น.53 ๒๔ หรือ "ของกู” มีแต่ธรรมะที่เป็นความ หลุดพ้นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเราจะสมมติ เรียกว่าพระรัตนตรัย หรือมรรคผล นิพพาน หรืออะไร ที่เป็นยอดปรารถนา ของคนยึดมั่นถือมั่นนั้น ได้ทุกอย่าง แต่เราไม่ยึดมั่นถือมั่นด้วยอุปาทานในสิ่ง เหล่านั้นเลย จึงดับไม่เหลือ หรือนิพพาน ได้สมชื่อ ; นิ แปลว่า ไม่เหลือ พาน แปลว่า ไป หรือ ดับ. นิพพาน จึงแปลว่า ดับไม่เหลือ, เป็นสิ่งที่มีลักษณะ ความ หมายการปฏิบัติ และอานิสงส์ อย่างที่ กล่าวมานี้แล
น.54 ๒๕ ข้อความทั้งหมดนี้ ยังย่ออยู่มาก แต่ถ้าขยันอ่าน และ พินิจพิจารณาอย่าง ละเอียด ไปทุกอักษร ทุกคำ ทุกประโยค แล้ว ก็คงจะพิสดารได้ในตัวมันเอง และ เพียงพอแก่การเข้าใจและปฏิบัติ ฉะนั้น หวังว่าคงจะอ่านจะฟังกันอยู่ เป็นประจำ โดยไม่ต้องคำนึงว่ากี่เที่ยวก็จบ จนกว่า จะเป็นที่เข้าใจแจ่มแจ้งโดยปัญญา และ มั่นคงโดยสมาธิ นำมาใช้ได้ทันท่วงที ด้วยสติสมตามความประสงค์ทุกประการ.
น.55 ยามไหน ก็ได้ . ยามจะได้ ได้ให้เป็น ไม่เป็นทุกข์ ยามจะเป็น เป็นให้ถูก ตามวิถี ยามจะตาย ตายให้เป็น เห็นสุดดี ถ้าอย่างนี้ ไม่มีทุกข์ ทุกเมื่อเอ๋ย ฯ
น.56 อะไรที่ไหน อัน ความ งาม มีอยู่ ตาม หมู่ ซากผี อัน ความ ดี อยู่ที่ ละ สละ ยิ่ง ความเป็น พระ อยู่ ที่ เพียร บวชเรียนจริง นิพพาน ดิ่ง อยู่ที่ ตาย ก่อนตาย เอย ฯ บุญ เป็น อะไร. สิ่งนั้นๆ เป็นเหมือน ของเถื่อนกาด ที่เป็น บาป เก็บ กราด ทิ้ง ใต้ถุน ที่เป็น บุญ มี ไว้ เพียง เจือจุน ใช้เป็นคุณ สะดวกกาย คล้ายประทุนเรือ, หรือ ห่วง โป มีไว้ใช้ ใช่ไว้แบก กลัวตกแตก ใจสั่น ประหวั่นเหลือ เขากินเกลือ ใช่จะต้อง บูชาเกลือ บุญเหมือนเรือ มีไว้ขี่ ปีไปนิพพาน มิใช่เพื่อ ไว้ประดับ ให้สวยหรู เที่ยว อวดชู แบกโป ทุกสถาน หรือลอยล่อง โปในโลก โอฆกันดาร ไม่อยากข้าม ขึ้นนิพพาน เสียดายเรือ ฯ
น.57 ชาวบ้า น - ช าววัด. อันชาวบ้าน ทำงาน เพื่อกามเกียรติ จึงเกิดความ ตึงเครียด จนสั่นเสียว ส่วนชาววัด มุ่งขจัด ไปท่าเดียว : มิให้เกี่ยว เกียรติกาม มุ่งงามธรรม; จึงเกิดมี เครื่องวัด วัดชาวบ้าน ด้วย "เงิน" "งาน" "อดอยาก" หรือ "อิ่มหนำ" ? ส่วนเครื่องวัด ชาววัด, วัดกิจกรรม ว่าเขาทำ ให้ว่างได้ เท่าไร แล ; ถ้าชาววัด ฮึดฮัด มุ่งกามเกียรติ มันน่าเกลียด แสนกล คนตอแหล ถ้าชาวบ้าน เกียจคร้าน งานเชือนแช ก็มีแต่ ทุกข์ทน หม่นหมองไป; จึงขอให้ ชาวบ้าน เป็นชาวบ้าน ผสมผสาน เกียรติกาม ตามวิสัย ให้ชาววัด เป็นชาววัด ขจัดไกล เพื่อพ้นภัย เกียรติ-กาม งามนักเอย ฯ.
น.58 รสแห่ งความเปลี่ย นแปลง. สันดานจิต ชอบเวียน เปลี่ยนเสมอ มันเฝ้าเพ้อ หาใหม่ ไฝ่ กระสัน จะเปลี่ยนรส, เปลี่ยนที่, เปลี่ยนสิ่งอัน- แวดล้อมมัน, เปลี่ยนเวลา เปลี่ยนอารมณ์. รสของความ เปลี่ยนแปลง แฝงเจืออยู่ จึงได้ดู เป็นรส ที่เหมาะสม เป็นรสแห่ง อนิจจัง ช่างลับลม ไม่รู้ถึง จึ่งงม ว่าเลิศดี ฯ ของกู - ของสู อันความจริง "ของกู" มิได้มี แต่พอเผลอ "ของกู" มี ขึ้นจนได้, พอหายเผลอ "ของกู" ก็หายไป หมด "ของกู" เสียได้ เป็นเรื่องดี ; สหายเอ๋ย จงถอน ซึ่ง "ของกู" และถอนทั้ง "ของสู" อย่างเต็มที่ ของเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ทุกนาที เพราะไม่มี ของใคร ที่ไหนเอย ฯ
น.59 ก ารพึ่งผู้อื่ น อันพึ่งท่าน พึ่งได้ แต่บางสิ่ง เช่นพึ่งพิง ผ่านเกล้า เจ้าอยู่หัว หรือพึ่งแรง คนใช้ จนควายวัว ใช่จะพ้น พึ่งตัว ไปเมื่อไร. ต้องทำดี จึงเกิดมี ที่ให้พึ่ง ไม่มีดี นิดหนึ่ง พึ่งเขาไฉน? ทำดีไป พึ่งตัว ของตัวไป แล้วจะได้ ที่พึ่ง ซึ่งถาวร. พึ่งผู้อื่น พึ่งได้ แต่ภายนอก ท่านเพียงแต่ กล่าวบอก หรือพร่ำสอน ต้องทำจริง เพียรจริง ทุกสิ่ง, ตอน- นี้, จึงถอน ตัวได้ ไม่ตกจม. จะตกจน หรือว่า จะตกนรก ตนต้องยก ตนเอง ให้เหมาะสม ตนไม่ ยก, ให้เขายก นั้นพกลม : จะตกหล่ม ตายเปล่า ไม่เข้าการ ฯ
น.60 พิมพ์ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด การพิมพ์พระนคร 92 - 94 ถนนบุญศิริ พระนคร โทร 221674, 212337 นายบุญธรรม สุนทรวาที ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา 2514
Buddhadasa