น.140 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในครั้งนี้ อาตมาก็ยังคงทำไป โดยวัตถุประสงค์ว่า เพื่อการกลับมาแห่งศีลธรรม. [ปรารภและทบทวน] มีผู้ท้วงว่า พ้นสมัยที่จะทำให้ศีลธรรมกลับมา อาตมาเห็นว่า ยิ่งเป็นสมัย ที่ควรจะทำให้ศีลธรรมกลับมา ; แม้ว่าในปัจจุบันนี้ ฟังดูแล้ว รู้สึกคล้าย ๆ กับว่า การทำให้ ศีลธรรมกลับมานั้น จะเหมือนกับการกลิ้งครกขึ้นภูเขา. แม้จะรู้สึกอย่างนั้น ก็ไม่เห็นว่าจะต้องท้อใจ ; เพราะว่า เป็นสิ่งที่จำเป็น, ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่น. ๑๓๐
น.141 ๑๓๑ ธรรมดาสิ่งที่มีประโยชน์มาก มันก็ต้องลำบากมาก, หรือว่าต้องใช้เวลานานมาก. ถ้ามาท้อใจในเรื่องอย่างนี้เสีย แล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไร. แม้ว่าเราจะต้องรบกันไปพลาง ทำความเข้าใจกันไปพลาง ; เราก็ยังต้องพยายาม ทำความ เข้าใจอยู่นั่นเอง. แม้ว่าเราจะต้องปราบปรามอาชญากรรม แก้ปัญหาอื่น ๆ พร้อมกันไปพลาง; เราก็ยังต้องพยา- ยาม ที่จะแก้ปัญหาในทางศีลธรรมอยู่นั่นเอง. ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาก็วินาศ นี่คือข้อที่ อาตมากระทำไว้ในใจ. ที่เป็นส่วนรวมกันทั้งโลกนั้น ก็เห็น ได้ว่า มีวิกฤตการณ์อันถาวรอยู่ทั่วไป. สำหรับประเทศไทย เรา ก็มีปัญหาอย่างเดียวกัน คือว่า มีวิกฤตการณ์ในภายใน ; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อันธพาลที่รบกวน, และ ปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ แก้ไขไม่ได้ ; เพราะว่าประชาชน ไม่มีศีลธรรม. เพราะฉะนั้น ก็จะต้องหันหน้าเข้าไปหาปัญหา ศีลธรรม อันเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหลาย . การดึง ศีลธรรมกลับมาคือการปฏิบัติถูกต้อง ตามกฎของธรรมชาติ เกี่ยวกับสิ่งนี้.
น.142 ๑๓๒ ในครั้งที่แล้ว ๆ มา อาตมาได้กล่าวโดยหัวข้อว่า มี ความคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ชุดตอลงหลัก รู้ว่ากงจักรหรือดอกบัว กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็น ตน. ครั้งนี้ก็ว่า เพียงแต่เกิดมาเป็นคนยังไม่ใช่มนุษย์. เป็นมนุษย์ต้องมีใจสูง, มีศีลธรรม. คนในโลกยิ่งไม่เป็นมนุษย์กันมากขึ้น โลกจึงต้อง เต็มไปด้วยวิกฤตการณ์ ที่คนสร้างขึ้น. ถ้าเป็นมนุษย์จริง ไม่สร้างวิกฤตการณ์ ; ดังนั้น การทำคนให้เป็นมนุษย์ ขึ้นมาให้ได้ นั่นแหละ เป็นใจความสำคัญ ของการแก้ ปัญหาทางศีลธรรม, หรือแก้ปัญหาทุกปัญหา. มีคนถามว่า มีเหตุผลอย่างไร, รู้ได้อย่างไร ว่า ศีลธรรมได้เหือดหายไป ? เรื่องนี้เกือบจะไม่ต้องพูดแล้ว ทุกคนรู้ได้ สันนิษฐานได้. มองดูให้ทั่วไปทั้งโลก ก็จะ พบว่า โลกเต็มไปด้วยสงคราม : สงครามร้อน ทำลาย กันด้วยอาวุธ, สงครามเย็น ทำลายกันด้วยสติปัญญา หรือ แผนทางการเมือง.
น.143 ๑๓๓ นี่มันมีไปทั่วทุกหัวระแหง เป็นสงครามบ้าบออะไร ก็ตาม, คือว่ามันทำไปอย่าง ไม่มีเหตุผล, ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องทำ, แล้วไปทำเข้า อย่างนี้. คิดดูเถอะว่า มัน เป็นโลกบ้าหรือโลกดี. ในโลก มีแต่เทคโนโลยีในการส่งเสริมกิเลส, ส่ง เสริมทางฝ่ายวัตถุ และทางจิตที่มาจากวัตถุ ก็ยังคงเป็นทาส ของกิเลส ; จึงมีแต่การเป็นทาสของวัตถุด้วย, เป็นทาส ของกิเลสด้วย ; จึงทำลายวัตถุ ซึ่งเป็นทรัพยากรของธรรม- ชาติอย่างมหาศาล. แม้จะดูอย่างแคบ ๆ ในประเทศไทยเรา ก็เห็นได้ ว่า ศีลธรรมกำลังเหือดหายไป. ลองจับคนมาถาม แม้ แต่เรื่องศีล ๕ ก็จำได้ไม่ครบ; แม้พวกที่มีการศึกษา เรียน มาจากเมืองนอก ก็ยัง ไม่รู้ว่าศีล ๕ นี้มีอะไรบ้าง ? ก็ยิ่ง ไม่รู้เรื่องอบายมุขทั้ง ๖ ว่ามีอะไร ? บ้านเราจึงเต็มไปด้วย อบายมุข. ดูที่คอ ที่เขาแขวนพระนั้น. รูปที่เขาเอามาแขวน กันก่อน ๆ นั้น เป็นรูปพระ รูปพระพุทธเจ้า. เดี๋ยวนี้เกือบ จะหาไม่ค่อยได้แล้ว ; มันกลายเป็นรูปคน, รูปคนคนใด
น.144 ๑๓๔ คนหนึ่ง ที่เขารู้สึกว่าขลังว่าศักดิ์สิทธิ์ สมัยก่อนแขวนรูป พระ; เดี๋ยวนี้แขวนรูปคน มันขึ้นหรือมันลง ? ก็ลองคิดดู. ทีนี้มาดู หนังสือพิมพ์รายวัน ดูที่ ๔ หน้าของแผ่น ปก ทุกฉบับ. ท่านลองมาเปิดดู สำรวจดู ก็จะเห็นแต่ ภาพอาชญากรรม, อนาจาร, เรื่องอาชญากรรมเลวร้าย, เรื่องอนาจาร. สมัยก่อนไม่เป็นเช่นนี้; ไปค้นดูใน พิพิธภัณฑ์ หนังสือรายวันเมื่อ ๕๐ - ๖๐ ปีมาแล้ว แผ่น ปก ๔ หน้านั้น เขามีเรื่องอะไร ? หนังสือพิมพ์สยามจีนโน วารศัพท์, หนังสือพิมพ์สยามออฟเซอร์เวอร์, ไปค้นดูใน พิพิธภัณฑ์ ดูแผ่นปก ๔ หน้า ว่ามันมีเรื่องอะไร ? แล้วก็ จะรู้ได้เองว่า มันดีขึ้นหรือเลวลง ? ถ้าจะแก้ตัวว่า คนซื้อหนังสือพิมพ์เขาต้องการอย่าง นั้น ; ผู้ทำหนังสือพิมพ์ก็ต้องอนุโลมตาม นั่นก็หมายความ ว่าผู้อ่านหนังสือพิมพ์ของเรา เป็นอย่างไรในทางศีล ธรรม ; มันดีขึ้นหรือว่าเลวลง ? ทีนี้ก็ดูว่า อะไรมันจะเต็มบ้านเต็มเมืองไปเสียหมด ? ได้ยินเจ้าหน้าที่ชั้นสูงเขาพูดว่า การเปิดสถานโสเภณี หรือ อาบอบนวดนั้น ป้องกันอาชญากรรมทางเพศ อยากจะเปิด
น.145 ๑๓๕ ให้มาก เพื่อแก้ปัญหาทางเพศ. นี้มันตรงกันข้ามกับความ คิดของเรา. เราคิดว่าจะต้องเปิดชมรมธรรมะ ศึกษาศีลธรรม ปฏิบัติศีลธรรม ให้มากขึ้น จึงจะป้องกันอาชญากรรม. การเปิดสถานกามารมณ์ เพื่อป้องกันอาชญากรรมนั้น มองไม่เห็น; สำหรับอาตมามองไม่เห็น. ทีนี้ก็ดูจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ แล้วก็จะเห็นได้ว่า ความเลวร้ายทางศีลธรรมได้มีมากขึ้น อย่างที่แต่ก่อนนี้ มันไม่มี คือเกิดมีพ่อยุคคอมพิวเตอร์นี้ ข่มขืนลูกสาวของ ตนเอง ถูกจับไปที่โรงพักก็บอกตำรวจว่า เรียกทุนคืน. เลี้ยงลูกหญิงมาเสียข้าวสุกมากแล้ว ; เดี๋ยวนี้จะเรียกทุนคืน. ท่านทั้งหลายลองฟังดูว่ามันเป็นอย่างไร ? นี่ความรู้สึกทาง ศีลธรรมมันเป็นอย่างไร ? พ่อพาลูกสาวไปดูหนัง ลูกง่วงนอนก็ไล่ให้กลับก่อน ถูกข่มขืนและฆ่าตายกลางทาง. นี่ดูศีลธรรมทั้งของพ่อ และของลูก ว่าเป็นอย่างไร ? ทำไมจึงเปิดโอกาสให้เกิด การเลวร้ายถึงอย่างนั้น ?
น.146 ๑๓๖ หนังสือพิมพ์เมื่อวันก่อนนี้ก็ว่า หนุ่มอายุ ๒๐ ดัก ข่มขืนแม่เฒ่าอายุ ๗๙ คราวทวด ; ลักษณะอย่างนี้มีไม่ได้ ในสมัยที่ศีลธรรมยังมีอยู่ในคน คือคนยังเป็นมนุษย์. เดี๋ยวนี้ ผู้หญิงถูกแย่งชิงวิ่งราวกลางวันแสก ๆ แล้ว ก็หาคนช่วยได้ยาก ไม่มีพลเมืองดีจะช่วย ; เขาเห็นว่าธุระ ไม่ใช่ อย่างดีก็ได้แต่ดู ดูแล้วก็เมินไป. นี่สมัยก่อนจะหา พลเมืองดีมาช่วยได้โดยไม่ยาก. นี่ขอให้คิดดูเถอะว่า ศีลธรรมเป็นอย่างไร. อาตมาคิดว่า เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว สำหรับที่จะ สันนิษฐานว่า ศีลธรรมเหือดหายไป, มีความไร้ศีลธรรม เข้ามาแทนที่. ทำคนให้เป็นมนุษย์จะหมดปัญหา ทีนี้ก็จะพูดกันถึงวิธี ที่จะทำให้ศีลธรรมกลับมา. ถ้าพูดกันอย่างกว้าง ๆ ทั้งโลก ก็ต้องช่วยกันทำให้โลกรู้ว่า โลกไม่มีทางรอดอย่างอื่น นอกจากศีลธรรมกลับมา ศาสนากลับมา, ศาสนาที่เคยช่วยโลกมาแล้ว จะต้องกลับมา.
น.147 ๑๓๗ ให้วงการที่ทรงอำนาจในโลก เป็นเจ้ากี้เจ้าการ ในการที่จะดึงให้ศีลธรรมกลับมา. องค์การสหประชา- ชาติ ก็จะเป็นองค์การพิทักษ์ศีลธรรมของโลก; ไม่เป็น เพียงสำนักงานทุ่มเถียง เรื่องเกี่ยวกับประโยชน์เท่านั้นเอง. ประเทศไทยเรา ช่วยกันตั้งหน้าตั้งตาทำ สัก อย่างเดียวว่า ทำคนให้เป็นมนุษย์ ; ตามหัวข้อที่กล่าว ข้างต้นแล้วว่า เพียงแต่เกิดมาเป็นคน ยังไม่เป็นมนุษย์ ถ้าเป็นคนก็สร้างปัญหา ; เป็นมนุษย์ก็ไม่สร้างปัญหา. ช่วย กันทำคนให้เป็นมนุษย์ ถูกต้องบริสุทธิ์ตามแบบของ พุทธบริษัทเถิด จะได้หมดปัญหาทุก ๆ อย่าง, ทุก ๆ ประการ. ในชั้นต้นนี้ เ ราสอน ใ ห้ลูกเด็ก ๆ รู้ว่า มนุษย์ กับคนนั้น ต่างกันอย่างไร เสียก่อน. อาตมาจะพูดความ ต่างระหว่างมนุษย์กับคน. มนุษย์มีคุณลักษณะต่างกว่าคน. เด็ก ๆ ได้รับการสั่งสอนอย่างผิด ๆ ในโรงเรียนว่า มนุษย์แปลว่าคน, คนกับมนุษย์เป็นอย่างเดียวกัน มันก็ติด ต้นอยู่เพียงเท่านั้น. อาตมาเรียกว่า การศึกษาชนิดหาง
น.148 ๑๓๘ ด้วน ; ถ้าเป็นหมาก็หมาหางด้วน. เด็ก ๆ ไปต้นอยู่แต่ เพียงว่า มนุษย์กับคนเป็นอย่างเดียวกัน เขาก็เลื่อนชั้นให้ เป็นมนุษย์ไม่ได้. แม้ว่าเดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ของเรา จะร้องเพลงว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน. ครูก็ ยังไม่ได้สอนอยู่ดีว่า คนในความหมายหลังนั้นคืออะไร ? แก้กองกิเลสแล้วทำคนให้เป็นคน. คนจึงต้องแก้กิเลส นั้นอย่างไร ? คนที่เป็นคน เป็นผลของกีฬานั้นเป็นอย่างไร ? ในการอุปสมบทภิกษุ ในพุทธศาสนานี้ ต้องมีการ ซักไซ้พิถีพิถันกันมากกว่า; เป็นมนุษย์ไหม ? ไม่ได้ถาม ว่าเป็นคนไหม ? บาลี ใช้คำว่ามนุษย์ ; เห็นอยู่แท้ ๆ ว่า เป็นมนุษย์ ก็ยังต้องถามว่าเป็นมนุษย์ไหม ? นี่เขามีความ หมายถึงว่าเป็นมนุษย์, คือเป็นคนที่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่ สักว่าเกิดมาเป็นคน. ยัง ถามว่า ปุริโสสิ ? เป็นบุรุษ คือ เป็นผู้ขายไหม ? เพราะว่าคำว่าผู้ชายนั้น ไม่ใช่หมายเพียงแต่ ว่าเกิดมาเป็นชาย ; แต่ต้องมีคุณสมบัติเข้มแข็งอย่างผู้ชายจึง จะเรียกว่าเป็นผู้ชาย จึงถามว่า มนุสฺโสสิ - เป็นมนุษย์ไหม ? ปุริโสสิ - เป็นผู้ชายไหม ? นี้มันขึ้นอยู่กับความหมาย.
น.149 ๑๓๙ เรื่องเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว โสเครตีส ซึ่งคน สมัยนี้นับถือเป็นปรมาจารย์ ทางสติปัญญาทางปรัชญานั้น ; มีเรื่องเล่าว่า โสเครตีสได้จุดคบเพลิง เที่ยวส่องหาอะไร ง่วนอยู่กลางถนน, ในกรุงเอเธนส์. ประชาชนเขาถามว่า นี่คุณเที่ยวส่องหาอะไร ? โสเครติสเขาตอบว่า เที่ยวหา ส่องหาคน. นี่คิดดูเถอะว่า ทำไมถึงกับต้องเที่ยวจุดคบ แล้วเที่ยวส่องหาคน เหมือนกับหาเข็ม. ก็เพราะว่า คน ตามความหมายของโสเครตีสนั้น ก็เหมือนกับคน ในความ หมายที่ว่า มนุสฺโสสิ นั้นเหมือนกัน. ถ้าเผอิญโสเครตีส มาจุดคบเพลิงส่องหาคนที่ กรุงเทพฯ นี้ เขาจะพบคนสักกี่คน ? ขอให้ท่านทั้งหลาย ลองคิดดู แล้วก็จะรู้เองว่า คำว่า คน กับคำว่า มนุษย์นี้ ต่างกันอย่างไร ? ทีนี้พิจารณากันต่อไปอย่างละเอียดสักหน่อยว่า ถ้า เราอย่าอยู่กันอย่างคน แต่อยู่กันอย่างมนุษย์เถอะ แผ่นดินนี้ ยังกว้าง, โลกนี้จะยังหลวม, ยังไม่ต้องคุมกำเนิดก็ได้, ถ้าเรา อยู่กันอย่างมนุษย์. ถ้าอยู่กันอย่างคน คือ เห็นแก่ตัว แล้ว โลกก็แคบ จนว่าจะต้องเป็นอันตราย.
น.150 ๑๔๐ อยู่กันอย่างคน โลกแคบ เต็มที่แล้ว แต่ก็น่าแปลก ประหลาดที่ว่า ที่ดินยังรกร้าง ว่างเปล่ามาก. อาตมาเคย นั่งรถไปยังที่แห่งหนึ่ง รถวิ่งตั้งเกือบชั่วโมง ก็ไม่เห็นมีอะไร มีแต่ป่าละเมาะ. ถามคนข้างเคียงว่า นี่ ทำไมจึงปล่อยให้ เป็นป่ารกร้าง อย่างนี้ ? เขาบอกว่า ทำอะไรไม่ได้ : เลี้ยง วัว มัน ก็มาลัก ไปฆ่าแกงเสียหมด. ปลูกสับปะรด มันก็ มาขโมยหมด. บ่านี้ยังต้องทิ้งให้รกร้างอยู่อย่างนี้. นี่เสีย เศรษฐกิจของชาติ ไปสักเท่าไร ๆ . ถ้าเรามีมนุษย์ ป่านี้ก็จะเป็นประโยชน์. เดี๋ยวนี้ เป็นกันแต่คน ทำกินไม่ได้ คอยลัก คอยขโมยกัน เพราะไม่มีศีลธรรม ; ถ้าศีลธรรมกลับมา ปัญหานี้จะ หมดไป. หรืออาจจะพูดได้ว่า ถ้าเรา เป็นมนุษย์กันจริง ๆ แล้ว อาชญากรรม วันละพัน ๆ ราย ทั่วทั้งประเทศ หรือ ทั่วทั้งโลก มันก็ จะหมดไป, คอร์รัปชั่นจะหมดไป, ฉ้อ ราษฎร์บังหลวงจะหมดไป. ตำรวจ ศาล เรือนจำ ไม่ต้องมี ; มีนิดเดียวก็พอ. นี่น่าสนใจไหม ?
น.151 ๑๔๑ ในปี ๒๕๒๔ ที่จะมาถึงนี้ ว่ากันว่า องค์การโลก ก็จะจัดให้เป็นปีเพื่อคนพิการ เป็นงานของโลก. ไม่คิดดู บ้างหรืออย่างไร ? ว่าการพิการ ความพิการ มันเกิดขึ้นมาใน โลกอย่างไร ? อาตมาเห็นว่า มันเกิดขึ้นมาในโลกเพราะ ความไร้ศีลธรรม ไม่เป็นมนุษย์. ผู้ที่ให้กำเนิด เขาก็ดี, ผู้ที่กำเนิดเอง นั้นก็ดี, สังคม ที่แวดล้อมเขาอยู่ก็ดี, ล้วน แต่ไม่มีศีลธรรม จึงเกิดการพิการขึ้นมา. ถ้าผู้ให้ กำเนิดมีศีลธรรม, ผู้กำเนิดเองก็มีศีลธรรม, สังคมแวดล้อม ก็มีศีลธรรม, แล้วคนพิการจะหาทำยาหยอดตาก็ยาก อยากจะพูดว่า ความไร้ศีลธรรม อยู่ที่ความไม่มี มนุษย์ ; ถ้ามีมนุษย์ ก็จะต้องมีศีลธรรม. อยากจะพูดว่า ผู้หญิงนี้เป็นมนุษย์มากกว่าผู้ชาย. ผู้หญิงไปวัดมากกว่า, ผู้หญิงไหว้พระมากกว่า, ผู้หญิงตัก บาตรมากกว่า, ผู้หญิงกลัวบาป กลัวตกนรก มากกว่า ; ผู้ชายไม่ค่อยกลัว. พยานมีอยู่ว่า เข้าไปในคุก ในเรือนจำ พบนักโทษชาย ๒-๓ พันคน ; นักโทษผู้หญิง ๒-๓ คน เท่านั้น, ๒-๓ พันคน ต่อ ๒ -๓ คน คิดดูเถอะว่า มันกี่หมื่นกี่แสนเปอร์เซ็นต์กัน ที่มันต่างกัน ?
น.152 ๑๔๒ เอาละ, ลองเทียบโดยหัวข้อใหญ่ ๆ ระหว่าง คน กับ มนุษย์. คน เขา หาความสุขจากกามารมณ์. มนุษย์หา ความสุขจากธรรมปีติ เกิดจากทำหน้าที่ที่ถูกต้อง, ได้ทำ หน้าที่ที่ถูกต้องของมนุษย์แล้ว ก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ ก็มีความ สุข, ไม่ต้องไปหาความสุขจากสถานกามารมณ์เหมือนกับคน. คน เจริญด้วยวัตถุ. มนุษย์ เจริญด้วยคุณธรรม คนทำงานด้วยความเห็นแก่ตัวกู. มนุษย์ ทำ งานด้วยความเห็นแก่ธรรม. คน ทำงานด้วยอำนาจกระตุ้นของกิเลส. มนุษย์ ทำงานด้วยอำนาจกระตุ้นของสติปัญญา. นี่เป็นการ แสดงอย่างเพียงพอแล้ว ว่าคนกับมนุษย์ต่างกันอย่างไร. . . . . . . . . . . . . . . . . ทีนี้มาพูดถึงเรื่อง ทำคนให้เป็นมนุษย์กันต่อไป. อย่าลืมว่า มันมีเหตุผลเฉียบขาดว่า ถ้าทำคนเป็นมนุษย์ กันได้แล้ว ปัญหาหมดทุกปัญหา. ปัจจัยข้อแรก ที่จะทำคนให้เป็นมนุษย์ ก็คือ การศึกษา ซึ่งหางไม่ด้วน. การศึกษาที่หางไม่ด้วน จึงจะ
น.153 ๑๔๓ ทำคนให้เป็นคนได้. กีฬาที่ว่าเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน นี้มันก็ รวมอยู่ในคำว่า "ศึกษา". การ ศึกษาจึงแก้ปัญหา เดี๋ยวนี้ ไม่มีองค์การสากลในโลก ที่จะจัดโลก ให้มีศีลธรรม; มีแต่จะช่วยกันให้ฉลาด ในการหา ประโยชน์เพื่อตน และเพื่อพวกของตน การแพทย์ที่ดี ช่วยให้คนตายน้อย มีคนมากจนต้องคุมกำเนิด; แต่ก็ไม่ รับประกันว่า คนที่เกิดมานั้นจะสมบูรณ์ดี มีศีลธรรมได้ ; ยังมีปัญหาเหลืออยู่ ที่จะต้องจัดการกันต่อไป ; ยิ่งคนยิ่ง มาก มันก็ยิ่งมีปัญหามาก. การคุมกำเนิด มีผลทำให้ พลเมืองมีความสมประกอบ หรือมีศีลธรรมหรือไม่ ? หรือ จะเพิ่มความไม่มีศีลธรรมมากขึ้นเสียอีก ? การศึกษาไม่ถูกต้อง ทำให้เรามีนักการเมือง ที่จะต่อสู้เพื่อกิเลส, ต่อสู้เพื่อตัวเอง, ต่อสู้เพื่อตัวกู ต่อสู้เพื่อพรรคการเมืองของกู. ไ ม่มีการต่อสู้เพื่อเห็นแก่ ศีลธรรม. นี่การศึกษาไม่พอ. การศึกษาไม่ถูกต้อง พลเมืองไม่มีศีลธรรมแล้ว ประชาธิปไตยมีไม่ได้. เขามีแต่ประโยชน์ของพรรคการ-
น.154 ๑๔๔ เมือง, ไม่ใช่ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่. ประชา- ธิปไตยที่แท้จริงนั้น มประโยชน์ของประชาชนเป็น ใหญ่ ; ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้. ขอให้จัดไปในทางว่า ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ นั่นแหละคือประชาธิปไตย. การศึกษาไม่พอ; พลเมือง ก็มีแต่อยากจะเป็นใหญ่, ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชน เองเป็นใหญ่. การศึกษาที่แท้จริงคืออย่างไร? การศึกษาที่แท้ จริงนั้น อาตมาอยากจะพูดว่า คือการทำให้มีการเกิดใหม่, ให้คนเกิดเสียใหม่ มาเกิดเป็นมนุษย์, จึงพูดได้อีกทีว่า การศึกษานั้น เพื่อทำคนให้เป็นมนุษย์. ขอให้ดูให้ดี คนเรานี้เกิดได้หลาย ๆ หนู อย่างน้อย ที่สุดเกิดได้ ๒ หน : การเกิดหนที่ ๑ เกิดทางร่างกาย จากบิดามารดา นี้เป็นได้แต่เพียงคน ; เช่นเดียวกับสัตว์ ก็เกิดเป็นสัตว์ คนก็เกิดเป็นคน ทีนี้ เกิดหนูที่ ๒ เกิด ทางวิญญาณ. นี้มีพระพุทธเจ้าเป็นพ่อ, มีพระธรรมเป็น แม่ มีพระสงฆ์เป็นพี่; เกิดแล้วก็เป็นมนุษย์ คือ ละ ความเลวทรามของคนเสีย, เกิดใหม่เป็นมนุษย์ ด้วย
น.155 ๑๔๕ อำนาจของพระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์ เป็นพี่ ; ยังจะ มีการเกิดใหม่ทางวิญญาณ ครั้งต่อ ๆ ไป เป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี และพระอรหันต์. ขอให้ดูให้ดีเถิด ว่า ศาสนาไหนก็ตาม ล้วนแต่ ต้องการให้คนเกิดใหม่ทั้งนั้น. ทั้งนี้ก็ เพื่อให้เหมาะ สำหรับจะไปอยู่กับสิ่งสูงสุด คือพระเจ้า หรือพระนิพพาน ก็ตาม. คนต้องเกิดใหม่จึงจะไปอยู่ที่นั่นได้. ศาสนาไหน ก็ล้วนแต่ต้องการให้คนเกิดใหม่. เรามาขวนขวาย ชักชวนกัน หาเครื่องมือ และ โอกาส ที่ให้คนได้เกิดใหม่ ได้เป็นมนุษย์ กันให้สุด เหวี่ยงเถิด; แม้จะเป็นการกลิ้งครกขึ้นภูเขาก็ไม่เป็นไร. เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมีมาก การกลิ้งครกขึ้นภูเขาเป็นของง่าย นิดเดียว ไม่เหมือนสมัยโบราณ. อย่าไปดึงคนแบบเก่ามาเป็นคนแบบใหม่ อย่าง หลับหูหลับตาผลีผลาม, คือหลงความนิยมแผนใหม่ ที่ เรียกว่าตามกันฝรั่ง. อย่าดึงคนแบบเก่ามาเป็นคนแบบใหม่ หลงใหลในวัตถุเลย. ขอให้ผลิตศูนย์ศึกษาธรรม อบรม ธรรม ปฏิบัติธรรม, แทนการเพิ่มสถานกามารมณ์
น.156 ๑๔๖ สโมสรกินเหล้า ยกแก้วเหล้าข้ามหัวพระที่แขวนอยู่ที่คอ ให้ มันมากขึ้นไปอีกเลย. พระราชพิธี ๑๒ เดือน อย่างที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้น หนังสือเล่มนั้น ควรได้รับการปรับปรุงใหม่, เอามาประพฤติ ปฏิบัติ ให้ผดุงศีลธรรมประจำเดือนทั้ง ๑๒ เดือน ไม่ใช่เพียงเพื่อสนุกสนานเท่านั้น. แม้อย่างว่า ลอยกระทง เมื่อไม่กี่วันนี้ ต้องทำไปในลักษณะที่ส่งเสริมศีลธรรม ; ไม่ใช่ส่งเสริมกิเลส. แผ่นกระดานหินของพ่อขุนรามคำแหง ที่เอามา เก็บไว้อย่างวัตถุพิพิธภัณฑ์นั้น ดึงออกมาใหม่เถิด, ดึงออก มาใช้อย่างสมัยสุโขทัย. แผ่นกระดานหินแผ่นนั้นใช้ อย่างไรในสมัยสุโขทัย ขอให้เอามาใช้กันเต็มที่ในยุคนี้อีกเถิด อย่าเก็บไว้เป็นวัตถุพิพิธภัณฑ์เลย. ขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาดูว่า นี้จะเป็นหนทาง ที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้หรือไม่ ? คือทำให้ศีลธรรมกลับมา การศึกษาที่แท้จริงนั้น คือทำให้คนกลายเป็นมนุษย์. การศึกษาที่แท้จริงนั้น ทำให้มีโอกาสได้เกิดใหม่ ในทางจิต ทางวิญญาณ.
น.157 ๑๔๗ การเกิดแต่ ทางร่างกายอย่างเดียวนั้น มันก็เป็น ได้แต่เพียงคน ; ไม่ผิดแปลกแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉาน มันเกิดมามันก็เป็นสัตว์เดรัจฉาน ; คนเกิดมาก็เป็นคน. ต้องเกิดทางจิตทางวิญญาณอีกครั้งหนึ่ง จึงจะได้เป็น มนุษย์ ; มีวิธีการอย่างที่กล่าวมาแล้ว. สรุปความว่า พอคนได้เป็นมนุษย์แล้ว ปัญหา หมด, วิกฤตการณ์ต่าง ๆ ก็หมด ; เพราะว่าโลกนี้มี ศีลธรรมคุ้มครอง. พวกเราก็ ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาเป็น มนุษย์ และได้พบพระพุทธศาสนา. ขอวิงวอนว่า ท่านทั้งหลาย จงได้ พิจารณาสิ่งนี้ อย่างตั้งอกตั้งใจ. ขอให้มองให้เห็น เพราะมันออกจะมอง เห็นยาก ; จะมองเห็นกันไปแต่ในทางว่า มันพ้นสมัยแล้ว มันยากเกินไป หรือมันนานเกินไป. ยกเอาปัญหาว่า กว่า ถั่วจะสุกงาก็ไหม้นี้ ขึ้นมาเป็นเครื่องขัดขวาง ; นั้นมันคน ละเรื่องกัน. เดี๋ยวนี้มันเป็นเรื่องที่ ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น จะต้องพยายามทำให้ศีลธรรมกลับมา. มองเห็นตามที่ เป็นจริง เพื่อประโยชน์แก่คนทั้งโลก, เมื่อคนในโลกเห็น
น.158 ๑๔๘ ด้วย โลกนี้มันก็เปลี่ยนเป็นโลกอย่างอื่น. ถ้าคนยังยึดมั่น ในวัตถุ ; ความเจริญทางวัตถุ ที่เป็นเหยื่อของกิเลสแล้ว ; โลกนี้ก็ยังเป็นเหยื่อของกิเลสสืบต่อไป; ไม่มีทางที่จะ หายใจอย่างบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากความทุกข์ร้อน และ วิกฤตการณ์ทั้งหลาย. ขอให้ท่านทั้งหลายทุกคน มองเห็นด้วยตนเอง, แล้วก็ เชื่อตนเอง, แล้วก็ แน่ใจด้วยตนเอง จึงจะเกิด ความกล้าหาญขึ้นมา; กลิ้งครกขึ้นภูเขาสักสิบลูกร้อยลูก ก็ทำได้ เพราะว่าก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่มากแล้ว. ทีนี้ก็ บากบั่น ที่จะทำให้เกิดมนุษย์ขึ้นมาในโลก ให้จนได้ ขอได้ มีความแน่ใจ เชื่อตัวเอง กล้าหาญบากบั่น อย่างนี้กัน ทุกคนเถิด. ขอให้ระลึกนึกถึง ข้อความ ที่อาตมาได้เคยกล่าวมา แล้วแต่หนหลัง ว่าเราจะต้องสร้าง ความคงเส้นคงวา ถูกฝา ถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอแล้วลงหลัก รู้จักว่าอะไรเป็นกงจักรหรือดอกบัว กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็น ตน เกิดมาเป็นคนนี้ยังไม่เป็นมนุษย์. ขอให้สร้างโลกแห่งมนุษย์ เพื่อจะแก้ปัญหา ทางศีลธรรม. เป็นมนุษย์ แปลว่ามีใจสูง หรือเป็นเหล่า
น.159 ๑๔๙ กอของมนู ผู้มีใจสูง จะสร้างปัญหาได้อย่างไร ; เพราะมี จิตใจสูง อยู่เหนือกิเลส ย่อมอยู่เหนือปัญหาโดยประการ ทั้งปวง. หวังว่า ท่านทั้งหลาย คงจะให้ความสนใจ ด้วย เห็นแก่มนุษย์, เห็นแก่ความเป็นมนุษย์ ที่หายไป ซึ่ง จะเหลือแต่ความเป็นคน ล้วนแต่จะสร้างปัญหา. และ ขอ ให้ทุกคนนี้ ได้เกิดเป็นมนุษย์กันเสียโดยเร็วเถิด. อาตมาขอแสดงความหวังว่า เราจะได้เป็นมนุษย์กัน เพิ่มขึ้น ๆ แล้วก็มีความเป็นอยู่อย่างผาสุก ทุกทิพาราตรีกาล ตามแบบที่ได้เป็นมนุษย์ และได้พบพระพุทธศาสนา ; อาศัยพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่มีความหมายอย่างเดียว กัน เป็นเครื่องนำทาง คือไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นลักษณะ ของคน. เห็นแก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น ซึ่งเป็นลักษณะของ มนุษย์ รุ่งเรืองอยู่ด้วยความเป็นมนุษย์ ทั้งโดยส่วนตัว และส่วนรวม ทุกทิพาราตรีกาลเถิด อาตมาขอยุติปาฐกถาธรรมในวันนี้ ไว้แต่เพียงเท่านี้.
Buddhadasa