น.47 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดย หัวข้อว่า ธรรมะในฐานะสิ่งที่ต้องการความมีหัวมีหาง. ฟังดูก็รู้สึกว่ากุกกักอยู่มาก ขอให้นึกถึงการบรรยาย ครั้งที่แล้วมา ซึ่งบรรยายโดยหัวข้อว่าธรรมะในฐานะที่จะต้อง มีความ คงเส้นคงวา มีความ ถูกฝาถูกตัว วันนี้ก็ว่า มีหัว มีหาง. หมายความว่า คนเราจะต้องประพฤติอย่างนั้น ธรรมะจึงจะมาอยู่กับเรา ; ดังนั้นจึงพูดว่าธรรมะในฐานะ สิ่งที่ต้องการความมีหัวมีหาง.
น.48 ๓๘ พวกเรา จะต้องประพฤติปฏิบัติในลักษณะที่มี หัวมีหาง ธรรมะจึงจะอยู่กับเรา; ถ้าไม่มีหัวไม่มีหาง ท่านลองคิดดูเถอะว่ามันจะเป็นอย่างไร ? จงมองดูที่ปู ปูมันไม่มีหัว แล้วมันก็ยังไม่มีหางด้วย มันต้องเลยเดินไปข้าง ๆ อย่างข้างๆ คู ๆ เดินเหมือนปูไป ข้าง ๆ ก็ได้แต่วิ่งลงรู จะเหาะขึ้นฟ้าไม่ได้ เพราะมันไม่มีหัว ไม่มีหาง. ความมีหัวมีหางนี้ จำเป็นในการที่เราจะมี ธรรมะ. ขอให้จำไว้ว่า ธรรมะต้องการความคงเส้นคงวา ความถูกฝาถูกตัว ความมีหัวมีหาง ; แล้วธรรมะก็จะอยู่ กับเรา. ทีนี้ก็จะ ขอยืนยันว่า อาตมาบรรยายปาฐกถาธรรม ทุกครั้ง ด้วยความมุ่งหมายอย่างเดียวกันนั้นคือว่า ธรรมต้อง กลับมา ; มิฉะนั้นโลกาจะวินาศ. เ ราต้องมีธรรมะ, เรา ต้องมีธรรมะ, เราต้องมีธรรมะ, ธรรมะคือสิ่งที่จำเป็น อย่างยิ่ง. ขอให้ดูที่ กรณีจำเป็นที่สุด คือความเป็น ประชาธิปไตย. เราเป็นประชาธิปไตยกันได้ เท่าที่เรา
น.49 ๓๙ มีธรรมะอยู่ในประชาชน. ประชาชนมีธรรมะหรือศีล- ธรรมเท่าไร เรามีประชาธิปไตยได้เพียงเท่านั้น. ถ้า มิฉะนั้นแล้วจะมีความเน่าใน อยู่ในประชาธิปไตยนั้น นับ ตั้งแต่เลือกผู้แทนขึ้นไป, ประชุมกันเป็นรัฐสภาในที่สุด, ไม่มีศีลธรรมเท่าไร เราก็ไม่มีประชาธิปไตยเต็มใบ หรือ ครึ่งใบ แม้แต่เสี้ยวใบก็ยังไม่ได้ จะมีประชาธิปไตยเต็มใบ มันก็อยู่ที่ตรงนี้. อาตมาขอย้ำว่า เราเป็นประชาธิปไตยได้ เท่าที่ ประชาชนของเรามีศีลธรรม. เราเป็นประชาธิปไตยได้ เพียงเท่าที่ประชาชนของเรามีศีลธรรมเท่าไร ; เราจะเป็น ประชาธิปไตยได้ เพียงเท่าที่ประชาชนของเรามีศีลธรรม เมื่อเรา ต้องการประชาธิปไตย เราก็ต้องรีบ มีประชาชนที่ประกอบไปด้วยศีลธรรม. ถ้าศีลธรรมเต็ม ประชาธิปไตยก็เต็มใบ ไม่อย่างนั้นก็ครึ่งใบ เสี้ยวใบ กระทั่ง ไม่พอใช้, มีไม่พอใช้. ทีนี้อยากจะบอกกล่าวว่า มีคนเขียนท้วงไปยังอาตมา ว่า ทำไมเป็นพระเป็นสงฆ์พูดเรื่องการเมือง ?
น.50 ๔๐ นี่ขอบอกว่า ไม่ใช่ ; อย่าไปมองกันอย่างนั้น ; ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่พูดเรื่องธรรมะ. ธรรมะ ต้องมีที่มนุษย์ ต้องมีที่การเมือง ที่กำลังครอบงำมนุษย์ โลกกำลังถูกครอบงำด้วยการเมือง. ถ้าการเมืองไม่มีธรรมะ แล้วมาครอบโลก แล้วโลกนี้จะเป็นอย่างไร ? ทีนี้ เ พื่อให้การเมืองมีธรรมะ เราจึงพูดถึง ธรรมะ แม้ที่เกี่ยวกับการเมือง. การเมืองมีธรรมะ จึงจะเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์ได้. เศรษฐกิจก็ต้องมีธรรมะ ไม่ใช่เศรษฐีโกง เหมือนกำลังมี ๆ กันอยู่. การปกครอง ก็ต้องมีธรรมะ สังคมก็ต้องมีธรรมะ. การผลิตต่าง ๆ ก็ ต้องประกอบไปด้วยธรรมะ. การซื้อ การขาย การนายหน้า การขนส่ง ก็ต้องมีธรรมะ ; ถ้าไม่มีธรรมะ มันก็คือความ วินาศ. นี้จึง ขอยืนยันว่าพูดธรรมะ ไม่ใช่พูดการเมือง. ทีนี้มี บางคนแย้งว่า โอ๊ย, ป่ วยการพูดถึงธรรมะ ให้อิ่มปากอิ่มท้องเสียก่อน จึงค่อยพูดถึงธรรมะ. นี่เขาไม่ ดูให้ดี, เขาไม่ดูให้ดี, ดูให้ดีที่จะว่า ที่ไม่มีอะไรจะกินนั้น เพราะไม่มีธรรมะ. ถ้ามีศีลธรรม หรือ มีธรรมะ แล้ว จะมีกิน และ มีใช้, มีเหลือกินเหลือใช้ ; เพราะว่าธรรมะ
น.51 ๔๑ หรือ ศีลธรรมข้อแรก ก็คือ ก ารทำหน้าที่ของตนอย่างถูก ต้องแก่ความเป็นมนุษย์. คนที่กระทำอยู่อย่างนี้จะอด ได้อย่างไร ? เขาไม่มีธรรมะมาเป็นหัว เขาจึงไม่รู้จักหาใส่ ปากใส่ท้อง, หรือไปหาโดยวิธีอันธพาลแบบรวยลัด. เช่นดักรถยนต์ให้คว่ำลงในที่เปลี่ยว แล้วก็ขนเอาของไป, ปลดทรัพย์สมบัติแม้ที่เนื้อที่ตัว อย่างที่เรียกว่า เหลือแต่กาง เกงในเอาไป. นี่เขาไม่มีธรรมะ ก็มาอ้างว่าไม่มีใส่ปากใส่ท้อง แล้วก็ทำถึงอย่างนี้. นี่ขอให้เลิกพูดว่า อิ่มปากอิ่มท้องเสีย ก่อนจึงค่อยมีธรรมะ แต่พูดเสียใหม่ว่า เ พราะไม่มีธรรมะ จึงไม่มีอะไรจะกิน. ทีนี้บางคนมาท้วงว่า ความเป็นวิกฤตการณ์, มี วิกฤตการณ์เดือดร้อนอย่างนี้ มันเป็นธรรมดาโลก มันต้อง มีอยู่ในโลก หลีกไม่พ้น ; เราอยู่กับมันเรื่อย ๆ ไปก็แล้ว กัน ไม่ต้องพูดถึงธรรมะ ธรรมเมอะอะไรกันให้เสียเวลา. อาตมาขอตอบว่า ไม่จริง, ที่พูดอย่างนั้นไม่จริง. เราจะอยู่กับความเป็นอันธพาลเรื่อยๆ ไป อย่างนี้มัน ไม่ถูก ; เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราอาจจะป้องกัน หรืออาจจะ
น.52 ๕๒ กำจัดออกไปเสียก็ได้ ให้สมกับว่าเราเป็นมนุษย์ มีวิวัฒนา- การ มีพัฒนาการ. เราต้อง เป็นมนุษย์ เราต้องแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ได้ ; มิฉะนั้นแล้วจะละอายแก่สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานไม่มีวิกฤตการณ์, มันไม่สร้างวิกฤต- การณ์ขึ้นมาเอง. ถ้ามีวิกฤตการณ์ในหมู่สัตว์เดรัจฉาน ก็ เพราะมนุษย์ไปสร้างให้มันทั้งนั้น, มนุษย์ที่ยังมิใช่มนุษย์, เป็นคนที่ไม่มีมนุษยธรรม. คนที่ ไม่มีมนุษยธรรมแล้ว แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็พลอยเดือดร้อน. เราเป็นมนุษย์ เราต้องป้องกันวิกฤตการณ์ได้, ต้องแก้วิกฤตการณ์ ได้ตามสมควร. อย่าถือเสียว่า พลอย ผสมโรงกับวิกฤตการณ์ อยู่กันไปในโลกก็แล้วกัน มันจะ กลายเป็นคนที่น่าละอายแก่สัตว์เดรัจฉาน ซึ่งมันไม่มีวิกฤต- การณ์ มันอยู่อย่างเยือกเย็น. ความที่ต้องมีธรรมะนี้ จำเป็นอย่างนี้, และก็มีคนเคยใช้ธรรมะสำเร็จมาแล้ว ในการ แก้ปัญหาเหล่านี้. อาตมาขอยกตัวอย่างพระเจ้าอโศกราช คนบางคน ก็จะยิ้มเยาะอยู่ในใจ ว่าอะไร ๆ ก็ยกพระเจ้าอโศกราช. คน ทั้งโลกยอมรับว่า พระเจ้าอโศก ฯ นี้ไม่ใช่บุคคลในนิยาย นัก-
น.53 ๕๓ ประวัติศาสตร์ โบราณคดีทั้งหลาย ยอมรับว่ามีตัวตนอยู่ใน โลก. ท่านเคยใช้ธรรมะสำเร็จมาแล้ว จนได้นามว่า ศีล- ธรรมาโศกราช. พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเกิดขึ้นเพราะ มีธรรมะ. ในระบบการเมืองของท่าน ท่าน ประกาศว่า ประชาชนทุกคนเป็นลูกของข้า ; จะเขียนอยู่ตามเสาศิลาบ้าง ที่หน้าผาภูเขาบ้าง, ประกาศว่า ประชาชนทุกคนเป็นลูก ของข้า. อุ ดมการของท่านมีว่า ตลอดชาตินี้ทุกคนต้องมี ความสุข, ตายแล้วทุกคนต้องไปสวรรค์, ทุกคนที่อยู่ที่นี่เดี๋ยว นี้ต้องมีความสุข, ตายแล้วทุกคนต้องไปสวรรค์. ทุกคนที่อยู่ ที่นี่เดี๋ยวนี้ต้องมีความสุข ตายแล้วทุกคนต้องไปสวรรค์ เดี๋ยวนี้มีรัฐบาลไหนบ้างในโลกนี้ ที่กล้าพูดเช่นนี้. พูดขึ้นก็ถูกโห่. เพราะอะไร ? เพราะว่า เราไม่มีการจัด ในทางศีลธรรมที่เพียงพอ. พระเจ้าอโศกฯ มีตำรวจศีลธรรม ที่เรียกว่า ธม . ม. อมฺจ . โจ. เรามีแต่ตำรวจรถไฟ, ตำรวจการเมือง, ตำรวจ ท่องเที่ยว, ตำรวจเทศกิจ, ตำรวจอะไรมาก จนท่านอธิบดี เองก็จะจำไม่ไหวอยู่แล้ว ลองคิดดู แต่เราไม่มีตำรวจศีลธรรม
น.54 ๔๔ ตำรวจเทศกิจ ที่เล่นเอาเถิดกับแม่ค้าหาบเร่นี้ ก็ไม่รู้จักชนะ สักที, อย่าว่าแต่จะมีตำรวจศีลธรรม, ถึงกับจับพระสึกได้ ตำรวจศีลธรรม ของพระเจ้าอโศกฯ นี้ เป็นที่น่าสนใจ เคยจับพระที่สอนผิดหลักพระพุทธศาสนาให้สึก ไม่ยอมสึก ถึงกับฆ่าเสียก็มีจำนวนมาก. ศิลาจารึกที่ตำบลสารนาถ พาราณสี นั้น มีปรากฏอยู่ว่า พระอย่าแตกกัน ถ้าพระแตก กันจะให้นุ่งผ้าขาว, นุ่งผ้าขาวหมายความว่าเป็นคฤหัสถ์ หน้าที่ของตำรวจศีลธรรม ก็คือ ควบคุมสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปตามพระบรมราชโองการ. ตำรวจศีลธรรม เข้าไปตรวจได้ถึงห้องนอน ห้องส้วม ในครัว. นี่เข้าไป ตรวจได้ถึงอย่างนี้ ให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามทางของศีล- ธรรม. โดยทั่วไปก็จะตรวจว่า ทุกคนได้ปลูกต้นไม้ ได้ปลูก ต้นมะม่วง ต้นขนุน ต้นพิกุล สร้างศาลา สร้างบ่อน้ำ กันทุกบ้าน ตามพระบรมราชโองการหรือไม่ ? นี่แหละ เป็นตำรวจศีลธรรม เพราะมีตำรวจศีล- ธรรม จำนวนมากพอใช้ พระเจ้าอโศกฯ ก็กลายเป็น พระเจ้า- ศรีธรรมาโศกราชขึ้นมา ดังนี้.
น.55 ๔๕ แต่อาตมาคิดว่า เรายังจะพูดอะไรได้มากกว่า พระเจ้าอโศก ฯ; พูดแต่ว่า ทุกคนที่นี่ต้องมีความสุข ตาย แล้วทุกคนต้องไปสวรรค์นี้. อาตมาไม่รู้สึกพอใจ ยังไม่พอ ; ต้องพูดว่าทุกคนต้องอยู่กับนิพพาน ที่นี่และเดี๋ยวนี้. พูดว่า ตายแล้วไปสวรรค์ น่ะมันยังน้อยไป : ต้องพูดว่า ทุกคนต้องอยู่กับนิพพาน ที่นี่ เดี๋ยวนี้ ในชาตินี้. ในพระบาลีมีกล่าวถึง ทิฏฐิธัมมิกนิพพาน -นิพพาน ในทิฏฐธรรม, สามายิกนิพพาน -นิพพานชั่วสมัย ๆ; นี้ก็ เรียกว่านิพพานเหมือนกัน. เราอยู่กับนิพพานชั่วสมัยก็ยังได้, แต่ให้มันสมัยติด ๆ ๆ กัน เกือบจะตลอดวัน. คำว่า นิพพาน แปลว่า เย็น, เย็นเพราะไม่มีความ ร้อน, ว่างกิเลสเมื่อใดก็เย็นเมื่อนั้น. เวลาที่ว่างจากกิเลส นั่นแหละให้มีให้มาก อย่าให้อายสุนัขหรืออายแมว, แมว มันมีเวลาที่จิตใจ ว่างจากกิเลสมากกว่าคน ; มันไม่เป็น โรคประสาทเหมือนคน, ไม่เป็นโรคจิตเหมือนคน, มันไม่มี ความเป็นอันธพาลในท้องถนนเหมือนคน. นี่เพราะจิตมัน ว่างจากกิเลส คือมันเย็น จิตใจเย็นเมื่อไร ก็มีนิพพาน เมื่อนั้น.
น.56 ๔๖ สรุปความว่า ธรรมะเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมี; มีได้โดยความที่คนเรามีความคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง; มีได้ด้วยการกระทำอย่างนี้ ไม่ใช่มีได้ด้วย การแต่งเพลงให้ร้องบทเดียว แล้วอะไรก็สำเร็จ. นี่แต่ง เพลงให้ร้องบทเดียวอะไรก็สำเร็จ : อยากให้เขาไปเลือกผู้แทน กันมาก ๆ แต่งเพลงให้ร้องบทเดียว, ให้เขารักชาติ แต่งเพลง ให้ร้องบทเดียว, อะไรก็แต่งเพลงให้ร้องบทเดียว, แล้วก็ สำเร็จประโยชน์ นี้มันเป็นไปไม่ได้. ถ้าจะเรียกร้องให้มีความสามัคคีกัน, ให้ร่วมมือกัน, ให้ถือความเป็นระเบียบ, ให้เสียสละ, ให้สุจริตยุติธรรม, ให้ รักชาติ, โดยบุคคลที่ไร้ศีลธรรม นี้มันเป็นไปไม่ได้ มันต้อง มีธรรมะ ผู้เรียกก็ต้องมีธรรมะ, ผู้ถูกเรียกก็ต้องมีธรรมะ ผู้จะเรียกร้องประชาชน ให้มีสิ่งเหล่านี้ต้องมีธรรมะ, ประชาชนก็ต้องมีธรรมะ, การเรียกร้องจึงจะสำเร็จประโยชน์ ทีนี้เรา จะมีธรรมะ ก็จะต้องมีการประพฤติกระทำ ชนิดที่เรียกว่ามีหัวมีหาง. มีหัวมีหาง ก็คือไม่วิ่งไปข้าง ๆ ดู ๆ เหมือนปู : เพราะมันไม่มีหัวมีหาง เหมือนที่กล่าวมา
น.57 ๔๗ แล้วข้างต้น, ไม่มีหัวมันก็ต้องวิ่งไปข้าง ๆ เหมือนปู; แล้ว จะไปถึงไหนได้อย่างไร ? มีหัวมีหาง นี่ก็คือ มีความสูงมีความต่ำ มีพระ- บาลี ว่า ทุกฺโข สมานสํวาโส - การอยู่เสมอกันนั้นเป็นทุกข์ คือจะต้องมีระบอบ senior junior อย่างที่เรียกกัน. ระวังประชาธิปไตยเพ้อเจ้อ ไม่มีหัว ไม่มีหาง ไม่มี สูง ไม่มีต่ำ. ส.ส. ที่เลือกมา ต้องเอาใจผู้เลือก จนหมด หัว จนหมดตัว ; หมดความเป็นหัว เพราะประจบประแจง ผู้เลือก อย่างนี้มันไม่ยุติธรรมแก่ฝ่ายอื่น ถือเอาประโยชน์ เป็นหัวกันเสียหมด ; ไม่ถือเอาธรรมะเป็นหัว มันก็น่า หวาดเสียว. อุดมการ ทั้งหลายในโลกนี้ ต้องมีเป็นลดหลั่น กันไป คือจะต้องมีหัว มีตัว มีหาง : มีหัว แล้วมีตัว แล้ว มีหาง. อาตมาอยากจะเรียงลำดับว่า ต้องมีศีลธรรมเป็น หัว, มีเศรษฐกิจ มีการเมือง มีการปกครอง มีอะไรก็ตาม เป็นตัว, แล้วก็ มีประชาชนที่มีศีลธรรมนี่เป็นหาง. ต้นไม้มันมีรากแก้ว ; รากแก้วมันนำรากฝอย ; ไม่มีราก แก้วมันก็ล้มแหละ.
น.58 ๔๘ ดูตามธรรมชาติ ดูกฎของธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้เข้า โรงเรียน ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย คือ แพะ แกะ ควาย วัว เหล่านั้น มันยังมีหัว มันยังมีหัวหน้าหมู่นำหมู่. ตัวนั้น ไม่ต้องเป็นควายถึก โคถึกอะไร เป็นตัวเมียแก่ ๆ ก็ได้, มา นำหมู่ได้; เพราะมันมีธรรมะน่าเลื่อมใส นี่หัวไม่ต้อง ถือดาบก็ได้; แต่ขอ ให้มีธรรมะเป็นหัว แล้วลูกหมู่ก็ จะเดินตาม ศีลธรรมเป็นหัวหมู่ ลูกฝูงมันก็เป็นหางได้ โดยความสะดวกใจ. สมองเป็นหัว แสนยานุภาพเป็น หาง. "เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย" นี่ระวังให้ดี ; อย่าเอามา หัวเราะเยาะกันเสีย. ต้องเชื่อผู้นำ แล้วชาติจะพ้นภัย ; อย่าเอามาหัวเราะเยาะ ว่านี่เป็นสมัยประชาธิปไตยนะ นี่ ประชาธิปไตยแล้วจะไม่มีหัวไม่มีตัว ไม่มีหาง มันก็จะเหมือน กับปู. บางคนเขลาไปถึงกับว่า ระบบมีหัว มีสูง มีต่ำ นี้มันเป็นเผด็จการ ขอให้เข้าใจกันเสียให้ดี ๆ ว่า เผด็จการ นี้ไม่ใช่อุดมการ ไม่ใช่ลัทธิอะไร มัน เป็นเพียงวิธีการ สำหรับจะเอามาใช้ ให้อุดมการใด ๆ สำเร็จประโยชน์
น.59 ๔๙ ได้. ต้องเอามาใช้ให้ถูกวิธี สำหรับลัทธิหรืออุดมการ ที่เราต้องการ หรือเราปรารถนา. พ่อปกครองลูกเป็นอย่างไร ? อาจารย์ปกครองศิษย์ เป็นอย่างไร ? แม่ทัพนายกองบังคับบัญชาทหารของตนเป็น อย่างไร ? มัน ต้องมีความเฉียบขาด พ่อที่ปกครองลูกอย่าง โง่เขลา ไม่เคยสำเร็จประโยชน์ ; เพราะต้องให้รู้จักความ หมายของไม้เรียว ไม้หวาย มันจึงจะเป็นลูกที่ดี เป็นศิษย์ ที่ดี เป็นอะไรที่ดีมาตามลำดับ เหมือนที่เคยเป็นกันมาแล้ว การ ที่ มีหัวมีหาง นั้น ก็เพื่อทำให้มันเป็นไป อย่างเรียบร้อย; ไม่ต้องเป็นปูเอาข้างไป. อาตมาต้องขอ อภัยสักหน่อย ที่จะต้องพูดคำที่ฟังดูแล้วมันไม่สุภาพ คือ พูดว่า พระศาสนาของเรามีหัว มีตัว มีหาง, พระศาสนา ของเรามีหัว มีตัว มีหาง. หัว ก็ต้องได้แก่ พระพุทธเจ้า, ตัว ก็ได้แก่ พระธรรม หาง ก็ได้แก่ พระสงฆ์, ครบ บริบูรณ์อย่างนี้แล้ว จึงเจริญรุ่งเรืองมาได้อย่างดี จนถึง ทุกวันนี้. เดี๋ยวนี้ เรามีพระธรรมวินัย ที่ทรงแสดงไว้แล้ว บัญญัติไว้แล้ว แทนพระองค์ เราก็ยังมีหัวอย่างยิ่ง อยู่นั่น
น.60 ๕๐ เอง. พระพุทธองค์ทรงมีระบอบเผด็จการ คือ ทรงทำ พระองค์อยู่เหนือวินัยทั้งหมด. เอ้า, มาดูชนชาติไทย ชนชาติไทยนี้มีหัว. เรา มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีผู้ที่อยู่บนหัว อยู่เหนือหัว คือเป็นหัวสมอง สำหรับจะนำเราไป เรามีคำว่า ข้าพเจ้า, ข้าพระพุทธเจ้า ; แสดงว่าเรานี่เป็นข้าของพระเจ้า, เรามี พระเจ้าอยู่เหนือหัว. เรามีหัวเต็มที่ อย่าไปมัวโห่ประโยคที่ว่า "เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย" กัน อยู่เลย ผู้นำเดี่ยวนั้นหาได้ง่ายกว่าผู้นำโหล. ขอให้นึกดู เถอะว่า ผู้นำเดี่ยวน่ะหาได้ง่ายกว่าผู้นำโหล. มันปลอดภัย กว่ากันหรือหาไม่ ? ก็ เพราะไม่มีหัว นี่แหละ จึงไม่มีใครกล้าจัดการ กับพวกที่ยกแก้วเหล้าข้ามพระเศียรพระพุทธรูป ที่แขวน อยู่ที่คอ, ไม่มีใครกล้าจัดการ, ไม่กล้าจะทำแม้แต่ว่า คว่ำ บาตรกับพวกนี้, ลงพรหมทัณฑ์กับพวกนี้ ก็ไม่มีใครกล้า ทำเพราะมันไม่มีหัว เราดูเถิด, ดูให้ดีเถิด เราจำเป็นที่จะต้องมีศีล- ธรรม แล้วเรา มีไม่ได้ เพราะเราไม่มีหัว; ยังเหมือน
น.61 ๕๑ กับปู ยังเดินข้างๆ คู ๆไม่ตรงคลองของศีลธรรม. หลับตา ดูภาพปูไม่มีหัว เดินข้างๆ คู ๆ ไม่ตรงตามคลองของศีล- ธรรม. มีคนเขลาไป ว่า มีธรรมเป็นหัวนี่มันเสียอิสรภาพ ไม่เป็นประชาธิปไตย นั้นมัน เป็นประชาธิปไตยของคน โง่, ประชาธิปไตย อันธพาล, มันจึงมีอันธพาลเต็มบ้าน เต็มเมือง ไม่รู้ว่าจะหนีไปอยู่ที่ไหน. หนังสือพิมพ์ลงข่าว ข่มขืนเด็กเล็กๆ ข่มขืนลูกเลี้ยง กระทั่งข่มขืนลูกตัว นี่เป็น ผลของการที่ไม่มีศีลธรรมเป็นหัว สำหรับบังคับจิต เรา เป็นคนหัวขาดกันเสียหมด. คนหัวขาดเหล่านี้ กำลังแสวงหาทรัพย์ หากาม หาเกียรติ หาอำนาจวาสนา แล้วมันจะได้ชนิดไหนมา ก็ไปคิดดูเอาเอง เอ้า, ดูกัน ทั่วทั้งโลก สักที โลกนี้จะมีอะไรเป็น หัว ? มีพระเจ้า หรือมีพระธรรม เป็นหัวใช่ไหม ? เรา จะยอมเป็นคนหัวขาด ไม่มีหัวกันหรืออย่างไร ? เอกชนคนหนึ่ง ๆ ต้องมีหัว คือศีลธรรม. หมู่ ชนก็ต้องมีหัว, สังคมก็ต้องมีหัว, ประเทศก็ต้องมีหัว, แต่
น.62 ๕๒ โลกกลับไม่มีหัว มันน่าเศร้าใจ. มันจะพ้นจากความเป็น อันธพาลไปได้อย่างไร สำหรับโลกที่ไม่มีหัว ขอให้ศีลธรรม หรือพระธรรม กลับมาเป็น หัวของโลกเสียโดยเร็วเถิด ธรรมชาติมันรอไม่ได้ มันรอ ไม่ได้อีกแล้ว ; ขืนปล่อยอย่างนี้ โลกนี้ก็จะถึงยุคมิคสัญญี ฆ่ากันอย่างฆ่าเนื้อฆ่าปลา. ธรรมชาติสร้างทุกอย่างมา สำหรับต้องการ ความมีหัวมีหาง. มนุษย์เก็บหางไว้ระหว่างกระดูกก้นกบ ดูไม่เห็น ; แต่หัวก็กำลังจะหดลงในกระดูกไหปลาร้านี้ยิ่งขึ้น ทุกที. ธรรมชาติรอไม่ได้ ธรรมชาติต้องการความมีหัว มีหางอย่างถูกต้อง. เดี๋ยวนี้หมดหัวหมดหาง มันก็เหลือแต่ ท้องสำหรับจะใส่สิ่งที่กอบโกย. นี้กำลังเป็นกันทั้งโลก เพราะโลกกำลังไม่มีหัว ดังที่กล่าวแล้ว. ขอให้เรานึกถึง ความมีหัวมีหาง นี้ จำเป็นที่สุด สำหรับการที่ธรรมะจะกลับมาอยู่กับเรา. ธรรมะจะมาเป็น หัวแก่เรา ก็ต่อเมื่อเรามีการประพฤติถูกต้อง ตามความ ต้องการของธรรมะ. ธรรมะต้องการความคงเส้นคงวา ต้องการความ ถูกฝาถูกตัว ต้องการความ มีหัวมีหาง ;
น.63 ๕๓ เป็นความงามด้วยธรรมะ ตามที่ พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสว่า มีความงามในเบื้องต้น, มีความงามในเบื้องกลาง, มีความ งามในเบื้องปลาย. เราจะต้องมีความงามของธรรมะ หรือ มีธรรมะเป็นหัว จึงจะมีความงาม ความคงเส้นคงวา ความถูกฝาถูกตัว นี่ได้กล่าว มาแล้วในการบรรยายครั้งก่อน. ในวันนี้กล่าวถึงเรื่อง ความมีหัวมีหาง. ให้มีธรรมะเป็นหัว สำหรับเอกชน สำหรับสังคม สำหรับประเทศชาติ และ สำหรับโลก. ขอยืนยันซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เราเป็นประชาธิปไตย ได้ เท่าที่ศีลธรรมมีอยู่ในประชาชน ประชาชนมีศีลธรรม กันเท่าไร ; เราจะเป็นประชาธิปไตยได้เพียงเท่านั้น ถ้า จะมีเกินไปกว่านั้น ก็เป็นประชาธิปไตยที่ได้ยินพูดกันอยู่ว่า น้ำเน่า; ฟังแล้วน่าสลดใจ ถ้าจะมีประชาธิปไตยน้ำเน่า. เรามีศีลธรรมในประชาชนน้อยลงไปเท่าไร ประชา- ธิปไตยก็จะไม่เต็มใบอยู่เพียงนั้น นับตั้งแต่เลือกผู้แทนขึ้นมา ทีเดียว. ขอให้สนใจเป็นพิเศษ ในการที่จะทำให้ ประชาชนมีศีลธรรม รองรับความเป็นประชาธิปไตย. การจัดการศึกษาทั้งหมด ต้องเป็นไปเพื่อคนมีศีลธรรม.
น.64 ๕๔ ขอนิยามคำว่า การศึกษา เสียใหม่ว่า การศึกษานั้น คือการกรอกศีลธรรม ลงไปในหัวกระโหลกของประชาชน ให้ประชาชนมีจิตใจที่ประกอบไปด้วยศีลธรรม. การ ศึกษาอย่ามีบทนิยามอย่างอื่นเลย ; มีบทนิยามเพียงว่า กรอกศีลธรรมลงไปในหัวของประชาชน เท่านั้นก็พอ แล้ว. ปัญหาทุกอย่างจะไม่มีเหลือ. การศึกษาจะแก้ ปัญหาทุกอย่างในโลกได้ ใครพูดว่า การศึกษาไม่สามารถจะแก้ปัญหาทุกอย่าง ได้. อาตมาไม่เชื่อ ขอคัดค้าน และขอประท้วงไว้ในที่นี้. เราจะ ต้องจัดการศึกษาให้นำมาซึ่งศีลธรรม เพราะว่าเรา เป็นประชาธิปไตยได้ เท่าที่เรามีศีลธรรม ; ถ้าเกินนั้น มันก็เป็นประชาธิปไตยเน่า. ขอให้ธรรมะกลับมาก่อนแต่ที่โลกาจะวินาศ ? ถ้า ธรรมะไม่กลับมาโลกาจะวินาศ. จงรวมกันทั้งโลก สนใจ ทำให้ธรรมะกลับมา. ในวันนี้ก็สรุปความว่า ต้องเป็นคนที่มีหัวมีหาง มีสูงมีต่ำ อย่าอยู่อย่างเสมอกัน, หรือลดหัวลงไปอยู่ ข้างล่าง นี้มันจะเกินไปเสียอีก.
น.65 ๕๕ ในที่สุดนี้ เวลาสำหรับบรรยายก็หมดแล้ว ขอจบ การบรรยายลงด้วยความหวังว่า มนุษย์ทุกคนจะเป็นมนุษย์ ที่ถูกต้อง คือความมีหัว มีตัว และมีหาง ที่ประกอบ ไปด้วยศีลธรรม , จะมีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องสมบูรณ์ สมควรแก่การสร้างโลกนี้ให้มีสันติภาพ. ขอให้ความหวังนี้ ได้รับการพิจารณาจากท่านทั้ง หลายทุก ๆ คน. ถ้าเห็นด้วยก็ขอให้ช่วยกันส่งเสริม ประพฤติ ปฏิบัติตาม นำมาซึ่งความสุขความเจริญงอกงามทั้งแก่ตน เองและผู้อื่น อยู่ทุกทิพาราตรีกาลเถิด อาตมาขอจบการบรรยายปาฐกถาธรรม ในวันนี้ไว้เพียงเท่านี้.
Buddhadasa