น.531 ๑๔๙ ๏ คำสุภาษิต ใคร ๆ ไม่อาจสงวนลิขสิทธิ์ : ธรรมชาติเป็นเจ้าของ. ๑ ๏ สุภาษิตเป็นธงชัยที่มุ่งหมาย หรือที่ปรากฏตัว ของฤษีทั้งหลาย. ๒ ๏ ถ้อยคำที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ จัดเป็นสุภาษิตได้ทั้งนั้น. ๓ ๏ สุภาษิตหลุดออกมาจากปากของคนบ้าก็ยังมี สังเกตดูให้ดีๆ เพราะธรรมชาติดันให้ออกมา. ๔ ๏ คำสุภาษิตที่ท่านรู้สึกว่าตื้น ๆ ชืด ๆ นั่นแหละ อาจจะเป็นเพราะลึกเกินไป สำหรับท่านก็ได้. ๕ ๏ สุภาษิตที่คิดได้เมื่อกำลังเมา อาจจะใช้ไม่ได้เมื่อหายเมา แม้กวีที่ขี้เมา ก็ยังมีเวลาที่สร่างเมา. ๖ ๏ จัดเป็นอมตภาษิต เพราะใช้ได้ตลอดกาลนิรันดร. ๗ ๏ จัดเป็นอมตภาษิต เพราะออกมาจากความจริงอันไม่รู้จักตาย. ๘ ๏ จัดเป็นอมตภาษิต เพราะช่วยให้คนเอาชนะความตายได้ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง. ๙ ๏ ระวัง คำที่ถือกันว่าเป็นสุภาษิต ๆ พูดไว้ผิด ๆ ก็ยังมี เพราะมิใช่ออกมาจากธรรมชาติ. ๑๐ ๏ สุภาษิตเป็นปกาศิตและลิขสิทธิ์ของธรรมชาติ. ๑๑ ๏ ถ้าท่านทำใจร้อน ก็จะต้องร้อนใจในภายหลัง อย่างไม่มีทางหลีก. ๑๒ ๏ ถ้าท่านทำมักง่าย ก็เท่ากับทำลายสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่นั่นเอง. ๑๓ ๏ ถ้าท่านเห็นแก่ได้ ท่านจะต้องสูญเสียสิ่งที่ได้แล้ว และสิ่งที่กำลังจะได้ข้างหน้า. ๑๔
น.532 เห็นแก่กิน ไม่เท่าไรท่านก็จะไม่มีอะไรจะกิน. ๑๕ ๏ ถ้าท่านพูดพล่อย ๆ ก็คือท่านเปิดรูรั่ว ให้เกียรติยศของท่าน ค่อย ๆ รั่วจนหมดไป. ๑๖ ๏ ถ้าท่านสบายเมื่อหนุ่ม ท่านต้องรู้จักจัดรู้จักคุ้ม ให้สบายไปจนแก่. ๑๗ ๏ ถ้าท่านทำตามใจชอบ ต้องดูให้ดีเสียก่อนว่า กิเลสชอบ หรือธรรมะชอบ. ๑๘ ๏ ถ้าท่านทำบาปแลกบุญ ต้องพิจารณาดูให้ดีเสียก่อนว่า มันจะคุ้มทุนได้อย่างไร และเมื่อไร ? ๑๙ ๏ ถ้าท่านเห็นแก่ธรรม ก็จะไม่เห็นแก่ตน, ถ้าเห็นแก่ตน ก็จะไม่เห็นแก่ธรรม. ๒๐ ๏ ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป. ๒๑ ๏ ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้ ก็อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง. ๒๒ ๏ ถ้าท่านกลัวจนเกินไป ท่านก็ไม่มีทางจะทำอะไรได้สำเร็จ. ๒๓ ๏ ถ้าท่านกล้าจนเกินงาม ก็จะมีแต่พบกับความเดือดร้อน. ๒๔ ๏ ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก ก็จงเตรียมตัวสำหรับพบกับความทุกข์อย่างมหันต์. ๒๕ ๏ ถ้าท่านขาดความยั้งคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย โดยไม่ทันรู้. ๒๖ ๏ ถ้าท่านทำใจให้สงบ ท่านจะพบความสุขที่เยือกเย็น อยู่ตลอดเวลา. ๒๗ ๏ ถ้าท่านดำเนินชีวิตด้วยความพอดี ท่านก็จะไม่เป็นหนี้ตลอดกาล. ๒๘ ๏ ถ้าท่านมีความงก ท่านก็จะได้เป็นยาจกในเรือนเศรษฐี. ๒๙ ๏ ถ้าท่านมีเมตตากรุณา ท่านก็จะมีมิตรสหายญาติกา ไปทั้งบ้าน. ๓๐
น.533 มีเมตตาเกินประมาณ ก็จะพบคนอันธพาล ไปทั่วบ้านทั่วเมือง. ๓๑ ๏ ถ้าท่านคิดถึงแต่ความหลัง ท่านก็รังจะพบแต่ความเศร้า. ๓๒ ๏ ถ้าท่านมีแต่ความมัวเมา จะพบแต่ความปวดร้าว อย่างนิรันดร. ๓๓ ๏ ถ้าท่านทำดีเพื่อเด่น ก็จะถูกเขารุมกันเขม่น แม้จากญาติมิตรของตนเอง. ๓๔ ๏ ถ้าท่านหวังพึ่งแต่คนอื่น ก็มีวันที่จะต้องกลืนน้ำตาตนเอง. ๓๕ ๏ ถ้าท่านรู้จักใช้เวลาให้ถูกต้อง ชีวิตก็จะมีค่าเป็นเงินเป็นทอง ยิ่งกว่าที่กำลังเป็นอยู่นี้. ๓๖ ๏ ถ้าท่านดำเนินชีวิตขาดความพอดี ความเป็นหนี้ก็จะเข้ามาเพิ่มให้ท่าน. ๓๗ ๏ ถ้าท่านทำด้วยความหวังประโยชน์ทางจิต ท่านก็จะมีชีวิตอยู่อย่างสงบเย็นเป็นนิพพาน. ๓๘ ๏ คนที่ไม่รู้จักระวังเวลา ถ้าไม่เป็นคนบ้า ก็เป็นพระอรหันต์. ๓๙ ๏ อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือภาพมายา อดีตคือปัญหาที่สะสมไว้ พระอรหันต์จึงอยู่เหนือความหมาย ของเวลา. ๔๐ ๏ อย่าหลงคิดไปว่า มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ร่างกายและชีวิต เพราะว่าตัวเราที่แท้จริง มันไม่มี. ๔๑ ๏ การโกรธคนอื่นเขา ก็เท่ากับจุดไฟเผาตัวเอง เสียก่อนแล้วตั้งนาน. ๔๒ ๏ อารมณ์ไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความโง่ ความเป็นเปรตหิวโซ ก็เกิดขึ้น. ๔๓ ๏ จะจบเกมทั้งหมดทั้งสิ้นของชีวิต ก็ต่อเมื่อมีการมองเห็นชีวิต ว่าเป็นของไม่ใช่ตน. ๔๔ ๏ อย่าพยายามให้คนอื่นทำอะไรให้ถูกใจเรา เพราะเราเองก็ทำให้ถูกใจเราเอง ไม่ได้เสียแล้ว. ๔๕ ๏ ถ้าทำตัวเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว โลกนี้ก็จะไม่มีผู้ให้ เหลืออยู่แม้แต่คนเดียว. ๔๖
น.534 ๑๕๒ ๏ ถ้าทำบ้านให้แข็งแรงแน่นหนากว่ารากฐาน ไม่เท่าไรบ้านก็จะเอาหัวลง. ๔๗ ๏ ถ้ากินอยู่เกินพอดี ไม่กี่ปีก็ต้องกินวาตาเป็นอาหาร. ๔๘ ๏ ถ้ามั่วสุมอยู่กับอบายมุข ไม่เท่าไรก็ต้องไปขลุก อยู่ในอบาย ได้ด้วยตนเอง. ๔๙ ๏ ถ้าทำหูเบาใจเบา ชีวิตของเราก็จะเป็นนุ่นปลิวไปตามลม จนตามจับกันไม่หวาดไหว. ๕๐ ๏ ถ้าพูดโดยไม่คิด มันจะกลายเป็นยาพิษ กลับมาหาท่าน อย่างสุดที่จะป้องกัน. ๕๑ ๏ ถ้าไม่มีความทุกข์แล้ว จะสร้างความสุขขึ้นบนรากฐานอะไร จงขอบใจความทุกข์กันเสียบ้าง. ๕๒ ๏ ถ้าไม่ยอมปล่อยวางอะไรกันเสียเลย ในที่สุดเรือนร่างก็จะทนไม่ไหว มือหรือแขนก็จะขาดออกไป. ๕๓ ๏ ถ้าจะหาความสุข จากความเพลิดเพลินมัวเมา ก็จะเท่ากับหาตัวเราในกระจก. ๕๔ ๏ ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ ก็อย่าไปหยามเหยียดคนอื่นเขา เพราะเขาจะสาบแช่งกลับมา พวกเทวดา ก็ไม่เห็นด้วย. ๕๕ ๏ ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ ก็อย่าใช้คำตวาดด่าทอเขา ให้อำนาจของเราร่อยหรอไป. ๕๖ ๏ ถ้าอยากเป็นคนเด่นคนดัง ก็ต้องเลิกหวังในความสงบ ซึ่งมันอยู่ด้วยกันไม่ได้. ๕๗
น.535 ๑๕๓ ๏ กินอยู่เท่าที่มี ดีกว่าไปเป็นหนี้เขา เพื่อเอามากินเติบ. ๕๘ ๏ เป็นสุขในการงาน ดีกว่าสุขสำราญอยู่ในบ่อน แต่มันก็ยากที่จะรู้จัก. ๕๙ ๏ แสวงหาเงินจากการงาน เป็นการแน่นอน และจะได้มาก่อนการเสี่ยงโชคบนบานบวงสรวง. ๖๐ ๏ ปิดปากให้เป็นใบ้ ไม่พูดจา ดีกว่าเปิดปาก ไว้นินทา เพื่อนบ้าน ไม่ต้องกลัวใครจะหา ว่าเป็นคนโง่ คนขลาด. ๖๑ ๏ กินอยู่แต่พอดี แม้ผีจะหัวเราะ ก็ยังดีกว่ากินดีอยู่ดี จนผีกลัว. ๖๒ ๏ การไม่ต่อสู้ในบางกรณี กลับเป็นวีรกรรม ยิ่งกว่าการต่อสู้ อย่างเอาเป็นเอาตาย. ๖๓ ๏ ระวัง ! ความสงสารกลายเป็นความรักทางเพศได้ไม่ทันรู้ แล้วผลที่ตามมามันต่างกันมาก. ๖๔ ๏ หญิงสาว ก่อนแต่จะตัดสินใจรักเขา สังเกตให้มากกว่าเก่าอีก ๓ เท่า จึงจะปลอดภัย. ๖๕ ๏ การสร้างอนุสาวรีย์ที่แท้จริง มิใช่ความประสงค์ของเขา แต่เป็นของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเขา. ๖๖ ๏ อย่าเลือกของรักด้วยกิเลส แต่จงเลือกด้วยโพธิ คือสติปัญญาที่เป็นอิสระ ไม่ตกเป็นทาสของความรัก. ๖๗ ๏ คนไม่ดี ที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกัน เพียงแต่เขาเข้าใจความไม่ดี ว่าเป็นความดี อย่างกลับกันอยู่. ๖๘ ๏ มีเงินก็มีอำนาจ มีอำนาจก็มีเงิน แต่ยังมีสิ่งประเสริฐอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งอยู่เหนืออำนาจและเงิน แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก. ๖๙ ๏ ความกล้าที่ความกลัวหรือความจำเป็นบังคับให้เกิดขึ้น ก็คือความวิกลจริตชนิดหนึ่ง. ๗๐
น.536 ๑๕๔ ๏ เศรษฐีมีเงิน จะชั่วช้าสามานย์ปานใด ก็ยังมีคนนับถือ, แต่ผีไม่นับถือ แม้ผีเรือนบ้านเศรษฐีนั้น ก็ตาม. ๗๑ ๏ สอนตัวเองให้ได้เสียก่อน จึงค่อยสอนท่าน จะไม่เป็นครูบาอาจารย์ที่สกปรก. ๗๒ ๏ จะตำหนิติเตียนคน ก็ต้องดูอย่าให้ตน มีข้อควรตำหนิติเตียนอย่างเดียวกัน มันจะย้อนกลับมาหาตน ก่อนไปหาเขา. ๗๓ ๏ อย่าทรยศขบถใคร เพราะทำไปก็เท่ากับ ทรยศขบถเกียรติยศของตนเอง. ๗๔ ๏ พอมีอำนาจราชศักดิ์ ก็มีโอกาสที่จะทุจริตได้ง่ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ต้องระวังให้ดี. ๗๕ ๏ ถ้าขายังไม่แข็ง แม้จะมีแรง ก็อย่าเพ่อลุกขึ้น มันจะเสียแรงเปล่า. ๗๖ ๏ การหลีกเลี่ยงเมื่อไม่มีหนทางสู้ นั่นก็คือการสู้อีกแบบหนึ่ง ซึ่งควรจะรู้จักไว้. ๗๗ ๏ แม้จะมีเหรียญตราเต็มอก ก็รกเสียเปล่า ถ้าเขาไม่รู้จักรักศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ก็ยังมีอยู่โดยมาก. ๗๘ ๏ ไม่มีอะไรน่าเกลียด เท่ากับการดัดจริตวางท่าทำให้น่ารัก ชนิดตบตาผู้อื่น. ๗๙ ๏ อาจหาญกับอาหาร ต่างฝ่ายต่างเป็นปัจจัยแก่กันและกัน สำคัญอยู่ที่ใช้มันให้ถูกต้อง. ๘๐ ๏ ผู้ชายแคล่วคล่อง ผู้หญิงว่องไว เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้า ของครอบครัว โดยไม่ต้องขัดแย้งกัน. ๘๑ ๏ พูดว่า "ทำบุญเข้าไว้จะได้ไปสวรรค์" ทั้งที่ยังไม่รู้จักเลย ว่าบุญและสวรรค์นั้นคืออะไร และจะเป็นไป ได้อย่างไร. ๘๒ ๏ ยิ่งอวดฉลาด ก็ยิ่งพินาศเร็ว ทั้งทางวัตถุ ทางกาย และทางจิตวิญญาณ แต่คนเราก็ชอบอวดฉลาด อยู่นั่นเอง. ๘๓
น.537 ๑๕๕ มานี่ มานั่งฟังก้อนหินสอนธรรมะ ๏ ยิ่งทำเด่น ยิ่งถูกคนเขาเขม่น และคอยสมน้ำหน้า เมื่อความเด่นพังทลายลง, ระวังไว้เถิดคนชอบเด่น. ๘๔ ๏ ดูจากจำนวนคนทำบุญอยากไปสวรรค์ ถ้าจริงตามนั้น ไม่เท่าไรสวรรค์ก็จะแน่นอัด ยิ่งกว่าปลาซาดีน ในกระป๋อง. ๘๕ ๏ อย่าคิดว่า คนหน้าซื่อแล้วใจจะซื่อด้วย อาจจะเซ่อ หรือถึงกับทรามก็ได้ อย่าดูกันแต่เพียงเท่านั้น. ๘๖ ๏ คนเราต้องฉลาดแต่พอดี และในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น ที่จะเจริญและเอาตัวรอดได้, เรามักฉลาดกัน จนเฟ้อ. ๘๗ ๏ การโอนอ่อนผ่อนตาม อย่างฉลาดและสุขุม ในกรณีที่สู้ไม่ได้ นั่นก็เป็นการต่อสู้ ที่มีชัยชนะอย่าง แท้จริง ด้วยเหมือนกัน. ๘๘ ๏ ความกล้าหาญ ของคนมีสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่จะจัดเป็นวีรกรรมอันแท้จริง มิฉะนั้นก็เป็นเรื่อง ของคนบ้าบิ่น. ๘๙ ๏ เงิน ที่ว่ากันว่าทำให้คนเป็นคนชั่วนั้น อาจทำให้คนชั่วกลายเป็นคนดีก็ได้เหมือนกัน ถ้ามีสติปัญญา เข้ามาประกอบ. ๙๐ ๏ เครื่องแต่งตัวและเนื้อตัวที่สะอาด มิได้หมายความว่าใจจะสะอาดด้วยเสมอไป ดังนั้นอย่าดูกันภายนอก. ๙๑ ๏ ผู้ที่ดีแต่คอยฉกฉวยยื้อแย่งทรัพย์สินของผู้สุจริตนั้น ไม่ควรมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในโลกนี้ อีก ๓ เท่า. ๙๒ ๏ วันเวลาที่ท่านสามารถทำหน้าที่ของท่านได้ดีที่สุด นั่นแหละคือวันฤกษ์ดียามดีที่สุด สำหรับท่าน อย่าไป ดูหมอให้เสียเวลา. ๙๓
น.538 ๑๕๖ จิตว่างก็ได้ยินความว่างพูด มีอะไรซ่อนอยู่ในแสงแดด ๏ ควรทุ่มเทสติปัญญามานะพยายามให้ถึงที่สุด ในเมื่อได้ดำรงตนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว. ๙๔ ๏ ในความเป็นคนกักขฬะหยาบช้าป่าเถื่อนนั้น จะหาอะไรดีแก่ตนเองและผู้อื่น แม้สักอณูเดียวก็ไม่ได้. ๙๕ ๏ ถ้าอยู่ในฐานะที่จะหลีกทางให้ไม่ได้จริง ๆ ก็จงยินดีเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ที่ประดังกันเข้ามา. ๙๖ ๏ ในบ้านเมืองที่ยิ่งเจริญ ก็ยิ่งมีความโหดร้ายทารุณที่ซ่อนเร้นอยู่ ยิ่งกว่าในป่า ที่ไร้ความเจริญ. ๙๗ ๏ ลิงจะแต่งเนื้อแต่งตัวเท่าไรอย่างไร ใคร ๆ ก็ยังรู้ว่าลิง อยู่นั่นเอง แม้แต่เด็กทารก. ๙๘ ๏ ถ้าท่านเหยียบงู ก็เท่ากับท่านทำให้มันรู้สึกว่า ท่านท้าทายให้มันกัดท่าน ดังนั้นระวังไว้ดีกว่า. ๙๙ ๏ เหรียญตราเต็มหน้าอก ก็ควรจะเป็นเครื่องราง ป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวง ได้มากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น. ๑๐๐ ๏ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ถ่ายทอดกันมาผิด ๆ ก็มีมาก ไม่น้อยกว่าข่าวลือ. ๑๐๑ ๏ "ไม่ได้กิน" กับ "กินไม่ได้" นั้นมีอาการและความหมายต่างกันมาก แต่ก็มีผลเท่ากัน คือ ตายด้วยกัน. ๑๐๒ ๏ ภายในครอบครัว มีความเป็นกันเองมากเกินไป จนความสุภาพเหลืออยู่น้อยที่สุด, ทำไมไม่สังเกต. ๑๐๓ ๏ หลีกทางให้เขา ก็คือหลีกทางให้เราพ้นจากอันตรายที่เกิดขึ้น ในที่สุดก็ได้รับผลดีร่วมกัน มิใช่หรือ ? ๑๐๔ ๏ พี่เกรงกลัวกฎหมาย น้องไม่กลัว ก็เป็นอันว่า คลานตามกันมาเพื่อรับผลต่างกัน. ๑๐๕ ๏ เขาพูดกันว่า คนค้าขายต้องพูดเท็จ, แต่เราก็เห็นคนไม่ค้าขายบางคน พูดเท็จมากกว่าเสียอีก. ๑๐๖ ๏ ผู้ที่สามารถทำสิ่งสำคัญ ให้กลายเป็นสิ่งไม่สำคัญ นั่นแหละคือคนสำคัญ ที่แท้จริง ซึ่งไม่มีใครรู้จัก หรือสนใจ. ๑๐๗ ๏ เขาเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี แต่มีความประพฤติเป็นอันมาก ที่ผู้อื่นทนได้ยาก และทนสุภาพ ตอบไม่ไหว. ๑๐๘
น.539 ๑๕๗ ๏ เรากำลังมีแต่กีฬาที่ทำลายเศรษฐกิจ แต่ไม่มีกีฬาที่ช่วยเศรษฐกิจ, ซึ่งเพ้อฝันกันว่า เพื่อความมีน้ำใจ นักกีฬา ที่เพ้อฝั่น. ๑๐๙ ๏ ในสนามกีฬานั่นแหละ มีน้ำใจแห่งความเป็นนักกีฬา น้อยไปกว่าตามถนนหนทาง ไปเสียอีก, ดูให้ดี. ๑๑๐ ๏ มีโมหะในทางความร่าเริง ดูจะดีกว่ามีในทางโศกเศร้า, ดังนั้นควบคุมทิศทางของโมหะ กันเสียบ้างเถิด. ๑๑๑ ๏ กินไม่อิ่ม หรือกินจนท้องแตก เหล่านี้เรียกว่า "กินไม่เป็น" โดยเสมอกัน, โดยมากมักเลือกเอาอย่างหลัง. ๑๑๒ ๏ เพียงแต่คิดจะเป็นคนดี นั้นยังไม่พอ, ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ด้วย จึงจะพอ. ๑๑๓ ๏ เงินนั้นสร้างได้ ทั้งสร้างความดีให้คนดี และสร้างความชั่วให้คนชั่ว, อย่าไปโทษเงินเสียท่าเดียว. ๑๑๔ ๏ ความกล้าหาญของคนป่าเถื่อน มาจากความหวาดกลัว ดังนั้น จึงมีความดุร้ายเข้าไปปนอยู่ด้วย. ๑๑๕ ๏ การฟังความข้างเดียว อย่างดีที่สุดก็ได้ความเพียงครึ่งเดียว, หรืออาจไม่ได้ความเสียเลยก็มี. ๑๑๖ ๏ ถ้ามันเป็นสิ่งสกปรก ลามกไม่น่าดู ก็อย่าไปพยายามทำให้เป็นสิ่งที่น่าดู, มันจะเปลืองเปล่าไปเสียทุกอย่าง. ๑๑๗ ๏ คนบ้ากับคนเมา มีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย. ๑๑๘ ๏ แม้จะมีดีอวด ก็อย่าไปอวดให้หมดดี, ถึงแม้จะอวดไป ก็ไม่มีใครชอบ. ๑๑๙ ๏ พูดดี แต่ฟังไม่ดี ก็มีเรื่องได้, แต่ที่พูดไม่ดี ถึงจะฝั่งดี ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย. ๑๒๐ ๏ ความรู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทำความเสียหายให้ มากกว่าความไม่รู้ มิใช่เสียหายเพียงครึ่งเดียว. ๑๒๑ ๏ การสมรสแต่งงานเพื่อความมีหน้ามีตา กับเพราะความเห็นประโยชน์อันแท้จริง นั้นมีผลต่างกันอย่าง ตรงกันข้าม. ๑๒๒ ๏ แม้มันจะแสดงว่าหมดหวัง หรือทำไม่ได้ คนเราก็ยังหวัง จะให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีหวัง แทนที่จะเลิกหวัง. ๑๒๓ ๏ สิ่งที่เราทุกคน จะต้องระมัดระวังกันอย่างที่สุด นั้นคือภาวะของความ "โง่เท่าเดิม". ๑๒๔
น.540 ๑๕๘ ๏ สิ่งที่ต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดินนั้นคือ ภาวะของ "คน" กับ "มนุษย์" : พวกหนึ่งเดินลง พวกหนึ่งเดินขึ้น. ๑๒๕ ๏ คนมีใจเดินลงต่ำ มนุษย์มีใจเดินขึ้นสูง แล้วจะไม่ต่างกัน ยิ่งกว่าฟ้าและดิน ซึ่งหยุดอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร. ๑๒๖ ๏ เมื่อมือทั้งสองข้างยังใช้งานได้อยู่ แล้วก็ยังไม่มีอะไรจะกินอีก นั่นคือภาวะ "คนสิ้นคิด" ๑๒๗ ๏ สมัยที่ต้องตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงานั้น คนเขารู้จักหน้าตาของตัวเอง ดีกว่าสมัยมีกระจกเงาของเรา. ๑๒๘ ๏ ระวัง! ตัวเองหลอกตัวเอง เสียหายกว่าผู้อื่นหลอก ตั้งร้อยเท่าพันเท่า, แต่ก็ไม่มีใครระวัง. ๑๒๙ ๏ แม้คูข้างถนน ก็อาจกลายเป็นเหวลึก ของคนเมาหรือคนประมาท ขึ้นมาเมื่อไรก็ได้, ดังนั้นอย่าประมาท. ๑๓๐ ๏ ผู้ที่ถูกจองจำในคุกในตะราง ก็มิได้เป็นคนผิดเสมอไปในชาตินี้, แต่ต้องคิดถึงชาติก่อน ๆ ของเขาด้วย. ๑๓๑ ๏ จำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม ทำสิ่งที่ควรทำ เลิกสิ่งที่ควรเลิก, มิฉะนั้น จะเป็นคนจมอยู่ในนรก ตลอดเวลา. ๑๓๒ ๏ สูเจ้าก็เหมือนใครอื่น ใครอื่นก็เหมือนสูเจ้า ในการที่จะต้องไต่เต้า ไปตามผลแห่งกรรมของตน, รู้จักรักกันไว้เถิด. ๑๓๓ ๏ การแสดงบทบาทแห่งละครในสมาคมชั้นสูง ล้วนแต่เป็นผู้แสดงในระดับดาราด้วยกันทั้งนั้น. ๑๓๔ ๏ การสวมหน้ากากเข้าหากัน กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปแล้ว ในโลกแห่งสังคมปัจจุบัน. ๑๓๕ ๏ คนทั่วไป สมัครใจจะเชื่อว่า ตายแล้วเกิดใหม่ โดยไม่ต้องการการพิสูจน์, ก็ยังดีกว่า เชื่อว่าตายแล้วสูญ. ๑๓๖
น.541 ๑๕๙ ๏ การทำผิดโดยมิได้ตั้งใจ เป็นสิ่งที่ควรได้รับอภัยตามสมควรแก่กรณี. ๑๓๗ ๏ เพราะโง่งมงาย ไม่ว่าหญิงหรือชาย ก็เท่ากับตายแล้วทั้งเป็น. ๑๓๘ ๏ เพราะโง่งมงาย ทำดีมากมาย ก็จะกลายเป็นบาปสิ้น. ๑๓๙ ๏ เพราะโง่งมงาย มรดกมากมาย ก็จะกลายเป็นขาดวิ่น. ๑๔๐ ๏ เพราะโง่งมงาย มั่งมีเหลือหลาย ก็ต้องกลายเป็นยาจกสิ้น. ๑๔๑ ๏ เพราะโง่งมงาย ถือดีจนตาย ไม่มีใครฟังได้ยิน. ๑๔๒ ๏ ความงมงายของเขาเอง เป็นบ่อเกิดแห่งโชคร้าย ที่ทำให้ต้องประกอบพิธีทางไสยศาสตร์. ๑๔๓ ๏ ความโง่งมงาย เป็นบ่อเกิดแห่งโชคร้าย มิใช่ดวงดาว หรือเทพเจ้าผีสางที่ไหน มาบันดาล. ๑๔๔ ๏ ในโลกนี้ อะไรจะเป็นของสำคัญหรือไม่สำคัญ อยู่ที่การสมมติของมนุษย์. ๑๔๕ ๏ เมื่อชาวโลกสมมติใครว่าเป็นเทวดา เขาก็กลายเป็นเทวดาไป โดยอัตโนมัติ ในโลกของคนเหล่านั้น. ๑๔๖ ๏ ยิ้มแย้มกับแขก แต่แยกเขี้ยวกับภรรยาเมื่อลับหลังแขก อย่างกะเป็นยักษ์เป็นมาร. ๑๔๗ ๏ บางคนยกยอใคร ก็เพียงเพื่อให้เขายกยอตัว เป็นผลตอบแทนกลับมา. ๑๔๘ ๏ ชีวิต นี้เมื่อดูเล่น ๆ ก็เป็นของเล่น เมื่อดูจริงๆ ก็เป็นของจริง, จงใช้มันให้ถูกต้องตามสมควรแก่กรณี. ๑๔๙ ๏ สามี สนองได้ตามที่ภรรยาเสนอ, ถ้าได้ดังว่า ก็เรียกได้ว่าเป็นเทวดาอุ้มสม. ๑๕๐
น.542 ๑๖๐ ๏ หญิงสาวทั้งงามและงอน จนกลายเป็นแม่งามงอนนั้น เพราะสวรรค์ให้พรมากกว่าให้งามเฉย ๆ, อย่างอนเกินงาม. ๑๕๑ ๏ ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ ก็ยิ่งสนใจผู้น้อย นั่นแหละคือผู้ใหญ่ที่แท้จริงสมชื่อ. ๑๕๒ ๏ ถ้าเป็นผู้น้อยที่นอบน้อม ผู้ใหญ่ ก็ไม่ต้องมีเทวดาที่ไหน มาช่วยอีกแรงหนึ่ง. ๑๕๓ ๏ ความสวยกินไม่ได้ แต่มันยิ่งกลายเป็นอาหารตา ที่แพงกว่าอาหารปาก. ๑๕๔ ๏ สวยตามธรรมชาติ นั้นประทับจิตสนิทใจ ยิ่งกว่าไฉไลด้วยวิทยาศาสตร์. ๑๕๕ ๏ สวยนอกทรามใน มีมากมายทั่วไป ยิ่งกว่าสวยในทรามนอก, รู้จักเลือกให้ดี ๆ. ๑๕๖ ๏ โจรภัยสิบครั้ง ยังสูญเสียน้อยกว่าอัคคีภัยหนึ่งครั้ง, อัคคีภัยสิบครั้ง ไม่เท่ากิเลสภัยหนึ่งครั้ง. ๑๕๗ ๏ คนเมากับคนบ้า มาสัมมนากันเมื่อไร ก็อาจทำให้คนทั่วไป พลอยเป็นบ้า. ๑๕๘ ๏ ลงโทษคนไม่ผิดหนึ่งคน เสียหายแก่ธรรมะ ยิ่งกว่าไม่ได้ลงโทษคนผิดร้อยคน. ๑๕๙ ๏ การเตรียมต่อสู้ศัตรู อย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็เท่ากับชนะศัตรูแล้วครึ่งหนึ่ง. ๑๖๐ ๏ ไม้อ่อนเด็กอ่อน ดัดง่าย, ไม้แก่เด็กแก่ ดัดยาก, ดังนั้น จึงควรดัดเสียแต่ยังอ่อน. ๑๖๑ ๏ ความโง่อย่างงมงาย ไม่ร้ายเท่าความฉลาดอย่างงมงาย หรืองมงายสองชั้น ระวังให้ดี ๆ. ๑๖๒ ๏ คนใหญ่คนโต ต้องเสียผู้เสียคน เพราะลืมความเล็กความน้อยของคนเล็กๆ จนทำอะไรผิดไปหมด แก่คนเล็ก ๆ. ๑๖๓ ๏ เสียใจก็กินเหล้า ดีใจก็กินเหล้า เฉย ๆ ก็กินเหล้า นั้นคือผู้เตรียมตัวไปสู่โลหกุมภี. ๑๖๔
น.543 ๑๖๑ ๏ เสียใจก็ร้องไห้ ดีใจก็ร้องไห้ เฉย ๆ ก็ร้องไห้ นั้นคือนางฟ้าที่ถูกตะเพิดไล่ลงมาจากสวรรค์. ๑๖๕ ๏ เสียใจก็ด่า ดีใจก็ด่า ไม่มีอะไรก็ด่า คืออสุรกายจอมขลาด จุติมาเกิด. ๑๖๖ ๏ เมื่อเป็นพ่อแม่ด้วยตนเองแล้ว จึงจะรู้จักความรักอันแท้จริงของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก. ๑๖๗ ๏ พ่อแม่รู้สึกเหมือนแผ่นดินไหว เมื่อได้ยินคำว่า "พ่อ" หรือ "แม่" ที่อ้อแอ้ออกมาเป็นครั้งแรก จากปากของลูก. ๑๖๘ ๏ หมอดูต้องการความรู้ในการดูหน้าคนแล้วทายใจ มากกว่าการรู้ทางโหราศาสตร์. ๑๖๙ ๏ เพศผู้ มีอำนาจภายนอก เหนือเพศเมียเท่าไร เพศเมีย ก็มีอำนาจภายใน เหนือเพศผู้เท่านั้น. ๑๗๐ ๏ ผู้มีมรรยาทแท้ ย่อมไม่ต้องระวังรักษามรรยาทอะไร อีกต่อไป. ๑๗๑ ๏ ความโศกเศร้า มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไร นอกจากทำให้ศัตรูของเขาดีใจ. ๑๗๒ ๏ สัตว์เดรัจฉาน ก็รู้ได้เองว่าใครรักใคร่สงสารมัน แต่ไม่ค่อยรู้ว่า คนไหนรักจริง คนไหนรักลวง. ๑๗๓ ๏ คนขอทาน ไม่ค่อยยอมรับรู้ความอยู่รอดของบ้านเมือง ดังนั้น จึงถูกรังเกียจอยู่ทั่วโลก. ๑๗๔ ๏ มนุษย์ ก็ยังไม่สามารถละสัญชาตญาณ แห่งการเอาอย่างกัน ได้มากกว่าสัตว์เท่าไรนัก. ๑๗๕ ๏ สรรเสริญมากเกินไป ก็จะกลายเป็นการด่าชนิดหนึ่งไป โดยไม่ทันรู้ตัว ด้วยกันทั้งสองฝ่าย. ๑๗๖ ๏ บุถุชน มีกำลังมากเพียงไร ก็ยังต้องการกำลังใจจากคนทั่วไป อย่างมากอยู่เพียงนั้น. ๑๗๗ ๏ ทางตรงอันโล่งแจ้ง ย่อมดีกว่าทางลัด จงพิจารณาทางตรง ก่อนที่จะคิดหาทางลัด. ๑๗๘ ๏ เมื่อหนีภัย หนีเข้าไปหาพระเจ้าพระสงฆ์ในวัดที่แท้จริง ดีกว่าหนีเข้าไปในบ้าน ซึ่งมักจะมีแต่ คนฉวยโอกาส. ๑๗๙
น.544 ๑๖๒ ๏ การปิดทองหลังพระ ได้บุญที่บริสุทธิ์แท้จริง ยิ่งกว่าปิดทองหน้าพระ และต่อหน้าคน. ๑๘๐ ๏ พ่อหรือแม่แต่ละคน เท่ากับพระองค์หนึ่ง ๆ ของลูก ๆ แต่ละคน. ๑๘๑ ๏ เมื่อรักษาจิตไว้ไม่ได้ กายก็จะทรุดโทรมลง พร้อมกับจิต. ๑๘๒ ๏ ถ้าสันดานชั่ว ยิ่งฉลาดก็ยิ่งชั่วมากขึ้น และจะพังครืนลงโดยเร็ว. ๑๘๓ ๏ ถ้าอยู่ด้วยความวิตกกังวล ก็จะแก่เร็ว และตายเสียก่อนแต่ที่จะได้รับผล ตามที่ตนวิตก. ๑๘๔ ๏ ถ้าท่านรักการงานยิ่งกว่าภรรยา ภรรยาก็ต้องเร่ไปหาคน ที่รักภรรยายิ่งกว่าการงาน. ๑๘๕ ๏ เราจะอยู่หรือจะตาย ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจของพระเจ้า หรือสิ่งสูงสุด โดยเท่ากัน. ๑๘๖ ๏ ป่าช้า ที่ฝั่งสัตว์ไว้มากที่สุด แปลก ๆ ที่สุด ไม่มีป่าช้าไหน ยิ่งไปกว่าท้องของมนุษย์ที่ยังเป็น ๆ. ๑๘๗ ๏ อย่ากลัว ! ถ้าท่านไม่สูบไม่ดื่ม ท่านก็จะหาพบสตรีที่ไม่สูบไม่ดื่ม. ๑๘๘ ๏ สัตว์ มีความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความกลัว อย่างผิวเผินยิ่งกว่าคน. ๑๘๙ ๏ อย่าอวดเก่งให้มาก ไปกว่าสติปัญญาความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งมีขอบขีดอันจำกัด. ๑๙๐ ๏ สัตว์เล็ก ๆ เช่นแพะแกะ หรืออะไร ๆ ที่ยิ่งเล็ก ก็ยิ่งมีการชอบทำตามอย่างผู้อื่น ยิ่งกว่าสัตว์ใหญ่ ๆ ที่ ๑๙๑ โตกว่า. ๏ แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ก็ยังชอบกิริยาวาจา ที่สุภาพอ่อนหวานของมนุษย์, ๑๙๒ ๏ อันธพาล เป็นสัตว์ชนิดที่พบกันที่ไหน ก็จะแฮ่ ๆ เข้าใส่กันที่นั่น. ๑๙๓ ๏ เมื่อสตรีเพศ ยังต้องทำหน้าที่คลอดบุตรอยู่ ก็ยังทำหน้าที่ผู้ครองโลกไม่ได้. ๑๙๔ ๏ ตัวจากไปก็ให้ความรักความเลื่อมใส เหลืออยู่ในจิตใจของผู้อยู่ข้างหลัง อย่างเต็มที่. ๑๙๕ ๏ สัตบุรุษสาธุชน ย่อมไม่ประกอบกรรมอันไม่เป็นมงคลใดๆ แก่ใคร ๆ ในที่ไหน ๆ ในกาลใด ๆ. ๑๙๖ ๏ โชคร้าย ไม่ได้มาจากเทวดาผีสางอะไรที่ไหน แต่มาจากความประมาทไม่รอบคอบ ของบุคคลนั้น ๆ เอง. ๑๙๗
น.545 นั่งกลางดินคือนั่งกับพระพุทธองค์ เพื่อผลอย่างเดียวกัน แม้จะคิดกันคนละทาง ๏ ไม่มีใครทำอะไร ได้เกินสติปัญญาของตน, ถ้าขืนทำ ก็กลายเป็นขุดหลุมฝังตัวเอง ๑๙๘ ๏ อันธพาล คือผู้ชอบเผชิญความชั่ว วิ่งหนีความดี ยิ่งกว่าหนูวิ่งหนีแมว. ๑๙๙ ๏ ราชสีห์กำยำ อยู่ร่วมถ้ำเดียวกันไม่ได้ แม้เพียงสองตัว ไม่ต้องพูดถึงอยู่กันตั้งฝูง. ๒๐๐ ๏ หมาสองราง คงมีปัญหาไม่สร่าง ที่จะต้องรู้สึกรัก - โกรธ เกลียด -กลัว ฝ่ายโน้นทีฝ่ายนี้ที อยู่ร่ำไป. ๒๐๑ ๏ กระต่ายแพ้เต่าในการแข่ง ก็เพราะความหยิ่งและความเขลาในความเร็วของตนเอง ซึ่งเร็วกว่าเต่า เป็นไหน ๆ. ๒๐๒ ๏ หมาไล่เนื้อเมื่อแก่หง่อม ก็ต้องยอมตัวเป็นหมาขอทาน ให้นายท่านเอ็นดู โดยรู้จักประจบ ๒๐๓ ๏ เสือ แม้จะเป็นสัตว์ดุร้าย ก็รักลูกเมียของมัน เท่ากับที่สัตว์อ่อนโยนชนิดอื่น มันรัก. ๒๐๔ ๏ งูพิษ ไม่มักกัดเหมือนงูที่ไม่มีพิษ แต่เราก็ไม่ไว้ใจงูพิษ ยิ่งกว่างูธรรมดา ๒๐๕ ๏ อีกา กินไข่ของนกอื่นได้ลงคอ แต่ไข่มันเองมันกินไม่ลง ทั้งที่ไข่นั้น ๆ ก็เหมือนกัน. ๒๐๖ ๏ หิ่งห้อย แม้จะส่องแสงอยู่ใต้กะลาครอบ แต่มันก็คิดว่ามันส่องทั่วโลก. ๒๐๗ ๏ เป็นอีกา อย่าเข้าไปในฝูงยูง หรือฝูงหงส์ เพราะเท่ากับเข้าไปฉีกหน้าตัวเอง ไม่ช้าก็เร็ว. ๒๐๘ ๏ แร้ง สัญญลักษณ์ใจบุญ นกยาง สัญญลักษณ์ใจบาป ดังนั้น รูปร่างและสีสรร มิใช่สัญญลักษณ์ อันแน่นอน. ๒๐๙ ๏ จามรี สงวนขนจนตัวตาย แต่คนเรามิใช่ยอมเสียสินเพื่อสงวนศักดิ์ ๒๑๐ ๏ นกมีหู หนูมีปีก, แต่คนที่ค่ามันเช่นนั้น กลับมีอยู่ทั่ว ๆไป ในโลกปัจจุบัน คือเป็นเสียเอง. ๒๑๑ ๏ ไม่ค่อยจะมีใครยอมรับว่า เราทุกคนในโลกเป็นญาติกันโดยธรรมชาติ ที่เป็นรากฐานของชีวิต. ๒๑๒ ๏ นักมวยซวยเฮง ย่อมเต้นเหยง ๆ เมื่อเขาชูมือให้เป็นผู้ชนะ, เพราะไม่รู้จักสิ่งสมมติ. ๒๑๓
น.546 ถ่ายกับนักประพันธ์ที่ชอบธรรมะ สหายธรรมทานหมายเลข ๔ ๏ ฝ่าพายุ กลางทะเลหลวงหลุดมาได้ ก็เหมือนกับการเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ฉันใดก็ฉันนั้น. ๒๑๔ ๏ ฉลาดอย่างไม่ซื่อ ก็คือฉลาดไปเข้าคุกเข้าตะราง สุดปลายทางก็คือ นรก. ๒๑๕ ๏ ถ้าซื่ออย่างไม่ฉลาด ก็คือเซ่อ เหมือนคนละเมอเดินไปตกบันไดตาย. ๒๑๖ ๏ ธรรมชาติยิ่งดุร้าย ก็ยิ่งทำให้มนุษย์แข็งแรง แต่คนโง่สาบแช่ง แล้ววิ่งหนี. ๒๑๗ ๏ เหาะด้วยฤทธิ์ หรือเหาะด้วยอากาศยาน ก็ยังเหาะเพื่อรบกัน หรือเอาเปรียบกัน ด้วยกันทั้งนั้น ๒๑๘ ๏ พรุ่งนี้ มีไว้สำหรับแก้ไขข้อผิดพลาดของวันนี้ มิใช่เพื่อเสริมความผิดพลาด ให้สมบูรณ์เต็มที่ ๒๑๙ ๏ หญิงหรือชายที่หลายใจนั้น เขาใช้ทุกๆใจ เพื่อความพินาศของตนเอง มิใช่เพื่ออะไรอื่น, แต่เขาไม่รู้สึกตัว ๒๒๐ ๏ ทักทายกันด้วยยิ้ม มีผลดีกว่าทักทายกันด้วยคำพูดที่จัดสรร ไว้สำหรับพูด. ๒๒๑ ๏ เงินมีคุณอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างถูกต้อง, มีโทษอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างเขลา ๆ. ๒๒๒ ๏โกรธยากหนึ่งครั้ง มีอิทธิพลมากกว่า โกรธง่ายพันครั้ง, จงระวังโกรธให้เป็น. ๒๒๓ ๏ ในกรณีทั่วไป พกหินดีกว่าพกนุ่น, ในกรณีแห่งการคุกรุ่น ก็พกนุ่นดีกว่าพกหิน. ๒๒๔ ๏ ในโลกนี้ การติดคุกหรือไม่ติดคุก มิได้เป็นเครื่องวัดความผิดถูก อันแน่นอน. ๒๒๕ ๏ การเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ยังมิใช่เครื่องวัดความมีธรรมะ อันเชื่อถือได้. ๒๒๖
น.547 ศึกษาฟอสซิล ๑๐ ล้านปี อะไรๆ ก็ล้วนแต่ไม่น่าเอาน่าเป็น ๏ การกระทำของตนเอง ก็ยังมิได้ถูกใจตนเองเสมอไป นับประสาอะไร จากการกระทำของผู้อื่น. ๒๒๗ ๏ เราล่วงเกินใคร ก็หวังให้เขาให้อภัย, ครั้นใครล่วงเกินเรา เราก็ลืมเรื่องการให้อภัย. ๒๒๘ ๏ ความบิ่นบ้ากับความกล้า มักจะเป็นสหายกัน และคล้ายกันเหมือนลูกแฝด จนดูไม่ออก, จงระวังให้ดี ๆ. ๒๒๙ ๏ ความสุขสำราญ ที่ไม่มีธรรมะเป็นรากฐาน ก็คือความทุกข์ทรมาน ที่กำลังรอเวลาอยู่. ๒๓๐ ๏ ปัจจัยแห่งความสำราญ ที่มีมากเกินประมาณ จะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก. ๒๓๑ ๏ ผู้กินอยู่เกินพอดี จงเตรียมตัวไว้ให้เต็มที่ เพื่อพบกับความไม่มีอะไรจะกิน. ๒๓๒ ๏ ผู้กินอยู่แต่พอดี มีโอกาสที่จะเกิดความอารี แก่ผู้ที่ไม่มีอะไรจะกิน. ๒๓๓ ๏ ลมดี ทำให้เรือแล่นใบ พอกลายเป็นลมร้าย ลมนั้นก็จะคว่ำเรือลำนั้นเสีย ๒๓๔ ๏ พ่อนั่นแหละคือไพรี แม่นั่นแหละคือศัตรู ถ้าเขาเลี้ยงดูลูกไม่ถูกทาง. ๒๓๕ ๏ชนะอย่างอันธพาล ก็คือการแพ้อย่างนักกีฬา, แต่ในสนามกีฬา เขาไม่ถือหลักกันอย่างนี้. ๒๓๖ ๏ การรู้เท่าจนเกินการณ์ ก็ให้ผลอย่างเดียวกัน กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์. ๒๓๗ ๏จากน้ำขึ้นไปถึงฟ้า หาที่นั่งพักสักแห่งได้ที่ไหน, คิดได้ดังนี้แล้ว ก็จะรู้คุณของแผ่นดิน ซึ่งเรากำลังทำลายมันอยู่. ๒๓๘ ๏ จงดำเนินชีวิตของท่าน ไปบนหนทาง ที่ส่องสว่างอยู่ด้วยแสงแห่งพระธรรม. ๒๓๙
น.548 ๑๖๖ การถ่ายทอดธรรมะจากจิตรสู่จิตร (รูปภาพพุทธทาสภิกขุ) ๏ เมื่อเราพอใจในอันตราย ที่มีเสน่ห์ฉาบบังไว้ จนเราหลงไปว่ามิใช่อันตราย หากแต่เป็นลาภเป็นผล อันพึงปรารถนา. ๒๔๐ ๏ ตายไปโดยไม่มีความลับ ดีกว่ามีความลับติดตัวไป, เพราะเราไม่อาจตบตายมบาล. ๒๔๑ ๏ ที่พูดว่า อย่าให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน นั้นหมายความว่า อย่าให้กิเลสเข้ามาในจิต ต้องตีความกันให้ถูก. ๒๔๒ ๏ เห็นคนกินน้ำ เรารู้สึกอร่อยด้วยได้, ครั้นน้ำกินคน เราอร่อยด้วยไม่ได้, ยุติธรรมไหม ? ๒๔๓ ๏ ความโง่เขลา ของพลเมืองที่ไร้ศีลธรรม นั่นแหละจะทำลายชาติ หาใช่ศัตรูภายนอก ไปเสียทั้งหมดไม่. ๒๔๔ ๏ รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี นั่นมีได้เฉพาะต่อเมื่อความรู้นั้น ประกอบไปด้วยธรรม. ๒๔๕ ๏ คนที่พอใจในการกระทำดีของตน อยู่ได้เสมอนั้น เป็นคนอายุยืน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม. ๒๔๖ ๏ นักกายกรรมลำไม้สูงนั้น กลับลงมาถึงดินเมื่อไร ก็เท่ากับการได้เกิดใหม่เมื่อนั้น. ๒๔๗ ๏ ดูหรือฟัง ได้ทุกอย่างไม่ห้าม แต่อย่าไปเห็น หรือได้ยิน ไปเสียทุกอย่าง. ๒๔๘ ๏ มิใช่ว่าเป็นมนุษย์แล้ว จะคิด - พูด - ทำ อย่างมนุษย์ไปเสียทุกอย่าง ทุกคน ก็หามิได้. ๒๔๙ ๏ เป็นมนุษย์ แต่อาจจะคิดอย่างอมนุษย์ก็ได้ นั่นแหละคือความสามารถพิเศษ ของจิต. ๒๕๐ ๏ แม้ว่ามนุษย์ จะต้องตายเหมือนกันทุกคน แต่เขาก็มีอะไรดีพิเศษ กว่ากันและกัน ไม่เหมือนกันทุกคน. ๒๕๑ ๏ เมื่อต้องตกอยู่กลางป่า ก็จงดำรงตนให้เข้ากันได้ กับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ นานา ในป่านั้น. ๒๕๒
น.549 ๑๖๗ ถ่ายทอดธรรมะจากจิตสู่จิต (รูปภาพพุทธทาสภิกขุ) ๏ คนขยัน ย่อมมีอาหารกินเสมอ แม้แต่นกกระจิบ ก็ไม่เคยอดตาย เพราะมันทำหน้าที่ของมัน. ๒๕๓ ๏ นักกีฬา ย่อมแสดงความมีน้ำใจไม่เป็นนักกีฬา อยู่บ่อยๆ ในสนามกีฬานั่นเอง. ๒๕๔ ๏ อยู่กันเกินกว่าหนึ่งคนเมื่อไร ก็มีการตีสีหน้าเป็นละครเมื่อนั้น ไม่ฉากใดก็ฉากหนึ่ง. ๒๕๕ ๏ ผมหงอกอยู่ทุกเส้น จะเป็นเครื่องแสดงความชราแห่งจิตใจ ก็หามิได้. ๒๕๖ ๏ ค่าโฆษณาสินค้า จะเปลี่ยนคุณภาพของสินค้าไปจากเดิม ก็หามิได้ แต่ล่อคนให้ซื้อได้. ๒๕๗ ๏ อย่าไว้ใจศัตรูที่สัญญาว่า จะเป็นมิตรกันต่อไป โดยไม่มีเหตุผลอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์. ๒๕๘ ๏ ถ้าจะพูดอะไรให้เขาฟัง อย่าพูดด้วยเสียงดังเกินธรรมดา หูเขาจะอื้อฟังไม่ถูก. ๒๕๙ ๏ นักล่าสัตว์ ที่มีจิตตวัดไปถึงว่า จะทำลูกสัตว์ให้พลัดแม่ เขาก็จะหยุดล่าสัตว์ได้เอง. ๒๖๐ ๏ จงมองดูเพื่อนบ้าน ด้วยความรู้สึกว่า ในชาติก่อน ได้เคยทำบุญร่วมกันมา จึงมาพบกันอีก. ๒๖๑ ๏ เสียงของคนแต่ละคน อาจจะเท่ากับเสียงนกเสียงกา, แต่ถ้ารวมกันเป็นมติมหาชน มันก็เป็นเสียง ของพระเจ้า. ๒๖๒ ๏ เต่ากินกล้วยหมดทั้งเปลือกเป็นธรรมดา จึงไม่ถูกด่าจากคนที่เหยียบและลื่นล้ม, คนทุกวันเลวกว่าเต่า ๒๖๓ ๏ จงแต่งใจ ให้มากกว่าแต่งกาย สักสิบเท่าเป็นอย่างน้อย ก็จะเป็นคนมากขึ้นสิบเท่าเป็นอย่างน้อย. ๒๖๔ ๏ โลกนี้ เป็นโรงละครอันแปลกประหลาด ที่ตัวละครมีสิทธิ์แสดงบทบาทได้ตามใจตัว. ๒๖๕ ๏ โลกนี้คือโรงละคร ที่แสดงไปเองตามอวิชชาของมนุษย์ ไม่มีหยุดตลอดกาล. ๒๖๖ ๏ โลกนี้คือโรงละคร ที่เก็บค่าดูแพงที่สุด ซึ่งบางทีก็เท่ากับชีวิต ของมนุษย์ผู้ดูนั่นเอง. ๒๖๗
น.550 ไป! ไป! ไม่ต้องเสียเวลารอใคร แล้วก็ยังเฉลียวใจ ว่ายังมีใครที่ควรจะมา ๏ โลกนี้คือกรงไก่ ที่ไก่แต่ละตัวในกรงนั้น จะจิกกันเองไปตลอดเวลา จนกว่าจะถูกฆ่า. ๒๖๘ ๏ บาปทั้งปวงที่ทำ ๆ กันไว้ สักวันหนึ่งจะรวมตัวกันเป็นยักษ์ร้าย แล้วห้ำหั่นผู้ทำ. ๒๖๙ ๏ อยู่ในโลกนี้ จงปรับตัวเองแต่ละคน จนอยู่ร่วมกันได้ เหมือนลูกไก่ใต้ปีกแม่ที่กกให้นอน ฉะนั้น. ๒๗๐ ๏ ถ้าต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ประโยชน์ก็จะขัดกัน จนต้องประหัตประหารกัน อย่างไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยง. ๒๗๑ ๏ การเมืองบริสุทธิ์คือศีลธรรม เรามีแต่การเมืองระยำ คือการต่อสู้แย่งชิง. ๒๗๒ ๏ โลกนี้ เป็นเพียงศาลาพักร้อนชั่วคราว ของชีวิตที่เดินทางไกล ไยมาคิดยึดครองโลกกันเสียเล่า ? ๒๗๓ ๏ การเมือง เรื่องจัดโลกให้มีสันติ โดยไม่ต้องใช้ศาสตรา ไยมาแข่งกันสร้างอาวุธบ้า เพื่อการจัดโลก ๒๗๔ ๏ เหลียวดูการงานทั้งหมดแต่หนหลัง จะถึงกับจังงังว่าทำกันได้มากถึงขนาดนี้เชียวหรือ. ๒๗๕ ๏ ในพวกนักกีฬาแท้ คนแพ้ก็ไม่ถูกหัวเราะเยาะ คนชนะก็ไม่โลดเต้นให้ดูเป็นลิง ๒๗๖ ๏ คนที่เรากำลังอาฆาตมาดร้ายเขาอยู่นั้น อาจเคยเป็นบิดามารดาของเรา เมื่อไม่กี่ชาตินี้ก็ได้. ๒๗๗ ๏ ระวัง! ที่ดูน่ารัก อาจจะกัดเจ็บ กว่าสิ่งที่ดูไม่ค่อยน่ารัก ก็เป็นได้. ๒๗๘ ๏ กามารมณ์ แม้เป็นเรื่องบ้าวูบเดียว ก็เป็นค่าจ้าง ที่มีอำนาจพอที่จะให้สัตว์ทำการสืบพันธุ์. ๒๗๙ ๏ ของอร่อย ทำให้กินเกินพอดี แล้วก็นำมาซึ่งโรค และปัญหาอีกนานาประการ. ๒๘๐ ๏ คนขอทาน เข้าไปในหมู่บ้านคนจน อาจจะได้รับการต้อนรับ ดีกว่าในบ้านของเศรษฐี ส่วนมาก. ๒๘๑ ๏ ระวัง! การกินดีอยู่ดี มีอันตรายมากกว่าการกินอยู่แต่พอดี : นี้คือกฎธรรมชาติสากล ๒๘๒ ๏ สิ่งที่เป็นธรรมดาสามัญ นั่นแหละเลิศ สิ่งที่ยิ่งผิดธรรมดา จะยิ่งเป็นปัญหาและความทุกข์. ๒๘๓ ๏ การศึกษามิใช่เป็นการเรียน ๆ ท่อง ๆ แต่เป็นการเห็นอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ ด้วยตนเอง. ๒๘๔ ๏ ระวังการเทศน์ ที่ไม่มีการสอนให้ละกิเลส มีแต่สอนให้เคลิบเคลิ้มไปในสวรรค์ ๒๘๕
น.551 ๑๖๙ ไม่ต้องการอะไร ก็สบายใจเหลือ! ดูตัวเองเห็นผู้อื่น (รูปภาพพุทธทาสภิกขุ) (รูปภาพพุทธทาสภิกขุ) ๏ สวรรค์ที่แท้จริง (ในโลกนี้) กับสวรรค์ในความฝัน (ในโลกหน้า) นั้นมันเป็นคนละอย่าง, เลือกเอาให้ดี ๆ. ๒๘๖ ๏ รัฐบาลมี ๒ ชนิด : ทำพลเมืองให้เป็นคน และทำพลเมืองให้เป็นมนุษย์. ๒๘๗ ๏ในโบสถ์ที่มีแต่การสอนให้อ้อนวอน นั้นมิใช่โบสถ์ของพระเจ้าที่แท้จริง. ๒๘๘ ๏ ในโรงนาที่สอนให้ช่วยตัวเอง และทำงานให้สนุก นั่นแหละคือโบสถ์ที่แท้จริง. ๒๘๙ ๏ โบสถ์หรือพระพุทธรูป ยิ่งสำคัญหรือศักดิ์สิทธิ์เท่าใด ก็ยิ่งมีเซียมซีมากเท่านั้น. ๒๙๐ ๏ สุนัขและแมว พูดภาษาคนไม่ได้ แต่รู้จักใจเจ้าของ ดีกว่าคนที่พูดภาษาคนด้วยกันได้. ๒๙๑ ๏ สัตว์ ที่พระเจ้าเลี้ยงไม่รู้จักเชื่อง ก็คือสัตว์มนุษย์นั่นเอง. ๒๙๒ ๏ ความเกียจคร้าน เป็นโรคร้ายของสัญชาตญาณที่ต้องการพักผ่อน หากแต่ขยายตัวมากเกินไป. ๒๙๓ ๏ ตื่นตูมง่ายเหมือนกระต่าย ก็ได้เป็นมนุษย์กระต่าย ที่กำลังมีอยู่ทั่วโลก ยุคปัจจุบัน. ๒๙๔ ๏ ผึ้ง- มด - ปลวก รู้จักเลือกนางพญา อย่างสำเร็จประโยชน์ นับว่าเป็นต้นตอแห่งประชาธิปไตย ยิ่งกว่ามนุษย์. ๒๙๕ ๏ หลีกช้างสิบวา หลีกคนบ้าสิบเส้น นับว่าเป็นการหลีกที่พอดี มีมาตรฐาน. ๒๙๖ ๏ นกสองหัว ยากที่จะเลือกเอาสักหัว, เลยไม่คบทั้งสองหัว นั้นเป็นการถูกต้องแล้ว. ๒๙๗ ๏ เป็นพญานาค ขึ้นมาสมสู่กับงูดิน เพราะเห็นแก่มิฬ๎หสุข จนเสียเกียรติศักดิ์แห่งสกุลนาค. ๒๙๘ ๏ ปลาเล็ก ย่อมเป็นเหยื่อแก่ปลาใหญ่ เว้นเสียแต่มัน จะได้เข้าถึงพระเจ้า อย่างแท้จริง. ๒๙๙ ๏ ราชสีห์ป่วยจนลุกไม่ไหว สัตว์ทั้งหลายก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งเกลียดทั้งกลัว. ๓๐๐ ๏ จิ้งจอกสังคม ผู้ใดหลงนิยม ต้องนอนระทมตลอดชีวิต ต้องพินิจให้ดี ๆ. ๓๐๑
น.552 ๑๗๐ ๏ มันเป็นหมูป่า มันท้าราชสีห์รบ ใครจะเข้าสมทบ ต้องคิดให้ดี ๆ เดี๋ยวจะเป็นผีไม่ทันตาย. ๓๐๒ ๏ มากับลมไปกับลม มากับน้ำไปกับน้ำ ฝืนให้ตรงกันข้าม มันก็ลำบากตัวเอง. ๓๐๓ ๏ อย่ารังเกียจสุภาษิตว่ามากมาย เพราะมันมีมากหลาย ที่เป็นเรื่องของตัวท่านเอง. ๓๐๔ ๏ ความอดทน มีมากเท่าใด ปัญญาของใคร จะมีประโยชน์แก่เขา มากเท่านั้น. ๓๐๕ ๏ ของเน่าบางชนิด ออกฤทธิ์เป็นของหอม แต่มันก็ยังเป็นของเน่า อยู่นั่นเอง, ระวัง ! ๓๐๖ ๏ วิญญาณโสเภณี ถึงใครจะนำไปเลี้ยงให้ดี ก็ยังเป็นโสเภณี ให้แก่ผู้เลี้ยงนั่นเอง. ๓๐๗ ๏ พอดีมีคนพอใจ เสมอต้นเสมอปลายมีคนนับถือ แต่ดีเกินไป ใคร ๆ ก็เมินหน้า. ๓๐๘ ๏ เมื่อทำบุญ อย่าเมาบุญ จึงจะเป็นการทำบุญ ชนิดที่ไม่แว้งกัดเจ้าของ หรือผู้ทำ. ๓๐๙ ๏ คำว่า สามี แปลว่า นาย แต่นายชนิดนี้ ส่วนมาก เป็นทาสของภรรยา. ๓๑๐ ๏ พระเครื่องมีแขวนคอคน เกือบจะทุกคนอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ช่วยเตือนใจ ให้ใครอยากเป็นมนุษย์. ๓๑๑ ๏ แปลก! นักการเมืองที่คอรัปชั่น ฉ้อราษฎร์บังหลวง โกงกินสารพัด ก็ยังได้ชื่อว่านักการเมือง ไม่มีคำอื่นจะเรียก. ๓๑๒ ๏ ถ้าความโลภเป็นสิ่งที่ทำให้อิ่มได้ มนุษย์ก็จะไม่รบกัน, เพราะอิ่มไม่ได้ จึงรบกันอย่างนิรันดร. ๓๑๓ ๏ เราไปรุกรานเขา เขาโต้ตอบเอา เราว่าไม่ยุติธรรม ต้องลงโทษอย่างสาสม. ๓๑๔ ๏ ไม่อยากทำการงาน คือการไม่อยากมีชีวิต, ไม่มีธรรมะ ไม่มีหน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิต. ๓๑๕ ๏ แก่หัวหงอกแล้ว ปากก็ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ก็ต้องกินนมกันต่อไป. ๓๑๖ ๏ การทำบาปเลวร้าย สิ้นสุดลงพร้อมกับสิ้นชีวิต แต่ผลของมันยังเหลืออยู่ สำหรับแสดงบทบาทอีก ต่อไป. ๓๑๗ ๏ คนวิกลจริต ก็พูดเหมือนนักการเมืองทั่วไป คือพูดว่า "ข้าพเจ้าเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว" ๓๑๘ ๏ นักการเมืองบริสุทธิ์ ไม่ทำเพื่อตัว-เพื่อเงิน-เพื่ออภิสิทธิ์ แต่เพื่อความเป็นธรรม หรือเพื่อหน้าที่. ๓๑๙ ๏ เหวี่ยงไปแรง มันก็กลับมาแรง : นี้เป็นกฎแห่งกรรม ที่ต้องระวังสังวร. ๓๒๐ ๏ ปากสตรี มีปกาศิตมากกว่า ในเมื่อมีการเจรจากัน ระหว่างสตรีกับบุรุษ โดยเฉพาะ. ๓๒๑ ๏ เคารพนับถือบิดามารดาบุตรภรรยาของเพื่อนเหมือนกับของตนเอง จึงจะเป็นเพื่อนอันแท้จริง. ๓๒๒ ๏ เมื่อวิ่งไล่ ต้องระวังให้ยิ่งกว่าวิ่งหนี แม้ว่ามีส่วนที่จะต้องระวังด้วยกันทั้งสองสถาน. ๓๒๓ ๏ หน้าที่ใคร ใครก็ทำให้สุดดี ไม่ต้องมีของเราของเขา ซึ่งจะนำเราไปสู่การแตกแยก และแข่งดี. ๓๒๔
น.553 ๑๗๑ ๏ ทาสที่ได้รับความทรมานมากที่สุด คือทาสแห่งความรัก หรือทาสทางใจ. ๓๒๕ ๏ กฎหมาย มิได้สร้างโดยพระเจ้า หรือเทวดา จึงมีส่วนแห่งความพลั้งเผลอ ของผู้สร้างบ้าง. ๓๒๖ ๏ อย่าเชื่อคนสบถสาบานเร็ว เพราะเขาไม่รู้ว่า เขากำลังพูดอะไรออกไป เพราะใจของเขาไม่อยู่ กะเนื้อกะตัว. ๓๒๗ ๏ หลังคารั่ว ย่อมเดือดร้อนตลอดฤดูฝน - หนาว - แล้ง ทั้งสามฤดู มิใช่หรือ. ๓๒๘ ๏ มากเกินไปก็เกินดี น้อยเกินไปก็ไม่ถึงดี พอดี ๆ นั่นแหละคือดีถึงที่สุด. ๓๒๙ ๏ สัญชาตญาณ แห่งการแสดงปมเขื่อง ยังเหลืออยู่เท่า ๆ กัน ทั้งในคนและในสัตว์. ๓๓๐ ๏ ถ้าหมอดูทำนายผิด เขาก็บอกว่า ผู้ให้ดูบอกวันเดือนปีผิดเอง จะเอาอะไรกับหมอเล่า. ๓๓๑ ๏ ถ้าหมอดูอับจนปัญญาปฏิภาณการดูในรายใด ก็บอกว่า ทายไปตามตำราร้อยเปอร์เซ็นต์. ๓๓๒ ๏ ยิ้มของนักการทูต ไม่มีปัจจัยอันแท้จริงเพื่อการยิ้ม เพราะเขายิ้มเพื่อตบตา. ๓๓๓ ๏ โบราณว่า รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ, ปลูกอื่นไย ปลูกไมตรีดีกว่าพาล, แต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อ. ๓๓๔ ๏ ถ้าปลุกปลอบใจใครไม่เป็น ก็จงขอศึกษาจากพวกหมอดู. ๓๓๕ ๏ กิจการงานไม่เดิน เงินก็ไม่ไหลเข้า เจ้าของเล้า ก็กระทืบโรงร่ำไห้. ๓๓๖ ๏ เขาเชิญแล้วกิน ก็หาว่าตะกละ, บอกว่าหาไม่ละ ก็หาว่าจองหอง, รอเชิญครั้งที่สอง กินได้สบายกว่า. ๓๓๗ ๏ ล้มเองลุกเอง ล้มตรงไหนลุกตรงนั้น นั่นแหละคนเข้มแข็ง. ๓๓๘ ๏ ในกรณีที่ง่าย ๆ ปราชญ์ก็อาจโง่ได้มากกว่าเรา จนเขาโห่ : นี้เป็นสิ่งที่อาจจะมี. ๓๓๙ ๏ นักแม่นปืน อย่าเพ่ออวดดี เพราะในบางกรณี ท่านก็อาจยิงผิดได้. ๓๔๐ ๏ ใบไม้สะบัดพลิ้วได้ เพราะลมพัด, ลิ้นคนสะบัดพลิ้วได้ เพราะประโยชน์พัด. ๓๔๑ ๏ สี่เท้า บางคราวก็ยังล้มพลาด สองเท้าคราวประมาท ก็ต้องขอล้มบ้าง. ๓๔๒ ๏ ที่ไหนงานดี ที่นั่นเงินดี, ที่ไหนงานชั่ว ที่นั้นเงินชั่ว อย่ามัวเถียงกันเลย. ๓๔๓ ๏ นักการเมืองหากินกับเมือง นักการบ้านหากินกับบ้าน โอกาสหน้าด้าน ย่อมมีพอ ๆ กัน. ๓๔๔ ๏ อย่าดูหมิ่นมุนี ที่นั่งนิ่ง ๆ อยู่ตรงหน้า จะเหมือนเล่นกับไฟฟ้าพันล้านโวลท์. ๓๔๕ ๏ นอนกับแกะ แล้วจะไม่ให้มีกลิ่นเหมือนแกะ นั้นมันจะเป็นไปได้อย่างไร. ๓๔๖ ๏ อยู่กลางทะเลใหญ่ อย่าไว้ใจลมเงียบ, บ้านเมืองเลียบเชียบ ก็ระวังคนถืออาวุธ. ๓๔๗ ๏ เสียงประชาชน มิใช่เสียงสวรรค์เสมอไป : เป็นเสียงนรกก็ได้ เมื่อไร้ศีลธรรม. ๓๔๘ ๏ ระวังคนที่โกรธแล้วหัวเราะร่า ถ้ามิใช่คนบ้า ก็เป็นปีศาจจำแลง. ๓๔๙
น.554 ๑๗๒ ๏ อยู่กลางทะเลใหญ่ อย่าไว้ใจทะเลสงบ เพราะมันอาจจะสยบ เพื่อหลีกทางให้พายุ ๓๕๐ ๏ การกินเมืองโกงเมือง ก็ยังเป็นเรื่องของนักการเมือง ยังไม่หนีไปไหน. ๓๕๑ ๏ ผู้ดีจอมปลอม ต้องมีอะไรมอมหน้า, พอเหงื่อออกมา ก็เห็นหน้าจอมปลอม. ๓๕๒ ๏ ลิ้นสัตว์กินได้ ลิ้นคนกินตาย หรือฉิบหาย หรือกลายเป็นสัตว์. ๓๕๓ ๏ ตัวตาย ดีกว่าชาติตาย นี้ปากพูดได้ แต่ใจไม่ยอมรับรู้เรื่องของปาก. ๓๕๔ ๏ ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี นี้ไม่อาจจะมี เว้นเสียแต่จะถือเอาใจความผิด ๆ. ๓๕๕ ๏ คนชั่ว คอยแต่จะโฆษณาความชั่วของผู้อื่น เพราะเขารู้จักแต่ความชั่วของผู้อื่น ไม่รู้จักความดีของใคร. ๓๕๖ ๏ กินปูนร้อนท้อง ถ้ากินกับผักดอง จะร้อนท้องน้อยลงได้มากโข. ๓๕๗ ๏ แม้แต่นก ก็ยังรู้จักทำจิตให้แจ่มใส ด้วยการร้องเพลง คนเราโง่กว่านกกันนักหรือ จึงไม่รู้จักทำ. ๓๕๘ ๏ พายุก็คือลมนั่นแหละ หากแต่เคลื่อนเร็วไปหน่อย จะไม่รู้จักต้อนรับมัน กันเสียเลยเชียวหรือ ? ๓๕๙ ๏ คำด่า ก็คือเสียงของกิเลสธรรมดา ๆ จะเจ็บร้อนกันไปถึงไหน ให้เกิดเรื่อง. ๓๖๐ ๏ ความลับ ไปอยู่กับพวกคนเถิด อย่ามาอยู่กับพวกมนุษย์เลย มันไม่สมกัน. ๓๖๑ ๏ ฉลาดและไหวพริบ เหมือนอีกาก็ได้ แต่อย่าไปทำอะไร ๆ อย่างเดียวกับอีกาเลย. ๓๖๒ ๏ หอมของคนพวกหนึ่ง อาจจะเหม็นของคนอีกพวกหนึ่งก็ได้ เพราะอุปาทานมันไม่เหมือนกัน. ๓๖๓ ๏ ถ้ารู้จักกิน กินแต่เพียงเล็กน้อย ก็จะสำเร็จประโยชน์ และไม่แพง. ๓๖๔ ๏ คนหน้าตาเหี้ยมโหด มีโอกาสทำอันตรายเรา น้อยกว่าคนที่หน้าตาสะสวย. ๓๖๕ ๏ ความอ่อน ชนะความแข็งได้ ในกรณีที่ความแข็ง ชนะความอ่อนไม่ได้, สังเกตดูให้ดี ๆ. ๓๖๖ ๏ ยิ้มบริสุทธิ์ มาจากใจที่บริสุทธิ์, ยิ้มลวง มาจากใจที่หลอกลวง, นี้ไม่แปลก แต่มันแปลกที่คนเรา ชอบยิ้มลวง. ๓๖๗ ๏ บ้าตามธรรมดา อันตรายน้อยกว่าบ้าดี หรือบ้าอำนาจ รู้จักหลีกพวกบ้าชนิดหลัง ๆ นี้ ให้ไกล. ๓๖๘ ๏ เราคิดว่าเขาโง่ ก็เพราะความโง่ของเราเอง ที่มีมากจนล้นออกมา เที่ยววัดผู้อื่น. ๓๖๙ ๏ อย่าทำตนเป็นเปลือกกล้วยบนพื้นถนน เพียงเพื่อตนจะได้หัวเราะเยาะคนเหยียบแล้วล้ม, ตนเอง น่าละอายกว่า. ๓๗๐ ๏ ฟังเขาพูด นั้นปลอดภัยและได้ประโยชน์มากกว่า ที่จะพยายามพูดให้เขาฟัง. ๓๗๑ ๏ ความสำราญหรูหรา นั้นเป็นสวรรค์ในฉากหน้า แต่เป็นนรกในฉากหลัง. ๓๗๒ ๏ จงเป็นมิตร ทั้งต่อผู้ที่เป็นมิตร และผู้ที่เป็นศัตรู แม้จะเป็นมิตรคนละชนิด. ๓๗๓
น.555 ๑๗๓ ๏ กินเหล้าคนเดียว เขาว่าไม่ได้ความ แต่ก็ยังดีกว่า กินเหล้าหลายคนแล้วเกิดความ. ๓๗๔ ๏ เตี้ยอุ้มค่อม ผอมอุ้มอ้วน แขนด้วนอุ้มแขนดี เหล่านี้ มีแต่จะให้เขาฮาป่า ไม่น่าทำ. ๓๗๕ ๏ หลีกอันธพาล เป็นการสมควร, สู้กับอันธพาล เป็นการเกินควร เพราะเท่ากับแพ้แล้วแต่ก่อนลงมือสู้. ๓๗๖ ๏ ความเข้าใจผิด เป็นบ่อเกิด ของการพูดผิด ทำผิด แล้วก็ถึงความพินาศ. ๓๗๗ ๏ ถ้าทำได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทำเสียเองดีกว่า ดีกว่าใช้ให้ผู้อื่นทำ ทั้งจะเสร็จเร็วกว่าด้วย. ๓๗๘ ๏ การทำอะไร ที่คนไม่เห็น ดีหรือชั่วก็ตาม ให้ถือว่า เทวดาผีสาง เห็น. ๓๗๙ ๏ เทวดา คือสิ่งที่คอยจะให้รางวัล, ผีสาง คือผู้ที่คอยจะลงโทษ จงระวังไว้ทั้งสองอย่าง. ๓๘๐ ๏ หมา มันรักเจ้าของอย่างจริงใจ เลยคิดไปว่า ถ้าขโมยของกิน เจ้าของคงจะชอบมากกว่าโกรธ. ๓๘๑ ๏ ถ้าแพ้แล้วตายแน่ ก็อย่ายอมแพ้ เพราะการต่อสู้นั้น มีหวังว่าอาจจะไม่ต้องตาย. ๓๘๒ ๏ ลูกสัตว์ยังไม่ลืมตา ก็ยังเที่ยวส่ายหาเต้านมแม่จนพบ, ลูกคนเป็นอย่างไร แม่ต้องเอามายัดปากให้ มิใช่หรือ ? ๓๘๓ ๏ ความไม่รู้อะไรเลย เป็นความสุขของคนบางพวก แต่เราจะเอาด้วยไหวไหม. ๓๘๔ ๏ อย่าดูถูกเงินจำนวนน้อย ๆ โดยข้อเท็จจริงแล้ว มันเป็นที่มาอันแท้จริง ของเงินจำนวนมหาศาล. ๓๘๕ ๏ อย่าดูถูกเงินอัฐเงินฬส มันจะทำให้หมด เงินร้อยชั่งพันชั่ง, อย่าสะเพร่ากันในข้อนี้. ๓๘๖ ๏ ถ้าต้องเป็นทาส ก็จงเป็นทาสแต่ทางกาย อย่าให้กลายเป็นทาส ทางสติปัญญา. ๓๘๗ ๏ หมา เฝ้าขโมยได้ดี ทั้งที่มันเองนั่นแหละ เป็นจอมขโมย นะเว้ย. ๓๘๘ ๏ แม้ท่านจะแอบดูผู้อื่นอย่างมิดชิด ก็อย่าคิดไปว่า ไม่มีใครเห็นท่านเอาเสียเลย เพราะท่านเป็นคนเห็น คนแรก. ๓๘๙ ๏ ลูกศิษย์ ที่คิดล้างครู นั่นเป็นคนเดียวกัน กับลูกที่ไม่รู้คุณพ่อมัน, และมันมักครองสองตำแหน่งพร้อมกัน. ๓๙๐ ๏ ความลึกซึ้งก้าวหน้า ในทางความคิดของมนุษย์ในอนาคต นั้นสุดที่ใครจะหยั่งถึง. ๓๙๑ ๏ ในโลกนี้ ความผิดบางอย่าง ไม่ใช่ความชั่วก็มี, และความถูกบางอย่าง ไม่ใช่ความดีก็มี ได้เหมือนกัน. ๓๙๒ ๏ ปิดทองหน้าพระ ทำบุญเอาหน้า เทวดาบ้าท่านชอบ แล้วเราจะไปอยู่กับท่าน ไหวหรือ ? ๓๙๓ ๏ มีป่าที่ไหน ก็มีเรื่องที่ต้องระวังระไว ที่นั่น ทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย, อย่าดูถูกป่ากันนักเลย. ๓๙๔ ๏ รู้คุณเกลือต่อเมื่อแกงจืด กระหืดหาที่ไหนก็ไม่ทัน จึงต้องทนซดมัน ทั้งจืด ๆ. ๓๙๕ ๏ ตกน้ำ นั้นยังดีกว่าตกฟ้า ซึ่งไม่มีอะไรให้ไขว่คว้า เอาเสียเลย. ๓๙๖ ๏ น้ำในมหาสมุทร จะแห้งไปหมด ก่อนความรู้ความคิดในหัวมนุษย์ จะแห้งหมด. ๓๙๗ ๏ เงินพูด ดีกว่าปากพูด ดังกว่าปากพูด, แต่ก็เงินอีกนั่นแหละ ที่ทำให้ปากหุบ ไม่พูด, ใช้เงินใช้ปาก ให้ถูกแก่กรณี. ๓๙๘
น.556 ๑๗๔ ๏ เพื่อนที่ไม่ยอม หรือไม่อาจ ที่จะตักเตือนเพื่อน ก็ต้องถือว่า หมดความเป็นเพื่อนเสียแล้ว. ๓๙๙ ๏ การไม่รับ เมื่อสมควรรับ นับว่ายังน่าเกลียดน้อยกว่า การรับเมื่อไม่สมควรจะรับ. ๔๐๐ ๏ กินไม่มีจุดหมาย ก็จะกลายเป็นแดก แล้วท้องก็จะแตก เพราะไม่รู้จักแดกจักกิน. ๔๐๑ ๏ เกิดเป็นชาติเสือ ต้องไม่ขอเนื้อใครกิน, ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าขอแรงใครเขา. ๔๐๒ ๏ กินเป็นก็สบาย กินไม่เป็นก็ตาย ทั้งสองความหมายล้วนแต่เป็นเรื่องของการกิน. ๔๐๓ ๏ แม่คนเดียว เลี้ยงลูกสิบคนได้ ลูกสิบคนเลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้ ในบางราย ก็ไม่คิดจะเลี้ยงด้วยซ้ำไป. ๔๐๔ ๏ ปัจจัยทั้งสี่ก็ดี กามคุณก็ดี ถ้าทำไปเกินสมดุลย์ ล้วนแต่ทำคนให้ถึงตาย. ๔๐๕ ๏ คนโง่ ออกจากบ้านเดินไปทางไหน ก็คือเดินไปเพื่อเที่ยวหาอันตราย : ความโง่นั่นแหละคืออันตราย. ๔๐๖ ๏ ความกลัว หรือความกล้า ถ้ามีมากเกินไป ก็ย่อมให้เกิดผลร้าย ได้เสมอกัน. ๔๐๗ ๏ เพื่อปกปิดความชั่ว เพียงอย่างเดียว เขาก็ต้องทำความชั่วอีกหลายอย่าง, เปิดเผยมันเสียยังจะดีกว่า. ๔๐๘ ๏ เวลากลางคืน หรือเวลากลางวัน ก็จะมีผลอย่างเดียวกัน ถ้าเขาเป็นคนตาบอด. ๔๐๙ ๏ โลกบูชาคนเก่งทางสันติภาพ ไม่มีใครไหว้กราบ ผู้เก่งทางสงคราม. ๔๑๐ ๏ งานหนักหรืองานเบา ย่อมเป็นได้ทั้งงานต่ำและงานสูง งานมีเกียรติหรือไร้เกียรติ, ไม่สำคัญอยู่ที่ หนักหรือเบา. ๔๑๑ ๏ ทุกอย่าง ตายแล้วเอาไปไม่ได้ เพราะธรรมชาติกำหนดไว้ สำหรับอยู่กันในโลกนี้. ๔๑๒ ๏ สุนัข แม้จะอยู่กลางถนน อยู่บนตึก อยู่ในรถยนต์เก๋ง มันก็ส่งเสียงร้องเอ๋ง ๆ ไปตามเดิมด้วยกันทุกตัว. ๔๑๓ ๏ ถ้าเป็นคนมีใจสะอาดเกลี้ยงเกลา เราก็ไม่อาจจะเป็นคนรกโลก ไปได้เลย. ๔๑๔ ๏ ถ้าคนในโลก สูงต่ำเท่ากันได้หมดเมื่อไร ประชาธิปไตยก็จะสมบูรณ์เมื่อนั้น. ๔๑๕ ๏ กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี แต่คนอัปรีย์มันก็ไม่สิ้นเหมือนกัน เพราะมันเป็นของคู่กัน. ๔๑๖ ๏ ความขอบคุณ หรือขอบใจ ถ้าจะให้แก่ใคร ๆ จงให้ ให้มาก ๆ ด้วยใจจริง. ๔๑๗ ๏ ชายจริงหญิงแท้ หาได้ยาก เพราะมันลำบาก ที่คนสมัยนี้ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรเป็นเครื่องวัด แม้แต่ จะวัดตัวเอง. ๔๑๘ ๏ จะหลงท่านผู้วิเศษ กันไปถึงไหน เพราะตายแล้วก็เหม็นเหมือนกัน กับผู้ไม่วิเศษ หรือบางทีก็ เหม็นกว่า. ๔๑๙ ๏ ทำได้ไม่ดี กับทำดีไม่ได้ มันจะมีค่าเท่ากัน เพราะแต่ละอย่าง ๆ นั้น ไม่เข้าถึงขั้นดี ด้วยกันทั้งนั้น. ๔๒๐ ๏ เคลื่อนไปข้างหน้า แม้แต่สักนิดหนึ่ง ก็ยังเป็นการดี กว่าการย่ำเท้าตาย อย่างหมดอาลัยตายอยาก. ๔๒๑ ๏ หูเบา ใจเบา ปัญญาเบา เป็นสมบัติของคนเขลา โดยเสมอกัน. ๔๒๒ ๏ ถ้าแพทย์หมอมีความคิด เป็นพ่อค้าขึ้นมา แม้แต่หมา ก็ต้องตายหมด ไม่ต้องพูดอะไรถึงคน. ๔๒๓ ๏ คนชอบความตื่นเต้น ก็ นำชีวิตชีวาให้ตื่นเต้น เหมือนกุ้งเต้น ที่มันชอบเต้น. ๔๒๔
น.557 ๑๗๕ ๏ สำหรับบรรดาศิษย์ที่ดี ๆ ครูก็ไม่ต้องมีลักษณะเหมือนเรือจ้าง ที่หวังแต่ค่าจ้าง แต่มันเป็นอะไรที่ สูงกว่านั้นมาก. ๔๒๕ ๏ ชาติพินาศ เราพินาศ, เราพินาศ ชาติไม่จำเป็นต้องพินาศ ด้วยก็ได้ และดีกว่า. ๔๒๖ ๏ ในโลกปัจจุบันนี้ เป็นคนหูหนวกเสียก็จะดี จะเหมือนกับไม่มีใครด่า, โลกเต็มไปด้วยนักด่า ยิ่งขึ้น ทุกที. ๔๒๗ ๏ ความสงสารศัตรู นั่นแหละมันจะขับไล่ศัตรู หรือกำจัดศัตรู ด้วยการแปลงศัตรูให้เป็นมิตรเสียได้. ๔๒๘ ๏ ที่ว่า เร็วดี หรือช้าดี นั่นมันแล้วแต่รูปกรณี, แม้ที่ว่าช้าดี มันก็ต้องช้าเท่าที่จะเร็วได้. ๔๒๙ ๏ เช้านี้ ไม่มีใครรู้เรื่องที่เราทำ แต่พอค่ำ ๆ ก็จะมีคนรู้, ดังนั้น ทำแต่เรื่องที่เขารู้ก็ไม่เป็นไร ดีกว่า. ๔๓๐ ๏ หมาดี แม้จะดีอย่างไร ก็เป็นได้เพียงหมาดี จะเป็นหมี หรือราชสีห์ อย่างไรได้. ๔๓๑ ๏ ทำตัวเองให้เจริญ นั่นแหละคือทำชาติให้เจริญ เพราะชาติก็คือเราทุกคน รวมกัน. ๔๓๒ ๏ ชาติที่ได้รับประโยชน์จากสงคราม ก็จะก่อสงคราม และหล่อเลี้ยงสงคราม ไว้สืบไป. ๔๓๓ ๏ โลกไม่อาจปราศจากสงคราม เพราะเป็นวิธีหาประโยชน์ ของคนจำพวกหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ในโลก. ๔๓๔ ๏ มนุษย์ยุคนี้ ใช้เครื่องจักรกล และเทคโนโลยี จนไม่มีความเป็นมนุษย์ตามปรกติ เหลืออยู่แล้ว. ๔๓๕ ๏ หน้าที่สุจริตทุกชนิด เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติเสมอกัน ๆ จงเลือกเอาแต่หน้าที่ ที่ตนสามารถพอ ที่จะทำได้. ๔๓๖ ๏ ฉลาดเสียอย่างเดียว จะเป็นผู้ท่องเที่ยว หรือไม่ท่องเที่ยว ก็สามารถเก็บความรู้ เพิ่มขึ้นได้ทุกวัน. ๔๓๗ ๏ เที่ยวรอบโลกเพื่อความรู้รอบตัว เมื่อคิดถัวเฉลี่ยแล้ว กิเลสได้ความสนุก แต่คิดว่าตัวได้ความรู้ ที่คุ้มกัน. ๔๓๘ ๏ คำพูดแสนดีมีประโยชน์ แต่ถ้าพูดมากเกินไป ก็กลายเป็นไม่ดีมีโทษ ขึ้นมาก็ได้. ๔๓๙ ๏ แมวดี มีวิธีจับหนู เป็นครูให้คนอยู่อย่างตำตา แต่คนก็ยังจับหนูอย่างแมวไม่ได้ เพราะความฉลาด ของคนนั่นเอง. ๔๔๐ ๏ แมวบ่า หากินได้เองทุกเพรงกาล แต่พอมาเป็นแมวบ้าน ก็กลายเป็นแมวที่คนต้องเลี้ยง. ๔๔๑ ๏ แมวดี มีอาหารกินเอง แมวเส็งเคร็ง มาแหม่ว ๆ แถวนอกชาน. ๔๔๒ ๏ สุนัข คลุมด้วยหนังราชสีห์ ก็บันลือสีหนาทไม่ได้ คงได้แต่หอนอย่างหมา เหมือนเดิม. ๔๔๓ ๏ ความซื่อสัตย์ต่อหน้า ต่างกันอย่างดินกับฟ้า เมื่อนำมาเทียบกับความซื่อสัตย์ลับหลัง. ๔๔๔ ๏ สามวันจากหญิงเหม็น เขาก็กลายเป็นอื่น, แต่ถ้าเป็นนารี จากไปกี่ปี ๆ ก็ยังดีอยู่อย่างเดิม. ๔๔๕ ๏ ระบบการคัดเลือกคนดี ด้วยการมีรางวัลให้ นั้นยังไม่อาจสร้างสรรค์คนดีที่แท้จริง, นอกจากทารกดี. ๔๔๖ ๏ ดำแต่นอกในแผ้วผ่องเนื้อมณีนิล นี้ยังดีกว่า ดำแต่นอกในแผ้วผ่องเนื้อนพคุณ. ๔๔๗ ๏ คนทำชั่ว โดยมากเพราะไม่รู้จักความชั่ว หรือมิฉะนั้นก็เพราะ คิดว่าจะไม่มีใครรู้เห็น. ๔๔๘ ๏ สามี กระทำชนิดที่นอกใจภรรยา ประเพณียอมยกโทษให้, แต่ถ้าฝ่ายภรรยาทำเช่นนั้นบ้าง กลับไม่ ได้รับการยกโทษ. ๔๔๙
น.558 ๑๗๖ ๏ เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้วแหนงหนี นั่นก็เพราะเพื่อนคนนั้น เขาต้องการเพียงเท่านั้น อย่าไปว่าเขาเลย. ๔๕๐ ๏ เพื่อนกินหาง่าย ก็เพราะว่าคนส่วนมาก ชอบกินด้วยกันทั้งนั้น มันจึงหาง่าย. ๔๕๑ ๏ เพื่อนตายหายาก ทั้งนี้ก็เพราะคนส่วนมาก ไม่มีใครชอบตาย หรืออยากตาย มิใช่หรือ. ๔๕๒ ๏ นกฮูก ไม่ออกหากินกลางวัน นั่นมิใช่เพราะมันฉลาด แต่เป็นเพราะลูกตาของมัน ไม่อำนวย ๔๕๓ ๏ เมื่อพูดกันโดยภาษาไทย คนมีเมียน้อย นั่นแหละคือคนมีเมียมาก. ๔๕๔ ๏ ความป่าเถื่อน ได้ยุติลงแล้ว ในยุคหลานเหลนโหลน ของคนป่าเถื่อนนั่นเอง ไม่ใช่ของใครที่ไหน. ๔๕๕ ๏ สุนัข แม้จะเป็นของพระยาเลี้ยง เศรษฐีเลี้ยง หรือต่อให้เทวดาเลี้ยง ก็ยังกินอุจจาระของคนขอทาน ได้. ๔๕๖ ๏ ความหวังเป็นเครื่องทรมานใจ มิใช่เป็นเครื่องบำรุงจิต ดังที่คนเขาคิดกัน และสอนให้อยู่ด้วยความหวัง. ๔๕๗ ๏ การลอบทำร้ายลับหลัง มิใช่วิธีของคนขลาดอย่างเดียว แต่มันมีอยู่ในตำราพิชัยสงคราม ของคน กล้าหาญด้วย. ๔๕๘ ๏ ได้เห็น ก็จงเห็นให้ลึก ได้นึก ก็นึกให้กว้าง ได้ง้าง ก็ง้างให้ยาว ฯลฯ มันจึงจะถูกต้อง. ๔๕๙ ๏ ความชั่ว จะมามั่วอยู่ที่ใคร ก็เพราะเขาพอใจ ต้อนรับมันเข้ามา, มิใช่มันจะมาเองได้. ๔๖๐ ๏ ความชั่ว เป็นปลิงเกาะใคร ก็จะดูดเลือดเขาไป โดยไม่ให้เขารู้สึกตัว. ๔๖๑ ๏ ศาสนาที่เกิดก่อน ย่อมถ่ายทอดคำสอน ให้ศาสนาที่เกิดทีหลัง ไม่มากก็น้อย และโดยอัตโนมัติด้วย. ๔๖๒ ๏ สุขแท้ เกิดจากความสงบเท่านั้น, ส่วนที่เกิดจากความวุ่นวายนั้น เป็นเพียงความสนุก หาใช่ความสุขไม่. ๔๖๓ ๏ จะเอาอย่างใคร ก็อย่าเอาไปเสียทุกอย่าง เพราะเขากับเรา นั้นมิใช่คนเดียวกัน ต้องเลือกให้เหมาะ กับเรา. ๔๖๔ ๏ จะเป็นหญิงงามเมืองหรือนางงามประจำจังหวัด ก็ล้วนแต่มีเจตนาใช้ความสวยของตน ตกเบ็ดสังคมนั้น ในขณะนั้น ๆ. ๔๖๕ ๏ อยู่ร่วมกันนาน รู้ใจกันดี ก็มีมาก แต่ที่อยู่ร่วมกันนาน ยิ่งรู้ใจกันน้อย ก็ยังมีได้เหมือนกัน. ๔๖๖ ๏ คนดี หรือคนไม่ดี ก็ล้วนแต่ประสงค์จะให้ใคร ๆ เข้าใจว่าตนดี ด้วยกันทั้งนั้น. ๔๖๗ ๏ นคร ที่จัดเพื่อให้คนหลงติด นั้นมีอยู่ทั่วโลก สำนักทิศาปาโมกข์ ก็มีอยู่ทั่วทุกทิศ ในสมัยนี้. ๔๖๘ ๏ คนที่ลำบากที่สุด ก็คือคนที่ไม่รู้จักความลำบาก ว่ามันเกิดมาจากความโง่ของตนเอง. ๔๖๙ ๏ นายจ้างไม่ชอบเรา เขาก็ไล่เรา แต่ถ้าเราไม่ชอบนายจ้าง เราก็ไล่ตัวเองมิใช่หรือ, รู้จักทำให้ชอบกัน เสียดีกว่า. ๔๗๐ ๏ เกิดมาเป็นคน แม้จะประพฤติอย่างคน ส่วนมากจะเป็นได้เพียงคนรกโลก เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งเท่านั้น. ๔๗๑ ๏ ถ้าคิดว่าตน เป็นคนสำคัญเสียแล้ว จะเพิ่มคนสำคัญขึ้นมาอีกคนหนึ่งได้อย่างไร. ๔๗๒ ๏ ทรัพย์สมบัติ เป็นเครื่องให้เกิดความยินดี แต่ถ้าจัดการไม่ดี มันก็กลายเป็นเครื่องให้ความยินร้าย โดยแน่นอน. ๔๗๓
น.559 ๑๗๗ ๏ นักวิพากษ์วิจารณ์สังคม เป็นแปรงปัดฝุ่นให้สังคม แต่ส่วนมากกลายเป็นผู้คุ้ยกองขยะ หา ประโยชน์. ๔๗๔ ๏ สามีภรรยา ที่มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ อยู่ในสังคมอันมีเกียรตินั้น อาจจะทะเลาะด่าทออย่างรุนแรง กันมา หยก ๆ ก็ได้. ๔๗๕ ๏ รวยด้วยการพนันนั้น เป็นการรวยอย่างผีหลอก เข้า ๆ ออก ๆ เพราะมันรวยด้วยผีการพนัน ปลุกปั้นให้. ๔๗๖ ๏ ชีวิต ก็ยังต้องมีเครื่องมือ คือจิตสำหรับคิด มือสำหรับทำ ปากสำหรับพูด ระวังใช้ให้ถูกต้อง. ๔๗๗ ๏ หญิงสาว ก็เหมือนผลไม้สุกงอม สำหรับสัตว์แมลงมาไต่ตอม อย่างที่เรียกกันว่าเกี้ยวพาราสี. ๔๗๘ ๏ มีทรัพย์ชนิดใดก็ได้ มากแล้ว ก็มีผู้มาจู๋จี๋มาก ถ้าไม่มีเลย ก็ไม่มีใครมาเลย. ๔๗๙ ๏ ศัตรู ถ้ามาอย่างมนุษย์ ก็ต่อสู้อย่างมนุษย์ แต่แม้จะมาอย่างสัตว์ เราก็ต้องต่อสู้อย่างมนุษย์. ๔๘๐ ๏ ความฉลาด ถ้าอยู่กับคนเลว ก็จะช่วยให้เขาเลวลึก เลวอย่างประณีตสุขุม ยิ่งขึ้นไปอีก. ๔๘๑ ๏ ความสงสัยที่ดี ที่เป็นบ่อเกิดแห่งความรู้ ถ้าใช้มันผิด ก็เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ หรือความตาย. ๔๘๒ ๏ ผู้บังคับจิตได้เด็ดขาดเท่านั้น จึงจะเลือกที่เกิดได้, บุถุชนคนธรรมดา เลือกไม่ได้. ๔๘๓ ๏ มงกุฎจักรพรรดิ จะประดับเพชรเพิ่มขึ้นสักเท่าไร ก็ไม่อาจแก้ปวดศีรษะ ให้แก่จักรพรรดิได้ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเสียอีก. ๔๘๔ ๏ เกิดมาจน ก็มีสิทธิที่จะเป็นเศรษฐีได้, เกิดมารวย ก็มีสิทธิที่จะเป็นยาจกได้. ๔๘๕ ๏ ระวังให้ดี ๆ กิริยาพาที ที่ให้ของขวัญ นั้นอาจจะมีค่า หรือมีความสำคัญกว่าชิ้นของขวัญ ที่ตนให้. ๔๘๖ ๏ เจ้าของบ้านโดยมาก หรือเกือบทั้งหมด ยินดีปรีดาต้อนรับแขก เฉพาะที่รู้จักเวลา ที่ควรลากลับ. ๔๘๗ ๏ ความเป็นสุภาพบุรุษของเขา มีน้อยเหลือเกิน เมื่ออยู่กับผู้น้อย แต่มีมาก เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่. ๔๘๘ ๏ มีความเป็นสุภาพบุรุษ เมื่ออยู่กลางสังคมอันมีเกียรติ, เมื่ออยู่ที่บ้านตัว อาจจะไม่มีเลยก็ได้. ๔๘๙ ๏ ทั้งที่ท่านมิได้ปลูกไว้ และไม่ต้องการจะมี วัชพืชก็ยังมี อยู่ในสวนของท่าน เขาจึงเรียกกันว่า วัชพืช (พืชมีโทษ). ๔๙๐ ๏ ยิ่งอร่อยอยู่กับปาก ก็ยิ่งเพิ่มความลำบากอยู่กับท้อง อย่างสมสัดสมส่วนกันทีเดียว. ๔๙๑ ๏ การสวมมงกุฎนั้น ยิ่งมีน้ำหนักมากเท่าไร มันก็ยิ่งหนักบนศีรษะของผู้สวม มากเท่านั้นมิใช่หรือ. ๔๙๒ ๏ ทหารรบแบบทหาร พ่อค้ารบแบบพ่อค้า ชาวไร่ชาวนารบแบบชาวนา กรรมกรก็รบแบบของเขาเอง. ๔๙๓ ๏ แต่งงาน กับสุภาพบุรุษแห่งสังคม ก็ทำได้ แต่เขามักปฏิบัติต่อท่าน อย่างมิใช่สุภาพบุรุษ. ๔๙๔ ๏ แต่งงาน กับสุภาพสตรีแห่งสังคม นั้นทำได้ แต่หล่อนก็มีสิทธิที่จะเป็นนางยักขมูขีกะท่านก็ได้. ๔๙๕ ๏ แต่งงาน กับหญิงรวยเพื่อเห็นแก่ทรัพย์ นับว่าเป็นการขอทาน แบบปีศาจ ที่เฉลียวฉลาด. ๔๙๖ ๏ อย่าคิดว่า เขาจะเอาชนะเรากลับคืน อย่างที่เราเคยเอาชนะเขา ไม่ได้, ดังนั้น ทุกคนชนะตนเองดีกว่า. ๔๙๗ ๏ หนีความเกิด เสียให้ได้ก่อนเถิด จึงค่อยคิดหนีความตาย : ถ้าไม่มีการเกิด ก็ไม่มีการตาย. ๔๙๘
น.560 ๑๗๘ ๏ กระทำให้หญิง หัวเราะหรือร้องไห้ได้ นั่นแหละเป็นนิมิตแสดงว่า ชายเจ้าชู้นั้นเป็นผู้ชนะแล้ว. ๔๙๙ ๏ ผีหลอก ดีกว่าคนหลอก หรือโจรปล้น เพราะผีหลอกมิได้เอาอะไรไป เหมือนคนและโจร. ๕๐๐ ๏ ไม่ปรากฏว่า ผีปีศาจ ฆ่า - ปล้น - ทำชู้ บุตรภรรยาสามีใคร แต่พวกคนนี่ทำได้ทุกอย่าง แล้วจะว่า อย่างไรกัน. ๕๐๑ ๏ เพชรพลอย ถือกันว่าเป็นของมีค่า ก็เพราะหายากอย่างยิ่ง แต่นิพพาน ยังหายากกว่า คนก็ยังไม่สนใจ ว่ามีค่า. ๕๐๒ ๏ มิตรดีแท้ นั้นต่างฝ่ายต่างรักษาความเป็นมิตร, ถ้าแตกกัน ก็ต้องมีเลวฝ่ายหนึ่ง หรือเลวทั้งสองฝ่าย ๕๐๓ ๏ สตรี มีอำนาจชนะบุรุษ แต่ความชนะนั้น กลับเป็นทางนำมาซึ่งความเสียเปรียบ แก่บุรุษไปเสียอีก. ๕๐๔ ๏ สตรี มีความสวยงาม สำหรับจะตกไปเป็นสมบัติของบุรุษ อย่างน้อยก็สมัยหนึ่ง. ๕๐๕ ๏ แม้เนื้อตัว หรือชีวิตทรัพย์สิน อาจจะถูกแลกกับน้ำหยดเดียว กลางทะเลทรายก็ได้ ไม่เหลือวิสัย. ๕๐๖ ๏ ผีแท้ มีอยู่ในอบายมุขทุกชนิด ที่มีอยู่ทั่วไปในโลก แต่น้อยคนที่กลัวผีชนิดนี้. ๕๐๗ ๏ การระวังอย่าให้ตกลงมา เป็นสิ่งที่จำเป็น กว่าการช่วยยกให้สูงขึ้นไป สำหรับจะตกลงมา. ๕๐๘ ๏ การหลงในอบายมุข คือการมีความสุขในสังคมผี จนกระทั่งกลายเป็นผีไปอย่างสนิทที่สุด. ๕๐๙ ๏ ของหมั้น เพื่อการสมรสกันกับผี คือความมีอบายมุข, ใครต้องการเชิญได้. ๕๑๐ ๏ ตา ที่มองเห็นอะไร ๆ ได้ทุกอย่าง มักจะไม่มองเห็นตัวของตัวเอง หรือมองเห็นอย่างผิด ๆ. ๕๑๑ ๏ ตัวอย่างทางความทราม นั้นทำตามได้ง่าย เพราะเคลือบไว้ด้วยน้ำมันผี. ๕๑๒ ๏ "มาอย่างไร ไปอย่างนั้น" มีความหมายทั้งในทางดี และไม่ดี, จะเป็นผีหรือเป็นคน ก็ได้. ๕๑๓ [ภาพท่านพุทธทาส หน้าโรงมหรสพทางวิญญาณ สวนโกมข์ มีข้อความพิมพ์ว่า "ขอให้ทุกคนประสพความรอด ทั้งทางกายและทางจิต"]
น.561 พิมพ์ที่ หจก. การพิมพ์พระนคร ๖๔-๗๑ ถนนบูรณศาสตร์ (แยกถนนบุญศิริ) กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๑ นางอารี จุ้ยทรัพย์เปี่ยม ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๓๑ โทร. ๒๒๑๒๓๓๗, ๒๒๒๑๖๗๔
🖼 หน้าภาพประกอบในต้นฉบับ น.564
Buddhadasa