น.1217 ๒๓๖ อานาปานสติภาวนา เล่ม ๑ ได้ความเต็มที่ หรือเต็มเปี่ยม ของเรื่องที่จะกระทำ ๑. [ ความรู้ เรื่องนี้ ] : ได้ความเต็มเปี่ยม ของสิ่งที่ถูกทำ ๑. [ ลมหายใจ ] : ได้ความเต็มเปี่ยม ของเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำ ๑. [ สติ ] ได้ความเต็มเปี่ยม ของผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ ๑. [ สมาธิ ] : รวมเป็น ๔ อย่างด้วยกันดังนี้ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงลักษณะแห่งความสมบูรณ์ของการกระทำนั้นๆ ซึ่งในที่นี้ ได้แก่การกระทำความรำงับแห่งกายสังขาร. ( จบอานาปานสติขั้นที่สี่ อันว่าด้วยการทำลมหายใจให้รำงับ ) ☸ ☸ ☸ สรุปความ แห่ง จตุกกะที่หนึ่ง จตุกกะที่หนึ่ง แห่งอานาปานสติ ดังที่กล่าวมาแล้วแต่ต้นจนบัดนี้ เมื่อประมวลเข้าเป็นหลักใหญ่ๆ โดยใจความแล้ว ก็มีอยู่ว่า : อานาปานสติ ขั้นที่หนึ่ง กำหนดลมหายใจออก - เช้า ที่ยาว, ขั้นที่สอง กำหนดลมหายใจออก - เข้า ที่สั้น, ขั้นที่สาม กำหนดลมหายใจโดยประการทั้งปวง. ขั้นที่สี่ กำหนดลมหายใจที่สงบรำงับยิ่งๆ ขึ้นไป จนกระทั่งถึงการ บรรลุฌาน. ขั้นแรกที่สุด เป็นการกำหนดลมหายใจโดยเฉพาะเจาะจง และตามที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ กระทั่งถึงได้รับการปรับปรุงดีแล้ว อยู่ทุกขณะ, ขั้นถัดมา ไม่กำหนดโดยลักษณะเฉพาะ หรือโดยรายละเอียดเช่นนั้น แต่ได้กำหนดสิ่งที่
น.1218 เรียกว่า นิมิต กล่าวคือมโนภาพที่เกิดจากความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้น มาแทน เนื่องจากการที่ได้กำหนดลมหายใจอย่างเป็นระเบียบหรือเคยชิน จนถึง ที่สุด และ ขั้นต่อมา ได้ผละจากการกำหนดนิมิตนั้น ไปกำหนดที่ความรู้สึกอีก ประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นผลอันเกิดมาจากการกำหนดที่ละเอียดยิ่งขึ้นทุกที จนกระทั่ง เป็นความรำงับชั้นสูงสุดแล้วเพ่งเฉยอยู่ ซึ่งเรียกว่า ฌาน ในที่นี้. ลมหายใจ มีอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าค่อยๆ เปลี่ยนจากหยาบที่สุด ไปจนถึงขั้นที่ประณีตหรือ ละเอียดที่สุด จนไม่ปรากฏแก่ความรู้สึกซึ่งเรียกโดยโวหารว่า ดับหมด ในที่นี้ ซึ่งนับเป็นระยะสุดท้ายของจตุกกะที่หนึ่ง . ความได้เป็นอย่างนี้ จัดว่าเป็นผลอันสมบูรณ์ของการทำสมาธิเพียงพอ ที่จะกล่าวได้ว่าได้ลุถึง ทิฏฐธรรมสุขวิหาร กล่าวคือ ก ารเสวยสุขที่มีรสอย่าง เดียวกันกับสุขอันเกิดจากนิพพานทันตาเห็น หากแต่ว่ายังเป็นของชั่วคราวและ กลับเปลี่ยนแปลงได้. ผู้ที่พอใจเพียงเท่านี้ก็รักษาความเป็นอย่างนี้ไว้ จน ตลอดชีวิตก็มี. ก่อนพุทธกาล เคยมีผู้บัญญัติความเป็นอย่างนี้ ด้วยความ สำคัญผิด ว่าเป็นนิพพาน ไปก็มี : ส่วนผู้ที่มีความเข้าใจถูกต้อง ย่อมทราบได้ว่า ยังมีสิ่งที่จะต้องทำให้ยิ่งไปกว่านั้น เพราะเหตุฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัส ข้อปฏิบัติที่สูงขึ้นไป โดยจตุกกะอันมีอยู่ในลำดับต่อไป. อย่างไรก็ดี ไม่ควรจะลืมว่า การปฏิบัติอีกสายหนึ่ง ซึ่งดิ่งไปยังการ เห็นแจ้งแทงตลอดตามแบบของปัญญาวิมุตินั้น ไม่จำเป็นจะต้องปฏิบัติในทางจิต หรือทางสมาธิอย่างลึกซึ้งจนถึงขั้นนี้เสียก่อน กล่าวคือ มีการปฏิบัติเพียงขั้นที่ อาน. ๖๐
Buddhadasa