการที่จะใช้สิ่งที่เรียก
น.405 ว่า "ธรรม" มาเป็นเครื่องประเล้าประโลมใจ เพราะว่าตาม ความจริงนั้น สิ่งที่เรียกว่าเกียรติ ก็เป็นเพียงสิ่งซึ่งเป็นที่ตั้ง แห่งความเมาชนิดหนึ่งเท่านั้น และยังเป็นของหนักในการที่ จะต้องแบกหรือทูนเอาไว้ เจ้าของจึงต้องแบก ทนแบกหรือ ทนทูนเอาไว้ด้วยความหนัก แทบว่าสายตัวจะขาด และทน อยู่ได้ก็เพราะเสียงสรรเสริญเยินยอ เหมือนกับการกินเหล้า หวานชนิดที่มีความเมาลึก แล้วก็ลองคิดดูเถิดว่า มันจะเป็น สิ่งประเล้าประโลมใจแบบไหนกัน ? สำหรับสิ่งที่เรียกว่า "ธรรม" นั้น ไม่ใช่เกียรติ ไม่ใช่กามารมณ์ ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ หรือบุคคล ซึ่งเป็นผู้พะเน้าพะนอ หรือประเล้าประโลมล่อ หลอกให้มึนเมาแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่กลับเป็นสิ่งตรงกัน ข้ามจากสิ่งเหล่านั้น คือ ไม่ล่อไม่หลอก ไม่เป็นมายา ไม่ เป็นเพียงของกลบเกลื่อนชั่วคราว ไม่เป็นเพียงเครื่องปลอบ โยนชั่วขณะ, แต่ว่าเป็นของจริง เป็นสิ่งที่เปิดเผยตรงไป ตรงมา มีลักษณะเหมือนยาแก้โรค ซึ่งบางทีก็จำเป็นจะต้อง ขมหรือเหม็น หรือน่าสะอิดสะเอียนอยู่บ้าง หรือบางทีก็ไม่ จำเป็นที่จะต้องเป็นเช่นนั้น มันย่อมแล้วแต่ว่า จิตใจของ บุคคลผู้บริโภคนั้นตกอยู่ในสภาพเช่นไร ? แต่ว่าทำอย่างไรเสีย ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ช่วยให้กระเตื้องขึ้น หรือหลุดถอนขึ้นมาได้
น.406 จากความยุ่งยากหรือความทุกข์ หรือแม้จะเป็นเพียงความ หม่นหมองก็ตาม, จะช่วยให้เขามีจิตใจ เต็มตามความหมาย ของสิ่งที่เรียกว่าจิตใจ ในลักษณะที่ถูกต้อง ตามความต้อง การของธรรมชาติที่แท้จริง กล่าวคือ ธรรมชาติเดิมแท้ ที่ เป็นไปเพื่อความสงบ, ความไม่วุ่นวาย, ความไม่ปรุงแต่ง ไม่ ไหลเวียนเปลี่ยนแปลงดังนี้เป็นต้น จิตจึงตั้งอยู่ในสภาพที่ เป็นอิสระ มีความสงบเย็นอย่างแท้จริง, ผิดกับจิตที่ได้รับ สิ่งประเล้าประโลมใจอย่างอื่น นำไปสู่ความเป็นทาส มีความ กระเพื่อม หรือความวุ่นวายระส่ำระสาย มัวแต่ฟู ๆ แฟบ ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด นี่แหละคือ ความแตกต่างกันระหว่างสิ่งประ- เล้าประโลมใจที่ไม่ใช่ธรรม กับ สิ่งประเล้าประโลมใจที่เป็น ธรรมหรือประกอบอยู่ด้วยธรรม ผู้หวังจะเข้าถึงธรรม จะ ต้องอบรมบ่มนิสัยให้มีความโน้มเอียงไปตามความพอใจในทาง ธรรมไปแต่ต้นมือ ให้อหังการหรือปมเขื่องของตนหวังแต่ จะได้รับการกระตุ้น หรือการประเล้าประโลมแต่ในทางที่ เป็นธรรม และให้รู้สึกขยะแขยงต่อสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ให้รู้ จักเกี่ยวข้องหรือบริโภคแต่สิ่งที่สะอาดไม่น่าขยะแขยง ให้ อัสมิมานะนั้นมีมานะโอ้อวดแต่ในทางที่ถูกที่ดี หรือแม้จะ เป็นความหลงใหลมัวเมา ก็ให้เป็นความหลงใหลมัวเมาใน
น.407 ทางธรรมไปก่อน ยังเป็นการดีกว่าการหลงใหลมัวเมาในสิ่ง ที่เป็นเหยื่อของกิเลสตัณหา ให้ได้รับความขับกล่อมจากธรรม ดีกว่าการขับกล่อมของอารมณ์อันเป็นที่ตั้งของกิเลสตัณหา เพราะว่าจะเป็นไปแต่ในทางสงบเย็น มีความงอกงามอย่าง สดชื่น เหมือนกับต้นไม้เขียวสดที่กำลังงอกงามอย่างสดชื่น ฉันใดก็ฉันนั้น ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการตระเตรียมหรือเป็นการปฏิบัติ ในขั้นตระเตรียมอีกอย่างหนึ่ง เพื่อการลุถึงธรรมในขั้นที่ สมบูรณ์ สรุปความว่าอบรมบ่มนิสัยของตนให้พอใจแต่ในสิ่ง ประเล้าประโลมใจ ชนิดที่เป็นมหรสพทางธรรมหรือทางวิญ- ญาณเท่านั้น เพราะว่าทำอย่างไรเสียจิตใจย่อมอยู่โดยปราศ- จากมหรสพหรือสิ่งประเล้าประโลมใจนี้ไม่ได้ ขอเพียงแต่ว่า ให้รู้จักเลือก และรู้จักใช้สิ่งประเล้าประโลมใจที่เป็นธรรมเท่า นั้นเอง อย่าให้สิ่งที่เป็นธรรมกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรมปะปนกันยุ่ง เหยิงจนสางไม่ถูกหรือสางไม่ออก เหมือนความเขลางมงาย ของคนสมัยนี้ เหมือนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นเลย. ☸☸☸ จบเรื่อง " คนถึงธรรม ธรรมถึงคน "
น.408 หนังสือธรรมะที่ควรศึกษา ☸☸ ☸☸ ☸☸ ☸☸ ☸☸ ☸☸ ☸☸ ☸☸ ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง ราคาปก 1. พุทธธรรม (ปอนด์) พระราชวรมุนี 70 2. พุทธธรรม (ปรู๊ฟ) พระราชวรมุนี 45 3. สองยอดนักรบแห่งกองทัพธรรม สัมพันธ์ ก้องสมุทร 60 4. ขงจื๊อ (กระดาษปอนด์) สิน วิภาวสุ 35 5. วิธีชนะความโกรธ สิน วิภาวสุ 15 6. ยิ้มสู้โลก สิน วิภาวสุ 35 7. สามเณรใจสิงห์ พระพยอม กัลยาโณ 20 8. ธรรมะกำมือเดียว บัวใต้น้ำ 15 9. ยอดกตัญญู ร.บุนนาค รวบรวมเรียบเรียง 25 รายการหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ 1. ท่านพุทธทาสนักปฏิรูป 10 2. สวนโมกข์ 50 ปี 15 3. ฝึกสมาธิวิปัสสนา (1-4) 100 4. บรมธรรม (ฉบับย่อ) 18 5. โอวาทท่านพุทธทาส 30 6. ศึกษาธรรมะอย่างถูกวิธี 30 7. พระบาลี มหาสติปัฏฐานสูตร 10 8. เด็กดี 5 9. จดหมายจากสวนโมกข์ 20 10. คนถึงธรรม-ธรรมถึงคน (50 ) 14. บางเรื่องของสวนโมกข์ 11. สู่จิตว่าง 15. เป็นอยู่ชอบ 12. พหุลานุสาสนี 16. ศิลปะการดำเนินชีวิต (30) 13. นิพพาน 17. ตามรอยพระอรหันต์
น.409 แปล) 35 2. บันทึกธรรมแนวปฏิบัติ 20 3. บันทึกธรรม (ฉบับดับทุกข์) 20 4. พระไตรปิฎก (ฉบับดับทุกข์) 45 5. พระไตรปิฎก (ฉบับสุภาษิต) 20 6. พระไตรปิฎก (ฉบับปฏิบัติ) 15 7. พระไตรปิฎก (ฉบับเซ็น) 35 8. สมาธิวิปัสสนาแนวปฏิบัติ 20 9. พระไตรปิฎก (ฉบับสาระ) 28 10. สมาธิ (เพื่อความสุขของทุกชีวิต) 5 รายการหนังสือของท่านเขมานันทะ 1. มิติของชีวิต ชุด "พระธรรมกับชีวิต" 10 2. ความหมายของชีวิต 10 3. เงื่อนไขของชีวิต 10 4. ชีวิตกับความรัก 10 5. อุปมาแห่งชีวิต 10 6. ชีวิตกับการเรียนรู้ 5 7. ชุดพระธรรมกับชีวิต เล่ม (1-6) ชุดละ 50 8. เริงรำฉ่ำเดือนฉาย (ปกอ่อน) เริงรำฉ่ำเดือนฉาย (ปกแข็ง) 150 200 9. แด่มิตรผู้แสวงหาความรัก 20 หาซื้อได้ตามท้องตลาด หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ นายบัญชา เฉลิมชัยกิจ ผู้จัดการสำนักพิมพ์สุขภาพใจ 16 เจริญกรุง 31 ถ.เจริญกรุง ตลาด น้อย เขตสัมพันธวงศ์ กท. 10100 โทร. 2350644 ธนาณัติสั่งจ่าย ป.ณ. กลาง (ไม่คิดค่าส่ง) ถ้าซื้อจำนวนมากมีส่วนลดให้พิเศษด้วย
น.410 แปล) 35 2. บันทึกธรรมแนวปฏิบัติ 20 3. บันทึกธรรม (ฉบับดับทุกข์) 20 4. พระไตรปิฎก (ฉบับดับทุกข์) 45 5. พระไตรปิฎก (ฉบับสุภาษิต) 20 6. พระไตรปิฎก (ฉบับปฏิบัติ) 15 7. พระไตรปิฎก (ฉบับเซ็น) 35 8. สมาธิวิปัสสนาแนวปฏิบัติ 20 9. พระไตรปิฎก (ฉบับสาระ) 28 10. สมาธิ (เพื่อความสุขของทุกชีวิต) 5 รายการหนังสือของท่านเขมานันทะ 1. มิติของชีวิต ชุด "พระธรรมกับชีวิต" 10 2. ความหมายของชีวิต 10 3. เงื่อนไขของชีวิต 10 4. ชีวิตกับความรัก 10 5. อุปมาแห่งชีวิต 10 6. ชีวิตกับการเรียนรู้ 5 7. ชุดพระธรรมกับชีวิต เล่ม (1-6) ชุดละ 50 8. เริงรำฉ่ำเดือนฉาย (ปกอ่อน) เริงรำฉ่ำเดือนฉาย (ปกแข็ง) 150 200 9. แด่มิตรผู้แสวงหาความรัก 20 หาซื้อได้ตามท้องตลาด หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ นายบัญชา เฉลิมชัยกิจ ผู้จัดการสำนักพิมพ์สุขภาพใจ 16 เจริญกรุง 31 ถ.เจริญกรุง ตลาด น้อย เขตสัมพันธวงศ์ กท. 10100 โทร. 2350644 ธนาณัติสั่งจ่าย ป.ณ. กลาง (ไม่คิดค่าส่ง) ถ้าซื้อจำนวนมากมีส่วนลดให้พิเศษด้วย
น.411 สำนักพิมพ์ สุขภาพใจ วงเวียนบุ๊คเซ็นเตอร์ P206275 ฿ . 50.00
Buddhadasa