Buddhadasa.org

เมตตามหานิยม ตอนที่ ๓ — ระเบียบวิธีของพุทธบริษัท และเหตุผลของ "พิธี"

เมตตามหานิยม — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — เมตตามหานิยม (๔ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.23 ๑๙ ฉะนั้นขอให้จดจำไปให้ดี ๆ ระเบียบวิธีของพุทธบริษัทมีอยู่ อย่างไร จะลุกจะเดิน จะนั่งจะนอนอย่างไร จะไหว้จะกราบ อย่างไร มีกิริยาวาจาท่าทางอย่างไร ต้องทำให้ถูกต้อง, และ ตลอดถึงว่าถ้า เขาขอร้องให้เป็นหัวหน้าอาราธนาศีลหรือทำ อะไรอย่างนี้ก็ต้องทำได้อย่างไม่กระดาก ต้องถือว่าเป็นเครื่อง ทดสอบตัวเองอย่างหนึ่งอยู่เสมอไปว่ามันเลวลงหรือดีขึ้น และ ต้องให้ถือว่า นี้เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขให้ลุล่วงไป อย่าไป ทำผิดหรือยอมแพ้โดยเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะทำ. ถ้า เราทำได้แม้ที่สุดแต่ว่าพิธีรีตองต่าง ๆ เราเป็นหัวหน้าได้ นำได้ อย่างนี้ มันก็เป็นการดีในทางสังคม เราจะเป็นข้าราชการ เป็นพ่อค้า เป็นอะไรก็ตาม จะมีเงินมีเกียรติอย่างไรก็ตาม เรายังต้องการสังคม เมื่อสิ่งใดช่วยให้มีการสังคมได้ดี ให้มีคน รักใคร่นับถือเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งฝ่ายหนึ่งเราก็ต้องทำ ฉะนั้น เราอย่าเห็นเป็นของครีแล้วไปละอายเสีย. ทีนี้ คำว่า "พิธี" เกี่ยวกับคำว่าพิธี อยากจะบอก ให้ทราบว่า คนหนุ่ม ๆ สมัยใหม่นี้ รังเกียจพิธี นั้นเป็นความโง่ ของคนหนุ่ม ๆ สมัยใหม่เหล่านั้นเอง สิ่งที่เรียกว่า "พิธี" นั้น ไม่ควรจะรังเกียจ แต่สิ่งที่เรียกว่า "พิธีรีตอง" นั้นดูจะไม่ไหว หรือน่ารังเกียจ เพราะพิธีรีตองนั้นทำไปโดยไม่มีความสำนึก

น.24 ๒๐ ในเหตุผล. แต่ถ้าว่า "พิธี" แล้วเขามีเหตุผล. เหตุผลที่ สำคัญที่สุดก็คือ เราจะย้ำสิ่งที่ดีที่ควรกระทำให้แน่นแฟ้นลงไป ในตัวเรา เช่นเราจะคิดจะนึก หรือจะเชื่อจะถืออะไรก็ตาม มันทำครั้งเดียวไม่แน่นแฟ้น เราต้องย้ำอยู่เสมอจึงจะแน่นแพ้น. เพราะในขณะที่ทำพิธีนั้น เราต้องทำด้วยความรู้สึก เราต้อง อดทน การทำจิตใจที่ต้องอดทนนั้น เป็นการย้ำลงไปในจิตใจ อย่างแน่นแฟ้น เราจึงมีการทำพิธีที่มีเหตุผล และที่ควร กระทำ ; อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อไม่ให้ลืม และเพื่อให้แน่นแฟ้น ลงไป เพื่อให้เป็นเครื่องบังคับจิตใจของเรา ให้แน่นแฟ้น ในสิ่งที่ควรกระทำ. ฉะนั้น การที่เราต้องรับศีลบ่อย ๆ นี้ ถ้าเราทำด้วย จิตใจ มันก็มีประโยชน์ แต่ถ้าเราทำอย่างกระฟัดกระเฟียด เพราะไม่อยากจะทำ เพราะไม่พอใจจะทำ นี้ก็เป็นโทษ นี่แน่นอน. เราควรจะถือเอาประโยชน์เมื่อถึงคราวที่จะต้อง ทำพิธีที่มีเหตุผลเราก็ต้องทำ, เดี๋ยวนี้สังเกตดูว่าเขาไม่อยากทำ ทำอย่างเสียไม่ได้. ถ้ามีพิธีรับศีล ก็ดูจะรับอย่างที่เรียกว่า กระพัดกระเพียด นึกดูหมื่นอยู่ในใจ คุยกันไปในขณะที่ กำลังให้ศีลอย่างนี้ก็มี ; อย่างนี้เป็นความโง่ของคนเหล่านั้น ที่ไม่รู้ว่าพิธีนี้คืออะไร. คนเหล่านั้นจึงไม่มีศีลธรรม เป็นคน หันเหออกจากศีลธรรม ไม่มีความละอายแก่บาป ไม่มีความ

น.25 ๒๑ ละอายแก่ความชั่ว เมื่อคนเหล่านี้มีอำนาจวาสนา มีอิทธิพลมาก ก็ทำให้สังคมนี้เลวลงได้, ถ้าคนเหล่านั้นยังหนักแน่นอยู่ใน ศีลธรรม ก็จะรักษาสังคมนี้ให้ยังคงมีความปลอดภัยอยู่ได้. นี่คือความสำคัญหรือไม่สำคัญของสิ่งที่เรียกว่า "พิธี". ส่วนคำว่า "พิธีรีตอง" นั้น มันเป็นที่แน่นอนว่า ไม่ไหว เป็นของที่น่ารังเกียจ แยกออกให้ขาดจากกันเสีย อย่างนี้ แล้วเราก็จะมีความยินดีที่จะทำพิธี ที่จะร่วมพิธีที่มี เหตุผล. แม้แต่การที่เราจะไหว้พระสวดมนต์ หรือนึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่เป็นประจำทุก ๆ วัน ในรอบ ๒๔ ชั่วโมง จะต้องมีเวลาระลึกนึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่แท้จริงอยู่ เพื่อป้องกันการลืมตัว ; จะต้องนึกถึงบิดามารดา ครูบาอาจารย์ หรือความหมายของ คำว่า บิดามารดา ครูบาอาจารย์นั้น อย่างน้อยสักแวบหนึ่ง ทุก ๆ วันในรอบ ๒๔ ชั่วโมง. อันนี้ก็เป็นเครื่องกันเป็น เครื่องรางที่ประเสริฐที่สุดยิ่งกว่าเครื่องรางชนิดไหน. แล้วจะมี พระพุทธรูปแขวนคอก็เพื่อให้นึกถึงสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่แขวนคอ เฉย ๆ ด้วยเชื่อศักดิ์สิทธิ์อย่างงมงายโง่เขลา. ถ้าพระแขวนอยู่ ที่คอ ก็หมายความว่าให้ระลึกได้บ่อย ๆ ว่าพระพุทธเป็นอย่างไร พระธรรมเป็นอย่างไร พระสงฆ์เป็นอย่างไร ความหมายของ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต