Buddhadasa.org

ชุมนุมอภิลักขิตกาลพจน์ ตอนที่ ๑ — ส.ค.ส. พ.ศ. ๒๔๘๒

ชุมนุมอภิลักขิตกาลพจน์ — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ชุมนุมอภิลักขิตกาลพจน์ (๒๑ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.7 ถึงเพื่อนนักศึกษาหนุ่มทั้งหลาย ! สำหรับชีวิต ที่กำลังท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสารสาครแห่งความ ทุกข์นั้น มีความจริงที่ควรเข้าให้ถึง คือข้อที่ว่า การพยายามหาทางให้เกิดความรู้ เอาชนะความทุกข์ใจให้ได้ ทั้งของตนเองและครอบครัว นั่นคือ "หน้าที่" ของชีวิตทั้งมวล. ส่วนการประกอบการงานภายนอก เช่นงานอาชีพ หา เลี้ยงกันในครอบครัวเป็นต้นนั้น เป็นเพียง "งานอดิเรก" ของชีวิต ที่กำลัง ผ่านวัฏฏสงสารแผล็บ ๆ ไป.

น.8 ๒ ทั้งนี้ เพราะว่าผลที่เราได้จากงาน ภายนอก ทางกายเหล่านั้น แม้สมบูรณ์แล้ว ก็ยังบำบัด "ความหนัก" ของจิตต์ได้น้อยเหลือเกิน หรือมิหนำ บางทีกลับเป็นทางให้หม่นหมองมากขึ้นกว่าเดิม. ส่วนผลที่ได้จากการศึกษาและรู้สัจจ- สภาวะของชีวิตนั้น ย่อมให้สิ่งที่ชีวิตต้องการ หรือที่มันกำลังค้นหาง่วนอยู่ โดยไม่รู้ ว่าอยู่ที่ไหน และตนก็หิวจัด แต่ไม่ทราบว่าหิวอะไร, อย่างครบถ้วนจริง ๆ. ข้อที่ทำอะไรไม่สำเร็จสมหวังในส่วน "งานอดิเรก" นั้น ไม่ น่าเสียใจเลย. ส่วนข้อที่ไม่ประสพความสำเร็จในสิ่งอันเป็น "หน้าที่" นั้นชิ น่า เสียใจนัก แต่ข้อที่มาเข้าใจผิด หลงเอา "หน้าที่" เป็นงานอดิเรก, เอา "งาน อดิเรก" มาเป็นหน้าที่ นั่น น่าเสียใจยิ่งไปกว่าอีก. ยิ่งกว่านั้นขึ้นไป ยังมีมิตรสหายบางคนเห็นไปว่า ฆราวาส ยุ่งมาก คงไม่สามารถศึกษาให้รู้ปรมัตถธรรม เลยทอดอาลัยเสีย. นี่ยิ่งไปกว่าน่า เสียใจเสียอีก. แท้ที่จริงสำหรับ "นักธรรม" แล้ว ไม่มีฆราวาส ! ไม่มีนักบวช !! มีแต่กายกับใจที่มีความคิดนึกได้ และต้องการความหลุดพ้นจากสิ่งที่กลุ้มรุมตนอยู่เท่า- นั้น. ถ้าเขาไม่คิดอย่างที่แล้วมา ปรมัตถธรรมจะเข้าไปปรากฏในใจได้มากขึ้น. ลอง เปรียบเทียบดูว่า เมื่อท่านยังไม่เคยคิดเช่นนั้น กับเมื่อมามัวแต่คิดอยู่เช่นนั้น ใน สมัยไหนท่านได้รับรสแห่งธรรมมากกว่ากัน ? ความดับทุกข์ ต้องก่อขึ้นที่ความทุกข์, เช่นความรวยต้องก่อ ฐานของมันขึ้นบนความจน 1 ถ้าฆราวาสมีทุกข์มาก ฐานของมันย่อมมั่นคงดี และมี ทางงอกงามได้มาก. เมื่อสิ่งทั้งปวงมีคุณสมบัติประจำตัว (Qualification) อยู่พร้อม ทั้งสองอย่างเช่นนี้แล้ว ทำไมจะต้องโยนบาป ให้แก่ความเป็นฆราวาสของตนด้วยเล่า. - ที่แท้มันเป็นเพียงความยึดถืออันหนึ่งเท่านั้น. คนหิวมากหรือระหายมาก ควรหรือ ไม่ที่อาจจะกินหรือดื่มได้มาก. ฉะนั้นถ้ามองให้สุขุม ฆราวาสมีทางที่จะดื่มรสแห่ง ธรรมได้มาก ดุจเดียวกับคนร้อนจัดย่อมอาบน้ำได้มากกว่าคนที่เย็นสบายดีอยู่แล้ว ฉันใดฉันนั้น.

น.9 ๓ ยิ่งอยากรวย จะยิ่งจน. ยิ่งอยากจน จะยิ่งรวย. และมัน จะเป็นในทันทีที่อยากนั่นเอง. เพราะโลกเรานี้เป็นเพียงความรู้สึกของจิตต์อย่างเดียว เท่านั้น, ถ้าความรู้สึกนั้น ๆ ถูกต้อง จิตต์ก็พบกับความสุข. จิตต์จึงเป็นผู้สร้าง อะไรให้เราได้ทุก ๆ อย่าง. ถ้าเศรษฐีคนหนึ่ง เข้าใจว่าตนยังจนอยู่ อยากรวย เท่ามหาเศรษฐีอีกคนหนึ่งอย่างรุนแรง. เช่นนี้แล้ว ความรู้สึกในจิตต์ของแก จะ ไม่ต่างอะไรกับจิตต์ของตาดี ที่อยากได้กระบืออีกสักสองตัวเท่านั้น. เพราะฉะนั้น การศึกษาอบรมจิตต์ให้รู้เห็นอย่างถูกต้อง จึงเป็นของจำเป็นโดยตรง. มิฉะนั้น จะ ไม่สามารถขจัดปัดเป่าทุกข์ไปจากตนได้ แม้จะเป็นใครก็ตาม, จะต้องหาทุกข์ใหม่มา กลบเกลื่อนทุกข์เก่า หลอกตัวเอง ให้หลงไปว่าสุขชั่วครู่ชั่วครั้งอยู่เสมอ. กายนี้เปรียบเหมือนม้า. ใจเหมือนเจ้าของม้า. ปรมัตถ- ธรรมของชีวิตคือดินแดนอันใหญ่กว้าง. การศึกษาชีวิตเท่ากับการขี่ม้าไป จนกว่าจะลุถึงจุดที่ประสงค์ กล่าวคือสภาพที่ใจเป็นอิสสระเหนือทุกข์ ทั้งมวลได้. จงเลี้ยงม้าไป, ขี่ม้าไป, - เลี้ยงม้าด้วยสัมมาอาชีวะ และ เลี้ยงเจ้าของด้วยโอชารสอันเกิดแต่ธรรม, ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ ทุกเมื่อ. นั่นคือศิลปะแห่งการครองชีพ. การทำได้ดีกว่าปีเก่าในศิลปะอันนี้ นั่นแหละคือ ความสุขปีใหม่, คำอวยพรอย่างเดียวใช้ไม่ได้. เราเคย อวยพรกันมาแล้วนับปีไม่ไหว ! ขอจงสามารถก้าวหน้าในศิลปะอันนี้ เทอญ. ความสุขปีใหม่จะกลายเป็น "ฝันจริง." พุทธทาส ภิกขุ ๑ เมษายน ๒๔๘๒

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต