น.10 วันนี้ คือวันที่ จะถูกยืมคำบางคำมาใช้ในฝ่ายศาสนา มีอยู่มาก ; เช่นคำว่า "นิพพาน" เช่นคำว่า "หนทาง" เหล่านี้เป็นต้น. นิพพาน แปลว่า ดับ หรือ เย็น เอามาใช้เป็นชื่อของ ธรรมะสูงสุดในพุทธศาสนา เรามาได้ยินแต่ตอนหลัง เราก็ เข้าใจว่านิพพานนี้เป็นคำศาสนา เป็นคำบัญญัติเมื่อมีศาสนา ; แต่ข้อเท็จจริงไม่เป็นอย่างนั้น เขายืมคำของชาวบ้านธรรมดา นี้มาใช้ในความหมายที่ตรงกัน : ไฟดับเรียกว่าไฟนิพพาน, กิเลสดับเรียก กิเลสนิพพาน, ความทุกข์ดับก็เรียกความทุกข์ นิพพาน คำว่า "นิพพาน" จึงมาเป็นชื่อสูงสุดในศาสนา เรื่อย ๆ มา. คำว่า "ทาง" หรือ "มรรค" มีหลายความหมาย คำว่า "มรรค" ก็คือหนทาง. คำว่าทางนี้ มันมีความ- หมายหลายอย่าง เอาภาษาบาลีเป็นหลัก มีอยู่ ๓ ความหมาย : คำว่า มรรค ที่แปลว่าทางนี้ ธรรมดาสามัญก็เป็น ทางไหลเข้าไหลออก เช่น อุจจารมรรค ปัสสาวมรรค อวัยวะ ที่อุจจาระ ถ่ายปัสสาวะนั้นก็เรียกว่า มรรค เพราะเป็นทาง ไหลเข้าไหลออกของอุจจาระ.
น.11 ๖ ทีนี้ มรรค อีกทีหนึ่ง ก็คือทางสำหรับเดินไปเดินมา คือถนนหนทางที่ใช้เดินด้วยเท้า หรือไปด้วยรถก็ได้ เป็นเครื่อง เดินเครื่องไปก็แล้วกัน แต่ว่ามันไปทางกาย ไปทางร่างกาย. ทีนี้ อีกทีหนึ่ง คือ มรรค ที่ เป็นทางเดินของจิตของ วิญญาณ คือ การที่จิตใจหรือวิญญาณหรือสติปัญญามันก้าว- หน้า ๆ ไป แนวทางอันนั้นก็เรียกว่ามรรคเหมือนกัน. นี่คือตัว มรรคที่เป็นตัวพุทธศาสนา กระทั่งมาเป็นชื่อของมรรค ผล นิพพาน, มรรคที่คู่กับผล นี่คือการปฏิบัติทางใจที่ถึงที่สุด ไป ถึงที่สุดมาตามลำดับ ๆ จนกระทั่งถึงที่สุด นี่คือมรรค ผล. บรรลุมรรค ผล ก็คือทางอันถึงที่สุด. นี่ลองพิจารณาดูความหมายของคำว่า มรรคทั้ง ๔ อย่างนี้ ก็จะพบว่า เรายังไม่ค่อยประสีประสาต่อสิ่งที่เรียกว่า มรรค คือหนทาง ทั้งที่เกี่ยวข้องกันอยู่เสมอ นับตั้งแต่ทางถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะ, ทางเดินเท้า, แล้วก็มีจิตใจที่วิวัฒนาการ อยู่เสมอ ก็เป็นมรรคเป็นหนทางอยู่เสมอ กระทั่งรู้อะไรบ้าง ในระดับที่เรียกว่าแน่นอนไม่ถอยหลัง ก็เรียกว่าสงเคราะห์ อยู่ในคำว่า “มรรค" มรรคของมรรคผล. และเดี๋ยวนี้ก็พูดกันติด ปากว่า ทำอะไรก็ต้องทำให้เป็นมรรคเป็นผล ก็คือทำให้มัน สำเร็จ, เดี๋ยวนี้ในภาษาไทย คำว่า มรรคผล มากลายเป็นชื่อ ของความสำเร็จไปเสียก็มี. นี่นักศึกษายังไม่รู้จัก หรือรู้จักน้อย หรือบางทีรู้จัก
Buddhadasa