Buddhadasa.org

ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) ตอนที่ ๑๐ — ๑๐. ธรรมะ ในฐานะที่เป็นตัวแท้ของศาสนา

ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) (๑๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.378 ท่านสาธุชน ที่มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดย หัวข้อว่า “ธรรมะในฐานะที่เป็นตัวแท้ของศาสนา" คงจะมีหลาย ท่านมีความฉงนว่าอะไรเป็นตัวแท้ของศาสนา ? ทำไมต้องมีตัวแท้ของ ศาสนา ? นั่นแหละคือปัญหาที่จะต้องทำความเข้าใจกันให้เพียงพอ และจะได้ทำความเข้าใจกันในวันนี้. ตัวแท้ของศาสนาอยู่ที่ไหน ? จะต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ว่าตัวแท้ของศาสนามิได้อยู่ที่ศาสนวัตถุ ศาสนพิธี ศาสน- บุคคล, หรือแม้แต่ศาสนธรรมที่ชอบเรียกกัน. สิ่งเหล่านั้น เป็นอุปกรณ์บ้าง เป็นที่ตั้งที่อาศัย เป็นผู้ดำเนินงาน, หรือ ๑๕๖

น.379 ๑๕๗ เป็นระเบียบงานที่จะต้องดำเนินบ้าง จนกว่าจะเกิดผลเป็น ตัวแท้ ของสิ่งที่เรียกว่า "ศาสนา" ขึ้นมา. ศาสนวัตถุ วัตถุศักดิ์สิทธิ์ในศาสนา วัตถุที่เป็น สัญญลักษณ์ของพระศาสนา กระทั่งสถานที่ ที่เกี่ยวกับ ศาสนา เหล่านี้ก็ยังไม่ใช่ตัวแท้ของศาสนา; เป็นเพียงที่ ตั้งที่อาศัย อันประกอบเป็นส่วนภายนอก. วัตถุศักดิ์สิทธิ์ เช่นพระเครื่องที่แขวนคอเป็นต้น ก็ยังไม่ใช่ตัวแท้ของ ศาสนา; แต่อาจจะ ใช้เป็นอุปกรณ์ สำหรับเข้าถึงตัวแท้ของ ศาสนาก็ได้. สำหรับศาสนพิธี ศาสนกิจ นี่มันก็เป็นเรื่องของ พิธี. เรื่องของกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนา ศาสนาตัวแท้อยู่ ที่ตรงไหน ? ก็จะต้องคอยดูกันต่อไป. ที่เรียกกันว่า "ศาสนบุคคล" บุคคลที่เกี่ยวกับ ศาสนา มีพระผู้ปฏิบัติ มีเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับ ศาสนา; แม้แต่คนเฝ้าวัดเฝ้าศาลาก็ยังรวมอยู่ในคำว่า "ศาสนบุคคล" ไม่ใช่ตัวแท้ของศาสนา. แม้แต่ ศาสนธรรม ที่เป็นตัวหลักวิชา เป็นรูปแบบ ของการปฏิบัติที่ปฏิบัติอยู่. นี้ก็เป็นเรื่องวิชา เป็นเรื่อง การปฏิบัติเพื่อให้ได้ลุถึงตัวแท้ของศาสนา.

น.380 ๑๕๘ ทีนี้ตัวแท้ของศาสนาอยู่ที่ไหน ? จะเอาอะไร เป็นหัวใจของศาสนา หรือเป็นจุดศูนย์กลาง, nucleus ของ สิ่งที่เรียกว่า "ศาสนา" ? ข้อนี้จำเป็นต้องดูให้ลึกเข้าไปเป็น ชั้น ๆ เพื่อให้เข้าถึงหัวใจหรือตัวแท้ของศาสนา. อาตมาอยากจะกล่าวบทนิยามให้เป็นที่ทราบกัน เสียก่อนว่า "ตัวความถูกต้อง ที่มีอยู่ในความเปลี่ยนแปลง ของชีวิตที่ประพฤติปฏิบัติพระศาสนาทุกขั้นทุกตอนแห่ง วิวัฒนาการของมัน" . โปรดสังเกตว่า อาตมาระบุไปยัง ตัวความถูกต้อง ที่มีอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลง อันเกิดขึ้นแก่ ชีวิตซึ่งได้ประพฤติปฏิบัติพระศาสนา, ได้มีความถูกต้องอัน สืบเนื่องกันไปทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการ. ทีนี้ปัญหาก็จะเกิดขึ้นมาว่า อะไรคือความถูก ต้อง ? ความถูกต้องในที่นี้ถือตามหลักของพระศาสนา หรือ พระพุทธศาสนาโดยตรงไม่ใช่ความถูกต้องตามหลักปรัชญา หรือหลักตรรกวิทยา ซึ่งฝากไว้กับเหตุผลแห่งการวิพากษ์ วิจารณ์. เดี๋ยวนี้ เราจะเอาตัวความถูกต้อง ที่ปรากฏ อยู่แก่ชีวิตจิตใจ ที่มีการประพฤติปฏิบัติพระศาสนามา เป็นอย่างดีแล้ว.

น.381 ๑๕๙ จำเป็นจะต้องขอทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “ธรรม" หรือ "ธรรมะ” อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่า ตัวความถูกต้อง นี้เป็น ตัวธรรมะ ซึ่งมีความหมายอยู่ถึง ๔ ประการ : ธรรมะ คือ ตัวธรรมชาติ. ธรรมะ คือ ตัวกฎของธรรมชาติ. ธรรมะ คือ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ. ธรรมะ คือ ตัว ผลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ. เดี๋ยวนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่า มี การปฏิบัติ หน้าที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ แล้วเกิดธรรมะในความ หมายที่ ๔ คือ "ผลแห่งการปฏิบัติตามหน้าที่" ในที่นี้หมาย ถึงความถูกต้องที่ได้เกิดขึ้นมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ความ ถูกต้องนั้นปรากฏอยู่ในความเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่เคยโง่ เคยหลง เคยเลว เคยระทมทุกข์ต่าง ๆ มาเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ตรงกันข้าม เพราะมันมีตัวความถูกต้อง. คำว่า "ถูกต้อง" ตามหลักของพระพุทธศาสนา นั้น หมายถึง ลักษณะที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาแก่ตัวเองและแก่ ผู้อื่น ; ถูกต้องต่อการที่จะไม่ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นมา ทั้ง แก่ตัวเองและแก่ผู้อื่น. เมื่อมีการพิสูจน์ความมีประโยชน์ เป็นอย่างนี้แล้ว ก็เรียกว่า "ความถูกต้องตามหลักของพระ-

น.382 ๑๖๐ พุทธศาสนา" ไม่ต้องใช้หลักปรัชญา หลักตรรกวิทยาใด ๆ ทั้งสิ้น. ถ้าไม่เกิดความทุกข์ขึ้นแก่ตัวผู้นั้น และไม่ ให้เกิดความทุกข์ขึ้นแก่ผู้อื่นที่เนื่องกัน ละก็เรียกว่า "ความถูกต้อง". ถูกต้องตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็น หลักใหญ่ของพระพุทธศาสนา คือ ไม่มาก ไม่เกิน ไม่เอียง ไปทางกามสุขัลลิกาฺโยค ไม่เอียงไปทางอัตตกิลมถานุโยค คือ ไม่เปียกแฉะ แล้วก็ไม่ไหม้เกรียม นี้คือความหมาย ของมัชฌิมาปฏิปทา. หรือ ถูกต้องตามกฎของปฏิจจสมุปบาท ซึ่งหมาย ถึงการ ขจัดเสียได้ หรือป้องกันเสียได้ ซึ่งกระแสแห่ง ปฏิจจสมุปบาทที่จะทำให้เกิดทุกข์ จึงเกิดทุกข์ ไม่ได้แก่ตัว ผู้นั้น, แล้วก็ไม่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์แก่บุคคลอื่นได้. นี่ เราเรียกว่า "ความถูกต้อง". ความถูกต้องชนิดนี้เป็นที่ ยอมรับของผู้มีปัญญาหรือวิญญูชน คือผู้มีความรู้อันแท้จริง ; ยกเว้นอันธพาลซึ่งเขามีความถูกต้องเป็นอย่างอื่น. ความ ถูกต้องในที่นี้เป็นของบัณฑิต ของวิญญูชน ของผู้มีปัญญา นี่คือบทนิยามที่เอาความถูกต้องเป็นหลักของพระพุทธ- ศาสนา.

น.383 ๑๖๑ เดี๋ยวนี้เรามี ความถูกต้องชนิดนี้อยู่ที่ตัวชีวิตของผู้ประพฤติปฏิบัติ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงจากปุถุชนคนไม่รู้ มาเป็นอริยชนคนที่รู้ และมีความประเสริฐ ในตัวความเปลี่ยนแปลงนั้นต้องมีความถูกต้อง. ถ้าไม่มีความถูกต้องมันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากความผิดพลาด, หรือมันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่มีประโยชน์อะไร. มันต้องมีความถูกต้องอยู่ในตัวการเปลี่ยนแปลง ; การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นไปในทางที่จะมีประโยชน์. ถ้าพูดตรง ๆ ก็ว่า คนนั้นเปลี่ยนแปลง, ชีวิตจิตใจนั้นมันเปลี่ยนแปลง. ในตัวความเปลี่ยนแปลง มีความถูกต้องของพระธรรม ที่เป็นผลของการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ. ถ้าจะหาความถูกต้อง ก็ต้องหาที่ชีวิตจิตใจซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างถูกต้อง. ความถูกต้องนี้มีทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการ ; หมายความว่า เกิดมาเป็นเด็ก แล้วก็เป็นวัยรุ่น, แล้วก็เป็นหนุ่มสาว, แล้วก็เป็นพ่อบ้านแม่เรือน เป็นคนเฒ่าคนแก่ จนกระทั่งจะเน่าเข้าโลงไปในที่สุด ; ทุกตอนต้องมีความถูกต้อง นี้เรียกว่าถูกต้องทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนา-

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต