เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ ธรรมชาติอันบุคคลพึงทำตนให้ห่างไกล
๒.๑ สิ่งที่ทำให้เกิดความเศร้าหมอง, เลวทราม, ชั่วช้า, น่ารังเกียจ; มีความหมายในแง่ลบมาตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักใช้คำพูดคำนี้. ๒.๒ สิ่งที่ทำให้ต้องเดือดร้อนหรือเสียใจในภายหลัง. ๒.๓ เป็นปรปักษ์ต่อสิ่งที่เรียกว่า บุญ. ๓. ไวพจน์: คือ อกุศล, ความชั่ว, ความน่าเกลียด ฯลฯ
คือ มิจฉาทิฏฐิ, เจตนาในการกระทำ, ความพยายามในการกระทำ, ความพอใจในผลของการกระทำ
มีลักษณะ: ๕.๑ ตรงกันข้ามจากบุญ. ๕.๒ เป็นของน่าเกลียด. ๕.๓ ไม่น่าปรารถนา. ๕.๔ เป็นของหนัก เป็นเงาตามตัวเหมือนโซ่ตรวนที่ติดขา. ๕.๕ พร้อมที่จะทำลายบุญ. ๕.๖ เป็นบันไดไปสู่นรก
มีอาการ: ๖.๑ เกิด-ดับ เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยในฐานะที่เป็นสังขตธรรม อย่างหนึ่ง. ๖.๒ ปรุงแต่งภพฝ่ายต่ำ. แม่บท .. บาป ๑๐๖
แบ่งโดยประเภทสอง: นัยที่หนึ่ง: ๑. บาปตามความหมายของคนอันธพาล คือน่ารักของคนอันธพาล. ๒. บาปตามความหมายของสัตบุรุษ คือสิ่งเศร้าหมองที่ควรห่างไกล. นัยที่สอง: ๑. บาปตามความหมายของผู้อยู่ใต้วิสัยแห่งบาป คือเป็นธรรมทำ อันตราย. ๒. บาปตามความหมายของผู้อยู่เหนือวิสัยแห่งบาป (พระอรหันต์); เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่มีความหมายอะไร (เป็นความ รู้สึกที่อยู่เหนือบาป). นัยที่สาม: ๑. บาปที่ทำโดยเจตนา. ๒. บาปที่ทำโดยไม่เจตนา (คือมิใช่บาปเพราะเป็นการกระทำโดย มิได้เจตนา แต่ก็ต้องได้รับผลตามควรแก่กรณี). นัยที่สี่: ๑. บาปหนัก ถึงกับสูญเสียความเป็นมนุษย์. ๒. บาปเบา รับโทษเล็ก ๆ น้อย ๆตามสมควร โดยไม่ต้องถึงกับสูญเสีย ความเป็นมนุษย์ หากแต่เป็นมนุษย์ชั้นเลว
๘.๑ บาปโดยเหตุ ต้องล้างบุญ; บาปโดยผล ต้องเป็นทุกข์. ๘.๒ มีกฎเกณฑ์ที่ต้องถือว่าเป็นสิ่งควรละโดยส่วนเดียว. ๘.๓ บาปซื้อขายแลกเปลี่ยนหยิบยืมกันไม่ได้
๙.๑ บาปมีได้จากมิจฉาทิฏฐิโดยส่วนเดียว. ๙.๒ บาปมีมูลจากโลภะ โทสะ โมหะ. ๙.๓ บาปไม่มีชนิดสะอาด มีแต่สกปรกเศร้าหมอง. ๙.๔ บาปมีได้สำหรับคนบ้าบาปโดยไม่รู้จักบาป
๑๐.๑ หน้าที่ (โดยสมมติ) ของบาป : คือ ทำลายบุญ. ๑๐.๒ หน้าที่ของคนต่อบาป : คือ การกำจัดบาป ไม่ให้โอกาสแก่ การเกิดบาป
เปรียบเสมือน : ๑๑.๑ บันไดไปนรก. ๑๑.๒ ยานพาหนะไปสู่ความพินาศ. ๑๑.๓ เหล้าหวาน. ๑๑.๔ อ้อยหวานที่โคน ขมที่ปลาย. ๑๑.๕ ยาพิษที่เคลือบน้ำตาล
๑๒.๑ การชักชวน เกลี้ยกล่อม หลอกลวงของปาปมิตร. ๑๒.๒ มิจฉาทิฏฐิ. ๑๒.๓ ปาปกามตา หรือ มิจฉาสังกัปปะ. ๑๒.๔ การประทุษร้ายห้าประการ: คือ ประทุษร้ายชีวิตร่างกาย - ทรัพย์สมบัติ - ของรักของผู้อื่น - ความเป็นธรรมของผู้อื่น- สมปฤดีของตนเอง. จากห้าอย่างนี้จะขยายไปเป็นกี่อย่าง ก็ได้
๑๓.๑ ความดับไปตามคราวเพราะการขาดเหตุปัจจัยตามธรรมดา ของสังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย. ๑๓.๒ เพราะบุญเกิดขึ้นแทรกแซงในบางกรณี. ๑๓.๓ เพราะความสิ้นกิเลสเป็นพระอรหันต์ นี้เป็นอัตถังคมะของ บาปขั้นสูงสุด
อัสสาทะของบาปมีสำหรับคนบาป. แม่บาท..บาป ๑๐๘
๑๕.๑ เป็นทุกข์ นำมาซึ่งความทุกข์รอบด้าน. ๑๕.๒ ทำให้เป็นที่เกลียดชัง สูญเสียความเคารพนับถือจากคนทั่วไป
นิสสรณะจากบาป ด้วย : ๑๖.๑ อริยมรรคมีองค์แปด. ๑๖.๒ การทำภาวนาในปุญญานุสติอยู่เป็นประจำ
นัยที่หนึ่ง : ทางปฏิบัติต่อบาป : คือ การบำเพ็ญบุญ ซึ่งเป็น เครื่องขจัดบาป. นัยที่สอง : ทางปฏิบัติให้พ้นจากบาป : โดยหลักโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งเป็นหัวใจของพุทธศาสนาสามประการ: คือ เว้น จากการทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตให้ ผ่องแผ้ว. นัยที่สาม : ทางปฏิบัติให้สิ้นบาปหรือเหนือบาป : คือ อรหัตต- มรรคญาณ
อานิสงส์ (โดยอ้อม) ของบาป : คือ การสอน อย่างรุนแรงและเจ็บปวด จนทำให้รู้จักบาปและไม่ทำบาปอีกต่อไป
เข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่าบาป : ๑๙.๑ การสมาคมกับคนบาป. ๑๙.๒ การบูชากิน-กาม-เกียรติ หรือที่เรียกว่า กินดี อยู่ดี ทางวัตถุ. ๑๙.๓ การดูถูกดูหมิ่นศีลธรรม วัฒนธรรม (แท้) และศาสนา
บาปโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: เพื่อการละบาปและอยู่ เหนือบาป : คือ สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะอันเพียงพอ ; แล้วดำเนินไปตามหลักการของสัมมาทิฏฐิจนถึงที่สุด. จึงจะมีการละบาป และอยู่เหนือบาปได้อย่างปลอดภัย และสิ้นเชิง
บาปโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ๒๑.๑ ภาษาคน: เป็นเครื่องมือขู่คนให้กลัว โดยไม่ต้องใช้ เหตุผล. ภาษาธรรม: เป็นเครื่องบอกความจริงที่มีเหตุผล และ ไม่เป็นเครื่องมือขู่เข็ญใคร. ๒๑.๒ ภาษาคน: อาศัยความเชื่อตามที่สมมติบัญญัติขึ้น. ภาษาธรรม: อาศัยสติปัญญาตามความจริงของธรรมชาติ มิใช่การสมมติบัญญัติ. ๒๑.๓ ภาษาคน: บาปน่ากลัวเหมือนกลัวผี. ภาษาธรรม: บาปน่ากลัวเหมือนกลัวความตาย. ☸ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ศารทกาลิกเทศนา เล่ม ๑ ๒. อริยสัจจากพระโอษฐ์ ☸
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ