น.852 มาเถอะเพื่อน ! จาก The "Come " by A.C. Albers แปล, ประพันธ์, อธิบาย โดย สิริวยาส
น.853 267 Come, friend, sit in my boat and sail with me. The dawn is fresh, the hours are on the wing, We' Il sail the clouds and sailing on, will sing A ringing antem of Eternity, มาเร็ว เกลอ, แล่นเรือ ไปด้วยข้า อรุณใหม่ นาฬิกา อ้าปีกหนี เราจะขึ้น ก้อนเมฆผล็อย ลอยเมฆี สดุดี "อนันตชีพ " พลาง, รีบไป. You dare not come for fear that you may lose One fleeting hour that holds on earth- born chance? Your feet are bound by chain of circumstance ? Shake off that chain, by fearless, free and choose, อ้อ ไม่กล้า มา, เพราะกลัว ตัวจะพลาด "ชั่วโมงซึ่ง หมายมาด" หรือสหาย ? หรือขาติด ตรวนชีพ บีบใจกาย ? จงปัดหาย และกล้าแกล้ว แล้วเฟ้นฟรี.
น.854 268 Break every obstacle that progress bars, Harken the carol of the wind that blows, The fervent secret of the moonlit rose, And hear the lily whisper to the stars. จงฟาดฟัน อุปสรรค ซึ่งปักขวาง จงฟังเสียง ลมคราง เป็นเพลงซี่ ทั้งกุหลาบ แสงจันทร์จับ ความลับมี และฟังดอก พลับพลึงที่ กระซิบดาว There is a song that rings through million years, Those million years that centre in a night It sends its notes unto the sunlit height Its echoes vibrating throughout the spheres. มีเพลงบรร- เลงนาน ล้านปีแล้ว ล้านปีที่ มีศูนย์แน่ว คืนหนึ่ง, เอ้า ! มันส่งโน๊ต สูง, แสง แดดจับวาว ส่งเสียงเร้า กระเซ้าทั่ว ทั้งจักรวาล.
น.855 269 Know your ownself; shake off life' s sullen shroud. You hold within yourself your Universe ; Then freely with the morning star converse And steer your boat unto yon gold-edged cloud. รู้ตัวไว้, สลับสาย ระยางซี ก็ท่านมี โลกของท่าน ในตัวท่าน ; จึงคุยกับ " ดาวรุ่งฤกษ์ " อย่างเบิกบาน ถือท้ายเรือ หมายสถาน เมฆ ขลิบ ทอง. Control the senses, for, alas they spin Webs of illusion. Seek the Great Release. The path that leads unto the endless peace Is yours alone ; it lies within, within. ข่มอินทรีย์. เพราะ, โอ้ ! มัน ชักใยเป็น ภาพลวงเล่น ; จุ่งเฟ้น วิมุติก่อง. ทางไปสู่ ศานติรส ไม่หมดมอง ก็เป็นของ ท่านเท่านั้น มันอยู่ใน- -อยู่ในเอย.
น.857 273 มาเร็วเกลอ ! แล่นเรือ ไปด้วยข้า อรุณใหม่ นาฬิกา อ้าปีกหนี เราจะขึ้น ก้อนเมฆผล็อย ลอยเมฆี ร้องสดุดี 'อนันตชีพ' พลาง, รีบไป. เขาชวนเพื่อนของเขาว่าให้มาลงเรือ แล่น ออกไปหาที่ที่ไม่ต้องเวียนว่าย หรือท่องเที่ยวอยู่ ในสงสารสาครอีกต่อไป. อรุณรุ่งรางเป็นเวลาเช้า- ตรู่ขึ้นมาแล้ว เวลาทุก ๆ ชั่วโมง ก็เตรียมใส่ ปีกหางสำหรับจะบินและกำลังบินอยู่แล้ว. เวลา ไม่คอยท่า. กลางคืนเราหลับก็ปรากฏคล้ายกับว่า เวลามันก็หลับเหมือนกัน, แต่เมื่อเราตื่น มอง เห็นสิ่งต่าง ๆ อยู่ สิ่งที่เราต้องการก็ไม่ปรากฏแก่ เราสมใจอยาก เวลาจึงดูคล้ายกับว่ามันมีปีก
น.858 274 สำหรับบินอย่างเร็วให้เราไล่ตาม. และเวลามันก็ บินจริง ๆ ด้วย สำหรับผู้ที่ยังตกอยู่ในฝั่งนี้-ฝั่ง โลกียะ. เราจะปล่อยให้เวลาทิ้งเราไปหรือ บัดนี้ เราทำอะไรอยู่ เวลาก็ล่วงไป ๆ. ไม่ได้ ! ไม่ได้ ! เราจะต้องขี่ก้อนเมฆ ซึ่งเลื่อยถอยไป โดย เร็ว ด้วย อำนาจลมกรด คือปฏิปทาที่ดีแท้มีสัมมาทิฏฐิเป็น ตัวนำมีสัมมาสมาธิเป็นกำลังพัด. เราจะแล่นไป ๆ ที่ “เรือเมฆ" ของเราไป, ซึ่งในขณะนั้น เราจะร้องเพลงสดุดีสรรเสริญ " อนันตชีพ" ไปพลาง. อนันตชีพคืออะไรเล่า ? คือภาวะแห่งความหลุดพ้นจากกิเลส เครื่อง ร้อยรัดแล้ว เข้าถึงความเป็นอยู่ที่ไม่รู้จักแปรผัน หรือสิ้นสุดไป, ความดำรงอยู่ตลอดกาลหรือยิ่ง
น.859 275 กว่ากาล ความไม่ตายเพราะไม่เกิดและไม่แปร- ปรวน นั่นคืออนันตชีพ. เราชอบใจอนันตชีพ ยิ่งนัก. เรากำลังจะไปสู่อนันตชีพ. เราทนไม่ได้ จึงต้องร้องเพลงสดุดีอนันตชีพไปพลาง เพราะเรา รู้จักอนันตชีพดี ! อนันตชีพ = Eternity = อมต- มหานิพพาน ! อ้อไม่กล้า มา, เพราะกลัว ตัวจะพลาด “ชั่วโมงซึ่ง หมายมาด" หรือสหาย ? หรือขาติด ตรวนชีพ บีบใจกาย ? จงปัดหาย และกล้าแกล้ว แล้วเฟ้นฟรี.
น.860 276 อ้อ เพื่อนของเราไม่มาลงเรือไปกับเราดอก ! สหาย, ท่านไม่อาจมาเพราะท่านกลัวว่า เมื่อไป กับเราเสียแล้ว ท่านจะพลาดจากชั่วโมงสำคัญ ซึ่งท่านมาดหมายไว้ทางนี้หรือ ? ชาวนา ก็หวัง ร่าเริงใน ชั่วโมงที่ตนร่ำรวย เพราะเก็บเกี่ยวและ ขายข้าว, พ่อค้า - ชั่วโมงแห่งความเป็นเศรษฐี, ข้าราชการและนักการเมือง - ชั่วโมงแห่งความ เป็นอธิบดี รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี, พระราชา -ชั่วโมงแห่งความเป็นจักรพรรดิราช, และ คน ทั่วไป - ชั่วโมงแห่งโชคลาภ แม้ที่จะได้จากการ พนัน เช่น สลากกินแบ่ง อันเป็นชั่วโมงแห่ง ความฟูใจ ความอิ่มเอิบไปด้วยสิ่งที่ตนชอบ. ท่าน กลัวจะพลาดชั่วโมงนี้ไปเสียหรือสหาย ? หรือว่า ขาของท่านติดตรวนคืออารมณ์ และการงานที่
น.861 277 แวดล้อมติดพันท่านอยู่นุ่งถุง ไม่มีเวลาสร่าง ? งานที่คั่งค้างอยู่ มันเป็นขื่อตรวนที่ผูกพันเราได้ ทั้งเวลาตื่นและหลับ ทั้งเวลาที่เราอยู่ใกล้และ อยู่ไกล หรือทั้งที่บางทีเราได้มอบให้แก่ผู้ที่มาขอ รับเอาไปทำแล้ว. ตรวนชีพ . - ตรวนแห่งหัวใจ ผูกมัดท่านไว้กระนั้นหรือ ? อย่างไรกันแน่? ท่าน ไม่มาเพราะท่านเป็นห่วงชั่วโมงนั้น หรือ ท่าน มาไม่ได้เพราะขาติดตรวน ? บอกข้าที่เถิด สหาย ! จงฟาดฟัน อุปสรรค ซึ่งปักขวาง จงฟังเสียง ลมคราง เป็นเพลงซี่ ทั้งกุหลาบ แสงจันทร์จับ ความลับมี และฟังดอก ลิลี่ที่ กระซิบดาว.
น.862 278 เมื่อเรานั่งสงบอยู่ในระหว่างธรรมชาติอันเงียบ สงัด ฟังเสียงอันเกิดจากลมโชยมา เห็นภาพแห่ง ความไม่ ดิ้นรน ของสิ่งที่ปราศจากตัณหา ในหัวใจ เช่นพุ่มไม้เป็นเงาดำมะเมื่อม เห็นดอกไม้แย้มกลีบ เบิกบาน มีแววแห่งความสดชื่นร่าเริงและบริสุทธิ์ ดังนี้ จะไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกอันใดเกิดขึ้น ใน หัวใจบ้างเจียวหรือ ! ความรู้ คติ ความสลด สังเวชและอื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้เสมอไป. นั่นคือ เสียงกระซิบของลมโชย เสียงกระซิบของพุ่มกุหลาบ ของเงาดำ และอื่น ๆ. ธรรมนิยามหรือความจริง แห่งความแปรปรวนเสมอ ความทนทรมานเพราะ มันไม่เที่ยง และความไม่ควรรับเอาว่าเป็นของ ๆ ตน มันสิงอยู่ในสิ่งทั่วไปมันกระซิบส่งออกมาจาก สิ่งทั่วไป และทุกเมื่อ ; แต่สหายเอ๋ยเมื่อ " เครื่อง
น.863 279 รับ " ของท่านไม่มีหรือไม่ดี มันก็ไม่ได้ยินเสียง กระซิบนั่นเลย. ปัญญาจักษุของท่านจะไม่เป็นสื่อ ให้ท่านบ้างเสียเลยเจียวหรือ ? ท่านจงฟังเสียงเพลง แห่งลมที่พัดโชยไปนั้นบ้างซิ, จงฟังระหัสลับอัน ปลุกเร้าดวงใจอย่างยิ่งของดอกกุหลาบ ที่งามเด่น เพราะแสงจันทร์ จับดอกนั้นบ้างซิ, ก็หรือจงตรับ- ฟังเสียงที่ดอกพลับพลึง อันเบิกบานขาวโพลงใน กลางคืน แหงนหน้ากระซิบกระซาบกันอยู่กับดวง- ดาว ในอากาศเหล่านั้นบ้างซิ. มันพูดกันว่ากระไร ? อ้อ ! มันเยอะเย้ยว่ามนุษย์นี่ขี้ขลาดต่อการที่จะ หลุดพ้นไปจากความทุกข์ทรมาน ขลาดต่อการที่ จะไม่ต้องเกิดแล้วเกิดอีก. ขาดเพราะอะไร เพราะ โลกนี้มี สิ่งหวานใจ ถ้าไม่ได้ระคนอยู่กับสิ่งเหล่า นี้ก็เห็นว่ามันเป็นสภาพที่น่ากลัวที่สุด ดุร้ายและ
น.864 280 แห้งแล้งเหลือเกิน, และอ้อ! ดอกกุหลาบมันพูด อย่างเย่อหยิ่งว่า มันสงสารพวกมนุษย์นี้เหลือเกิน ไม่สดใสอย่างบริสุทธิ์, มัวแต่หวานนอกขมใน สดใสเพราะวิทยาศาสตร์ ! ในวงการสมาคมนั้นนะ ท่าน เขามีมรรยาทอย่างหนึ่ง ที่อื่นอย่างหนึ่ง. ส่วน ตัวมันเองแจ่มใสอย่างแท้จริง ไม่เดียงลำต่อการ ที่จะฉาบย้อมความเหี่ยวแห้งกรอบเกรียม ในภาย ในไว้ด้วยศิลปะ. และส่วนดอกพลับพลึงนั้นเล่า มันกระซิบต่อดวงดาวว่า ขอท่านจงเป็นพยานเถิด ข้าพเจ้า ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ สม กับสี ขาวของ ข้าพเจ้า และข้าพเจ้า รู้จักสมุทัยแห่ง ความขาวของ ข้าพเจ้า ด้วย. แต่มนุษย์นั่นซิเขาไม่ลืมตาในเรื่องนี้ ทั้งที่ เขาเกิดมาเป็นกลาง ๆ เหมาะที่จะขาวหรือดำก็ได้ แต่อนิจจา ! ฉันเห็นมีแต่คนดำ หรือขาวแต่นอกเป็น
น.865 281 ส่วนมาก. ดูเถิดฟังเถิดสหายเอ๋ย ! เสียงแห่งลม คราง ระหัสลับอันเร้นอยู่ในความสดใสแช่มชื่น ของดอกกุหลาบภายใต้แสงจันทร์ และเสียงกระซิบ เบา ๆ ของเจ้าดอกพลับพลึงนั่นมันมีอะไร ๆ ที่เป็น ประโยชน์อยู่มากและสูง, จริง ๆ. 4 นั่นเป็นเพลง บรรเลงนาน ล้านปีแล้ว ล้านปีที่ มีศูนย์แน่ว คืนหนึ่ง ; เอ้า ! มันกางโน๊ต สูง, แสง แดดจับวาว ส่งเสียงเร้า กระเซ้าทั่ว ทั้งจักรวาล. มันมีเพลงซึ่งบรรเลงขับกันมาตั้งล้านปีแล้ว พวกเราหูหนวกกันเสียหมดหรือ จึงไม่ได้ยิน !
น.866 282 ใครขับ ? ธรรมชาติอันเร้นลับ ! ขับเรื่องอะไร ? เรื่องความจริงอันประเสริฐ อันบรรยายเรื่องความ ทุกข์ และเหตุแห่งความทุกข์ ความพ้นทุกข์ และวิธีที่จะพ้นไว้อย่างแจ่มแจ้ง. พระพุทธเจ้า หูท่านไม่หนวก ท่านได้ยินและสอนให้พระสาวกรู้จัก ฟังเหมือนท่านด้วย. ในล้านปีนั้น สำหรับคน ๆ หนึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่คืน ๆ หนึ่ง คือคืนแห่งการได้ ยินนั่นเอง. คืนนั้นเป็นศูนย์กลาง ฝ่ายหนึ่งแห่ง ความมืดบอดทนทรมาน ฝ่ายหนึ่งแห่งความสว่าง และศานติ. อะไรจะดีไปกว่านี้อีกเล่า! ก็โน๊ตอันบรรยายถึง ลักษณะทุก ๆ ประการของเพลงขับเพลงนั้น มันส่ง เด่นสูงอยู่ในที่แสงแดดจับอยู่อย่างไสวรุ่งเรืองอร่าม ทอตาสำหรับทุก ๆ คน. เสียงก้องกังวาลของมัน เร้ากระเซ้าอย่างมีศิลปะอันสูงสุดไปทั่วทุกๆ จักรวาล
น.867 283 ปานประหนึ่งว่ามี หัตถ์ทิพย์เป็น กายสิทธิ์ คอย ปลุก เขย่าโลกให้ตื่นอยู่เสมอ. ซบเซาจริงนะสหาย ! ท่านจึงไม่ได้ยินเพลงนี้. พระธรรมมิได้มีในที่ทุกสถาน ทุกกาล และส่องเข้าไปถึงได้ แม้ในที่ที่แสงอาทิตย์ ส่องเข้าไปไม่ถึงดอกหรือ ? พระธรรม มิได้ส่องเข้าไปถึงหีบหทัยของท่าน และก่อให้เกิด เสียงกระซิบให้ท่านได้ยิน ในภายในบ้างเจียวหรือ ? ความจริงเป็นสิ่งที่เบ่งแสงส่องอยู่ในที่ทั่วไป รู้ เห็น ฟัง เก็บ ได้จากของทุกสิ่ง เช่นเดียวกันที่ ถ้าเราให้มีการเบียดสีที่ไหน ความร้อนจากที่นั่น ก็ปรากฏตัวขึ้นที่นั่น. ความจริงคือพระธรรม. พระ ธรรมคือเพลงขับเพลงนั้น เป็นของธรรมชาติ
น.868 284 ส่งเสียงขับวังเวงอยู่ทั่วไป แต่หูท่านหนวกเอง. ก็ทำไมไม่รักษาหูของท่านเสียเล่า สหาย ? 4 รู้ตัวไว้ ! สลัดสาย ระยางซี เมื่อท่านมี โลกของท่าน ในตัวท่าน จึงคุยกับ ดาวรุ่งฤกษ์ อย่างเบิกบาน ถือท้ายเรือ หมายสถาน เมฆขลิบทอง. สหายเอ๋ย, ท่านจงรู้จักตัวของท่านเองเถิด. ท่านกำลังนุงถุงยุ่งยากอยู่ด้วยอะไร ท่านก็ต้องทราบ ดีเป็นแน่. ท่านจะสะบัดสายระยางรุงรังออกไปเสีย ให้พ้นซิ. สายระยางที่ตึงเครียดทุก ๆ เส้น มันขึง-
น.869 285 กวดชีวิตของท่านอยู่ทุกทิศทุกมุม ปานประหนึ่ง ว่านักโทษที่ถูกเขารึงรัดไว้ด้วยโซ่เหล็ก โยงเป็น ระยางไปหาหลักที่ปักไว้รอบ ๆ ตัว อย่างตึงเครียด แล้ว. การผูกหย่อน ๆ แต่แก้อยากหรือแก้ไม่ได้ เลยนั่นยิ่งร้ายไปกว่า ที่ผูก อย่างตึงเครียด แต่แก้ ได้ เสียอีก ; และนั่นคือเครื่องผูกของหัวใจ เครื่อง กดทับดวงใจ เครื่องทรมานหัวใจเล่นสนุก ๆ ของอวิชชา เป็นสายระยางแห่งความรัก โกรธ เกลียด กลัว หลงใหล อาลัย อาวรณ์ นานัปการ. ท่านจงสะบัดมันเสียให้หมดจดเถิด, ท่านก็จะเป็นอิสระแก่ตัวของตัว. เดี๋ยวนี้ยังเป็นตัว ของมัน มิใช่ของท่าน. เมื่อไรท่านจะมีโลกของท่านในตัวท่าน เอง ? เมื่อไรท่านจะมีทุก ๆ สิ่งที่ท่านต้องการ
น.870 286 ในตัวของท่านเอง จะเอาเมื่อไรและอย่างไรก็ได้ ? สหายเอ๋ย, ก็เมื่อท่านมีความรู้อันประเสริฐ รู้ แจ้งเห็นจริงอย่างประจักษ์ ในวิธีที่จะบรรลุสุขได้สม ปรารถนานั้นนะซิ ท่านก็มีโลกของท่าน ในตัวของ ท่านเอง. โลกนี้มิใช่ของท่านจริงๆ ดอก เพราะมัน ยังมีสิ่งที่ท่านไม่ต้องการ. แต่ " โลกของท่าน " นั้น มันมีสิ่งทุกสิ่ง, และเฉพาะที่ท่านต้องการ หรือ เป็นสภาคกันกับท่านเท่านั้น. ถ้าท่านจะมิชอบมี โลกของท่านในตัวของท่านเองแล้ว ก็แปลกละ ! ก็เมื่อท่านมี โลกของท่านเองดังนี้ แล้ว ท่านจะ ขัดสนอะไร กับด้วยเรื่อง ที่ท่าน จะนำเอาไป สนทนา เจรจากับเจ้าดาวรุ่ง ทำไมท่านจะไม่สนทนากันได้ อย่างสนุกสนานบานเบิกในเมื่อท่านไม่ติดขัดในเรื่อง ดี ๆ ที่จะสนทนา. เรื่องอะไรที่สนทนา ? ก็เรื่อง แสงสว่างแห่งการครองชีพอย่างผาสุกนี้นะซิ, เพราะ
น.871 287 ดาวรุ่ง เป็นชื่อ แห่ง ดาว ที่เป็น บุพพนิมิต ของความ สว่าง. ดาวนำชีพกับดาวนำวัน สนทนากันไม่ได้ สนุกละก็ ผิดไปละสหาย. เมื่อท่านแตกฉานในเรื่องสนทนากับดาวรุ่ง แล้ว ทำไมท่านจะถือท้ายอัตตภาพนาวาของท่าน ให้ไปถึงที่ที่ท่านปรารถนาไม่ได้. โน่นแน่, เมฆ ที่ริมขลิบทองนครแก้วตั้งอยู่บนเมฆนั้น, มีอะไร บ้าง ? คำตอบบรรจุอยู่ในมันสมองของท่านอย่าง เต็มปรี่แล้ว. ผู้ดำรงตนอยู่ในหลักอัฏฐังคิกมรรค หรือจะขัดสนต่อหลักแห่งการครองชีพ, จะมืดมนท์ ต่อทิศแห่งพระนิพพาน ? แม้ว่าจะเป็นทิศที่เขายัง ไม่เคยไป มันก็ปรากฏเด่นยิ่งกว่าดาวประจำรุ่ง เสียอีก, โน่นแน่อมตมหานคร บนเมฆที่ริม ขลิบทอง !
น.872 288 ข่มอินทรีย์, เพราะ, โอ้มัน ชักใยเป็น ภาพลวงเล่น. จุ่งเฟ้น วิมุติก่อง ทางไปสู่ ศานติรส ไม่หมดมอง ก็เป็นของ ท่านเท่านั้น มันอยู่ใน. จงชำระอินทรีย์เถอะสหาย. จงชนะมาร ! มารคืออินทรีย์. อินทรีย์คือความรู้สึกที่เกิดสืบ ต่อมาจากการสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ. จงบังคับมันให้อยู่มือ. ให้ชนะ! ทำไมเล่า? เพราะว่า, อนิจจาเอ๋ยยังไม่รู้อิกรี, ก็เพราะมัน มัวแต่จะชักใยแห่งภาพลวงตาอยู่เสมอ นั่นนะซี. เมื่อปล่อยมันไปตามประสาของมันแล้ว มันก็ชัก- ใยหลอกเราให้หลงวนเวียน ในที่สุดก็ต้องสะดุ้ง หมุนไปหมุนมาเหลียวหน้าเหลียวหลัง รัก โกรธ พอใจ ไม่พอใจ อยู่เสมอ.
น.873 289 จงแสวงหาความหลุดพ้นอันใหญ่ยิ่งเถอะ สหาย, ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว. เกิดมาทำไม ถ้าเพื่อทนทรมาน ? จะอยู่ไปถ้าเพื่อทนทรมาน ? จะรับเอามาไว้มาก ๆ ทำไม ถ้าเพื่อแบกถือทน ทรมาน ? จะอาบย้อมไปทำไม ถ้าเพื่อทรมาน ? สิ่งทั้งปวงบรรดามีย่อมเป็นเครื่อง ทรมานจิต ได้ ทั้ง นั้นถ้าหากว่าจิตตกเข้าไปเป็นทาสของมัน. เมื่อ จิตหลุดพ้นออกมาเป็นอิสระได้ สิ่งทั้งหลายก็ไม่ เป็นนายเราได้ ไม่ทรมานเราได้ ไม่เยอะเย้อ เราได้ทั้งที่มันกำลังทำเข็ญให้แก่ ผู้อื่นเป็นอันมาก ค่าที่ได้มอบจิตให้แก่มัน. อวิชชาทำให้เราไม่รู้ ในเรื่องนี้ เราจึงตกเข้าไปเป็นทาสมัน โดยไม่ รู้สึกตัว รู้สึกก็แต่ความทุกข์ทรมานที่ได้รับจากมัน เท่านั้น, ความหลุดพ้นจึงเป็นสิ่งที่เราต้องตั้งใจ เสาะแสวงอย่างจริงจัง !
น.874 290 ทางที่นำเราให้ไปถึงศานติ อันไม่มีที่สิ้นสุด นั้น เป็นของท่านผู้เดียว. ของใครก็ของผู้นั้น, เพราะว่าของใครก็อยู่ในใจผู้นั้น. ความเห็นอย่าง แจ่มแจ้งเป็นสิ่งที่ทำแทนกันไม่ได้ จึงสัมมาทิฏฐิของ ใคร ก็สามารถแต่จะเป็นสัมมาทิฏฐิให้ผู้นั้นเท่านั้น. การก้าวเดินแห่งใจของท่าน จึงเป็นของท่านแต่ ผู้เดียว, และทางที่ใจของท่านเดินไปแล้ว ก็เป็น ของท่านแต่ผู้เดียวด้วย. ศาสนา ที่สอนเรื่องความ สุขทางจิต อันนอกเหนือออกไปจากวิชาการทาง วัตถุ ย่อมสอนการช่วยตัวเอง การเดินของตน เอง การรู้ การหลุดพ้น การเสวยสุข ของ ตัวเอง. ตนเป็นคติของตน ตนเป็นที่พึ่งของตน ใครอื่น จะเป็นที่พึ่งให้แก่ตนอย่างไรได้. ความ บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตัว เพราะ
น.875 291 ฉะนั้นวิธีที่จะทำความบริสุทธิ์ให้แก่ตัว ก็ต้องเป็น ของเฉพาะตัวด้วย. ใครอื่นจะช่วยทำใครให้ บริสุทธิ์หาได้ไม่. ท่านเดิน ท่านถึง เพราะเหตุใด, เพราะเหตุนั้น ทางนั้นเป็นทางของท่านแต่ผู้เดียว. ของผู้อื่นก็เป็นของผู้อื่น แม้ว่าจะเหมือนกันที่สุด ท่านก็ไม่พึงเข้าใจว่าเป็นทาง ๆ เดียวกัน เป็นแต่ เหมือนกันเท่านั้น และเขาก็ชอบเรียกว่าเดินทาง เดียวกันด้วย, มันเป็นโวหารของคำพูดต่างหาก ทางนั้นมันทอดยาวอยู่ในตัวของท่าน - ที่กาย วาจา ใจ ของท่าน, - ที่การกระทำ ของกาย วาจา ใจ ของท่าน . คติที่จะก่อให้เกิด ความรู้ในการอยากเดิน, การเดิน, และผลของ การเดิน ท่านจะหาได้จากภายในตัวท่านเท่านั้น จึงจะเป็น ของท่าน, เพื่อท่าน, โดยท่าน อย่าง ๑ า ง ง i
น.876 292 แท้จริง. พระพุทธองค์ตรัสว่า " ความทุกข์, เหตุของความทุกข์, ความพ้นทุกข์, และทางให้ถึง ความพ้นทุกข์นั้น ตถาคตบัญญัติไว้อย่างพร้อม บริบูรณ์ ในกายที่ยาววาหนึ่งนี้ อันมีพร้อมทั้งจิต และสัญญา." ของใครก็ของคนนั้นโดยเฉพาะ, เพราะมันเป็นปัจจัดตัง. และของใคร ใครรู้ เพราะมันเป็นสันทิฏฐิโก. นี่แหละสหายเอ๋ย มัน อยู่ภายใน โดยแท้. ชั่วโมงที่ประเสริฐที่สุดมัน มีอยู่ ณ กาลเมื่อท่านไปถึงที่นั่นแล้วต่างหาก. ท่าน จะมัวห่วง ณ ที่นี้อยู่ใย ? พิมพ์ ที่ ร.พ. อักษรสาสน์ ๔๐ ถนนเฟื่องนคร พระนคร นายสมบูรณ์ ทองแท้ ผู้พิมพ์ โฆษณา ๐๔
Buddhadasa