Buddhadasa.org

ความดับไม่เหลือ ตอนที่ ๔ — การดับไม่เหลือในยามเจ็บไข้และความตาย

ความดับไม่เหลือ — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ความดับไม่เหลือ (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.49 ๒๐ แปลว่า ถือเอาความดับไม่เหลือ ที่เรา พิจารณา และมุ่งหมายอยู่เป็นประจำใจ ทุกค่ำเช้าเข้านอนนั่นเอง เป็นพื้นฐาน สำหรับการดับไป มันจะเป็นการดับไม่ เหลืออยู่ดี ไม่เสียท่าเสียทีแต่ประการใด อย่าได้เป็นห่วงเลย. ถ้าป่วยด้วยโรคที่เจ็บปวด หรือ ทรมานมาก ก็ต้องทำจิตเบ่งรับว่า ที่ยิ่ง เจ็บมาก ปวดมากนี่แหละ มันจะได้ ดับไม่เหลือเร็วเข้าอีก เราขอบใจ ความเจ็บปวดเสียอีก. เมื่อเป็นดังนี้

น.50 ๒๑ ปีติในธรรม ก็จะข่มความรู้สึกปวดนั้น ไม่ให้ปรากฏ หรือปรากฏแต่น้อยที่สุด จนเรามีสติสมบูรณ์อยู่ดังเดิม และเยาะ เย้ยความเจ็บปวดได้. ถ้าป่วยด้วยโรคเช่นอัมพาต และ ต้องดับด้วยโรคนั้น ก็ให้ถือว่าตัวเรา สิ้นสุดไปตั้งแต่ขณะที่โรคนั้น ทำให้หมด ความรู้สึกนั้นแล้ว, ที่เหลือนอนตาปริบ ๆ อยู่นี้ไม่มีความหมายอะไร, ทั้งนี้เพราะว่า จิตของเราได้สมัครน้อมไป เพื่อความดับ ไม่เหลือ เสร็จสิ้นแล้ว ตั้งแต่ก่อนล้มเจ็บ

น.51 ๒๒ เป็นอัมพาต หรือตั้งแต่ความรู้สึกยังดี ๆ อยู่ในการเป็นอัมพาตตลอดเวลาที่มีความ รู้สึก. ครั้นหมดความรู้สึกแล้วมันก็ เลิกกัน แม้ว่าชีวิตยังไม่ดับทันที มันก็ หามีตัวตนอะไรที่เป็นตัวกู หรือของกู ที่ไหนไม่ อย่าได้คิดเผื่อให้มากไปด้วย ความเขลาของตัวเองเลย ยังดี ๆ อยู่นี่แหละ รีบทำ ความดับไม่เหลือเสีย ให้สมบูรณ์ ด้วยสติปัญญาเถิด มันจะรับประกัน ได้ไปถึงเมื่อเจ็บ แม้ในกรณีที่เป็นโรค

น.52 ๒๓ อัมพาตดังกล่าวแล้วไม่มีทางที่จะพ่ายแพ้ หรือเสียท่าเสียทีแก่ความเจ็บแต่ประการ ใดเลย เพราะเราทำลาย "ตัวกู” ให้หมด ความเกิดเสียแล้ว ตั้งแต่เมื่อร่างกายยัง สบาย ๆ อยู่นั่นเอง. นี้เรียกว่า ดับหมด แล้วก่อนตาย. สรุปความในที่สุด วิธีปฏิบัติทั้ง ๒ ชนิดก็คือ จงมีจิตที่มีปัญญาแท้ จริงมองเห็นอยู่ว่าไม่มีอะไร ที่ควร ยึดมั่นถือมั่น แม้แต่สักสิ่งเดียว. ในจิตที่ว่างจากความยึดมั่นถือมั่น โดยสิ้นเชิงอย่างนี้แหละ ไม่มี "ตัวกู"

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต