น.9 ในเรื่องนี้ มันอาจจะเป็นไปได้มากถึงกับว่า ถ้ามาศึกษาและ ปฏิบัติพุทธศาสนาเพื่อได้รับความสุขชนิดที่ท่านปรารถนานั้น อาจจะเป็นคนละอย่างกับความสุขที่เป็นความมุ่งหมายอันแท้จริง ของพุทธศาสนา กลัวอยู่ว่าท่านจะผิดหวังยิ่งกว่าผิดหวัง จึงต้อง ทำความเข้าใจในเรื่องนี้ เพื่อประหยัดเวลาให้สั้นเข้า หรือเพื่อให้ง่ายเข้า ก็อยากจะ วางหลักสั้น ๆ ว่า ความสุขของคนทั่วไปคือ มีความหิว มีความ ต้องการ แล้วก็ได้สมตามที่หิวหรือตามที่ต้องการ แล้วเขา ก็เรียกว่าความสุข แต่ความสุขในทางธรรมะนั้น คือ ความสุข อันเกิดจากไม่ต้องหิว และไม่ต้องการอะไรเลย ช่วยแยกแยะกันให้ดีที่สุดที่ตรงนี้ว่า สุขเพราะ ได้ตามที่หิว กับที่เกิดมาจากการไม่หิวอะไรเลยนี่มันต่างกันเท่าไร ขอร้องเป็น พิเศษให้เห็นชัด ในชั้นแรกนี้ ท่านคงพอจะสังเกตเห็นได้เองว่า เราควรจะ แยกความสุขออกเป็น ๒ ชนิดคือ ความสุขอย่างตามธรรมดาโลก ตามวิสัยโลก ในโลก คือได้ตามที่หิวนั้นอย่างหนึ่ง กับความสุข ชนิดที่เหนือโลก เหนืออิทธิพลของโลก นั่นคือความสุขอันเกิด มาจากความไม่หิวอะไรเลย ขอให้ท่านถือโอกาสเข้าใจคำว่า "โลกียะ" กับคำว่า "โลกุตตระ" กันเสียในเวลานี้ โดยการพิจารณาอย่างนี้ "โลกียะ" เป็นไปตาม เรื่องของโลก อยู่ภายในโลก อยู่ภายใต้อิทธิพลของโลก นี่โลกียะ "โลกุตตระ" แปลว่าเหนือโลก เหนืออิทธิพลใด ๆ ของโลก ถ้า
Buddhadasa