Buddhadasa.org

อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์ จาก พุทธทาสภิกขุ 2449 - 2529 ตอนที่ ๖ — ๖. ฟ้าสางทางสัจจะซึ่งยากที่ใครจะเชื่อ

อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์ จาก พุทธทาสภิกขุ 2449 - 2529 — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์ จาก พุทธทาสภิกขุ 2449 - 2529 (๗ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.524 ๏ พระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์ ๏ ตัวกู - ของกู จอมศัตรูตัวร้ายกาจ. ๑๕ เป็นพี่. ๑ ๏ เหนือความหมายแห่งของคู่ทุกชนิด คืออิสระ. ๑๖ ๏ พุทธะเป็นใครก็ได้ ถ้าเป็นผู้รู้-ตื่น-เบิกบาน. ๒ ๏ เรื่องดี - ชั่ว สุข - ทุกข์ บุญ - บาป ยังมิใช่ความสงบ. ๑๗ ๏ นิพพานในทุกความหมาย ไม่เกี่ยวกับความตาย. ๓ ๏ นรกสวรรค์ในพุทธศาสนา มีอยู่ที่อายตนะนั่นแหละ. ๑๘ ๏ นิพพานเป็นของได้เปล่า เมื่อสลัดตัวกูออกไปเสีย. ๔ ๏ คนไม่เห็นโลก เหมือนนกไม่เห็นฟ้า ๑๙ ๏ นิพพานในความหมายของชาวบ้าน (นิพฺโต) ก็มีอยู่. ๕ ๏ ที่มาแท้จริงของสุขและทุกข์ คือการทำผิด ๏ นิพพานในปัจจุบัน (เมื่อจิตว่าง) เรียกสามายิก- หรือทำถูก ต่อกฎอิทัปปัจจยตา. ๒๐ นิพพาน เป็นสิ่งที่ควรสนใจ ๖ ๏ อย่าไปกินเนื้อกินผัก กินแต่อาหารไม่มี โทษก็พอ. ๒๑ ๏ นิพพานหาพบได้ที่วัฏฏสงสาร. ๗ ๏ ฆราวาสธรรม มิใช่สำหรับฆราวาสจมปลักอยู่ ๏ นิพพานคือ "ตัวกู" ตายเสียก่อนแต่ร่างกายตาย. ๘ ในความเป็นฆราวาส แต่เพื่อพ้นจากความเป็น ๏ ทำงานและมีชีวิตอยู่ด้วยจิตว่างจากตัวกู. ๙ ฆราวาส. ๒๒ ๏ ทุกเรื่องและทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับจิตสิ่งเดียว. ๑๐ ๏ วรรณะโดยกำเนิด เลิกได้, โดยการงาน นั้น ๏ ปากอย่างใจอย่าง หนทางแห่งยอดสุข ๑๑ เป็นสิ่งที่ใครไม่สามารถเลิกได้. ๒๓ ๏ กิเลสกับโพธิ ล้วนแต่เป็นสังขารธรรมด้วยกัน. ๑๒ ๏ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มิได้ตรัสรู้ในมหา- ๏ มีสติเมื่อผัสสะ ก็ไม่มีทางที่จะเกิดทุกข์. ๑๓ วิทยาลัย. ๒๔ ๏ เพชรในหัวคางคก (ความรู้ที่ทุกข์สอนให้) นั้นมีอยู่. ๑๔ ๑๔๒

น.525 ๏ พระอรหันต์ทุกองค์ก็มิได้บรรลุในมหาวิทยาลัย. ๒๕ ๏ ผู้ทำบุญไปสวรรค์ต้องรู้ไว้ว่า เทวดาเขาต้อง จุติมาสุคติกันที่มนุษย์โลก. ๒๖ ๏ คำว่าศาสนาในความหมายสูงสุด คือวิธีการ เพื่อความรอด ทุกชนิดทุกระดับ ๒๗ ๏ แม้แต่สัตว์และต้นไม้พืชพันธุ์ ก็ต้องมีศาสนา ตามแบบของตน ๆ คือระบบเพื่อความรอด. ๒๘ ๏ สอนธรรมะยาก เพราะภาษาที่ใช้อยู่ มีไม่พอ. ๒๙ ๏ คำว่าสังขาร แปลว่าของปรุง-การปรุง, มิใช่ ร่างกายคร่ำคร่าสำหรับจะตาย. ๓๐ ๏ พุทธศาสนาทำให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิต ในลักษณะที่ไม่เกิดทุกข์. ๓๑ ๏ ชีวิตใหม่ คือชีวิตที่ปัญหาและคำถามเกี่ยวกับ ความทุกข์จางลงและหมดไป. ๓๒ ๏ ทั้งชั่วทั้งดีล้วนแต่อัปรีย์ (ไม่มีความสงบ) จะ เอาความสงบต้องพ้นชั่วพ้นดี เหนือบาปเหนือบุญ. ๓๓ ๏ ยิ่งเจริญคือยิ่งบ้าด้วยวัตถุ, ยิ่งบ้าก็ยิ่งเห็นว่า เป็นความเจริญ. ๓๔ ๏ สิ่งเลวร้ายที่ต้องรู้จักเรื่องแรกที่สุด ก็คือเรื่อง นิวรณ์ทั้งห้านั่นเอง, ถ้าไม่รู้จักก็ไม่อาจรู้เรื่องกิเลส. ๓๕ ๏ การเป็นเกลอกับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ. ๓๖ ๏ หัวใจพุทธศาสนาที่สัญญลักษณ์กางเขน : "ตัดตัวกู" ๓๗ ๏ หัวใจพุทธศาสนาที่หน้าแรก ๆ ของไบเบิ้ล คือ ไม่ยึดติดในความดีและความชั่ว ซึ่งจะต้องตาย. ๓๘ ๏ ทุกคน สามารถเป็นพุทธ ทาสได้ ไม่มากก็น้อย แต่เขาไม่สนใจกันเสียเลย. ๓๙

น.526 ๑๔๔ ๏ ความไม่ตายมี ๒ ชนิด : ไม่ตายทางกาย(สำหรับ สัตว์), ไม่ตายทางวิญญาณ (สำหรับมนุษย์). ๔๐ ๏ คนเกลียดวัดเกลียดธรรมะ โดยมากไม่รู้สึกตัว ว่าเกลียด จึงไม่มีความคิดที่จะหมุนเข้ามาหา ธรรมะ. ๔๑ ๏ วินัยเป็นสิ่งที่ทรงบัญญัติขึ้น, ธรรมะเป็นสิ่งที่ ทรงพบแล้วแสดงออก : มันต่างกันอย่างนี้. ๔๒ ๏ ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย "นิพพานชั่วคราว" ที่มี อยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาท และตายกันหมดแล้ว. ๔๓ ๏ คนทั้งโลกอกตัญญูต่อ "นิพพานชั่วคราว" อย่างหลับหูหลับตา แล้วยังแถมเนรคุณ คือ เกลียดนิพพาน. ๔๔ ๏ ศีลธรรมทุกข้อทุกระบบมีปรมัตถธรรมเป็น รากฐาน. ๔๕ ๏ ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาวินาศ, กลับมาโลกา สงบเย็น แต่ก็ไม่มีใครสนใจกันเลย. ๔๖ ๏ ปรมัตถธรรมกลับมาโลกาสว่างไสว, ถ้าไม่กลับ มาโลกามืดมนท์ แต่ก็มืดมนท์จนเป็นธรรมดา ไปแล้ว. ๔๗ ๏ มนุษย์กำลังสร้างโลกอยู่อย่างที่พระเจ้าทำอะไร ไม่ได้ ได้แต่นั่งมองดูตาปริบ ๆ. ๔๘ ๏ เด็ก ๆ นั่นแหละ คือผู้สร้างโลกในอนาคตที่ แท้จริง. ๔๙ ๏ ที่บูชาหน้าพระพุทธรูปนั่นแหละ ยิ่งจัดเท่าไร ก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์ยิ่งขึ้นเท่านั้น. ๕๐ ๏ ถ้าดูโลกที่พระเจ้ากำลังสร้างอยู่ บัดนี้จะยิ่งเห็น ว่าพึ่งไม่ได้ และแถมยังไม่น่าไว้ใจอีกด้วย. ๕๑ ๏ คนโง่พูดว่า มีแต่เวลากินเรา เราไม่อาจกิน เวลา. ๕๒ ๏ เมื่อเราตะกละ อาหารกินเรา, เมื่อเรามีสติ เรา กินอาหาร โดยมากเป็นอย่างไร คิดดูเองเถิด. ๕๓

น.527 ๑๔๕ ๏ แปลคำว่าปรโลกกันผิด ๆ จนกลายเป็นโลก หน้า, ที่แท้ก็คือโลกชนิดอื่น จากที่มีอยู่เป็น ประจำที่นี่. ๕๔ ๏ ยิ่งจุดธูปเทียน ก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์, อย่างดี ก็เป็นพุทธศาสตร์สำหรับเด็กอมมือ ๕๕ ๏ กามารมณ์เป็นค่าจ้างเพื่อการสืบพันธุ์ อย่าไป สนใจใยดีหรือถึงกับบูชากันนักเลย. ๕๖ ๏ ฉันไม่อาจให้ความร่ำรวย แต่ให้จิตที่แพง กว่านั้น. ๕๗ ๏ พุทธบริษัทต้องพูดเป็น ทั้งภาษาคนและ ภาษาธรรม. ๕๘ ๏ คนหนึ่งพูดภาษาเงิน อีกคนพูดภาษาธรรม แล้วมันจะพูดรู้เรื่องได้อย่างไรกัน. ๕๙ ๏ ภาษาพูดอย่างมีตัวตน คือภาษาคน พูดอย่าง ไม่มีตัวตน คือภาษาธรรม ๖๐ ๏ ระวังความเมตตาสงสารจะกลายเป็นความรัก (ทางเพศ) ขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว ๖๑ ๏ จงจัดชีวิตประจำวัน ให้เต็มไปด้วยความหมาย ของนิพพาน คือความสงบเย็น. ๖๒ ๏ เขารอรับรสของนิพพานกันต่อตายแล้ว ทั้งที่ อาจรับได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้. ๖๓ ๏ การงานทุกชนิดสอนให้เราฉลาดขึ้นนิดหนึ่ง เสมอไป แม้ที่สุดแต่การกวาดขยะ. ๖๔ ๏ สิทธิเสมอภาคของสตรีทำให้โลกหมดพ่อแม่ มีเหลืออยู่แต่กะเทย. ๖๕ ๏ โบสถ์ที่พระเจ้าอย่างบุคคลสร้างขึ้น มีแต่จะ ปิดลง ๆ แต่โบสถ์ที่อิทัปปัจจยตาสร้างขึ้น มีแต่จะเปิดเพิ่มขึ้น ๆ. ๖๖ ๏ โลกต้องมีศาสนาครบทุกชนิด มีศาสนาเดียว ไม่ได้, แต่ต้องทำความเข้าใจกันได้ ๖๗ ๏ เตรียมตัวอยู่ร่วมโลกกับคนบ้าด้วยกัน จงทุก คนเถิด. ๖๘ ๏ พูดอย่างถูกต้องที่สุดก็ว่า "ไม่มีนิวรณ์นั่น แหละคือความเป็นสมาธิ." ๖๙

น.528 ๑๔๖ ๏ เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียน ธรรมะในเมือง มีกิน-กาม-เกียรติเป็นอารมณ์. ๗๐ ๏ เอาธรรมะสำหรับเรียนในป่า ไปเรียนในมหา- วิทยาลัย ก็ได้ผลเป็นแผ่นกระดาษอันมีเกียรติ. ๗๑ ๏ ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นการ ให้ธรรมทานที่แท้จริง. ๗๒ ๏ จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้วย. ๗๓ ๏ ถ้าคนรู้ว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คน ก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น. ๗๔ ๏ ไม่ได้ตรัสสอนเรื่องตาย - เกิด ฯลฯ ทรงสอน แต่เรื่องทุกข์กับความดับทุกข์เท่านั้น. ๗๕ ๏ สิ่งที่หลอกลวงเราที่สุด ก็คือสิ่งที่เราเรียกชื่อ มันว่า "ความสุข" ๗๖ ๏ เป็นสุขหรือทุกข์ได้โดยไม่ต้องมีบุคคล มีแต่ จิตที่ถูกปรุงหรือไม่ถูกปรุง ให้รู้สึกเช่นนั้น. ๗๗ ๏ มีธรรมะแล้วก็เหมือนอยู่ในมุ้ง แล้วกวักมือยุง (ความทุกข์) ให้มากัด ๗๘ ๏ ความว่าง - สัจจะ - นิพพาน เหล่านี้เป็น อสังขตะ. ๗๙ ๏ แม้ปลาก็มีได้ทั้งอาคาริก -อนาคาริก แล้ว ทำไมคนจะมีด้วยไม่ได้. ๘๐ ๏ ภาษาคน คือจริงสมมติ ภาษาธรรม คือจริง ปรมัตถ์. ๘๑ ๏ พระพุทธเจ้าตรัส ทั้งภาษาคนและภาษาธรรม. ๘๒ ๏ ทำไมจะต้องห้ามสอนอนัตตา - สุญญตา - กาลามสูตร. ๘๓ ๏ ถ้าดูให้ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย แม้แต่ความทุกข์ และความตาย ซึ่งเกลียดกลัวกันนัก. ๘๔ ๏ ของถูก - ของดี - ของจริง - ของงาม คือ ดับทุกข์ได้. ๘๕ ๏ ที่ว่า ของประชาชน - เพื่อประชาชน - โดย ประชาชน นั่นระวังให้ดี ๆ เพราะเป็นของ ประชาชนคนบ้าก็ได้. ๘๖ ๏ เมื่อนายทุนรักกันได้กับกรรมกร ก็มีสันติภาพ ถาวร. ๘๗ กระจกเงาที่ไม่ซื่อสัตย์

น.529 ๑๔๗ ๏ สหประชาชาติ ยังเป็นแต่มาลีวราช นั่งจับปู ใส่กระด้ง. ๘๘ ๏ ความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน แต่ทำให้เงิน เหลือ. ๘๙ ๏ เลี้ยงหมาเป็นอาจารย์ เพื่อจะได้เป็นคน ไม่ เป็นหมา. ๙๐ ๏ ต้องสอนเรื่องไม่ยึดมั่นถือมั่น แม้แก่ทารก อมมือ. ๙๑ ๏ พอใจจนไหว้ตัวเองได้ คือสวรรค์แท้จริงที่นี่ เดี๋ยวนี้. ๙๒ ๏ อย่าอยู่หรือทำอะไรด้วยความหวัง แต่ด้วยสติ ปัญญา ๙๓ ๏ ความกล้าหาญทางจริยธรรมคือยอดแห่งความ กล้า. ๙๔ ๏ ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่ กลางทุ่งนา. ๙๕ ๏ "นายคลำ" เป็นอาจารย์ของทุกคน แม้ นักปราชญ์. ๙๖ ๏ ธรรมิกสังคมนิยม คือนายทุนรักกันได้กับ กรรมกร. ๙๗ ๏ นอกจากเรื่องทุกข์และดับทุกข์ มิใช่เรื่อง ต้องสนใจ. ๙๘ ๏ ความชั่วแม้ยังไม่ปรากฏผลทางกายภาพ มัน ก็หลอกหลอนรบกวนจิตใจไปจนตาย อย่า ทำเล่นกะมัน. ๙๙ ๏ สมาธิทุกชนิด คือ เอกัคคตาจิต ที่มีนิพพานเป็นอารมณ์. ๑๐๐ จะรักโกรธเกลียดกลัวไปทำไม อะไร ๆ ก็เช่นนั้นเอง หาที่พักผ่อนของวิญญาณอันดิ้นรน

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต