Buddhadasa.org

ปมเขื่อง ตอนที่ ๑๐ — มิตรภาพคือความช่วยหล่อเลี้ยงปมเขื่องของกันและกัน

ปมเขื่อง — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ปมเขื่อง (๒๑ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.25 ๑๑ หล่อเลี้ยงตัวเอง หรือความเขื่องของตัวเองด้วยการกินผู้อื่นหรือ สิ่งอื่น เพราะความเห็นแก่ตัวของปมเขื่อง โดยไม่ต้องคำนึงว่า ผู้อื่นจะถูกกิน สัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัว โดยทาง ต่อสู้หรือหนีภัยก็ตาม เป็นการสงวนตัวเองของปมเขื่อง ถ้าใน กรณีที่เห็นว่า ความเขื่องของตัวขึ้นอยู่กับผู้อื่น การต่อสู้อาจจะ ถึงกับสละชีวิตตัว เพื่อความอยู่ของผู้อื่นก็ได้ การต่อสู้ทั้งหมด ทุก ๆ อย่าง จึงถือความต้องการจะเขื่องของปมเขื่องทั้งสิ้น หรือ อย่างน้อยก็เพื่อรักษาเอาความเขื่องไว้ที่ สัญชาตญาณแห่ง การรุกรานเมื่อได้โอกาส มีความหมายทำนองเดียวกับสัญ- ชาตญาณแห่งการสืบพันธุ์ ที่เนื่องด้วยกามารมณ์ กล่าวคือ การแผ่อำนาจตามใจตัวเพื่อให้ถูกบำเรอ การรุกรานนั้นมิใช่ เพื่อกามารมณ์ล้วน ๆ แต่เพื่อสัญชาตญาณแห่งความต้องการ จะเขื่อง ซึ่งเป็นสัญชาตญาณที่มีอำนาจแรงกล้า เป็นสมบัติ ประจำตัวของอัสมิมานะหรือปมเขื่อง อาชญากรรมคือการรุกราน จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เหตุนี้เองชีวิตทุกชีวิตจึงมี ปรกติสันดานไม่ชอบคู่แข่งขันที่แสดงตนออกมาด้วยอาการสัก ว่าปรากฏขึ้นในสายตา และมีความริษยาคู่แข่งขันเกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุเพียงสักว่าได้เห็นกันด้วยตาเท่านั้น และอาจจะเกลียดชัง แม้แก่คู่สืบพันธุ์ขึ้นมาได้ทันที ในเมื่อคู่สืบพันธุ์ฝ่ายหนึ่งทำตัว เป็นคู่แข่งขัน ทั้งนี้ด้วยอำนาจของ "ปมเขื่อง" หรืออัสมิมานะ ที่ต่างชีวิตต่างมีนั่นเอง สำหรับสิ่งที่เรียกกันว่า "มิตรภาพ" นั้น เป็นเพียงความ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต