น.83 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาก็ยังคง กล่าวด้วยความมุ่งหมาย เพื่อการกลับมาแห่งปรมัตถธรรมต่อ ไปตามเดิม เพื่อให้สำเร็จประโยชน์เต็มที่. ขอให้เราได้ ทบทวน ถึงหัวข้อ ที่ได้บรรยายมา แล้วในครั้งก่อน ๆ ตามลำดับมาว่า :- (ทบทวน) ปรมัตถธรรมกลับมา โลกาสว่างไสว, ปรมัตถ- ธรรมหมดไป จิตใจมืดมนท์, มัวเป็นกันแต่คน ๗๕
น.84 ๗๖ มนุษย์ก็ไม่มี, ถ้าศีลธรรมดี คนก็กลายเป็นมนุษย์กัน หมด, "ศีลธรรมถอยถด ต้องเพิ่มปรมัตถธรรม" คือ หัวข้อที่จะกล่าวในวันนี้มีว่าถ้าศีลธรรมถอยถด ต้องเพิ่ม ปรมัตถธรรม. ปรมัตถธรรมในฐานะเป็นรากฐาน ที่สร้าง และเสริมศีลธรรม, ปรมัตถธรรมอันเป็นความจริงลึกซึ้งเด็ด ขาดของธรรมชาติ บังคับให้มนุษย์ต้องมีศีลธรรม, และ เสริมศีลธรรมให้มียิ่ง ๆ ขึ้นไป. เมื่อศีลธรรมหดลงไป ก็ ต้องเพิ่มปรมัตถธรรม, เหมือนกับว่าเมื่อไฟโทรมลง ก็ ต้องเพิ่มฟืน เพื่อให้ไฟโพลงขึ้นตามเดิม. ในโลกมีศีลธรรม ถอยถด เหมือนกับไฟโทรมลง จะต้องเติมเชื้อไฟให้ลุก โพลง เติมฟืนให้ไฟลุกโพลงขึ้นมา เป็นแสงสว่างสืบต่อไป. สถานะการณ์ ของเราในเวลานี้ ยังไม่ถึงล้มละลาย หรือล้มเหลว ยังเป็นเพียงความผิดพลาดที่จะต้องแก้ไข และ อยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขได้. ดังนั้นขอให้เรามุ่งหมายในการ แก้ไข เพิ่มปรมัตถธรรม เพื่อส่งเสริมศีลธรรมใหรุ่งเรือง ต่อไปตามเดิม.
น.85 ๗๗ จำเป็นต้องเน้นค่าของศีลธรรม. ทีนี้อาตมาจะขอเน้นค่าของศีลธรรม อีกที, และ จำเป็นจะต้องเน้นบ่อย ๆ ด้วยซ้ำไป, เน้นและเฟ้นอยู่เสมอ ; เพื่อให้ท่านมองเห็นความจำเป็น ที่โลกนี้จะต้องมีศีลธรรม. ข้อที่ ๑. จะอยากจะพูดว่า ศีลธรรมสามารถทำ ให้คอมมิวนิสต์หมด โดยไม่ต้องฆ่าให้เมื่อยมือ. ข้อนี้อธิบายว่า ถ้ามีศีลธรรมอยู่ในโลก นายทุน ก็กลายเป็นเศรษฐีใจบุญ ไปหมด. นายทุนนั้นเขาหาทุน เพิ่มทุน เพื่อจะบีบบังคับด้วยการมีทุน ; ส่วนเศรษฐีใจบุญ นั้น ทำประโยชน์อะไรได้มา กินแต่พอดี, เหลือเอาไปช่วย ผู้อื่น ซึ่งนายทุนเขาไม่ได้มีความมุ่งหมายอย่างนั้น เพราะ เขาไม่ได้มีศีลธรรม. เศรษฐีใจบุญผลิตได้เท่าไรกินแต่พอ ดีเหลือไปช่วยผู้อื่น เพราะอำนาจของศีลธรรม. คอมมิวนิสต์ ต้องการจะฆ่านายทุน, ก็ป่วยการ, มาทำให้ศีลธรรมกลับมา เท่านั้นนายทุนก็หายไปจากโลกเอง, แล้วพวกคอมมิวนิสต์ก็ ว่างงาน ไม่มีงานทำแล้วก็สลายตัวไปในที่สุด. อาตมาคิดว่า พวกที่เข้าป่าไปนั้นออกมาจากป่าดีกว่า มาปลุกระดมศีลธรรมให้เต็มขึ้นในบ้านในเมือง, แล้วนาย
น.86 ๗๘ ทุนจะอยู่ได้อย่างไร ? นายทุนหมดไป พวกท่านก็ไม่ต้องทำ งานให้เหน็ดเหนื่อย, ไปมัวคิดฆ่านายทุนหรือศักดินาอยู่ใน ป่านั้นไม่สำเร็จ, ฆ่าตายแล้วก็มีขึ้นมาอีก, ฆ่าตายแล้วก็มีขึ้น มาอีก, เพราะมูลเหตุมันไม่สิ้นสุด คือสภาพไร้ศีลธรรมมัน ไม่สิ้นสุด เหมือนกับตัวตายตัวแทนอยู่นั่นเอง. ออกมา กระทำชนิดที่เป็นความเด็ดขาด ทำให้มีศีลธรรม นายทุนก็ สลายตัวไป. นี้เป็นเรื่องละเอียดและกว้างขวาง ซึ่งเรายังต้องพูด ต้องคิดกันไปอีกนาน. เดี๋ยวนี้มีหลักการที่ว่า ศีลธรรมจะ ทำให้นายทุนหมดไปจากโลก แล้วคอมมิวนิสต์ก็ไม่ต้อง มีงานทำ สลายตัวไปเอง ด้วยเหมือนกัน. เรามาแข่งขันกันเป็นแชมป์ในทางศีลธรรม, เป็น แชมป์แห่งศีลธรรม, เป็นแชมป์แห่งความมีศีลธรรม แทน แชมป์มวยหน้าบวม, แชมป์นักกีฬาหน้าแข้งแตก, แชมป์ ปีนเขาไปตายอยู่ในกองหิมะ, ไม่เห็นว่ามันจะสร้างสันติภาพ อะไรที่ไหนกัน. ชวนกันมาเป็นแชมป์ศีลธรรม ศีล- ธรรมก็จะระบือกว้างขวางออกไปสำหรับคุ้มครองโลก.
น.87 ๗๙ นี่ค่าของศีลธรรม ที่จะทำให้นายทุนหมดไป, ให้ คอมมิวนิสต์ว่างงาน, แล้วก็ไม่ต้องมีการรบกัน ระหว่างนาย ทุนกับคอมมิวนิสต์อย่างยืดเยื้อ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในโลกนี้ ในเวลานี้ จนสหประชาชาติเป็นท้าวมาลีวราชที่งานล้นมือ, อย่างที่กล่าวแล้วในครั้งก่อน. ทีนี้ข้อที่ ๒ ดูต่อไปว่า ประโยชน์ของศีลธรรม นั้น คือ จะทำให้ไม่มีอบายมุข ถ้ามีศีลธรรม ก็ไม่มี ใครทำอบายมุข อบายมุขก็หมดไป. อบายมุข นั่นแหละ เป็นเหตุให้เกิดคอร์รัปชั่นในวงราชการ ในอะไร ทุกหน ทุกแห่ง พลเมืองมีอบายมุข ประเทศชาติก็ขาดดุลการค้า เป็นหมื่น ๆ ล้าน. อาชญากรเต็มไปทั้งบ้านทั้งเมือง ชุม เหมือนกับยุง ก็เพราะว่าเขาเป็นทาสของอบายมุข. ถ้า ไม่มีอบายมุข จะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้. ดูให้ดี มีคนมาบอกอาตมาว่าให้ดูให้ดี อาตมาก็ ดู ให้ดี แล้วก็พบว่าจริงเหมือนเขาว่า คือว่า เดี๋ยวนี้คน ๆ เดียวมีอบายมุขครบทั้ง ๖, คน ๆ เดียวมือบายมุขครบทั้ง ๖ : ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน, ครบทั้ง ๖.
น.88 ๘๐ ที่เป็น ข้าราชการก็มี; คนเดียวมีอบายมุขครบ ทั้ง ๖ : เขา ดื่มน้ำเมา, เขา เที่ยวกลางคืน, เขา ดูการ เล่น, เต้นรำหัวหกก้นหวิด, เล่นการพนัน แบบใดแบบ หนึ่ง, คบคนชั่วเป็นมิตร เคยมีคนไปบอกว่า "นายของผม ไม่ชอบผม เพราะผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่" ติดต้นอยู่ที่นี่ เขาชอบแต่คนที่กินเหล้า. นี่หมายความว่า .หัวหน้าข้า ราชการผู้นั้น เขาชอบคนที่กินเหล้าเป็นต้น นี่คือ คบ คนชั่วเป็นมิตร. เกียจคร้านทำการงาน ดูจะเป็นโรคดั้งเดิมของ ทุกคน ก็ว่าได้ มาทำงานสาย แล้วก็กลับไปบ้านก่อนเวลา, ทำงานด้วยกระฟัดกระเพียดอิด ๆ เอื้อน ๆ ทำงาน สูบบุหรี่ ไปพลาง ดื่มน้ำชาไปพลาง อ่านหนังสือพิมพ์ไปพลาง, เพราะขี้เกียจทำงานนั่นเอง ยังมีดีไปกว่านั้นก็คือว่า มาลง เวลาในสมุดลงเวลาแล้วก็กลับบ้าน นี่ก็เพราะเกียจคร้านทำการ งาน. ข้าราชการคนเดียว มีอบายมุขครบทั้ง ๖ คิดดูเถิด ทีนี้จะร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า ครูคนเดียวก็มี อบายมุขครบทั้ง ๖ ในลักษณะเดียวกน. ถ้าขืนปล่อยไว้ อย่างนี้ โรคอบายมุขครบทั้ง ๖ นี้ จะลามปามขึ้นไป
น.89 ๘๑ แพร่หลายออกไป ออกไปถึงข้าราชการการเมือง สมาชิก รัฐสภาคนหนึ่งมีอบายมุขครบทั้ง ๖, แพทย์มีอบายมุขครบ ทั้ง ๖, ผู้พิพากษา ตุลาการคนเดียวมีอบายมุขครบทั้ง ๖, แล้วจะว่าอย่างไรกัน ? โลกนี้จะอยู่ได้อย่างไร ? ยิ่งไปกว่านั้น อบายมุขทั้งหกก็จะลามขึ้นไปถึง พวกนักบวช ที่เรียกกันว่า พระเจ้าพระสงฆ์มือบายมุข ครบทั้ง ๖ ก็ได้เหมือนกัน, เห็นวี่แววอยู่. นักบวชท่าน ตีความหมายของบุหรี่นี่แหละกลายเป็นยาไปเสีย ท่านก็สูบ- บุหรี่วันละกระป๋อง วันละห่อ โดยถือว่ามันเป็นยา. นี่ก็ เรียกว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับของมึนเมาแล้ว ดื่มน้ำเมา หรือว่า ดื่มของเมา แล้ว. แล้วท่านก็มี เที่ยวกลางคืน; ในที่ มุมมืดตามที่ต่าง ๆ ก็เคยเห็นพระ หรือว่าพระก็ชอบเข้าบ้าน กลางคืน. นี่ก็เรียกว่าเที่ยวกลางคืน. แล้ว ดูการเล่น มีพระไปแอบดูการเล่นที่แสดงในวัด ; แม้แต่ว่าในห้องของ ท่านมีโทรทัศน์ อย่างนี้ก็พอแล้ว เรียกว่าดูการเล่น. เล่น การพนัน ที่แผงขายล็อตเตอรี่บางทีก็มีพระยืนอยู่ ลูกศิษย์ ก็ไปซื้อ ๓ ตัวมา. นี่เรียกว่า เล่นการพนัน. ทีนี้ คบคนชั่ว เป็นมิตร พระคบคนชั่วเป็นมิตร, มีได้เหมือนกัน คือว่า
น.90 ๘๒ ให้เขามาเปิดอบายมุขในวัด, หารายได้แบ่งให้วัด. นี้เรียกว่า คบคนชั่วเป็นมิตร. แล้ว นักบวชเกียจคร้านทำการงาน ; มีคนเขาล้อ อาตมาละอายแทนอยู่ทุกวันว่า "ฉันเช้าแล้วเอน ฉันเพลแล้วนอน บ่ายพักผ่อน ค่ำจำวัด" นี่เรียกว่าอะไรกัน ถ้าไม่เรียกว่าเกียจคร้านทำการงาน. นี่อบายมุขครบทั้งหก จะไปมีแก่นักบวชแล้ว ขอให้สังเกตดูให้ดี ๆ. ที่นี้ขอระวังลูกเด็ก ๆ ทารกของเราที่กำลังจะเติบโต ขึ้นมา, บิดามารดาทั้งหลายช่วยระวังให้ดีเถิด อย่าให้เด็ก ๆ ของเรา คนเดียวมีอบายมุขครบเข้าไปทั้ง ๖, นี่บัดนี้ ถ้า ท่านต้องการจะแก้ปัญหาข้อนี้ ก็รีบอบรมศีลธรรม มีปรมัตถ- ธรรมที่ชี้แจงให้ลูกเด็ก ๆ ของเราเชื่อ ในการที่จะต้องมี ศีลธรรม. ทำไมเราจะต้องช่วยผู้อื่น ซึ่งเป็นศีลธรรม ? ก็ เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของเรา ซึ่งเป็น ปรมัตถธรรม. ลูกเด็ก ๆ ของเรา ก็ต้องมีปรมัตถธรรม เพียงพอ ที่จะหล่อเลี้ยงศีลธรรมของเขา ; ศีลธรรมก็ จำเป็นต้องมีเพื่อกำจัดอบายมุขให้หมดไปเสียจากสังคม. ที่นี้ มาดูข้อต่อไป ข้อที่ ๓ ถึง ประโยชน์ของ ศีลธรรมว่า ศีลธรรมจะช่วยแก้ปัญหาของเศรษฐกิจ,
น.91 ๘๓ ปัญหาเลวร้ายทางเศรษฐกิจ. ถ้าประชาชนของเรามีศีลธรรม คนในประเทศมีศีลธรรม, คนในโลกมีศีลธรรม, ความเลว ร้ายในโลกก็จะไม่มี. เดี๋ยวนี้รบราฆ่าฟันกันเป็นของธรรมดา ไปแล้ว ; อย่าคิดอะไรให้มันยุ่งยากลำบาก คิดกันง่ายๆ ว่า ถ้าไม่มีศีลธรรมแล้ว แม้ฝนจะตกลงมาเป็นทองคำก็ไม่มีสันติ- ภาพ เขาฆ่ากันตายเพราะแย่งเก็บทองคำ แย่งกันเก็บทอง คำ ใครมีมาไว้ก็ปล้นกันเรื่อย ไม่มีความเป็นสุข วันก่อนก็ได้พูดถึงว่าฝนตกมาเป็นทองคำ ก็ไม่แก้ เศรษฐกิจได้. วันนี้อยากจะพูดไปถึงว่า, แม้ทรายทุกเม็ด ในโลกนี้กลายเป็นทองคำ ก็ไม่สามารถที่จะแก้เศรษฐกิจ ได้, ไม่ทำให้สันติภาพในโลกเกิดขึ้นได้, เพราะคนยื้อแย่งกัน เบียดเบียนกัน แย่งชิงกัน คอยปล้นกัน เ พราะไม่มีศีล- ธรรม. แล้วคิดดูเถิดรัฐบาลไหน จะสามารถจัดเศรษฐกิจ ให้เกิดผล ในลักษณะที่ฝนตกมาเป็นทองคำอย่างนี้มันก็ไม่มี ขอให้เรามีศีลธรรม ป้องกันความเลวร้ายหรือ พิษร้าย อันจะเกิดจากเศรษฐกิจ ทรัพย์สมบัติ พัฒนาอะไร ก็ตาม, ถ้าไม่มีศีลธรรมแล้ว เศรษฐกิจจะฆ่ามนุษย์, ทรัพย์สมบัติของเขาจะฆ่าเขา, การพัฒนาก็จะเป็นวินาศกรรม
น.92 ๘๔ มากกว่าพัฒนา, ทุกอย่างมันจะย้อนกลับไปฆ่าเจ้าของ ซึ่ง ไม่มีศีลธรรม. โลกสัตว์เดรัจฉานยังอยู่กันเป็นผาสุก โลก มนุษย์วุ่นวายยิ่งขึ้นทุกที ; เพราะไม่มีศีลธรรม. พื้นฐาน ของการพัฒนาคือความมีศีลธรรม ; ไม่มีพื้นฐานทางศีล- ธรรมแล้ว การพัฒนาไม่มีหวัง, จะพัฒนาให้ทุกคนมีกินมี ใช้ ไม่ยากจนนั้นถ้าเขาไม่มีศีลธรรมแล้วไม่มีหวัง มีคนเล่าให้อาตมาฟังว่า งานดูดแร่ที่พังงา ทำให้ กรรมกรมีรายได้สูงมาก บางงวดได้ตั้ง ๒ - ๓ หมื่น เขาก็ ชวนกันกินเหล้ากินเบียร์ จนขาดตลาด. เวลาที่มี เขาก็ เอาเหล้าแม่โขงมาล้างเท้าให้เพื่อนดู, ดูจิตใจของเขาเป็น อย่างไร. เมื่อเขาไม่มีขึ้นมา จะขอเพื่อนดื่มสักอีกหนึ่งก็ไม่มี ; เมื่อมีขึ้นมาเขาเอาไปล้างเท้า. คนเช่นนี้จะพัฒนากันได้อย่างไร เพราะเขาไม่รู้ว่ามนุษย์จะต้องทำอะไร. ลิงตุกติต้อง .เลื่อย สรุปความว่า ศีลธรรมเป็นรากฐาน ของการ พัฒนา ความเจริญรุ่งเรือง, แล้วก็มี ปรมัตถธรรมเป็นราก ฐาน ของศีลธรรม อีกชั้นหนึ่ง. ศีลธรรมเป็นสิ่งที่ถอยถด หรือหดไม่ได้โดยเด็ดขาด. ฉะนั้นเราจะต้องส่งเสริมให้ยัง คงมีอยู่อย่างรุ่งเรือง
น.93 ๘๕ เหตุผลที่แสดงว่า ศีลธรรมหดหายไป. ทีนี้จะพูดต่อไปในข้อที่ว่า เ รารู้ได้อย่างไรว่า ศีลธรรมถอยถดหดหาย? ก็ดูสภาพปัจจุบัน ที่มีปรากฏ อยู่. เราพูดกันว่า อันธพาลชุม เท่ากับยุง หรือยิ่งกว่ายุง อาชญากรรมเลวร้ายประจำวัน จะกลายเป็นละครให้ ชาวบ้านดูอยู่แล้ว ; เห็นได้ในรูปถ่ายหน้าหนังสือพิมพ์, ครูคนหนึ่งเขาไปพบศิษย์อยู่ในคุกตั้ง ๒๐๐ คน. ศิษย์ของครู คนเดียวตลอดเวลานี้ ไปเป็นนักโทษอยู่ ๒๐๐ คน, มัน ไม่น่าเชื่อเสียจริง ๆ. อาตมาก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อ แม้คนที่มา เล่าเขาจะยืนยันว่า เป็นอย่างนี้จริง ๆ ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ; เพราะดูมันจะมากเกินไป ในนักโทษไม่กี่พันคน มีศิษย์ของ เขาตั้ง ๒๐๐ คน. เรามีคนเป็นโรคประสาทโรคจิต จนน่าละอายแมว เพราะแมวไม่ต้องกินยานอนหลับ ไม่ต้องกินยาแก้ปวดหัว มนุษย์กินกันเป็นต้น ๆ; นี้มันน่าละอายแมว. นี่จะไม่เรียก ว่าความหดของศีลธรรมเป็นต้นเหตุ แล้วก็จะมีอะไรอีกเล่า ? พรรคการเมืองในโลกแต่ละพรรค เขามีอหังการ มมังการ เขาก็ช่วยตัวเขา, ช่วยพวกของเขา ไม่ได้ช่วยชาติ
น.94 ๘๖ ไม่ได้ช่วยบ้านเมือง. พรรคการเมืองมือหังการมมังการของ เขา ไม่ได้ช่วยชาติ ไม่ได้ช่วยบ้านเมือง ช่วยตัวเขา ช่วย พวกของเขา ช่วยพรรคของเขา ; เป็นอย่างนี้กันทุกพรรค ในโลก แล้วจะเอาอะไรกับความมีสันติภาพ. ประเทศเราความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยังขาดอยู่อีกเท่าไหร่ ดูเอาเอง. .. เราตั้งใจ จะปราบอบายมุข ให้หมดไป ก็ถูกต่อต้านจากคนบางพวกอย่างเอาเป็นเอา ตาย, พวกฝ่ายซ้ายเข้าป่า ก็ไม่กลับออกมาจากป่าเพื่อต่อ -. ต้านอบายมุข, ทั้งที่ถือว่าเป็นข้าศึก หรือเป็นสมบัติของ นายทุน. อบายมุขทั้งหลายเป็นสมบัติของนายทุน. ยาเสพติดกลายเป็นปัญหาของโลก อย่างที่ไม่น่า จะมี. น่าละอายว่าโลกเจริญด้วยการศึกษา ทำไมปัญหา ยาเสพติดจึงเต็มไปในโลก ? เพราะว่า การศึกษาเป็นชนิด หมาหางด้วน หรือพระเจดีย์ยอดด้วน เจริญด้วยการศึกษา พร้อมกันไปกับเจริญด้วยปัญหายาเสพติด สงครามร้อน สงครามเย็น กลายเป็นอาหารของ โลกไปแล้ว โลกหล่อเลี้ยงอยู่ด้วยสงครามร้อน สงคราม เย็น.
น.95 ๘๗ การโฆษณาสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะจิตทรามแก่ เยาวชนนั้น เต็มไปทั่วทุกหัวระแหง สื่อมวลชนทุกชนิด โฆษณาสิ่งที่ทำให้เยาวชนมีจิตทราม. นี่สรุปเอาง่าย ๆ ว่า นี้คือ เ หตุผลที่แสดงให้เห็น ว่าศีลธรรมกำลังถอยถด. ปรมัตถธรรมจะสร้างเสริมศีลธรรมได้. ทีนี้ดูกันต่อไปว่า ปรมัตถธรรมจะมาสร้างและ เสริมศีลธรรมได้อย่างไร ? ดู ๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่มืดมนท์อยู่. แต่เป็นสิ่งที่เราจะต้องพยายาม จะพูดพร้อมกันไปว่า ปรมัตถ- ธรรมคืออะไร ? สร้างเสริมศีลธรรมอย่างไร ? มันเหมือนกับเรือเดินสมุทร ต้องเล่นไปตามแผน- ที่ทะเลอย่างถูกต้อง; มิฉะนั้นก็ล้มละลาย : ศีลธรรมจะ ต้องเดินไปตามแผนที่ปรมัตถธรรม อันเป็นกฎลึกซึ้ง ของธรรมชาติที่เฉียบขาด. เราต้องมีปรมัตถธรรมถูกต้อง ให้คนเห็น แล้วเต็มใจที่จะเดินไปตามทางของศีลธรรม จะ ไปได้ไกลลิบ จนสุดที่มนุษย์จะไปได้ เรียกว่าเป็นโลกุตตระ ไปเลย ถ้ารู้จักเดินทางศีลธรรม
น.96 ๘๘ เพราะว่า ปรมัตถธรรมพาให้คนสูงขึ้นไป จนอยู่ เหนือดีเหนือชั่ว เหนือบุญเหนือบาป เหนือปัญหาทุกอย่าง ทุกประการ, ไม่มาติดอยู่ที่ชั่วหรือดี เขาหาพบว่า ตรงช่อง ว่างระหว่างชั่วกับดี มีที่ว่าง ตรงนั้นแหละ มีความสงบ สุข, อย่าไปติดชั่ว อย่าไปติดดี เห็นว่าทั้งชั่วทั้งดี ล้วนแต่ ไม่น่ารัก, ระหว่างชั่วระหว่างดีนั้น, ที่ว่างตรงนั้นแหละน่า อยู่ มีความสงบสุข, ขึ้นเหนือชั่วเหนือดีกันเสียทีเถิด. แม้ว่าเราจะกินอยู่นุ่งห่มด้วยลักษณะต่างกัน แต่ความมุ่งหมาย ก็เหมือนกัน คือต้องการจะมีชีวิตที่เยือกเย็น อยู่กันอย่าง เป็นสุข. ต้องมีปรมัตถธรรมในข้อนี้. เดี๋ยวนี้เราขาดปรมัตถธรรม ไม่รู้ว่าเราเกิดมาทำ ไม่, มนุษย์คืออะไร, อะไรคืออุดมคติหรือจุดหมายก็ไม่รู้, บางคนแม่ของตนคืออะไรก็ไม่รู้ ไปเรียนมาจากเมืองนอก กลับมาก็ไม่รู้ว่า ที่คำพูดมีอยู่ ในพระบาลีว่า บิดามารดาเป็น พรหมของบุตร, บิดามารดาเป็นพระอรหันต์ของบุตร, นี้ คนเรียนมาจากเมืองนอกฝั่งไม่ออกฟังไม่รู้ เพราะไม่เคยเรียน ปรมัตถธรรม.
น.97 ๘๙ ข่าวที่คนฆ่ามารดาบิดาของตน มีอยู่เกือบจะเป็น ประจำในหน้าหนังสือพิมพ์. เมื่อ ๒ - ๓ วันนี้ก็เตะมารดา ตกบันได เพราะไม่ให้เงินซื้อเหล้า. นี่ท่านลองคิดดูว่า เขาไม่รู้ว่าเขาเกิดมาทำไม. เขากำลังบูชาสุขทางเนื้อหนัง ที่เรียกว่า "มิฬหสุข".คำนี้ท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน. มิฬหสุข แปลว่า สุขเกิดทางท่อปัสสาวะ. ทั้งโลกกำลังบูชาสุข อันเกิดทางท่อปัสสาวะ คือ กามารมณ์ หรือกามคุณ นั่นเอง. ดูให้ดีเถิดว่า เพศรส รสของกามารมณ์นั้นมันเป็นอย่างไร ? มัน สกปรกเท่า ไร? การจุมพิตกันก็คือการสูดของสกปรกที่ผิวหนังของฝ่าย หนึ่งเข้าไป, การจุมพิตกันด้วยปากก็คือสุดของสกปรกใน ปากของกันและกันแลกเปลี่ยนกัน. กิจกรรมระหว่างเพศ นั้น ต้องทำด้วยอวัยวะที่ปฏิกูลที่สุดในร่างกายมนุษย์ อวัยวะส่วนที่ปฏิกูลที่สุดนั้นแหละ เขาใช้แสวงหาเพศรส ก็ ได้ของอสุจิอันสกปรกออกมา, ก็บูชาเป็นของสูงสุด อะไร ๆ ก็เพื่อมิฬหสุขอันนี้. เขาหาเงิน หาอำนาจ หากำลัง ก็เพื่อมิฬหสุขอัน นี้, เสียเงินมากฉลองกันเป็นการใหญ่ ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่อง
น.98 ๙๐ ปฏิกูล. กิริยาท่าทางที่ประกอบประพฤติกระทำก็ปฏิกูล เหน็ดเหนื่อยเหลือประมาณ เพื่อบ้าอย่างเดียวอย่างนี้. หลง บูชาสิ่งเหล่านี้ แล้วโลกนี้จะเป็นอย่างไร ? จิตใจจะเป็น อิสสระได้อย่างไร ? เขาอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเล มาหาความ สุขชนิดนี้ในเมืองไทย ที่เกาะสมุยชายทะเลเต็มไปหมด จน ย้ายไปเกาะพงัน ที่ภูเก็ตก็แน่นอัดไปหมด เพราะมิฬหสุขนี้ อย่างเดียว. ถ้ามีปรมัตถธรรมแล้ว ระงับไปได้ ไม่ต้องตก เป็นทาสของมิฬหสุข กันถึงขนาดนี้. ปรมัตถธรรมก่อให้เกิดกล้าหาญทางจริยธรรม. ที่นี้ดูต่อไปว่า ปรมัตถธรรมจะสร้างเสริมอะไรให้ มนุษย์?. ปรมัตถธรรมที่ถูกต้องนั้นจะก่อให้เกิดความ กล้าหาญในทางจริยธรรม. เดี๋ยวนี้เราขาดความกล้าหาญใน ทางจริยธรรม ไม่กล้าแก้ไขตัวเองก็แพ้กิเลส จะแก้ไข ทางสังคมก็กลัวถูกฆ่าตาย ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม หรือทางศีลธรรม. มีแต่คนขลาด ศีลธรรมก็ไม่เจริญ เต็มไปด้วยเหตุการณ์เลวร้ายในโลกนี้.
น.99 ๙๑ ถ้าเรามีความกล้าหาญทางจริยธรรม กล้าหาญ แก้ไขความเสื่อมทรามของจริยธรรม, นั่นแหละจะเป็น ปฏิบัติบูชา อันสูงสุดแก่พระพุทธองค์, ในสมัยที่เรา พูดกันว่า จะบูชาพระพุทธองค์อย่างสูงสุด จงบูชาด้วย ความกล้าหาญทางจริยธรรม. ขอให้มีคนกล้าหาญทาง จริยธรรมเกิดขึ้นโดยเร็วเถิด เราจะต้องรู้ว่า อะไรที่จะควรแลกเอาแม้ด้วยชีวิต ? นั่นคือความกล้าหาญทางจริยธรรม โลกนี้ก็จะเป็นผาสุก. ฉะนั้น ขอให้เราดูให้ดีว่า ปรมัตถธรรมนี้จำเป็นอย่างไร. เวลาก็จะหมดเสียแล้ว ก็จะต้องรวบรัดกันบ้าง เหลือไว้พูด คราวหลัง. ปรมัตถธรรมมีมาแล้ว ศีลธรรมก็จะดีขึ้น มนุษย์ก็จะไม่ต้องตกเป็นทาสของวัตถุ, เดี๋ยวนี้เป็นทาสของ วัตถุ เงินเดือนไม่พอใช้ ต้องให้ภรรยาออกจากบ้านจากเรือน ไปทำงานด้วย เพื่อให้มีรายได้พอใช้. นี่ความมืดครอบงำ เต็มที่แล้ว, เอาภรรยาไปทำงานนอกบ้านหารายได้ช่วยเหลือ ; แล้วใครจะดูแลบ้าน ? ใครจะดูแลลูก ? ลูกมันก็กลายเป็น ลูกลิงทะโมนไปหมด เพราะว่าคนใช้เลี้ยงดูอบรม. แม่บางคน
น.100 ๙๒ ไม่ให้ลูกกินนม เพราะกลัวจะไม่สวย ลูกต้องกินนมวัวแทน กินนมแม่. เด็กที่กินนมวัว นี้จะเหมือนกินนมแม่ไม่ได้ ไปคิดดูเองเถิด เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเขาก็อยากจะไปเป็นช้างเท้าหน้า ไม่ เป็นช้างเท้าหลัง นั่นแหละคือความโง่. ใครจะเลี้ยงลูก ? ลูกกลายเป็นลิงทะโมน ไม่มีลูกมนุษย์. แล้วถ้าช้างมีแต่ เท้าหน้า เท้าหลังไม่มี มันก็นั่งกันกระแทกตายลงที่ตรงนั้น แหละ, มันจะเสียหายถึงขนาดนั้น ว่ามนุษยธรรมจะ หมดไป เพราะแม่ไปทำงานเป็นช้างเท้าหน้าเหมือนพ่อ จะมีรายได้เพิ่มอะไรมาบ้าง มันก็ไม่คุ้มกัน. นี่ขอให้เรามองดูให้ดี แม่ทำบ้านให้เป็นวัด ทำลูก ให้เป็นลูกมนุษย์ มนุษย์ก็จะมีความเป็นมนุษย์ แม่อย่าไป เป็นช้างเท้าหน้าด้วยเลย. ปรมัตถธรรมจะช่วยสร้างความรักมนุษย์, ทำ โลกนี้ให้เป็นโลกของพระศรีอารยเมตไตรย, ทำให้เรารู้ความ จริงว่า จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา, เป็น ขอทานดีกว่าเป็นขโมย.กร ปรมัตถธรรมจะบอกให้อย่างนี้
น.101 ๙๓ ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติศีลธรรมนั้น ทำได้ทุกแห่ง ไม่ต้องไป ที่วัด คนที่กลัวต้องไปวัด หยุดกลัวเถิด. ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ปรมัตถธรรมช่วยให้มี ศีลธรรม. สภาพไร้ศีลธรรมกำลังครองโลกอยู่ จงตัด ให้หมดไป ด้วยเอาปรมัตถธรรมกลับมาเป็นอาวุธ กำจัดสิ่งเลวร้าย เป็นแสงสว่างกำจัดความมืดบอดทาง ศีลธรรม. ศีลธรรมนั้นต้องมีปรมัตถธรรมสนับสนุน เหมือนกับว่าต้องมีอุดมคติ คนเดี๋ยวนี้เขาเกลียดอุดมคติ ไม่เหมือนคนแต่ ก่อน. คนเดี๋ยวนี้เขาว่าอุดมคติกินไม่ได้ มีแต่ชื่อ, อุดมคติ นี้สู้กล้วยสักผลหนึ่งก็ไม่ได้, ไข่สักฟองหนึ่งก็ไม่ได้, ปลาทู สักตัวหนึ่งก็ไม่ได้, ไก่สักขาหนึ่งก็ไม่ได้, เพราะมันกินได้ อุดมคติกินไม่ได้; คนเลยไม่มีอุดมคติ ขอให้ท่านทั้งหลายสนใจดูให้ดีว่า อุ ดมคติที่กิน ไม่ได้นั้น มันช่วยให้เกิดสิ่งที่กินได้ และกลืนคล่องคอ สบายดี. ขอให้ท่านทั้งหลาย จ งมีปรมัตถธรรมเป็นประทีป นำทางเถิด. ศีลธรรมมีรากฐานอยู่ที่ประโยชน์ของมนุษย์
น.102 ๕๔ ทุกคน. เศรษฐกิจนั้นมันมีรากฐานอยู่ที่ประโยชน์แห่ง ตัวกู - ของกู คนเดียว, มันช่วยโลกไม่ได้. ขอให้ท่านทั้งหลาย มีปรมัตถธรรมให้เพียงพอแก่ ศีลธรรม ของท่านเถิด, การดำรงชีวิตของท่านก็จะสะดวก สบาย เหมือนกับลากเกวียนลงเนินเขา, ชีวิตก็หนักเหมือน เกวียน เราจัดให้ดี มันก็จะสะดวกดายเหมือนลากเกวียนลง เนินเขา. ขอให้ท่านทั้งหลาย ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่าน สาธุชนทั้งหลาย จงมีปรมัตถธรรม ให้เพียงพอแก่ความมี ศีลธรรมของท่าน ทุก ๆ ท่านเทอญ.
Buddhadasa