น.1026 ภาคนำ ข้อความให้เกิดความสนใจในพุทธประวัติ ๕
น.1027 ภาคนำ มีเรื่อง : - โลกธาตุหนึ่งมีพระพุทธเจ้าเพียงองค์เดียว - - การปรากฏ ของพระตถาคตมีได้ยาก - - โลกที่กำลังมัวเมา ก็ยังสนใจในธรรมของพระตถาคต - - การมีธรรมของพระตถาคตอยู่ในโลกคือ ความสุขของโลก - - พระตถาคตเกิด ขึ้นเพื่อความสุขของโลก - - พระตถาคตเกิดขึ้นในโลก เพื่อแสดงแบบแห่งการ ครองชีวิตอันประเสริฐแก่โลก - - พระตถาคตเกิดขึ้นแสดงธรรมเพื่อความรำงับ, ตับ, รู้ - - ผู้เชื่อฟังพระตถาคต จะได้รับประโยชน์สุขสิ้นกาลนาน -- ทรงขนานนาม พระองค์เองว่า "พุทธะ" - - เรื่องย่อ ๆ ที่ควรทราบก่อน - - เรื่องสั้น ๆ ที่ควร ทราบก่อน. ๖
น.1028 ภาคนำ ข้อความให้เกิดความสนใจในพระพุทธประวัติ โลกธาตุหนึ่ง มีพระพุทธเจ้าเพียงองค์เดียว" อานนท์ ! ภิกษุผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะนั้น ย่อมรู้ว่า ข้อนี้มิใช่ ฐานะ ข้อนี้มิใช่โอกาสที่จะมี คือข้อที่ในโลกธาตุอันเดียว จะมีพระตถาคตผู้ อรหันต สัมมาสัมพุทธะ สององค์ เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ก่อน ไม่หลังกัน. นั้นมิใช่ฐานะที่จะมีได้. ส่วนฐานะ อันมีได้นั้น คือใน โลกธาตุอันเดียว มีพระตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะองค์เดียว เกิดขึ้น. นั่นเป็นฐานะที่จะมีได้. ๑. บาลี พหุธาตุกสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๑๗๑/๒๔๕. ๗
น.1029 การปรากฏของพระตถาคต มีได้ยากในโลก" ภิกษุ ! ท. การมาปรากฏของ บุคคลเอก ( ไม่มีใครซ้ำสอง ) มีได้ยากในโลก. ใครเล่า เป็นบุคคลเอก ? ตถาคต ผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ ชอบเอง เป็นบุคคลเอก ( ไม่มีใครซ้ำสอง). การปรากฏของบุคคลเอกนี้แล มีได้ยากในโลก. โลกที่กำลังมัวเมา ก็ยังสนใจในธรรมของพระตถาคต" ภิกษุ ท. ! เพราะเหตุที่ตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะเกิดขึ้น จึงเกิดมีของ อัศจรรย์ไม่เคยมี สี่อย่างนี้ปรากฏขึ้น. สี่อย่างอะไรเล่า ? ๑. ภิกษุ ท. ! ประชาชนทั้งหลาย พอใจในกามคุณ ยินดีใน กามคุณ บันเทิงอยู่ในกามคุณ, ครั้นตถาคตแสดงธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับ กามคุณ ประชาชนเหล่านั้นก็พัง เงี่ยหูฟัง ตั้งใจฟัง เพื่อให้เข้าใจทั่วถึง. ภิกษุ ท. ! นี่คือของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี อย่างที่หนึ่ง, มีขึ้นมา เพราะการ บังเกิดของตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ. ๒. ภิกษุ ท. ! ประชาชนทั้งหลาย พอใจในการถือตัว ยินดีในการ ถือตัว บันเทิงอยู่ในการถือตัว, ครั้นตถาคตแสดง ธรรมที่กำจัดการถือตัว ประชาชนเหล่านั้นก็พัง เงี่ยหูฟัง ตั้งใจพัง เพื่อให้เข้าใจทั่วถึง. ภิกษุ ท. 1 นี่คือของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี อย่างที่สอง, มีขึ้นมา เพราะการบังเกิดของ ตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ. ๑. บาลี เอก. อํ. ๒๐/๒๙/๑๔๐ ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย. ๒. บาลี จตุ ก. อํ. ๒๑/๑๗๗/๑๒๘ ตรัสแก่ภิกษุ ท. ที่เชตวัน.
น.1030 ภิกษุ ท. ! ประชาชนทั้งหลายพอใจในความวุ่นวายไม่สงบ ยินดีในสิ่งวุ่นวายไม่สงบ บันเทิงอยู่ในความวุ่นวายไม่สงบ, ครั้นตถาคตแสดง ธรรม ที่เป็นไปเพื่อความสงบ ประชาชนเหล่านั้นก็ฟัง เงี่ยหูฟัง ตั้งใจฟัง เพื่อให้เข้าใจทั่วถึง. ภิกษุ ท. ! นี่คือของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี อย่างที่สาม, มีขึ้นมา เพราะการบังเกิดของตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ. ๔. ภิกษุ ท. 1 ประชาชนทั้งหลาย ประกอบอยู่ด้วยอวิชชา เป็นคน บอด ถูกความมืดครอบงำเอาแล้ว. ครั้นตถาคตแสดงธรรมที่กำจัดอวิชชา ประชาชนเหล่านั้น ก็ฟัง เงี่ยหูฟัง ตั้งใจฟัง เพื่อให้เข้าใจทั่วถึง. ภิกษุ ท. ! นี่คือของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี อย่างที่สี่, มีขึ้นมา เพราะการ บังเกิดของตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ. การมีธรรมของพระตถาคตอยู่ในโลก คือความสุขของโลก" ภิกษุ ท. ! เมื่อพระสุคตก็ดี ระเบียบวินัยของพระสุคตก็ดี ยังคงมีอยู่ ในโลกเพียงใด อันนั้นก็ยังเป็นไปเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความ สุขของชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก, เพื่อประโยชน์ เพื่อความ เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย, อยู่เพียงนั้น. ภิกษุ ท. ! พระสุคตนั้นคือใครเล่า ? คือตถาคต บังเกิดขึ้นในโลกนี้ เป็นพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้ชอบเอง ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกคนควรฝึกไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้เบิกบานแล้ว จำแนกธรรมออกสอนสัตว์. นี้คือ พระสุคต. ภิกษุ ท. ! ระเบียบวินัยของพระสุคตคืออะไรเล่า ? คือตถาคตนั้น แสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด, ประกาศพรหมจรรย์ ๑. บาลี จตุก. อํ ๒๑/๑๙๗/๑๖๐.
น.1031 พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง. ธรรมที่ตถาคต แสดง พรหมจรรย์ที่ตถาคตประกาศ นี้แล คือ ระเบียบวินัยของตถาคต. ภิกษุ ท. ! เมื่อพระสุคตก็ดี ระเบียบวินัยของพระสุคตก็ดี ยังคงมีอยู่ ในโลกเพียงใด อันนั้น ก็ยังเป็นไปเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความ สุขของชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก, เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย, อยู่เพียงนั้น. พระตลาดตเกิดขึ้นเพื่อความสุขของโลก" พราหมณ์เอย ! ก็สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง กลางคืนแท้ๆ ก็เข้าใจ ไปว่ากลางวัน,๒ กลางวันแท้ ๆ ก็เข้าใจไปว่ากลางคืน. ข้อนี้ เรากล่าว ว่าเป็นเพราะสมณพราหมณ์เหล่านั้น เป็น ผู้อยู่ด้วยความหลง. พราหมณ์เอย ! ส่วนเราตถาคต ย่อมเข้าใจกลางคืนเป็นกลางคืน กลางวันเป็นกลางวัน พราหมณ์เอย ! เมื่อใครจะเรียกผู้ใดให้เป็นการถูกต้องว่า เป็น สัตว์ผู้ มีความไม่หลงอยู่เป็นปรกติ และเกิดขึ้นเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก, เพื่อประโยชน์ เพื่อความ เกื้อกูล เพื่อความสุข ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายแล้ว ; เขาเมื่อจะเรียก ให้ถูกต้องเช่นนั้น พึงเรียกเราตถาคตนี้แล ว่าเป็นสัตว์ผู้มีความไม่หลงอยู่เป็น ปรกติ เกิดขึ้นเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็น อันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก, เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุข ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. ๑. บาลีภยเถรวสูตร มู. ม. ๑๒/๓๗/๔๖ แก่ชาณฺสโสณีพราหมณ์ ที่เชตวัน. ๒. ความว่า กลางคืน กลางวัน ในที่นี้ มิได้มีความหมายตามตัวหนังสือ.
น.1032 พระตถาคตเกิดขึ้นในโลก เพื่อแสดงแบบแห่งการครองชีวิตอันประเสริฐแก่โลก" ภิกษุ ท. ! ตถาคตเกิดขึ้นในโลก นี้ เป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบ ด้วยตนเอง สมบูรณ์ด้วยวิชชา และจรณะ ดำเนินไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถี ฝึกคนควรฝึกไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้เบิกบานแล้ว จำแนกธรรมออกสอนสัตว์ ภิกษุ ท. 1 ตถาคตนั้น ได้ทำให้แจ้งซึ่งโลกนี้ กับทั้งเทวดา มาร พรหม ซึ่งหมู่สัตว์กับทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ ด้วยปัญญาอันยิ่ง เองแล้ว ประกาศให้ผู้อื่นรู้แจ้งตาม. ตถาคตนั้น แสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด, ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง. คฤหบดี หรือลูกคฤหบดี หรือคนที่เกิดในตระกูลอื่นใดในภายหลัง ย่อม พึ่งธรรมนั้น. ครั้นฟังแล้ว ย่อมเกิดศรัทธาในตถาคต. กุลบุตรนั้นผู้ประกอบ อยู่ด้วยศรัทธา ย่อมพิจารณาเห็นว่า เพศฆราวาส นี้ เป็นทางมาแห่งธุลี ส่วน การบรรพชา เป็นโอกาส ว่าง. มันไม่เป็นการง่ายที่เราผู้อยู่ ครองเรือนเช่นนี้ จะประพฤติพรหมจรรย์นั้น ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดย ส่วนเดียวเหมือนสังข์ที่เขาขัดสะอาดดีแล้ว. ถ้ากระไร เราพึงปลงผมและหนวด ครองผ้าย้อมฝาด ออกจากเรือนไป, บวชเป็นผู้ไม่มีเรือนเถิด. ๑. บาลี มู. ม. ๑๒/๔๘๙/๔๕๔, แก่ภิกษุ ท. ที่เชตวัน, และบาลีอื่น ๆ อีกเป็นอันมาก.
น.1033 พระตถาคตเกิดขึ้น แสดงธรรมเพื่อความรำงับ, ดับ, รู้." ภิกษุ ท. ! ตถาคต เกิดขึ้นแล้ว ในโลกนี้ เป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ ชอบด้วยตนเอง สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ ดำเนินไปดี รู้แจ้งโลก เป็น สารถีฝึกคนควรฝึก ไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้ เบิกบานแล้ว จำแนกธรรมออกสั่งสอนสัตว์, ธรรมที่ตถาคตแสดง นั้น เป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความสงบรำงับ, เป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความดับเย็นสนิท, เป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความรู้ครบถ้วน, เป็นธรรมที่ประกาศไว้โดยพระสุคต. ผู้เชื่อฟังพระตถาคต จะได้รับประโยชน์สุขสิ้นกาลนาน" ภิกษุ ท. ! เราแล เป็นผู้ฉลาดในเรื่องโลกนี้ ฉลาดในเรื่องโลกอื่น, เป็นผู้ฉลาดต่อ วัฏฏะอันเป็นที่อยู่ของมาร ฉลาดต่อ วิวัฏฏะอันไม่เป็นที่อยู่ ของมาร, เป็นผู้ฉลาดต่อ วัฏฏะอันเป็นที่อยู่ของมฤตยู ฉลาดต่อวิวัฏฏะ อันไม่เป็นที่อยู่ของมฤตยู. ชนเหล่าใดถือว่าเรื่องนี้ควรฟังควรเชื่อ ข้อนั้น จักเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชนทั้งหลายเหล่านั้น สิ้นกาลนาน. (ครั้นพระผู้มีพระภาคได้ตรัสคำนี้แล้ว พระสุคตได้ตรัสคำอื่นอีกดังนี้ว่า : - ) ทั้งโลกนี้แลโลกอื่น ตถาคตผู้ทราบดีอยู่ ได้ประกาศไว้ ชัดแจ้งแล้ว. ทั้งที่ที่มารไปไม่ถึง และที่ที่มฤตยู ไปไม่ถึง ตถาคตผู้รู้ชัดเข้าใจชัด ได้ประกาศไว้ชัดแจ้ง ๑. บาลี อัฏฐ. อํ ๒๓/๒๒๙/๑๑๙ ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายที่ป่ามะม่วงของหมอชีวกใกล้กรุงราชคฤห์ ๒. บาลี จุฬโคปาลสูตร มู. ม. ๑๒/๔๒๑/๓๙๑ ตรัสแก่ภิกษุ ท. ที่ฝั่งน้ำคงคาใกล้เมืองอุกกเวลา.
น.1034 แล้ว เพราะความรู้โลกทั้งปวง. ประตูนครแห่ง ความไม่ตาย ตถาคตเปิดโล่งไว้แล้ว เพื่อสัตว์ทั้งหลาย เข้าถึงถิ่นอันเกษม. กระแสแห่งมาร ผู้มีบาป ตถาคตปิดกั้นเสียแล้ว กำจัดเสียแล้ว ทำให้หมด พิษสงแล้ว. ภิกษุ ท. ! เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มากมูน ด้วยปราโมทย์ ปรารถนาธรรมอันเกษมจากโยคะเถิด. ทรงขนานนามพระองค์เองว่า "พุทธะ" (การสนทนากับโทณพราหมณ์, เริ่มในที่นี้ด้วยพราหมณ์ทูลถาม) "ท่านผู้เจริญของเรา ! ท่านเป็นเทวดาหรือ ?" “พราหมณ์เอย ! เราไม่ได้เป็นเทวดาดอก." "ท่านผู้เจริญของเรา ! ท่านเป็นคนธรรพ์หรือ ?" “พราหมณ์เอย ! เราไม่ได้เป็นคนธรรพ์ดอก." "ท่านผู้เจริญของเรา ! ท่านเป็นยักษ์หรือ ?" “พราหมณ์เอย ! “เราไม่ได้เป็นยักษ์ดอก." "ท่านผู้เจริญของเรา ! ท่านเป็นมนุษย์หรือ ?" “พราหมณ์เอย ! เราไม่ได้เป็นมนุษย์ดอก." “ท่านผู้เจริญของเรา ? เราถามอย่างไร ท่านก็ตอบว่ามิได้เป็นอย่างนั้น, ถ้า เช่นนั้นท่านเป็นอะไรเล่า ? " “พราหมณ์เอย ! อาสวะ เหล่าใด ที่จะทำให้เราเป็น เทวดา เพราะยังละมันไม่ได้, อาสวะเหล่านั้นเราละได้ขาด ถอนขึ้นทั้งรากแล้ว ทำให้ เหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้น อีกต่อไปแล้ว. พราหมณ์ ๑. บาลี จตุก. อํ. ๒๑/๔๔/๓๖ แก่โทณพราหมณ์ โคนไม้ระหว่างทางแห่งหนึ่ง.
น.1035 เอย อาสวะเหล่าใด ที่จะทำให้เราเป็น คนธรรพ์ เป็น ยักษ์ เป็น มนุษย์ เพราะยังละมันไม่ได้, อาสวะเหล่านั้น เราละได้ขาด ถอนขึ้นทั้งรากแล้ว ทำ ให้เหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้น อีกต่อไปแล้ว. พราหมณ์ ! เปรียบเหมือนดอกบัวเขียว บัวหลวง หรือบัวขาว, มันเกิดในน้ำเจริญในน้ำ โผล่ขึ้นพ้นน้ำตั้งอยู่ น้ำไม่เปียกติดมันได้ ฉันใดก็ฉันนั้น นะพราหมณ์ ! เรานี้เกิดในโลก เจริญในโลกก็จริง แต่เราครอบงำโลก เสียได้แล้วและอยู่ในโลก โลกไม่ฉาบทาแปดเปื้อน เราได้ พราหมณ์ ! ท่านจงจำเราไว้ว่า เป็น "พุทธะ" ดังนี้เถิด. เรื่องย่อ ที่ควรทราบก่อน" "บัดนี้ เราผู้ โคตมโคตร เจริญแล้วใน สายตระกูล เคยตั้งความ เพียรไว้ ได้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณอันสูงสุด เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ..... นครของเราชื่อ กบิลพัสดุ์, บิดาของเราเป็นราชาชื่อ สุทโธทนะ, มารดาผู้ให้กำเนิดเราชื่อ มายาเทวี. เราอยู่ครองเรือน ๒๙ ปี มี ปราสาท สูงสุด ๓ หลัง ชื่อ สุจันทะ โกกะนุทะ และโกญจะ มีหญิงประดับดีแล้วสี่หมื่น นาง นารีผู้เป็นชายาชื่อ ยโสธรา, ลูกเราชื่อ ราหุล. เพราะได้เห็น นิมิตทั้งสี่ เราจึงออกด้วยม้าเป็นพาหนะ ทำ ความ เพียรถึงหกปี, เราได้ทำสิ่งที่ใครๆ ทำได้โดยยาก. เราเป็น ชินะ (ผู้ชนะ) ประกาศ ธรรมจักร ที่ป่า อิสิปตนะ เมือง พาราณสี, เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อ โคตมะ เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ภิกษุผู้เป็นอัครสาวกสองรูป ชื่อ โกลิตะ และ อุปติสสะ, อุปัฏฐาก ๑. บาลี พุทธวงศ์ ๓๓/๕๔๓/๒๖.
น.1036 ผู้ใกล้ชิดของเราชื่อ อานนท์. ภิกษุณีผู้เป็นอัครสาวิกาสองรูป ชื่อ เขมา และ อุบลวัณณา. อุบาสกผู้เป็นอัครอุปัฏฐากสองคนชื่อ จิตตะ และ หัตถา- ฬวกะ. อุบาสิกาเป็นอัครอุบัฏฐายิกาสองคนชื่อ นันทมาตา และ อุตตรา. เราได้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณอันสูงสุด ณ ควงแห่งไม้อัสสัตถะ ... " เรื่องสั้น ๆ ที่ควรทราบก่อน (อีกหมวดหนึ่ง)” ภิกษุ ท. ! ในภัทกัปป์นี้ เราผู้เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ได้บังเกิด ขึ้นแล้วในโลก ภิกษุ ท .! ในบัดนี้ เราผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ เป็นกษัตริย์โดยชาติ, บังเกิดแล้วในขัติยสกุล. ภิกษุ ท. ! ในบัดนี้ เราผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ โดยโคตร เป็น โคตมโคตร. ภิกษุ ท. ! ในบัดนี้ ประมาณอายุขัย (แห่งสัตว์ในยุค) ของเราสั้นมาก: ผู้ที่เป็นอยู่ได้นาน ก็เพียงร้อยปีเป็นอย่างยิ่ง, ที่เกินร้อยปีขึ้นไปมีน้อยนัก. ภิกษุ ท. ! ในบัดนี้ เราผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ได้ตรัสรู้ ณ ควงแห่ง ไม้ อัสสัตถะ. ๒ ๑. บาลี มหาปทานสูตร มหา. ที. ๑๐/๒/๑. แก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กุฎีใกล้ไม้กุ่ม ในอาราม เชตวัน. เป็นข้อความที่ตรัสเปรียบเทียบเรื่องราวของพระองค์เอง กับ พระพุทธเจ้าองค์อื่น บางองค์. ๒. คือไม้ Ficus religiosa ซึ่งเรียกกันในบัดนี้ ตามมูลเหตุที่พุทธองค์ได้ตรัสรู้ ใต้โคนของมันว่า "ต้นโพธิ์" ในที่นี้ ที่ทรงเรียกว่าไม้อัสสัตถะนั้น เรียกชื่อพื้นเมืองเดิม. ต้นไม้จะเป็นไม้ประเภทใดก็ตาม หากมีพระพุทธเจ้าองค์ใด ใช้เป็นต้นตรัสรู้แล้ว ไม้ประเภท นั้น พลอยได้เกียรตินามใหม่ ในพุทธกาลของพระพุทธเจ้าองค์นั้น ว่า "ไม้โพธิ์" ทั้งสิ้น. ในพุทธกาลนี้ ไม้อัสสัตถะ ซึ่งเป็นไม้ตระกูลมะเดื่อชนิดหนึ่ง, มีเกียรติได้นามใหม่ว่า ไม้โพธิ มาจนบัดนี้.
น.1037 ภิกษุ ท. ! ในบัดนี้ สาวกสองรูป มีนามว่า สารีบุตร และ โมคคัล ลานะ เป็นอัครสาวกคู่เลิศของเรา. ภิกษุ ท. 1 ในบัดนี้ สาวกสันนิบาตของเรา มีเพียงครั้งเดียว และมี ภิกษุถึง ๑๒๕๐ รูป. สังฆสันนิบาตแห่งสาวกของเราในครั้งนี้ ผู้เข้าประชุม ล้วนแต่เป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น. ภิกษุ ท. ! ในบัดนี้ ภิกษุผู้เป็นอุปัฏฐากใกล้ชิดของเรา คือ อานนท์, จัดเป็นอุปัฏฐากอันเลิศ. ภิกษุ ท. ! ในบัดนี้ พระราชานามว่า สุทโธทนะ เป็นบิดาของเรา, พระเทวีนามว่า มายา เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดแก่เรา, นครชื่อ กบิลพัสดุ์ เป็นราชธานี (แห่งบิดาของเรา). จบภาคนำ
Buddhadasa