น.122 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย การบรรยายปาฐกถาธรรมทุกครั้ง อาตมามี เจตนากล่าวเพื่อ ให้ธรรมะกลับมา ธรรมะกลับมาโลกาก็จะมีสันติ ธรรมะไม่กลับมา โลกาก็จะวินาศ ; พุทธศาสนาก็จะหมดไปด้วย, หรือหมดด้วยกันทุก ศาสนา. [ปรารภทบทวนถึงคนไม่สนใจศาสนา ] มีคนถามว่า รู้ได้อย่างไร ว่าธรรมะเหือดหายไป ? อาตมาก็ว่า ง่ายนิดเดียว สังเกตดูในโลกนี้ มีแต่วิกฤต- การณ์ : เต็มไปด้วยซากสงคราม, การเตรียมสงคราม, ๑๑๒
น.123 ๑๑๓ แข่งขันกันสร้างอาวุธ, มีปัญหายาเสพติดอย่างโง่เขลา ; ไม่ สมกับการเป็นโลกที่เจริญ, ไม่สมกับการมีธรรมะ มีศาสนา มีการศึกษา. ยุวชนในโลก กำลังบูชาเนื้อหนังยิ่งกว่า วัฒนธรรม ; เขาชอบความอุตริวิตถารทางกามารมณ์ และ อื่น ๆ ล้วนแต่ทำลายความเป็นมนุษย์ ของเขา จะดูประเทศไทยเรา ได้ยินว่ามีนักโทษจะย่างเข้า เรือนแสน ; อันธพาลชุมยิ่งกว่ายุง แม้ในท้องถนนบน รถเมล์, สถิติโรคประสาทโรคจิต เพิ่มขึ้น อย่างน่าตกใจ คนเห็นแก่ตัวอำมหิตโหดร้าย ถึงกับเปลื้องผ้าคนเจ็บเพราะ รถคว่ำ นอนแบ็บอยู่ข้างถนน ; แทนที่จะช่วย. บนรถไฟ มีคนไล่ที่นั่งพระ เพื่อจะนั่งกินเหล้า. มีการยั่วให้คนทำบุญ โดยวิธีการอันหลอกลวง, เป็นอบายมุขนานาประการ นี่จะไม่เรียกว่าธรรมะเหือดหายไป แล้วจะเรียกว่า อะไร ? ขืนเป็นอยู่อย่างนี้ พุทธศาสนาก็จะหมด โดยที่ คอมมิวนิสต์ไม่ต้องมา. เรากลัวกันว่า คอมมิวนิสต์มา พุทธศาสนาหมด นั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับว่า พุทธศาสนา จะหมดเสียก่อนแต่ที่คอมมิวนิสต์จะมา.
น.124 ๑๑๔ เอ้า, จะพูดกันถึงคำว่า ศาสนาหมด : หมดไม่ใช่ เพราะใครมาทำให้หมด ๆ กันแต่ หมดโดยการทำกันเอง ; ดังที่ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ ว่า ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา นั่นแหละจะทำให้ธรรมวินัยนี้หมดไป , ศาสนา หมด เพราะอะไร ? เพราะทำ อย่างไร ? หมด เพราะสอนผิดหลักพุทธศาสนา, ปฏิบัติกันผิดหลักพุทธ- ศาสนา, หวังผลผิดหลักพระพุทธศาสนา. ถึง เขียนตำรา คัมภีร์ขึ้นมาใหม่ ๆ กลายเป็นศาสนาฮินดูไป . นี่คือหมดสนิท เช่นเดียวกับที่พุทธศาสนาได้หมดไปจากอินเดีย เพราะมีการ สอนผิด, แต่งคัมภีร์พุทธผิด จนกลายเป็นฮินดู : มีตัวตน เวียนว่ายตายเกิด ; แล้วก็ไปโทษว่า อิสลามมาทำให้พุทธ- ศาสนาหมด หรือฮินดูรังแก. นี้ไม่ตรงตามความจริง เช่นเดียวกับป่าไม้ ในเมืองไทยของเรานี้หมด ; มันหมดเพราะการให้สัมประทานยืดยาว กว้างขวาง นมนาน ; แล้วไปโทษว่าหมดเพราะมีผู้ลักลอบตัดป่าไม้. นี้ไขว้กันอยู่ กับความจริง
น.125 ๑๑๕ ทีนี้อยากจะแนะให้เห็น สิ่งที่ควรเห็นอย่างยิ่ง ต่อไป อีกว่า ถ้าคอม ฯ มา คอม ฯ นั่นแหละจะหมด. พุทธศาสนา เป็นคอมมิวนิสต์ที่เหนือยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์. คอมมิวนิสต์ จัดโลกด้วยอาวุธ ; พุทธศาสนาจัดโลกด้วยธรรมะ คือ ความรัก และ เมตตา. พระเจ้าอยู่ข้างเรา, เรามี สหกรณ์ ชีวิต ที่แตกต่างกัน สหกรณ์ชีวิต : เช่น คอมมูน ของพวกหนึ่ง, คิทบุท ของพวกหนึ่ง, นั้น สู้พุทธสหกรณ์ไม่ได้ ดอก. พุทธ- สหกรณ์ นั้น เรา เป็นสหกรณ์แห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ; อย่างที่กล่าวว่า สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น, ลงไปถึงสัตว์เดรัจฉาน แต่เพราะเรา ไม่ถือธรรมะในพุทธศาสนา เรา ก็ทำสหกรณ์อะไรไม่ได้ : สหกรณ์ซื้อรำก็ล้ม สหกรณ์ ขายไก่ก็ล้ม, สหกรณ์ขายข้าวก็ล้ม, สหกรณ์ขายปุ๋ยก็ล้ม ; ล้มทั้งนั้น เพราะมันกลายเป็นสหโกง, คือช่วยกันโกง เพราะไม่มีธรรมะ. คอมมูนหรือ คิทบุท แบบใดในโลก นั้นเป็น สหกรณ์เพียงเพื่อทำมาหากิน. ไทย พุทธสหกรณ์นั้นเป็น
น.126 ๑๑๖ เพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย, เป็นสหกรณ์กันถึงความเจ็บไข้ และความตาย, และตลอดลงไปถึงสัตว์เดรัจฉาน และต้นไม้ ซึ่งก็มีชีวิตด้วยเหมือนกัน. เราถือหลักเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย. ใครเจ็บลง ก็เป็นทุกข์เป็นร้อนกันทั้งหมู่บ้าน, ใครตายลง ก็มาช่วยกันทั้งหมู่บ้าน, ให้เจ้าของนั่งร้องไห้ตาม พอใจ. ถ้าเขาอยากจะนั่งร้องไห้ ก็มีเพื่อนบ้านมาหุงข้าว หุงปลาหาอาหาร, หรือกระทั่งทำมาให้เสร็จ ; บ้านที่มีคน ตายนั้น ไม่ต้องติดไฟขึ้นเลยก็ยังได้ นี้คือสหกรณ์ชีวิต ตามแบบของพุทธบริษัท ในพระพุทธศาสนา. คอมมิวนิสต์มา พุทธศาสนาไม่หมด ; เพราะว่า พุทธศาสนาแข็งแกร่งเป็นเหล็กเพชร พุทธศาสนาไม่ใช่ ของกรอบเป็นข้าวเกรียบ, อะไรกระทบนิดหนึ่งก็แตกสลาย พวกเราอย่าได้ดูหมิ่นพระศาสนาของเรา ถึงขนาดนั้นเลย ; พุทธศาสนาที่แท้จริงนั้นเราเก็บไว้ในหัวใจ, จะหมดได้ อย่างไร? ใครจะทำลายร่างกาย หัวใจก็ยังมีธรรมะ ; ธรรมะ ก็ยังเหลืออยู่ สำหรับสั่งสอนและปฏิบัติสืบต่อกันไป. ขอให้ เราทุกคนเป็นพุทธบริษัทโดยแท้จริงเถิด
น.127 ๑๑๗ พุทธศาสนาไม่ใช่อยู่ที่เปลือก เช่น โบสถ์ วิหาร พระเจดีย์ เป็นต้น. แต่ พุทธศาสนาที่แท้จริงอยู่ในหัวใจ คน ; แม้ว่าเปลือกนอกจะถูกทำลาย เราก็สร้างเอาใหม่ได้, มีซากเหลือ อย่างที่เห็นอยู่ได้ทั่วไปในอินเดีย. เรามาหล่อ เปลือกกันพักเดียว ก็ได้เป็นแสนเป็นล้าน เพราะว่าหัวใจ มันยังอยู่ ; อย่าให้หัวใจตายเสียเลย. การทำลายเปลือกนอกของพุทธศาสนา เช่นโบสถ์ วิหาร พระเจดีย์ โดยใช้อาวุธนั้น มีการกระทำกันมาแล้ว แต่หนหลัง. เราก็เคยประจญกัน ก่อนแต่ที่คอมมิวนิสต์ จะมีขึ้นมาในโลกด้วยซ้ำไป. เรารบพม่าก็เคย, เรารบฝรั่ง ก็เคย, ชนะมาแล้วด้วยธรรมะ มิใช่หรือ ? ประเทศเล็กๆ รอดตัวอยู่ได้ด้วยธรรมะ มิใช่ หรือ ? อาวุธธรรมะชนะอาวุธเหล็ก, สามารถต่อสู้ทำลาย ปฏิปักษ์ได้ทุกลัทธิ ถ้าหากว่าเราใช้เป็น. อย่าดูหมิ่นพระ- ธรรมประจำชาติของเราเลย พุทธบริษัททั้งหลายเอ๋ย. พระธรรมเคยช่วยเรามาอย่างไร ; จงนำมาช่วยสืบต่อไป อย่าได้หยุดเสีย.
น.128 ๑๑๘ อย่ามัวกลัวว่า คอมมิวนิสต์มาพุทธศาสนาหมด. ควรกลัวอย่างยิ่งว่า พุทธศาสนาจะหมด ทั้งที่คอมมิว- นิสต์ยังไม่มา. เตรียมธรรมะไว้รับหน้า คอมมิวนิสต์ใน ทุกกรณี ภายในประเทศ ภายนอกประเทศ หรือทั่วโลก ช่วยกัน ให้เพียบพร้อมไปด้วยธรรมะ. ธรรมะจะมีอำนาจเหมือนกับปาฏิหาริย์ จะทำให้ ทหารของเรารบโดยไม่มีบาป, มีธรรมะอยู่ในใจ รบเพื่อ ป้องกันธรรมะ เพื่อช่วยโลก ไม่มีเจตนาจะฆ่าใคร. ทหารจะมีกำลังที่ไหนมารบ ถ้าไม่มีกำลังธรรมะอยู่ในใจ มีธรรมะอยู่ในใจ, อยู่ที่กาย อยู่ที่ใจ จะมีกำลังอย่างยิ่งเหมือน กับปาฏิหาริย์. จงสะสมธรรมะเป็นอาวุธเถิด ให้พร้อม ๆ กับที่ สะสมอาวุธทั่วไป, สะสมธรรมะเป็นอาวุธ ให้เท่า ๆ กับอาวุธ ทั่วไป หรือมากกว่า. จงฝึกฝนการใช้อาวุธ ที่ทำให้มี อำนาจ เหมือนกับอำนาจของพระเจ้า สำหรับพระธรรมนั้น ทำให้เราไม่รู้จักตาย ใคร ฆ่าก็ไม่ตาย. พระธรรมไม่รู้จักตาย ใช้เป็นที่พึ่งได้ทุก กรณี. ใครจะมาฆ่าคนที่มีธรรมะให้ตาย มันก็ตายแต่เปลือก
น.129 ๑๑๙ ธรรมะอยู่ในหัวใจ : ธรรมะไปอยู่ในใจทุกคนที่ได้รับคำสั่ง สอน, แล้วนำมาปฏิบัติกันอยู่ ไม่มีวันสูญสลาย, ธรรมะไม่มี วันตาย. ขอให้ธรรมะรีบกลับมา ขอให้ร่วมมือกันช่วยทำ ให้ธรรมะกลับมา เป็นที่พึ่งของผู้ถือธรรมะในโลกนี้ : จะมาในนามของพระพุทธศาสนา ก็ได้ ของพระเป็นเจ้า ในศาสนาใดก็ได้. พระเจ้าคือกฎของพระธรรม อาตมา จึง มีเจตนาบรรยายธรรม เพียงเพื่อธรรมะกลับมา. ทีนี้ก็จะดูถึงการบรรยาย ในครั้งที่แล้ว ๆ มา ที่ได้ บรรยายไปโดยหัวข้อว่า ธรรมะจะกลับมา ด้วยความคงเส้น คงวา ความถูกฝาถูกตัว ความมีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอแล้วลงหลัก รู้ว่ากงจักรหรือดอกบัว. ส่วนในวันนี้ จะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า กิเลสเป็นตัว ธรรมะเป็นตน. .... .... .... กิเลสเป็นตัวทำให้เกิดตัวกู เห็นแต่แก่ตัว. กิเลสเป็นตัว ระวังให้ดี, คนเรานั้น ชอบตัวเอง เห็นแก่ตัวเอง รักตัวเอง, นั่นแหละ กิเลส เป็นตัว.
น.130 ๑๒๐ กิเลส คำนี้ ตรงกับคำว่า คอร์รัปชั่น คือ ของ สกปรกที่แทรกอยู่ในของสะอาด. กิเลสคือคอร์รัปชั่น ถึง ขนาดว่าไปปล้นเอาของธรรมชาติมาเป็นตัวกู - ของกู หรือ ปล้นของของพระเจ้า ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน; แม้ของ ส่วนรวม ของประเทศชาติ มาเป็นของตัว, อาศัย อำนาจหน้าที่ราชการ ที่เขามอบให้ด้วยความไว้วางใจ ปล้น ของประเทศชาติมาเป็นของตัว. นี้คือกิเลสเป็นตัว, ตัว เป็นของกิเลส. ตัวชนิดนี้เป็นของกิเลส, ระวังให้ดี; อย่า รักตัวชนิดนี้, อย่าเห็นแก่ตัวชนิดนี้. ต่อไปนี้ก็ดูให้เห็นว่า ตัวกูนั้นเกิดมาจากกิเลส. พิจารณากันโดยหลักธรรมชั้นลึก เป็นเรื่องภายในจิตใจ ว่า กิเลสจะเกิดกันได้อย่างไร ? แล้ว เกิดเป็น ตัวกู - ของกู ขึ้นมาได้อย่างไร ? เมื่อคน มองเห็นของรัก น่ารักอย่างยิ่ง อยากจะได้ อย่างจับอกจับใจ ไปเกี่ยวข้องเข้าแล้ว ก็เพลิดเพลินอย่างยิ่ง, พร่ำสรรเสริญ สุดปากทีเดียว, มีจิตหยั่งแน่นลงไปในสิ่งที่ตน รัก. จิตของเขาตกเป็นทาสของความอยาก อันเนื่องด้วย สิ่งนั้น. พระพุทธเจ้าตรัสเรียกจิตชนิดนี้ ว่าประกอบอยู่
น.131 ๑๒๑ ด้วยอุปาทาน, เกิดความหมายมั่นสืบเนื่องขึ้นมาในตัวมันเอง ว่าตัวกู, และหมายมั่นสิ่งที่หลงรักว่า ของกู. นี่แหละ กิเลสมันสร้างตัวกู, สร้างของกู, มีกิเลสนั่นเป็นตัวกู ตามความสำคัญมั่นหมาย; เป็นมายาหลอกลวงอย่างยิ่ง เป็นตัวปลอม ไม่ใช่เป็นตัวที่แท้จริง. นี้เอาเป็นที่พึ่งไม่ได้. แต่บุถุชนคนทั้งหลายในโลกนี้ ก็มีตัวกู ตัวตนปลอม นี้ ด้วยกันทั้งนั้น จึงได้เป็นทุกข์อย่างสาสมกัน ทั่วไปใน โลก ทั่วทั้งโลก. อาการอย่างนั้น เรียกว่า เป็นกิเลส ประเภทโลภะ ความโลภอยากจะได้, หรือ ราคะ ความ กำหนัดย้อมใจ. กิเลสประเภทนี้ มีลักษณะดึงเข้ามาหา ตัวกู มากอดรัดไว้ มายึดถือไว้ เป็นลักษณะเฉพาะของมัน. ทีนี้ ถ้าเป็นกรณีที่มันไม่ได้ตามต้องการ ก็เกิด กิเลสประเภทถัดไป คือโทสะ หรือโกธะ; มันมี ลักษณะที่จะฆ่า จะทำลาย จะผลักให้ออกไป, นี้ก็เป็น กิเลสประเภทหนึ่ง มีตัวกูเกิดขึ้นอย่างดุร้าย. ส่วน กรณีที่หลงใหลอยู่ด้วยความสงสัย ทึ่ง สนใจ สลัดออกไปจากความรู้สึกไม่ได้ ; นี้เป็น กิเลส ประเภทโมหะ.
น.132 ๑๒๒ สังเกตกันได้ง่าย ๆ อย่างนี้ว่า โลภะ ดึงเข้ามา, โทสะ ตีออกไป, โมหะ วนอยู่รอบ ๆ. ทุกคน จงรู้จักกิเลส ทั้งหมดทั้งสิ้น มากมายหลาย ร้อยหลายพันอย่าง ว่ามัน มีอยู่เพียง ๓ ประเภทเท่านั้น. และ ทั้ง ๓ ประเภทนั้น มีความรู้สึกว่า ตัวกู เต็มปรีอยู่ทั้งนั้น ; เป็นตัวตนปลอม แต่ก็ไม่รู้จัก, ก็หลงรักโดยความเป็น ตัวตน. กิเลสเป็นตัวกู, ตัวกูที่เกิดมาจากกิเลสอย่างนี้ ทำให้เห็นแก่ตัว, ไม่สามัคคีกันได้, ไม่รู้จักรักประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์. แม้จะเรียกร้องความสามัคคีอย่างไร มันก็มีไม่ได้; เพราะมันเห็นแก่ตัว มันรักแต่ตัวกู. นี่แหละ กิเลสเป็นตัว, ตัวของกิเลส, เป็นตัวกู- ของกู ตัวมายาตัวปลอม มิได้มีอยู่จริง ; เอาตัวชนิดนี้ เป็นที่พึ่งไม่ได้. ธรรมะเป็นตนคือปฏิบัติถูกตรงมีผลถูกต้อง ปรากฏที่ กาย วาจา ใจ. ทีนี้ก็มาถึง ธรรมะเป็นตน. ธรรมะเป็นตน คู่กับกิเลสเป็นตัว ธรรมะนั้นเป็นตน คือเป็นตัวตนที่แท้ จริง และจะเอาเป็นที่พึ่งได้.
น.133 ๑๒๓ ธรรมะคืออะไร ? ธรรมะคือผลของการปฏิบัติ ถูกต้อง ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ด้วยสติปัญญา ถูก ต้องตามขั้นตอนแห่งชีวิต ที่วิวัฒนาการของตน. ผล เกิดมาจากการปฏิบัติถูกต้องอย่างนี้ เรียกว่าธรรมะ, หลักปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนี้ ก็เรียกว่า ธรรมะ, ความรู้ เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างนี้ ก็เรียกว่า ธรรมะ. มีธรรมะจริงแล้ว ก็รู้จักสิ่งทั้งปวง ว่ามีความ เป็นเช่นนั้นเอง, มันเป็นเช่นนั้นเอง ตามกฎของ ธรรมชาติ; เช่นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จะยึดถือเอามา เป็นตัวกู - ของกู ไม่ได้ เห็นแล้วก็ไม่หลงหมายมั่นอะไร ว่าเป็นตัวกู - ของกู, ชนิดที่เป็นการปล้นธรรมชาติ เอามา เป็นของกู มีธรรมะแล้ว ก็ไม่ทำอย่างนั้น จึงไม่ก่อให้เกิด ความทุกข์ ; ใช้เป็นที่พึ่งได้ แม้แก่ตัวของกิเลส, ตัวของ กิเลสอันเร่าร้อนนั้น ใช้ธรรมะที่เป็นตนอันแท้จริงมาเป็น ที่พึ่ง. ตนของธรรมะ เป็นที่พึ่งแก่ตัวของกิเลสได้ จำเป็นที่จะต้องใช้กันทั้งโลก; ทำให้โลกนี้มีสันติ จงเห็นแก่ตนของธรรมะ ; อย่าเห็นแก่ตัวของกิเลส
น.134 ๑๒๔ ถ้ายิ่งเป็น ธรรมะประเภทอสังขตะ ด้วยแล้ว ยิ่ง เป็นที่พึ่งได้อย่างยิ่ง. อสังขตะ ไม่อยู่ในอำนาจของสิ่งใด ; เช่นกฎของธรรมชาติ หรือพระนิพพาน อันเป็นอมตะนิรันดร เป็นที่พึ่งอันสูงสุด อำนวยสุขอันสูงสุด ให้ปรากฏแก่จิต มีตนเป็นที่พึ่ง ; มีตนเป็นที่พึ่งนี้ไม่ใช่มีตัวกู - ของกู เป็นที่พึ่ง, มีตนอันเกิดจากธรรมะเป็นที่พึ่ง. พระ- พุทธองค์ตรัสว่า อตฺตทีปา อตฺตสรณา อนุญฺญสรณา ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา อนญญสรณา ; หมายความว่า การมีตนเป็น ที่พึ่งนั้น คือการมีธรรมะเป็นที่พึ่ง. ให้ทุกคนแสวงหา มาเป็นที่พึ่ง นี้คือพระพุทธศาสนา ที่มีธรรมะเป็นหัวใจ. ขอให้เรา แสวงหาที่พึ่งอันแท้จริง กันอย่างนี้ คือ ธรรมะที่เป็นตัวตนอันแท้จริง ; แม้ของธรรมะเอง ไม่มี ใครทำอะไรได้ ; เป็นอยู่ในลักษณะที่สมมติเรียกกันว่า พระเป็นเจ้า, แล้วมีผลเป็นพระนิพพาน คือสุขอันเป็น นิรันดร. ตน ที่แท้จริงคือธรรมะ, มีธรรมะเป็นตน. พุทธศาสนาเรามีธรรมะเป็นหัวใจ ; โดยเฉพาะ ชนชาติไทย เรานี้ มีธรรมเป็นคู่ชีวิต.
น.135 ๑๒๕ อาตมายืนยันว่า ธรรมะเท่านั้นเป็นคู่ชีวิต ; ไม่ใช่ ผัว ๆ เมีย ๆ เป็นคู่ชีวิต. ผัวเมียที่ไม่มีธรรมะแล้ว จะต้อง กัดกันเป็นแน่นอน แล้วจะเรียกว่าคู่ชีวิตได้อย่างไร ? ชาวไทยเรามีธรรมะเป็นคู่ชีวิตจิตใจ เป็นที่พึ่ง มาแล้วแต่โบราณกาล, อย่างที่เราไม่ควรจะลืมพระคุณ อย่าได้เนรคุณต่อธรรมะเลย. เอาธรรมะมาเป็นตน หรือ เป็นที่พึ่งแก่ตน จงทุก ๆ คนเถิด. ธรรมะจะต้องกลับมาเป็นที่พึ่ง แก่บุคคล แก่ ประเทศชาติ แก่โลกทั้งมวล, ทั้งโลกมนุษย์ และโลก เทวดา. พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า พระพุทธองค์ทรงอุบัติขึ้น มา เพื่อเป็นประโยชน์แก่โลก ทั้งเทวดาแลมนุษย์. ธรรม วินัย คือ พระศาสนา ของพระองค์นั้น มีอยู่เพื่อเป็น ประโยชน์แก่สัตว์โลก ทั้งเทวดาแลมนุษย์. ขอให้ พุทธบริษัทช่วยกันรักษาพระธรรมวินัย หรือพระศาสนา ไว้ เพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งเทวดาและมนุษย์. อย่าทำให้ สูญหายไป, ทำให้วิปริตผิดพลาดไป.
น.136 ๑๒๖ รวมความว่า เ ราจะต้องช่วยกันทำให้ธรรมะ กลับมา. ถ้าใครกลัวว่า พุทธศาสนาจะหมดไป เพราะ คอมมิวนิสต์มาก็ดี, หรือใครกลัวว่า พุทธศาสนาหมดเพราะ เราทำกันเองให้หมด โดยที่คอมมิวนิสต์ไม่ต้องมาก็ดี ; ความกลัวนี้เป็นความกลัวที่ถูกต้องแล้ว ก็ควรจะกลัว, แล้วจะแก้ไขกันอย่างไร ? ก็ต้องช่วยกันทำ, รีบทำ ช่วยกัน ทำ อย่างพร้อมเพรียง ให้ธรรมะกลับมา. อย่ามัวกลัวคอมมิวนิสต์เหมือนกลัวผีกลัวสาง หลอก กันให้กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ; แล้วกลับไปแก้ไขพระธรรม แก้ไขพระศาสนา ให้กลายเป็นอย่างอื่นไป ; เช่นสอนผิด ๆ ปฏิบัติผิด ๆ หวังผลผิด ๆ, แต่งตำราขึ้นมา อย่างตรงกันข้าม กับหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ใช่ตัวตน ก็แต่งให้มีตัวตน กลายเป็นฮินดู. เป็นอุปนิษัทของฮินดูขึ้นมา อย่างนี้ ; ไม่ช่วยให้ธรรมะกลับมา, แล้วช่วยให้พุทธศาสนาหมดไป โดยที่คอมมิวนิสต์ยังไม่มา, ยังไม่ต้องมา, พุทธศาสนาก็ หมดไปเสียเองแล้ว ด้วยน้ำมือของพุทธบริษัท. ขอพวกเราที่เป็น ชาวพุทธ จงได้รู้จักพระพุทธ- ศาสนาของตน ว่าจะหมดไปได้อย่างไร ? ทำไมพระพุทธ-
น.137 ๑๒๗ เจ้าท่านจึงตรัสว่า จะหมดไปก็ด้วยน้ำมือของภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา นั้นเอง ? ไม่มีสิ่งอื่นใดในภายนอก จะเข้า มาทำให้ธรรมวินัยนี้หมดไปได้ เราจงช่วยระวังกันให้ดี เ มื่อไม่ต้องการให้พุทธ- ศาสนาหมดแล้ว ก็ต้องช่วยกันระวังในเรื่องนี้, อย่า ให้มีการสอนผิดหลัก, อย่าให้มีการปฏิบัติผิดหลัก, อย่าได้หวังผลกันอย่างที่ผิดหลัก, ชักชวนกันไปแต่ในทาง ที่ผิดหลัก ของพระพุทธศาสนา. เช่นยั่วให้คนทำบุญ โดย เอาอบายมุขนานาประการ " มาล่อหลอกกันอย่างนี้; นั่น แหละระวังให้ดี จะเป็นการช่วยกัน ทำให้พุทธศาสนาหมด ไป โดยที่คอมมิวนิสต์ยังไม่มา, หรือไม่ต้องมา. เราก็ ทำให้หมดสิ้นไปจากประเทศของเราได้, หมดไปจากโลก ของเราได้ ทุกศาสนามีธรรมะเป็นหลักทั้งนั้น. ไปดูให้ดี ให้ถึงหัวใจของศาสนา ที่กล่าวไว้โดยภาษาธรรม ; อย่าไปยึดถือภาษาคน สำหรับลูกเด็ก ๆ อะไร ๆ มันอยู่ที่ การกระทำที่ผิดหรือถูก ในทางจิตทางใจ, มีการกระทำ ทางจิตถูกต้องแล้ว ก็เป็นธรรมะขึ้นมาทันที; จะช่วย
น.138 ๑๒๘ คุ้มครองมนุษย์ในโลกนี้ ให้เป็นมิตรสหาย ให้รักใคร่กัน อย่าง ที่เรียกว่า เป็นธรรมสหกรณ์, เ ป็นสหกรณ์กันทั้งโลก โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ ในลักษณะที่เป็น ชีวิตสหกรณ์ ชีวิตสหกรณ์ก็เพื่อช่วยกันรักษาชีวิต เป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น : ลงไปถึง สัตว์เดรัจฉาน, ลงไปถึงต้นไม้ต้นไร่, ซึ่งก็มีชีวิต เป็นของ โปรดของพระพุทธเจ้า ; เพราะว่าพระพุทธเจ้าประสูติใต้ ต้นไม้ ตรัสรู้ใต้ต้นไม้ ประทับ อยู่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ใต้ต้นไม้ แล้วก็ นิพพานใต้ต้นไม้. ต้นไม้เป็นของโปรดของพระพุทธเจ้าอย่างยิ่ง ; พุทธบริษัทจะทำลายป่าไม้ไม่ได้. เราขอประท้วงไว้อย่าง ยิ่ง ว่าเป็นการทำลายของโปรดของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็น ประมุขของพุทธบริษัท ใครทำลายป่าไม้ ไม่ชื่อว่าเป็นพุทธ- บริษัท. ขอได้โปรดสำรวมระวังให้ดี ๆ ถ้าธรรมะกลับมา แล้ว ป่าไม้ทั้งหลายก็จะเจริญงอกงาม, สัตว์เดรัจฉานจะอยู่ เป็นสุข, มนุษย์ก็อยู่เป็นสุข, เพราะเหตุที่มีธรรมะกลับมา.
น.139 ๑๒๙ ขอได้สนใจ ในการที่จะ ทำให้ธรรมะกลับมา ด้วย การประพฤติตัว อย่างคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัว มีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอแล้วลงหลัก รู้ว่านี่ มันกงจักรหรือดอกบัว; ดังที่ได้เคยบรรยายมาแล้วแต่ หนหลัง. และขอย้ำว่า กิเลสเป็นตัว อย่าเอามาเป็นที่พึ่งเลย, อย่าเอาเป็นตัวของตนเลย. ธรรมะนั้นเป็นตน, เ อาธรรมะ เป็นตน. จิตถึงธรรมะแล้ว ก็เป็นตัวตน ที่ควรจะ เรียกว่าตัวตน เป็นอยู่อย่างผาสุกทุกทิพาราตรี. การบรรยายในวันนี้สมควรแก่เวลาแล้ว อาตมาขอ ยุติการบรรยาย ด้วยความหวังว่าท่านทั้งหลาย คงจะมีธรรมะ เป็นตน. อย่าเอากิเลสมาเป็นตน มีความสุขอยู่ทุก ๆ คน ตามหลักแห่งพระพุทธศาสนาเถิด. ขอยุติการบรรยายในวันนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ .
Buddhadasa