Buddhadasa.org

ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) ตอน ๓ ตอนที่ ๑๓ — ๓๕. ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องรู้ว่าการลงแรงต้องคุ้มค่า

ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) ตอน ๓ — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ศีลธรรมกลับมา (ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ) ตอน ๓ (๑๔ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.236 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาก็ยังคงแสดงไป ในวัตถุประสงค์ว่า ศีลธรรมจะกลับมา, ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกา ก็วินาศ และการบรรยายในวันนี้มีหัวข้อว่า การลงแรงต้องคุ้มค่า. ประโยคนี้ฟังดูแล้ว มันคล้ายกับเป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือการค้า ไม่ใช่ศีลธรรม แต่โดยแท้ที่จริงนั้น เ นื้อหา ของเรื่องก็เป็นเรื่องศีลธรรม, ศีลธรรมส่วนปัญญา ; หรือเมื่อวิชชาส่องแสงถึงที่สุด การทำการลงแรงที่คุ้มค่า ก็เป็นศีลธรรม เพราะว่าการทำสิ่งที่มีค่าน้อยให้มีค่ามาก มันก็เป็นศีลธรรม.

น.237 ๒๒๗ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์เราทุกคนมีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ วิญญาณ หรือแยกออกได้เป็นเบญจขันธ์ ๕ ประการ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ด้วยกัน ทั้งนั้น. แต่แล้ว ทำไมบางคนจึงแทบจะไม่มีค่าอะไร ? ทำไมบางคนจึงมีชีวิตที่มีค่าสูงสุด ทั้งที่เรามีทุนเดิมเหมือน กันเท่ากัน ? พระพุทธองค์ทรงลงแรงคุ้มค่า. พรุ่งนี้ก็เป็นวันวิสาขบูชา เป็นวันฉลองชัยชนะ อย่างยิ่งของมนุษย์ ซึ่งมีบุคคลแรก คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเอาชนะกิเลสได้อย่างน่าอัศจรรย์. มนุษยชาติตกอยู่ใต้ อำนาจของกิเลสตลอดเวลา ; ครั้นมาถึงวันนั้น ก็มีมนุษย์ คนหนึ่ง สามารถเอาชนะกิเลสได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เราจึง ฉลองวันนั้น ทำการฉลองวันนั้น กันอย่างใหญ่หลวง คือ ฉลองชัยชนะของมนุษย์เหนือกิเลส. มีพระพุทธองค์เป็น ผู้ทรงกระทำไปในนามของมนุษยชาติ ; สัตว์โลกซึ่งเคย เป็นทาสของกิเลส ก็มารู้วิธีที่จะเอาชนะกิเลส อยู่เหนือ กิเลส.

น.238 ๒๒๘ อย่างนี้ก็คิดดูเถอะว่า พระพุทธองค์ซึ่งทรงเป็น มนุษย์ ประกอบด้วยชีวิตร่างกาย มีขันธ์ ๕ มีธาตุ ๖ เหมือน กับเรา ; แต่ทำไมพระองค์จึงประสบความสำเร็จ ในการ ชนะมาร ในนามของมนุษยชาติทั้งมวล ? นี้เป็นการลงแรง ที่คุ้มค่า เกินค่า เกินยิ่งกว่าเกิน, เกินยิ่งกว่าค่า ยิ่งกว่า เกินค่า. ชีวิตนี้ใช้ไปในทางลงทุน ได้ผลเป็นกำไรเกิน ยิ่งกว่าเกิน ยิ่งกว่าเกินค่า นี้จะเป็นศีลธรรมหรือไม่เป็น ท่านลองคิดดู ? คนหัวเศรษฐกิจการค้า เขาก็มองไปในทางเป็น การค้า ; แต่ว่าเราเป็นพุทธบริษัท ย่อมมองเป็นศีลธรรม คือการทำสิ่งที่มีค่าน้อยให้มีค่ามาก, หรือทำสิ่งที่ไม่มีค่าให้เกิด มีค่าขึ้นมา, นี้ก็เป็นศีลธรรม; ถึงแม้ว่าจะมองกันใน ลักษณะของเศรษฐกิจ ในความหมายธรรมดาสามัญ สิ่งที่ เรียกว่า เศรษฐกิจ นั้น ก็ยังเป็นศีลธรรม อยู่นั่นเอง ; เพราะว่าทำไปเพื่อให้ได้รับประโยชน์ต่อมนุษย์, ให้ มนุษย์มีความสะดวกสบายยิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่ต้องทำอย่างมี ศีลธรรม.

น.239 ๒๒๙ ถ้าไม่มีศีลธรรม ก็เป็นเศรษฐกิจโกง, ดังที่กำลัง กระทำให้โลกนี้กระวนกระวาย ระส่ำระสาย เพราะเศรษฐกิจ โกง คือไม่มีศีลธรรมนั่นเอง. แม้จะมองในแง่ของเศรษฐ- กิจ มันก็ยังคงเป็นศีลธรรมได้; ดังนั้นอาตมาจึงยืนยัน หัวข้อว่า การลงแรงต้องคุ้มค่า. ก็เป็นหัวข้อการ ปฏิบัติ เพื่อการกลับมาแห่งศีลธรรม. ทีนี้อยากจะทำความเข้าใจกันถึงคำว่า ลงแรงหรือ ลงทุน การลงแรงหรือลงทุนนี้ โดยธรรมชาติมันก็เป็นของ มันเอง ของมนุษย์ที่มีเจตนาจะกระทำ มันก็มีอยู่อีกส่วนหนึ่ง แต่การลงแรงของธรรมชาตินี้ เรียกว่ามันแสนจะคุ้มค่า วิวัฒนาการทั้งหลาย เป็นการลงแรงคุ้มค่า. ขอให้ถือว่า วิวัฒนาการทั้งหลาย คือการลงแรง ที่คุ้มค่า. การลงแรงที่คุ้มค่าและแน่นอน คือกระแสแห่ง วิวัฒนาการของธรรมชาติ ธรรมชาติลงแรงด้วยความ ว่างเปล่า, ไม่มีอะไร, แล้วเกิดดวงอาทิตย์ขึ้นมา. ดวง อาทิตย์แบ่งเนื้อหนังให้นิดหนึ่ง ออกมาเป็นโลก ; พอ เย็นลงก็เป็นหินชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าหิน acneous stone

น.240 ๒๓๐ เป็นหินล้วน ๆ แล้วโลกก็ลงทุนด้วยหินล้วน ๆ นี้ ทำให้ เกิดชีวิตนานาชนิดขึ้นมาในโลกในที่สุด. นี้เป็นการลงทุน ที่คุ้มค่า เรียกว่าธรรมชาติแท้ ๆ มันก็มีวิวัฒนาการ ที่เป็น การลงทุนลงแรงที่คุ้มค่าหรือเกินค่า ; แต่เรามนุษย์นี้ไม่เอา อย่างมันเลย. ทีนี้จะดูกันถึงการลงแรงด้วยเจตนาของมนุษย์ก่อน ในทางโลก มนุษย์ลงแรงลงทุนเพื่อความร่ำรวย เพื่อเรื่องกิน เรื่องกาม ; แม้ที่สุดแต่เรื่องวัฒนธรรม แต่จะคุ้มค่าหรือไม่ ก็ขอให้พิจารณาดู. เดี๋ยวนี้อยู่ในสภาพอย่างไร หรือว่า มนุษย์ลงแรงในทางศีลธรรม เพื่อเกิดบุญ เกิดกุศล เกิด เกียรติยศ เกิดสาธารณกุศล กระทั่งเกิดสวรรค์ในที่สุด ก็ต้องคอยดูต่อไปว่า มัน กำลังคุ้มค่าหรือไม่ ? ทีนี้ถ้าดูในชั้นสูงสุด คือใน ทางปรมัตถ์ มนุษย์เรา ก็ลงทุนเพื่อมรรค ผล นิพพาน แล้วมันก็ ได้ผลตรงตาม ความประสงค์ คุ้มค่าแห่งการลงทุนหรือหาไม่ ? ขอให้ลอง คิดดู.

น.241 ๒๓๑ การลงทุนของมนุษย์แม้ทางโลก ยังไม่คุ้มค่า. อาตมามองเห็นในลักษณะของการไม่คุ้มค่า : มนุษย์ในโลกกำลังลงทุนไปในลักษณะที่ไม่ได้ผล คุ้มค่า ; เ พราะลงทุนด้วยทุจริต ด้วยความคดโกง ด้วย ความเห็นแก่ตัว ไม่มีศีลธรรม มันก็หมุนไปในทางให้ เกิดผลร้าย. ตัวอย่าง ที่น่าเอามาพิจารณาดูกันเล่น ว่าเ ดี๋ยวนี้ มนุษย์มีความไม่ถูกต้องในเรื่องปัจจัย ๔ : เรื่อง อาหาร, เรื่อง เครื่องนุ่งห่ม, เรื่อง ที่อยู่อาศัย, และเรื่อง บำบัดโรค, มนุษย์ไม่ประสบผล ที่ควรจะพอใจ ที่น่าพอใจ คือไม่มี สันติสุข. แม้ว่าจะมีอาหารเลิศอย่างไร, นุ่งห่มอย่างเลิศลอย อย่างไร, ที่อยู่อาศัยเลิศลอยอย่างไร, บำบัดโรคอย่างดีที่สุด อย่างไร, ซึ่ง ต้องลงทุนมาก; มนุษย์ก็ยังไม่คุ้มค่า, ไม่ได้ รับผลคุ้มค่าของการลงทุน ยังเต็มไปด้วยวิกฤตการณ์ ยัง เต็มไปด้วยอันธพาล, ความไม่มีศีลธรรม สิ่งเลวร้ายก็ยัง มีอยู่.

น.242 ๒๓๒ ทีนี้ก็จะดูว่า ที่ลงทุนเพื่อการศึกษา ซึ่งยกย่อง กันนัก ว่ากำลังเจริญก้าวหน้า. ประเทศไทยเราก็ลงทุน เพื่อการศึกษา สร้างบัณฑิตขึ้นมาเป็นหมื่น ๆ; แต่แล้ว ก็เป็นบัณฑิตที่เตะฝุ่นไม่เป็น, ล้วนแต่เป็นบัณฑิตที่ เตะฝุ่นไม่เป็น ล้นงานไม่รู้จะทำอะไร : ทำนาก็ไม่ได้ แม้จะทำสวนครัวก็ไม่เป็น. เราผลิตแต่บัณฑิตชนิดที่ เตะฝุ่นไม่เป็น สู้พวกอื่นที่เขาผลิตบัณฑิตที่เตะฝุ่นเป็นไม่ได้. ดูต่อไปถึง เรื่องเทคโนโลยีทั้งหลาย เจริญก้าว หน้าเหลือประมาณ จนไม่รู้ว่าจะไปทางไหนกัน ; แต่แล้ว วิชาเทคโนโลยีทั้งหลายเหล่านั้น ก็ ส่งเสริมให้มนุษย์ตกเป็น ทาสของวัตถุ, ตกเป็นทาสของความเอร็ดอร่อยทาง เนื้อหนัง, สมน้ำหน้ามัน. นี่เทคโนโลยีมันให้ผลอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ ? กิจกรรมอวกาศ ทั้งหลาย ซึ่งท่านทั้งหลายก็ได้ยิน ได้ฟังอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องของอวกาศ แล้วได้ผลเป็น อย่างไร ? คุ้มค่าไหม ? เงินเสียไปจนไม่รู้กี่แสน ๆ ล้าน หรือ กี่ล้านล้าน ก็ได้เป็นสันติสุขเท่าไร ? เอามาเปรียบเทียบ คำนวณดูแล้ว มัน ได้ผลเท่ากับ ขี่เรือบินจับตั๊กแตน.

น.243 ๒๓๓ กิจกรรมอวกาศของเรามีผลเพียงว่า ขี่เรือบินจับตั๊กแตน คุ้มค่าไหม ? ดูต่อไปถึง กิจกรรมปรมาณู, ระบบปรมาณูก้าว- หน้า ; ดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น, มันจะเกิดผลอะไรขึ้น ? สักวันหนึ่งมันจะเกิดผลอะไรขึ้น. อาตมามองเห็นว่า กิจกรรมปรมาณู ทั้งหลาย นี้มัน เหมือนเตรียมโลงไว้ใส่ โลกล่วงหน้า, เตรียมโลงไว้ให้โลกเป็นการล่วงหน้า, กิจกรรมปรมาณู คือในที่สุดจะนำมาซึ่งการล้างโลก. แล้วทีนี้ดูของที่สวยงามประณีตกันบ้าง งานศิลป ในโลกกำลังก้าวหน้า : นิยมศิลป ส่งเสริมศิลป, เพ้อฝัน กันถึงเรื่องศิลป, แต่ดูแล้วมันมีผลอะไรบ้าง ที่เกิดมาจาก ความก้าวหน้าทางศิลป ? ศิลปก้าวหน้า จนมาถึงคนธรรมดาเข้าใจไม่ได้ ; ต้องไปเรียนโง่ให้มาก ๆ ให้มากที่สุด จึงจะเข้าใจศิลปนั้นได้. นี่มันมีประโยชน์อะไร ? นอกจากว่าให้มันเสียเวลามากขึ้น. แล้วก็ เป็นศิลปที่ไม่เคยรับใช้สันติภาพ, ไม่เคย รับใช้พระศาสนาเหมือนแต่กาลก่อน, เป็นศิลปที่รับใช้ กิเลสของมนุษย์, ให้มนุษย์ได้ขยายกิเลสมากออกไป. อย่าง

น.244 ๒๓๔ ดีที่สุดก็รับใช้การเมือง ศิลปเพื่อประโยชน์แก่การเมือง รับใช้การเมือง ยังไม่มีลู่ทางที่จะแสดงให้เห็นว่า จะสร้าง สรรค์ให้เกิดสันติภาพ. ดูต่อไปอีก ถึงสิ่งที่มันไม่คุ้มค่า คือ วิชาโบราณคดี และ ป ระวัติศาสตร์. การค้นคว้าการร้อยกรอง เกี่ยวกับ โบราณคดีประวัติศาสตร์ ค้นคว้าขึ้นมาเท่าไร ก็ ไม่ให้เกิด ผลในทางที่จะให้มนุษย์รักกัน. ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ขุดค้นขึ้นมาแต่เรื่อง ฆ่าฟันกัน, อาฆาตมาดร้ายกัน, เกลียดชังกันจนเป็น ประวัติศาสตร์เลย. ไม่ให้ผลเพื่อความมีแห่งศีลธรรม จะยกตัวอย่างดูว่า โบราณคดีประวัติศาสตร์ พวก ไหน ส่วนไหน แง่ไหน ที่ส่งเสริมให้มนุษย์ ให้รักกันและ เพื่อความมีศีลธรรม. ดูมันจะ เป็นไปเพื่อความอาฆาต มาดร้าย รุนแรงขึ้น กว่าเดิมไปเสียหมด นี้เราเรียกว่า มันไม่คุ้มค่า ลงทุนมาก เหนื่อยมาก เสียเวลามาก อะไรมาก แล้วก็ยังไม่ได้ผลคุ้มค่า จากวิชา โบราณคดีและประวัติศาสตร์.

น.245 ๒๓๕ ทีนี้เอาให้ใกล้เข้ามาอีกว่า ระบบการยุติธรรม การรักษากฎหมาย การราชทัณฑ์ ลงโทษคนทำผิด นี้ก็ ยังไม่ได้ผลคุ้มค่า : ลงทุนมาก ; แต่มันดีเกินไป ยิ่ง เพิ่มอันธพาล ยิ่งให้มีอันธพาลในโลกหนาแน่นขึ้นมา เพราะว่าระบบยุติธรรมราชทัณฑ์นั้นมันดีเกินไป มันแพง เกินไป: ถ้าเอากันให้ถูก ๆ ให้หยาบ ๆ อย่างสมัยบรรพบุรุษ เชื่อว่าการปราบอันธพาลจะดีกว่านี้. นี้อาตมาจะมองไปในทางที่ว่า สิ่งเหล่านี้ ตามที่ยก ตัวอย่างมานี้ มนุษย์เรายังไม่ได้รับผลคุ้มค่า, เ รื่องโลก ๆ ทั้งหลายเรายังไม่ได้รับผลคุ้มค่า : จากการเป็นอยู่ด้วย ปัจจัย ๔ จากการศึกษา ที่ผลิตแต่บัณฑิตที่เตะฝุ่นไม่เป็น, เรื่องเทคโนโลยี เรื่องกิจกรรมอวกาศ เรื่องกิจกรรมปรมาณู งานศิลป โบราณคดี ประวัติศาสตร์ ราชทัณฑ์ ยุติธรรม ยังไม่ได้รับผลคุ้มค่า. . เพราะความไม่มีแห่งศีลธรรม ซึ่ง มันเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น, แล้วความไม่มีแห่งศีลธรรม ไม่ สามารถจะแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วเราก็ ลงทุนลงแรง เป็น เรื่องเสียเปล่า ; ลงแรงแล้วไม่คุ้มค่า. นี่เรื่องโลก ๆ เรื่องชาวบ้านแท้.

น.246 ๒๓๖ กิจกรรมของโลกระดับศีลธรรมก็ไม่คุ้มค่า. ทีนี้ก็มาดูเรื่องที่สูงขึ้นมา คือในระดับศีลธรรม การกระทำในระดับที่เป็นศีลเป็นธรรม ในโลกนี้ยังไม่ ได้ผลคุ้มค่า. เช่น การสังคมสงเคราะห์ สงเคราะห์เหมือน อย่างกับว่าเลี้ยงลูกอ่อนไม่รู้จักโต, สงเคราะห์แต่ทางวัตถุที่ ทำให้โง่ ให้เห็นแก่ตัว, ไม่สงเคราะห์ทางจิตใจให้เขาเฉลียว ฉลาด ในการที่จะช่วยตัวเองได้ สงเคราะห์อย่างนี้มัน ไม่ช่วยให้พ้นจากการตกนรกทั้งเป็น บางทีจะเพิ่มให้มี การตกนรกทั้งเป็น ยืดยาวไปกว่าเดิม. หรือว่าจะดูเรื่อง การบำเพ็ญบุญ บำเพ็ญทาน : สร้างโบสถ์ราคา ๕๐ ล้าน ปีหนึ่งเปิดใช้ไม่กี่วัน ปิดไว้ ตลอดเวลา สร้างโบสถ์ราคา ๕๐ ล้าน คุ้มค่าตรงไหน ? ยมบาลเขาจะว่าอะไร ? ยมบาลเขาจะต่อว่า พวกใช้เงินไม่ คุ้มค่า. ใช้เงินของประชาชนไม่คุ้มค่านี้ ควรจะให้อะไร ? ควรจะโยนลงไปในหม้อไหนมากกว่า ? ทีนี้มาดูว่า วั ฒนธรรมประเพณีต่างๆ เหล่านี้ มันคุ้มค่าหรือไม่ ? สิ่งที่ไม่ต้องลงทุน ก็ทำให้ต้องลงทุน.

น.247 ๒๓๗ ยกตัวอย่าง การบวชนาค บวชเป็นพระ ถ้าเป็น สมัยพุทธกาลไม่มีการลงทุนเลย ไปอยู่กับพระพุทธเจ้า หรือ ไปอยู่กับใครก็ตาม เขาก็บวชกันไม่ต้องลงทุนเลย. เดี๋ยวนี้ เขาลงทุนกัน อย่างน้อยรายละหมื่นบาท ๒ หมื่นบาท ; ไป กู้เขามา, เอานาไปจำนองจำนำ, เอาเงินมาลงทุน บวช ๔ - ๕ วันก็สึกแล้ว. นี่มันคุ้มค่าที่ตรงไหน ? ยังทำให้ เต็มไปด้วย อบายมุข, เล่นหัวสนุกสนานอย่างอบายมุข, ดื่มน้ำเมาอย่าง อบายมุข ในการบวชนาคนั้นเอง. กฐิน ก็เหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างครั้งพุทธกาล ไม่ ต้องเอาเงินไปละลายแม่น้ำมากเหมือนเดี๋ยวนี้. เดี๋ยวนี้เขา ทอดกฐิน เพื่อจะได้เดินทางไปกินเหล้า ไปเล่นไพ่ ไปสรวลเสเฮฮา นั้นแหละคือตัวกฐินของเขา. นี่ก็รถ คว่ำ แล้วก็ตายกันเป็นหมู่ ๆ อย่างนี้เรียกว่ามันได้ผลคุ้มค่า อย่างไร ? งานเผาศพ ยิ่งเปลี่ยนแปลงมากไป จนมีการใช้จ่าย มาก เพียงแต่ค่าดอกไม้อย่างเดียวแล้วก็น่าตกใจ คือเป็นพัน เป็นหมื่น ในศพ ๆ หนึ่งที่มีเกียรติ.

น.248 ๒๓๘ นี้อาตมาดูรูปถ่ายการ เผาศพมหาตมคานธี มหา บุรุษที่รู้จักกันทั้งโลก คือมหาตมคานธี เอาฟื้นมากองเข้า แล้วเอาศพวางบนนั้น แล้วก็เผา ไม่ได้ใส่โลงด้วยซ้ำไป. คิดดูซิเผาเหมือนกับกองไม้กองหนึ่งเท่านั้น.30 นี่ภาพงานศพ มหาตมคานธี ภาพอย่างนี้ในเมืองไทยมีไหม ? แม้แต่คน ขอทานก็ยังจะทำดีกว่านี้. นี้เรา ลงทุนมากเกินไป ในขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่เรามาตั้งชื่อให้ใหม่ ๆ เพราะ ๆ ว่าวัฒนธรรม ขอให้ดูการบวชนาค การทอดกฐิน งานเผาศพ อะไรต่าง ๆ มันกำลังทำอะไรให้เกิดขึ้น แก่เศรษฐกิจของชาติ กิจกรรมฝ่ายปรมัตถธรรมก็ยังไม่คุ้มค่า เอ้า, ที่นี้ดูให้สูงขึ้นไปอีก คือ กิจกรรมในระดับ ปรมัตถธรรม ที่เราเรียกกันว่า วิปัสสนาธุระ นั่นแหละ กิจกรรมวิปัสสนา ยังไม่ได้ผลคุ้มค่าข้าวสุก ที่เอามาเลี้ยง นักวิปัสสนา, ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่เสียไป เพราะ กิจกรรมวิปัสสนา กศน. ยังทำให้เกิดความเข้าใจผิดอยู่บางอย่าง หรือมากอย่าง ไม่ได้ผลคุ้มค่าของคำว่า วิปัสสนา.

น.249 ๒๓๙ คำที่ประหลาดที่สุด คือคำว่า นิพ . พานปจฺจโย โหตุ - ขอให้สิ่งนี้เป็นปัจจัยแก่พระนิพพาน อย่างนี้ก็ ยังไม่มี ความหมาย อยู่นั่นเอง; กระทำแล้วขอร้องอย่างนั้น อ้อนวอนอย่างนั้น มันก็ยังไม่มีความหมายเป็นปัจจัยแห่ง พระนิพพาน. ประชาชน ยังไม่รู้จักพระนิพพาน ด้วยซ้ำ ; พอ เอาเรื่องพระนิพพานมาอธิบายให้ง่าย ให้เห็นเป็นนิพพาน ที่นี่เดี๋ยวนี้ ก็ถูกด่า. อาตมาถูกด่ามาจนไม่รู้จะถูกด่าสัก เท่าไรแล้ว เรื่องพูดให้เห็นว่า นิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้. นี่ มันยังขัดขวางสวนทางกันอยู่อย่างนี้ ; เรียกว่า ไม่ให้ผลคุ้มค่า, เห็นว่าเรากำลังลงทุนอย่างไม่คุ้มค่า, ... ถ้าดู ให้ดีมัน เป็นเรื่องขาดทุน, เป็นเรื่องลอยหลัง, เป็นเรื่อง รับผลร้ายมากกว่าผลดี. นี้คือตัวอย่างแห่งการลงแรงลงทุน ที่ไม่คุ้มค่า. เป็นพุทธบริษัทให้สมบูรณ์จึงจะมีผลคุ้มค่า. เอ้า, ทีนี้เราจะทำให้มันคุ้มค่า ทำอย่างไรจึงจะคุ้มค่า ? อาตมาเห็นว่า เรา จะต้องมีความเป็นพุทธบริษัท ให้มาก

น.250 ๒๔๐ ขึ้นหรือสมบูรณ์ คือให้มีศีลธรรมควบคุมอยู่ในทุก ระบบงาน. นั่นแหละเรียกว่ามีความเป็นพุทธบริษัทให้ มากขึ้น. พุทธบริษัท แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. เรา เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วทำอะไรมันก็ไม่ผิด, มันจะ ไม่หลงไปทำสิ่งที่ไม่คุ้มค่า มันจะรู้จักเลือกทำแต่สิ่งที่คุ้มค่า นี้เรียกว่า มีความเป็นพุทธบริษัทให้มากขึ้นเถิด การลงแรง ลงทุนอะไร ๆ ก็จะคุ้มค่าไปหมด. หรือว่ามีเศรษฐกิจเป็นศีลธรรม เรามี เ ศรษฐกิจ ให้เป็นศีลธรรม, ใช้ศีลธรรมเป็นเครื่องทำสิ่งที่มีค่าน้อยให้ มีค่ามาก, อะไร ๆ ที่ประพฤติเพื่อผลเพื่อประโยชน์ แล้วก็ให้ ศีลธรรมเข้าไปคุ้มครอง เป็นเศรษฐกิจที่มีศีลธรรม. แม้ เศรษฐกิจในครอบครัว จะหาเงิน จะใช้เงิน จะบริโภค ปัจจัย ๔ ก็ขอให้มีศีลธรรม. อยากจะพูดว่า ขอให้เรา เป็นเศรษฐีตามแบบ พุทธบริษัทกันเถิด เศรษฐีตามแบบพุทธบริษัทนั้นหมาย ความว่า ผลิตให้มาก กินแต่น้อย เท่าที่จำเป็น แล้วเหลือ เอาไปช่วยสังคม นี่คำว่าเศรษฐีตามแบบพุทธบริษัท.

น.251 ๒๔๑ คำว่า เศรษฐี แปลว่า ผู้ประเสริฐที่สุด ; ไม่ใช่ นายทุนที่ลงทุนหากำไร เพิ่มกำลังทุน แล้วก็กวาดล้อมเอา ทุนมาเพิ่มให้มากขึ้น อย่างนั้นเป็นนายทุน. แต่ถ้า เป็น เศรษฐี ก็จะต้องผลิตให้มาก กินแต่น้อย เหลือไปช่วยสังคม เศรษฐีมีโรงทาน เศรษฐีฝั่งทรัพย์ไว้เพื่อหล่อเลี้ยงโรงทาน อย่าให้ขาดมือ เป็นเศรษฐีตามแบบพุทธบริษัท ขึ้นมาในโลกนี้แล้ว นายทุนก็หมดไปเอง ; คอมมูนิสต์ก็ไม่มีงานทำ คอมมูนิสต์ ก็หมดไปเอง. นี่ขอให้เราเป็นเศรษฐี ตามแบบพุทธบริษัท ขึ้นมาเท่านั้น หรือว่าขอให้เรา ยึดถือหลักว่า เรานี้เกิดมา เพื่อเป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น. ถ้าเรายึดถือความเป็นเพื่อน อย่างนี้ ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน หรือการ ดูดาย ความไม่ช่วยเหลือ เรายึดหลักพุทธบริษัท : เ กิดมาเพื่อเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น, ลงทุนก็ลงทุน เพื่อเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ก็ เป็นผลแก่โลกทั้งหมดทั้งสิ้น.

น.252 ๒๔๒ อยากจะพูดที่ชวนให้คิดนึกอีกสักอย่างหนึ่งว่า อาตมา ขอร้องให้คนทั้งโลก ถือศีลเพียงข้อเดียว, ถือ ศีลข้อเดียวเท่านั้น ไม่ขอมาก, ถือศีลข้อเดียวว่า รักผู้อื่น รักผู้อื่น รักผู้อื่น ถือศีลข้อเดียวนี้ โลกจะหมดปัญหา. รักผู้อื่นแล้ว ฆ่าใครไม่ได้ . รักผู้อื่นแล้ว ขโมยของใครไม่ได้ รักผู้อื่นแล้ว จะล่วงละเมิดกาเมของใคร ไม่ได้ รักผู้อื่นแล้ว ก็โกหกใครไม่ได้ รักผู้อื่นแล้ว จ ะไม่ กินเหล้าให้ใครรำคาญได้. จริง เดี๋ยวนี้ยังทำอะไรให้คนอื่น รำคาญได้ ด้วยการกินของเมา รักผู้อื่นเป็นศีลข้อเดียว จะดึงเอาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีลกี่ร้อยก็ตาม มาสู่ศีลข้อ เดียวนี้ได้ทั้งหมด. โลกถือศีลเพียงข้อเดียวก็พอ คือ รักผู้อื่น ซึ่ง เป็นหัวใจของพระศาสนาทุกศาสนา เลย ซึ่งเน้นในการ รักผู้อื่น. ขอให้รักผู้อื่นเถิด จะได้ผลคุ้มค่า เกินค่าเกิน ยิ่งกว่าเกิน จะอยู่กันด้วยความรักสามัคคี เมตตาปรานี ไม่มีใครเป็นข้าศึกศัตรูแก่ใคร. ศาสนาพระศรีอารย์ก็เกิดขึ้น ในเมื่อทุกคนทั้งโลก ถือศีลเพียงข้อเดียวว่า รักผู้อื่น. นั่นคือความหมายของ

น.253 ๒๔๓ คำว่า ศรีอารยเมตไตรย เมตไตรย แปลว่า รักผู้อื่น, ศรีอารย อย่างเลิศ อย่างประเสริฐที่สุด, คือให้ รักจริง ๆ รักด้วย ความบริสุทธิ์ใจ ปัญหาในโลกนี้ก็หมด. เลือดเนื้อร่างกายชีวิตของเราไม่มีค่าเท่าไร แต่มา ใช้ลงทุนในการถือศีลข้อนี้แล้ว ก็ได้โลกพระศรีอารย์ พระ ศรีอารยเมตไตรย มาเป็นของตอบแทน ก็เรียกว่าได้ผล เกินค่า. นี้วิธีที่จะทำให้ทุกอย่างมีผลเกินค่า; แม้แต่ ร่างกายเน่า ๆ นี้ ที่ตายแล้วไม่มีใครเอานี้ ก็สามารถทำให้ มีค่าขึ้นมา มีคนไม่ลืม, ตายแล้วกี่พันปีก็ยังไม่มีใครลืม เพราะว่าเขาได้ทำให้เป็นสิ่งที่มีค่า. อย่างสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้จะไม่มีใครลืม จะไม่มีวันที่มีใครลืม เพราะว่าท่านได้ทำให้ร่างกายที่ไม่มีค่า นั้น เกิดเป็นของมีค่าสูงสุดขึ้นมา แล้วยังแนะผู้อื่นทำได้ด้วย. เวลาจะหมดแล้ว ขอสรุป กันที่ว่า ปัญหาอัน เลวร้ายในโลกนี้ แก้ได้ด้วยการทำให้ศีลธรรมกลับมา, ศีลธรรมกลับมา ปัญหาทุกอย่างจะหมดไปจากโลก

น.254 ๒๔๔ ขอทบทวน หัวข้อแห่งการทำให้ศีลธรรมกลับมา ว่ามีวิธีอย่างไรบ้าง ? คือจะทำอะไรในฐานะเป็นมนุษย์นี้ ทำอะไรต้องคงเส้นคงวา ต้องถูกฝาถูกตัว. มีหัวมีหาง คือมีสูงมีต่ำ, บังคับบัญชากันได้. ระวังคางระวังคอ อย่า หามาหรือกลืนไป ด้วยทุจริต . ถอนตอลงหลัก รู้ว่ากงจักร หรือดอกบัว กิเลสมันเป็นตัวธรรมะเป็นตน เลือกเอาแต่ ธรรมะ. คนยังไม่ใช่มนุษย์ ต้องเป็นมนุษย์กันอีกทีหนึ่ง. ถ้า เป็นชาวพุทธก็หมดปัญหา ; เพราะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ปัญญาต้องคู่กันกับสติ ทิฏฐิต้องเป็นสัมมา วิชชาต้องส่องแสง เหมือนที่อธิบายมาอย่างละเอียดแล้ว ในการบรรยายครั้งก่อน ครั้งนี้ก็คือ ลงแรงต้องคุ้มค่า, การลงแรงลงทุนต้องคุ้มค่า. เดี๋ยวนี้โลกกำลังไม่ลงทุนอย่างคุ้มค่า. การศึกษา ในประเทศไทยเรา ยังสร้างแต่บัณฑิตที่เตะฝุ่นก็ไม่เป็น, เตะฝุ่นก็ไม่เป็น, เทคโนโลยีทั้งหลายส่งเสริมความเป็นทาส วัตถุ, กิจกรรมอวกาศเหมือนกับขี่เรือบินจับตั๊กแตน, กิจ- กรรมปรมาณูคือเตรียมโลงไว้ใส่โลกล่วงหน้า, อย่างนี้ เป็นต้น. โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นการกระทำที่คุ้มค่า จึง ไม่มีสันติภาพอันถาวร.

น.255 ๒๔๕ จึง ขอวิงวอน ท่านทั้งหลาย ที่เป็น พุทธบริษัท โดยเฉพาะ ว่า จงเอาอย่างพระพุทธเจ้าเถิด. การลงแรง ต้องคุ้มค่า, การทำอะไรคุ้มค่านั้นเป็นศีลธรรม ; ไม่ใช่ เป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือการค้า. การลงแรงต้องคุ้มค่า คือใช้ชีวิตให้คุ้มค่า, วิวัฒนาการคือกระแสแห่งการ ลงแรงที่คุ้มค่า ของธรรมชาติก็ดี ของมนุษย์เราก็ดี ในที่สุดนี้ ขอจบการบรรยายด้วยความหวังว่า ต่อไปนี้ เราจะมีการลงแรงที่คุ้มค่า พอใจในการกระทำของตน มีความสุขอยู่ ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต