น.103 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาก็ยังกล่าว เรื่อง "ปรมัตถธรรมต้องรีบกลับมา เป็นรากฐานของศีล- ธรรม" ต่อไปตามเดิม ; แต่มีหัวข้อย่อยเฉพาะในวันนี้ว่า "คนทำบาปกรรมเพราะขาดสัมมาทิฏฐิ". ได้เคยพูดมา แล้วครั้งก่อน ๆ : ปรมัตถธรรม กลับมาโลกาสว่างไสว, ปรมัตถธรรมหมดไปจิตใจมืดมนท์, มัวเป็นกันแต่คนมนุษย์ ก็ไม่มี, ศีลธรรมดีคนก็กลายเป็นมนุษย์กันหมด, ศีลธรรม ถอยถดต้องเพิ่มปรมัตถธรรม, และวันนี้ว่า "คนทำบาปกรรม เพราะขาดสัมมาทิฏฐิ". ๙๕
น.104 ๙๖ หากแต่ในครั้งนี้ ต้องขอโอกาสอธิบายเพิ่มเติม ข้อความในครั้งที่แล้วมา และเป็นการทำความเข้าใจบาง ประการ ในการที่มีผู้กล่าวหา ตามที่เห็นว่าควรกระทำ ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกล่าวหา. เขากล่าวว่าอาตมาพูดเกินขอบเขตของบรรพชิต, นี่เป็น ข้อแรก คือเขาพูดว่า เป็นพระเป็นเจ้า ทำไมไปพูด ถึงเรื่องโลก เรื่องบ้านเรื่องเมือง ทั้งโลก ทีเดียว. ข้อนี้เป็นการทำตามพระพุทธประสงค์ เพื่อทำ ให้โลกทั้งเทวดาและมนุษย์ ได้รับประโยชน์สุข ตาม พระพุทธประสงค์ ซึ่งพระองค์ได้ตรัสไว้ว่า ตถาคตเกิดขึ้น มาในโลกนี้ เพื่อประโยชน์แก่มหาชน ทั้งเทวดาแลมนุษย์ , ธรรมวินัยของตถาคตมีอยู่ในโลกนี้ เพื่อประโยชน์แก่มหาชน ทั้งเทวดาแลมนุษย์ , และให้พุทธบริษัทช่วยกันรักษาธรรม- วินัยไว้ในโลกนี้ เพื่อประโยชน์แก่สัตว์โลก ทั้งเทวดาแล มนุษย์ ทรงย้ำเช่นนี้ทั่วไปในที่หลาย ๆ แห่ง. สาวกทุกคน จึงมีหน้าที่ สืบพระพุทธประสงค์ ในสิ่งที่ให้เกิดประโยชน์แก่โลก ทั้งเทวดาแลมนุษย์ โดย
น.105 ๙๗ เฉพาะอย่างยิ่งก็ทำหน้าที่ ไม่ให้กิเลสครองโลก; โดย พยายามทำด้วยความกล้าหาญ ในทางจริยธรรม. อาตมาจึงพยายามกระทำ ในลักษณะนี้ตลอดมา โดยหวังอยู่ว่า โลงศพของอาตมา ก็คือความดีที่ทำไว้ ในโลก ด้วยการเผยแผ่พระธรรม, ป่าช้าสำหรับ อาตมา ก็คือ บรรดาประโยชน์และคุณทั้งหลาย ที่ทำ ไว้ในโลก เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์. และขอ ชักชวนให้ท่านทั้งหลายถือหลักเกณฑ์อย่างเดียวกันว่า โลง ศพของเรา ก็คือความดีที่ทำไว้ในโลก, ป่าช้าของเรา ก็คือ ประโยชน์ทั้งหลายที่เราได้ช่วยกันทำไว้ เพื่อประโยชน์แก่ เพื่อนมนุษย์. นี่แหละเป็นเหตุที่ทำให้ต้องเอาเรื่องของโลกทั้งโลก มาพูด มาวิพากษ์วิจารณ์ ทั้ง ๆ ที่ว่าอาตมาก็อยู่ในเพศบรรพ- ชิต. ขอได้โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย ว่าทำไมจึงพูดเรื่องโลก. ข้อที่สอง เขากล่าวหาอาตมาว่า เอาปรมัตถธรรม ชั้นสูงสุดมาสอนชาวโลก พร้อมกันไปกับการทำมาหา กิน. พวกนักล้อเขาล้อว่า อาตมาสอนให้ทาเนย ๒ หน้า แก่ขนมปังแผ่นเดียว มันเลอะเทอะ ทำตามไม่ได้.
น.106 ๙๘ ข้อนี้อาตมาอยากจะกล่าวว่า เขาดูไม่ดี มองไม่เห็น, มันไม่ใช่ขนมปังแผ่นเดียวทาเนย ๒ หน้า แต่ว่ามันเป็น แซนวิช ที่ประกบ ๒ ข้างด้วยขนมปังชนิดที่ต่างกัน มันก็ ทำได้ มันก็ยิ่งดี. มนุษย์ต้องมีปรมัตถธรรม แม้ว่าจะดำเนินชีวิต อยู่อย่างฆราวาส ก็ต้องมีปรมัตถธรรม; ไม่เช่นนั้น ความเป็นมนุษย์ จะเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น ปรมัตถ- ธรรมในฐานะเป็นอุดมคติ เป็นอุดมการณ์ เป็นปรัชญา อย่างที่เขาเรียกกันสมัยนี้ก็ได้, เพราะว่าแม้แต่แปรงฟัน ก็ต้องมีปรมัตถ์ คือว่าแปรงฟันชนิดที่สีขึ้นสีลงตามซี่ฟัน ไม่ใช่สีซ้ายไปขวา ซึ่งมันผืนกันกับซี่ฟัน นี่แหละแม้แต่ แปรงฟัน ก็ต้องมีปรมัตถ์อย่างนี้. เดี๋ยวนี้เป็นโรคประสาทกัน เป็นแสน ๆ คน, จะ ทั้งบ้านทั้งเมืองอยู่แล้ว, เ พราะขาดปรมัตถธรรม ในการ เป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน. ทำให้ต้องปวดหัวทรมาน แล้วก็เป็นโรคประสาทกันเต็มไปหมดทั้งโลก. เด็ก ๆ ก็ต้องมีปรมัตถธรรม; เมื่อตุ๊กตาตกแตก เขาจะไม่ต้องร้องไห้ หรือจะได้หยุดร้องไห้ ; เพราะมี
น.107 ว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง. เมื่อสอบไล่ตกก็ไม่ ต้องร้องไห้ ; เพราะความรู้มันไม่เพียงพอที่จะสอบไล่ได้. เมื่อ หนุ่มสาวอกหักก็ไม่ต้องฆ่าตัวตาย เพราะมี ปรมัตถธรรม ในการที่จะขจัดความผิดหวังนั้น ออกไปเสีย จากจิตใจ. ลูกตาย หลานตาย คนแก่ก็ไม่ต้องร้องไห้ เพราะ มีปรมัตถธรรม. เกิดโชคร้ายขึ้นมาก็หัวเราะเยาะได้ว่ามัน เช่นนั้นเอง นี่คือปรมัตถธรรม ที่ฆราวาสก็ต้องมี. ครั้นมีปรมัตถธรรมขึ้นมาแล้ว จะทำให้กรรมกร ผู้ยากจนทั้งหลาย ละอบายมุขได้ง่าย, เพราะว่าปรมัตถ- ธรรม ทำให้เขามีความสุขเมื่อทำงาน ; ไม่ต้องไปหา ความสุขจากอบายมุข. เขาจะบังคับจิตได้ เขาจะเข้าใจ นายทุนได้ ร่วมมือกันได้โดยสะดวก. ปรมัตถธรรม จะทำให้คนทุกคน ทั้งฆราวาส และบรรพชิต ที่เกิดมานี้ จะได้รับสิ่งที่ควรจะได้รับ คือ สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์ที่ควรจะได้รับ. นี่ก็เพราะว่ามี ปรมัตถธรรม ไม่เสียชาติเกิด เพราะมีปรมัตถธรรม ดำเนิน ชีวิตให้เยือกเย็นได้.
น.108 ๑๐๐ ที่นี้ข้อต่อไป ข้อที่สาม เขากล่าวหาว่า อาตมา พูด เรื่องศีลธรรมแล้วศีลธรรมเล่า จนเฟ้อแล้วเฟ้อเล่า ด้วยเรื่องศีลธรรม. อาตมา ขอยืนยันว่าไม่เฟ้อ ยังไม่ ถึงขนาด ไม่เต็มขนาดที่ควรจะพูดด้วยซ้ำไป, เพราะว่าเรา เสื่อมเสียศีลธรรมกันมากเกินไป เรียกว่าศีลธรรมเสื่อม ลงไป ๑๕๐ เท่า เท่ากับที่ไข่มันแพงขึ้น ๑๕๐ เท่า. ก่อนนี้ ไข่ฟองละ ๑ สตางค์ เดี๋ยวนี้ไข่ฟองละ ๑๕๐ สตางค์, มัน แพงขึ้น ๑๕๐ เท่า ทำให้ศีลธรรมเสื่อมลงไป ๑๕๐ เท่า, เพราะว่าความต้องการมันเพิ่มขึ้น ๑๕๐ เท่า.หาได้ตามที่ ต้องการไม่ได้โดยสุจริต ก็หาโดยทุจริต อันธพาลก็จะต้อง เพิ่มขึ้น ๑๕๐ เท่า อย่างเดียวกัน. เพราะว่า แม้แต่ศีลธรรมของพวกโจรแท้ ๆ ก็ยัง เสื่อม, พวกโจรสมัยก่อนนั้น สมัยไข่ฟองละ ๑ สตางค์นั้น ไม่เลวร้ายเหมือนเดี๋ยวนี้ พวกโจรไม่ปล้นบ้านปล้นเรือน ที่เคยพักพาอาศัย แม้แต่ว่าเข้าไปยืนบังฝนเมื่อฝนตกที่ชายคา โจรเดี๋ยวนี้หุงข้าวให้กิน มันก็ยังปล้น นี่เรียกว่าศีลธรรม ของโจรก็ยังเสื่อม.
น.109 ๑๐๑ เรียกว่า ศีลธรรมเสื่อมทั้งของสาธุชน และทั้ง ของพวกโจร ลงไป ๑๕๐ เท่า เราจึงต้องการศีลธรรมเพิ่ม ๑๕๐ เท่า จึงไม่มีการเฟ้อ ในการที่จะกล่าวถึงเรื่องศีลธรรม กัน อย่างซ้ำ ๆ ซาก ๆ. ปัจจัยแห่งอบายมุขในโลกนี้เพิ่มขึ้น ๑๕๐ เท่า เท่ากับราคาไข่ที่มันแพงขึ้น จิตของมนุษย์ก็ทรามลงไป ๑๕๐ เท่า สถานเริงรมย์ อุปกรณ์เริงรมย์ ก็เพิ่ม ๑๕๐ เท่า แทนที่ จะลดเพราะไข่แพง. ไม่มีศีลธรรมแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นมาก. ดูเถิดว่าปัญหาเลวร้าย อันใหญ่หลวง; เช่นการทำลายป่านี่ ก็เกิดเพราะความไร้ศีลธรรม. ปัญหาขี้ผง, ขอใช้คำโสกโดก เช่นคนขับรถ ขับรถผิดกฎจราจร ตำรวจว่าเดือนหนึ่งตั้ง หมื่นรายแสนราย, ขับรถผิดกฎจราจรเล็ก ๆ น้อย ๆ เดือน หนึ่งตั้งหมื่นรายแสนราย ก็เพราะมันไร้ศีลธรรม, เพราะ ศีลธรรมเสื่อม. เราอยู่ได้ด้วยศีลธรรม ซึ่งจะต้องสมบูรณ์ หรือว่า เต็มตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น เราจะต้องชักชวนกันให้ กลับมีศีลธรรม; แต่ว่าการชักชวนให้มีศีลธรรมนั้น มัน
น.110 ๑๐๒ เหมือนกับว่า จูงช้างลอดรูเข็ม. อาตมาพูดเรื่องนี้ ๓๖ ครั้ง แล้ว. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยังจะ ต้องทำความเข้าใจกันอีก ๑๕๐ เท่า. เดี๋ยวนี้มันมีแต่สิ่ง ยั่วให้เห็นแก่ตัว ศีลธรรมไม่อยู่ในลักษณะขวาจัดหรือซ้ายจัด; ถ้าขวาจัดหรือซ้ายจัด มันไม่ใช่ศีลธรรม. ที่ตรงกลางตรง ที่ว่างนั้น เป็นความว่างจากซ้ายจัดขวาจัด มันเป็นศีลธรรม. ถ้าอยู่กันอย่างนี้ นายทุนก็ไม่เกิดขึ้นในโลก. มีแต่เศรษฐี ใจบุญ; ชนกรรมาชีพผู้เรียกร้อง ก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก กลายเป็นสัตบุรุษไปหมด มันก็หมดปัญหา. ถ้าไร้ศีลธรรม เสียแล้ว พรรคการเมืองกี่พรรค ๆ ก็ไม่อาจจะพาชาติไปให้พ้นภัยได้ เพราะมัวเป็นแต่ศัตรู ต่อกันและกันอยู่ร่ำไป. ศีลธรรมจะช่วยโลกนี้ได้ เพราะว่า มันให้ผลเฉพาะหน้า ให้ผลเมื่อทำ เมื่อมี. สิ่งที่เรียกว่า บุญนั้น ช่วยลับหลัง บางทีก็ยกยอดไปไว้ต่อชาติหน้า. บุญ ยังช่วยช้าเกินไป มีศีลธรรมกันที่นี่เดี๋ยวนี้ก็ช่วยทันทีที่นี่. ศีลธรรมมีรากฐานอยู่ที่ประโยชน์ของคนทุก คน; แต่ถ้าเศรษฐกิจแล้วเอาประโยชน์ของกู ของตัวกู
น.111 ๑๐๓ เป็นหลัก มันคนละอย่าง มันจึงให้ผลต่างกัน. ดังนั้น เราจึงต้องช่วยให้ศีลธรรมกลับมา ๑๕๐ เท่า. อาตมา จึงเห็นว่าไม่มากเกินไป ในการที่จะพูดกันถึงศีลธรรม ข้อกล่าวหาต่อไป ข้อที่สี่ เขาว่า มา พูดเรื่องกล้า หาญทางจริยธรรมมากเกินไป. นี่เพราะว่าเขาไม่รู้จักมัน ว่าเป็นความจำเป็น ที่เราจะต้องมีความกล้าหาญทางจริย- ธรรม. เดี๋ยวนี้ ทุกคนไม่มีความกล้าหาญ ก็ กลัวต่อ กิเลสจนตัวงอ อย่างที่เรียกกันภาษาเด็ก ๆ ว่า "หงอ" คือ ตัวงอ, กลัวกิเลสจนตัวงอ, ไม่มีความกล้าหาญที่จะต่อสู้กิเลส เสียเลย. เขากลัวว่ากิเลสจะตายเสีย ก็ไม่กล้าบังคับกิเลส; กิเลสเต็มโลก ไม่มีใครกลัว, ไปกลัวว่ากิเลสจะหมดไป เสียจากโลก นี่มันไม่มีความกล้าหาญ. อาตมาอยากจะกล่าวว่า พระเยซูคริสต์เป็นยอดวีระ บุรุษผู้กล้าหาญทางจริยธรรม, กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อเปลี่ยนแปลงจริยธรรมในโลก ที่นั่นสมัยนั้น. เราจะ ไม่ถือว่าพระเจ้าส่งมา เพื่อการนั้นโดยตรง เราจะถืออย่าง
น.112 ๑๐๔ ธรรมดา ๆ ว่า ท่านเป็นยอดวีระบุรุษผู้กล้าหาญทางจริยธรรม ในโลกทุกโลก หรือทุกเวลา ท่านกระทำอย่างที่ซึ่งหน้า; เพราะว่ากิจกรรมนี้ทำอย่างปิดทองหลังพระนั้นไม่พอ ต้อง ทำอย่างซึ่งหน้าด้วย. เราจึงต้องใช้ความกล้าหาญทาง จริยธรรม ลงไปในทุกกรณีที่ควรใช้. เดี๋ยวนี้ เราละอบายมุขไม่ได้ เพราะเราเองก็ ขี้ขลาด ไม่กล้าหาญ เพื่อนของเราก็ขี้ขลาด ไม่กล้าหาญ. พอจะทำการแก้ไขศีลธรรมให้ดีขึ้น; มีคนเป็นอันมากช่วย กันต่อต้าน เพราะว่าเขาไม่มีศีลธรรม. ความกล้าหาญทางจริยธรรมนี้ จำเป็นอย่างยิ่ง แก่ผู้ที่จะเป็นผู้พิพากษาตุลาการ. ขอให้ตั้งจิตอธิษฐาน ไว้ดังนี้ด้วยกันจงทุกคนเถิด. เขากล่าวหาข้อต่อไป ข้อที่ห้า อาตมา อธิบาย อบายมุขผิดหลัก คือ หลักอบายมุขนั้นถือกันว่า ปฏิบัติแล้ว เสื่อมเสียทางโภคทรัพย์ มีเงินทองข้าวของเป็นต้น นั้นตาม พระบาลี เสื่อมเสียแห่งโภคทรัพย์. ท่านใช้คำว่าโภคทรัพย์; แต่คนเดี๋ยวนี้ ตีความแห่ง คำว่าโภคทรัพย์น้อยเกินไป; แต่เพียงข้าวของเงินทอง. โภคทรัพย์อันแท้จริงนั้น
น.113 ๑๐๕ ก็คือความเป็นมนุษย์, ความเป็นมนุษย์ของเรานั่นแหละ คือโภคทรัพย์ของเรา. อย่าให้มันลดลง, อย่าให้มันสูญเสีย. อบายมุขทำให้เสื่อมเสียโภคทรัพย์. - ดื่มของเมา ก็สูญเสียความเป็นคนเดี๋ยวนั้นแหละ, - เที่ยวค่ำคืน ก็ไปแสวงหาสิ่งที่ทำลายตัวเอง ตาย เมื่อไรก็ได้, - ดูการเล่น ก็แสวงหาสิ่งที่ทำลายตัวเอง. - เล่นการพนัน ผีก็สิงเอา ก็หมดความเป็นมนุษย์, - คบคนชั่วเป็นมิตร ก็ไม่เป็นมนุษย์, - เกียจคร้านทำการงาน ก็ลดความเป็นมนุษย์ ซึ่ง มีหน้าที่ที่จะต้องทำการงาน. นี่เรียกว่า เสียโภคทรัพย์อันใหญ่หลวง คือความ เป็นมนุษย์ของเรา. เราอย่ายอมสูญเสียโภคทรัพย์ คือ ความเป็นมนุษย์ของเราเลย. ทีนี้ก็มาถึงข้อสำคัญข้อหนึ่ง คือ ข้อที่หกเขากล่าว หาว่า อาตมาพูดเรื่องหยาบโลน คือเรื่องมิฬหสุข, แล้วยังกล่าวหาว่านี้ ว่าเอาเอง, นี้ว่าเอาเอง ในบาลีไม่มี ค้นหาไม่พบ.
น.114 ๑๐๖ เรื่อง มิฬหสุข นั้น มีในพระบาลี เป็นพุทธ- ภาษิต เช่น ในลทุกิโกปมสูตร์ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณ- ณาสก์. ถ้าเป็นพระไตรปิฎกสยามรัฐบาลี ก็เล่ม ๑๓ หน้า ๑๘๙ บรรพ ๑๘๒ และ ยังมีในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต พระบาลีเล่ม ๒๒ หน้า ๓๒ บรรพ ๓๐ ถ้าใครมีหนังสือ พุทธ ประวัติจากพระโอษฐ์ (ฉบับพิมพ์ ครั้งที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๒๓) อยู่ใกล้มือ ก็ดูที่หน้า ๓๕๓ พระองค์ได้ตรัสเรื่องมิฬหสุข ให้สัตว์ทั้งหลายรู้จักป้องกันตัวไว้, อย่าให้มิฬหสุขครอบงำใจ, อย่าให้มิฬหสุขครอบงำโลก. พวกเราเป็นสาวกของพระ- พุทธองค์ เราต้องรับใช้พระพุทธองค์ ในการต่อต้าน ไม่ให้มิฬหสุขครองโลก. พิจารณาดู คุณ – โทษ ของมิฬหสุข เราจะดูเรื่องของ มิฬหสุข กันต่อไป พอให้เป็นที่ เข้าใจ. มิฬหสุขนี้ ให้โทษ ในทางทำลายอย่างร้ายกาจ ก็มี, มิฬหสุขนี้ สร้างสรรค์ ให้เกิดอะไรขึ้นมา ใหม่ ๆ แปลก ๆ สวย ๆ ก็มี, และมิฬหสุขนี้ให้ผลในทางตรงกันข้าม คือจะ บีบคั้นให้มนุษย์ไปบวช ไปปฏิบัติธรรม เป็นฤๅษี เป็นผู้
น.115 ๑๐๗ บรรลุมรรคผลนิพพานไป ก็มี. มันเป็นได้ถึง ๓ อย่าง อย่างนี้; ทำให้นึกถึงคำของนักคิดที่ชื่อว่า ซิกมันด์ ฟรอยด์ ซึ่งกล่าวว่าอะไร ๆ ในโลกนี้ กามารมณ์เป็นเครื่องกำหนด บังคับให้เป็นไป ให้เคลื่อนไหว ให้กระทำ นี้จะจริงมากน้อย เท่าไร ลองพิจารณากันดู. อาตมาจะกล่าวไปตามความรู้สึกของพวกเราพุทธ- บริษัทก่อน :— ข้อแรก มิฬหสุขเป็นไปในทางทำลาย อย่างไร? ดูให้ดี มิฬหสุข นี้เป็นของเสพติด ยิ่งกว่ายา เสพติด ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในบัดนี้. ดูนักโทษในคุกทั้งหมดทั้งโลก จะมีมูลมาแต่มิฬหสุข โดยตรงบ้าง, โดยอ้อมบ้าง, จากปัจจัยแห่งมิฬหสุข โดย ตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง จึงมานอนอยู่ในคุก. มิฬหสุขทำให้ เกิดอาชญากรรมทางเพศ เต็มเมือง เต็มโลก ว่อนไปทั้งโลก. มิฬหสุขทำให้ผู้นั้นฆ่าชู้ เพราะว่า เมียเป็นชู้ก็ฆ่าชู้, แล้วก็ฆ่าเมีย, แล้วก็ฆ่าลูกหมด แล้วก็ ฆ่าตัวเอง นี่มิฬหสุขทำหน้าที่ของมัน. แม่แก่แล้วก็ยังมี สามีใหม่ ให้ทรมานใจลูก ๆ เพราะอะไรถ้าไม่ใช่มิฬหสุข
น.116 ๑๐๘ ทำให้เกิดสถานค้าปัจจัยแห่งมิฬหสุข จนเป็น เศรษฐี จนเป็นนายทุน เพราะค้าปัจจัยแห่งมิฬหสุขกัน ทั้งโลก; ก็สร้างห้องน้ำ ห้องนอน ห้องส้วม ห้องกิน ห้องเที่ยวเล่น เป็นปัจจัยแก่มิฬหสุข. แม้แต่รถรา ทำลาย น้ำมันเสียมากมาย ก็มีการใช้ในการเป็นปัจจัยแห่งมิฬหสุข มากยิ่งกว่าอย่างอื่น. การเงิน การคมนาคม การหว่านเงินสะพัดทั่วโลก เพื่อเที่ยวแสวงหา มิฬหสุข. สถานค้ามิฬหสุขโดยตรง หรือ ค้าปัจจัยแห่งมิฬหสุขเต็มเมืองเต็มโลก. เที่ยวรอบโลกเพื่อ มิฬหสุข; ที่เกาะสมุยเต็มแล้ว ก็จะย้ายไปเกาะพงัน, ที่ ภูเก็ตก็เต็มแล้ว นี้เรื่องมิฬหสุข. - คนแก่ต้องการจะมีเลขานุการสาว ให้ภรรยาที่ บ้านเป็นโรคประสาท นี้ก็เพื่อมิฬหสุข. - คนหาอำนาจ หากำลังทุกชนิดไว้ เพื่อประโยชน์ แก่มิฬหสุข. - กองทัพทั้งกองทัพออกไปรบนั้น ก็เคยเสียชื่อ เพราะการข่มขืน เพื่อมิฬหสุขกันทั้งกองทัพก็มี.
น.117 ๑๐๙ - ทำให้ภิกษุจีวรร้อน เปลี่ยนจากภิกษุไปเป็นสมี อย่างนี้ก็มีอยู่มาก เพราะมิฬหสุข. - ทำให้พระอินทร์มีรอยตราอะไรก็ไม่รู้ประทับเต็ม ตัว ตามนิยายที่พวกเด็ก ๆ เราได้ยินได้ฟังกัน คือไปทำชู้กับ ภรรยาของฤๅษีตนหนึ่ง ถูกสาปให้มีรอยตราอะไรเต็มตัว. - กษัตริย์ยอมสละราชสมบัติเมื่อไม่นานมานี้ ยังอยู่ ในความทรงจำของเราไม่มีใครลืม, กษัตริย์แห่งมหาประเทศ สละราชสมบัติ เพื่อการสมรสกับหญิงสามัญชาติอื่น ยังไม่มี ใครลืม. - กษัตริย์ให้ฆ่าคน เพื่อเอาแม่หน้ามนเข้ามาไว้ ในวัง. - กษัตริย์ยกกองทัพเข้าเข่นฆ่ากัน อย่างในสมัย โบราณ เพื่อมิฬหสุขเท่านั้น ก็มีอยู่โดยมาก. นี่ความเลวร้ายเป็นอย่างนี้. ที่หยุมหยิมก็ยังมีอีกว่า ทำให้คนสมรสกันกับสัตว์เดรัจฉาน :— ทศกัณฐ์หรือ หนุมาณ ในนิยายของเด็ก ๆ เรื่องรามเกียรติ์นั้น มีลูกเป็น ครึ่งคน ครึ่งช้าง ครึ่งม้า ครึ่งอะไรต่างๆ ที่สถานีตำรวจ บางรัก กรุงเทพฯ ก็จับคนชนิดนี้มา หาว่าสมรสกับสุนัข.
น.118 ๑๑๐ - พญานาคราช ขึ้นมาจากบาดาลมาสมรสกับงูดิน. - พญาราชหงส์ ลงไปสู่ฝูงกา ก็เพราะเหตุนี้. - นกอยู่สูงเป็นตระกูลนก lark เขาเอานกตัวเมีย มาต่อ กลางดึกมันก็ลงมาติดบ่วง. - ในบาลีมีกล่าวถึงนางเนื้อเป็นนกต่อ หรือว่า หนุ่มเนื้อเป็นนกต่อ ให้นางเนื้อหรือหนุ่มเนื้อมาติดบ่วง อย่างนี้ก็มี. - สมรสผิดวรรณะ จนเกิดวรรณะนอกระบบ มี อยู่มากในคัมภีร์พราหมณ์. - พ่อข่มขืนลูกสาวตนเองอายุ ๑๓ ปี ว่าคิดค่าข้าว สุก. - ทำให้เกิดบุคคลประเภทกามวิตถาร เป็นเฒ่าหัวงู เป็นโฮโมเซกส์ชวล เป็นอะไรที่รู้กันอยู่ดี. - นางนกต่อเป็นจารสตรี ใช้มิฬหสุขล่อคนที่ กำความลับของชาติ ให้เปิดเผยความลับ คนก็ต้องขายชาติ เพราะมิฬหสุข อย่างนี้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง. นี่เรียกว่าส่วนเลวร้ายของมิฬหสุข
น.119 ๑๑๑ ข้อที่สอง ที่นี้จะดู ใน แง่สร้างสรรค์ ของมิฬห- สุข :— - มิฬหสุขทำให้พ่อหนุ่มของเราขยันขันแข็ง ทำงานตัวเป็นเกลียว เพื่อจะมีเงินไปแต่งงาน. - ทำให้คนร่ำรวย สร้างสรรค์นั่นนี่ขึ้นมา เพื่อ การเงินสะพัด สร้างสวรรค์บนดิน สร้างฮาเร็ม สร้างวิมาน ให้บ้านเมืองมันสวย; แต่ก็สวยหลอก ๆ ไปเท่านั้นเอง. - ให้คนทำบุญให้ทานเพื่อไปสวรรค์ มิฬหสุขนี้ทำ ให้คนทำบุญให้ทานเพื่อไปสวรรค์; เพราะได้รับคำบอกเล่า ว่า บนสวรรค์มีมิฬหสุขชั้นประณีต. นี่ขอให้ท่านทั้งหลายคิดดู ความงามของดอกไม้นี้ ก็ว่าเพื่อล่อสัตว์ให้มาช่วยทำการสืบพันธุ์ ดอกไม้มีเกษรต่าง ชนิด ต้องอาศัยสัตว์มาช่วย ให้ได้เกิดการสืบพันธุ์ จึงต้อง มีความสวยงาม. ความสวยงามของคน ของสัตว์ ของมนุษย์ ของ เทวดา ก็เพื่อประโยชน์แก่มิฬหสุข แล้วเราก็หลงบูชาความ สวยงาม. ได้ยินว่าที่เกิดลัทธิเทพทาสี ในวิหารในอินเดีย บูชาจ้าวแม่กามารมณ์ นั้นก็เพื่อกามสุข มิฬหสุขอันเฟ้อ.
น.120 ๑๑๒ มิฬหสุขช่วยให้เกิดดนตรี ให้เกิดบทเพลง ให้เกิด การร่ายรำ ศิลปแห่งการส่งเสริมราคะมากขึ้น ๆ ดนตรีที่เคย ส่งเสริมจิตให้สงบ กลายเป็นส่งเสริมจิตให้เร่าร้อน. นี่เพราะ มิฬหสุขเข้ามาแทรกแซง ทำให้เกิดศิลปดนตรีเพลง ที่นอก รีตออกไปจากความมุ่งหมายเดิมคือ เพื่อความสงบ. หรือว่าดูอีกทีหนึ่งว่า มิฬหสุขทำให้มนุษย์ไม่สูญ- พันธุ์ เป็นค่าจ้างที่ทำให้สัตว์รับจ้างสืบพันธุ์. คนรับจ้าง สืบพันธุ์ เพราะมิฬหสุขนั้นเอง. ถาไม่มีมิฬหสุขมาเป็น ค่าจ้างแล้ว ดูว่าคนจะไม่สืบพันธุ์เพราะมันลำบาก ยุ่งยาก เหน็ดเหนื่อย สกปรก ; แต่มันทนความยั่วยวนของมิฬหสุข ไม่ได้ คนก็มีการสืบพันธุ์ คนจึงไม่สูญพันธุ์ สรุปว่าทำให้เกิดสิ่งที่สวยงาม ยวนใจยวนตาขึ้น มา มากมายในโลก นี่เรียกว่าในแง่สร้างสรรค์ ที่มิฬหสุข ช่วยทำให้เกิดขึ้นมา. ข้อที่สามที่นี้จะดูในด้านที่ตรงกันข้าม ว่ามิฬหสุข นั่นแหละเมื่อเป็นไปมากเข้า ก็บีบคั้นให้เกลียด ให้เบื่อ หน่าย จากมิฬหสุข ให้ออกไปจากกาม ให้ไปบวชเป็น
น.121 ๑๑๓ ฤๅษีเป็นชีไพร เป็นพรหม ไปบรรลุมรรคผลนิพพาน ; เพราะเกลียดมิฬหสุข เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา ในโลกก็เพราะว่าขยะแขยงต่อมิฬหสุข จึงได้ออกไป บวช. เรามองดูกันในแง่นี้แล้ว จะเห็นว่ามิฬหสุขในแง่ ที่ควรเลิกละเสียเลย ควบคุมอย่างเด็ดขาดก็มี. มิฬหสุข ในแง่ที่ควรเลือกเฟ้นปรับปรุงพอเหมาะพอดีก็มี. มิฬหสุขให้ผลในทางส่งเสริม ให้หลีกออกไปเสีย จาก มิฬหสุขเอง อย่างนี้ก็มี. นี้จึง เป็นความจริงอย่างที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เขาว่า ว่าทุกอย่างนั้นเกิดจากการกดดันของกามารมณ์ ซึ่งในที่นี้เรา เรียกว่ามิฬหสุข. อย่าได้เห็นว่าเป็นคำพูดที่หยาบโลนเลย. การ ที่พูดเช่นนี้มันหยาบโลนน้อยกว่าคำพูดหาเสียงของนักหาเสียง บางคนเมื่อเร็ว ๆ นี้, ยังหยาบโลนน้อยกว่าไปเสียอีก. เขา หาเสียงกันด้วยคำหยาบโลน มากกว่าที่อาตมาพูดในเรื่องนี้ เสียอีก ขอให้ความเป็นธรรมกันบ้าง,
น.122 ๑๑๔ ถ้ามนุษย์เราควบคุม มิฬหสุขได้แล้ว โลกนี้ก็จะ สะอาด จะมีสันติสุขเหลือประมาณ, ไม่ต้องกลัวว่าโลก จะร้าง ; มันยังมีมิฬหสุขที่พอดี ที่พอควบคุมได้. ขอแต่ อย่าให้เป็นเรื่องยุ่ง เป็นเรื่องทำลาย อย่างที่เป็นกันอยู่ทั้ง โลกเลย. ถ้าเรื่องนี้ไม่สำคัญ พระพุทธองค์คงไม่ตรัสถึง คงปล่อยให้โลกสกปรกไปตามเดิม. เราควรสอนเด็กให้ รู้เรื่องนี้ ก่อนเรื่องเพศศึกษาเสียอีก. คู่ชีวิตของเรา คือพระธรรม แต่เดี๋ยวนี้เราไปเอามิฬหสุข มาเป็นคู่ชีวิต, เอาผู้อำนวยมิฬหสุขมาเป็นคู่ชีวิต เรื่องมันก็ไปกันใหญ่. ขออย่าได้อวดดีกับเรื่องนี้ จงสนใจประพฤติกระทำ ให้ถึงที่สุดเถิด เราจะทำโลกนี้ ให้สะอาด ให้น่าอยู่ต่อไปได้. เวลาจะหมดแล้ว ขอสรุปความว่า ศีลธรรมต้อง รีบกลับมา, รีบกลับมา ๑๕๐ เท่า เท่ากับที่ราคาของไข่ มันแพงขึ้นไป ๑๕๐ เท่า กลับมาให้ทันแก่เวลา. ปรมัตถ- ธรรมต้องเป็นที่แจ่มแจ้ง ยิ่งขึ้นไป ๑๕๐ เท่าด้วยเหมือน กัน. พวกเราชาวพุทธจึงจะชื่อว่า ไม่บกพร่องในหน้าที่
น.123 ๑๑๕ ของตน ๆ ประพฤติกระทำให้ถูกต้อง ต่อสิ่งสำคัญเหล่านี้ แล้วก็จะหมดปัญหา. หวังว่าท่านทั้งหลาย จะช่วยกันควบคุมมิฬหสุข ซึ่งมีอบายมุขเป็นปัจจัย ให้หมดไปจากพวกเราเถิด ด้วย ความกล้าหาญทางจริยธรรมแล้ว ขอให้อยู่กันเป็นสุข ทุก ทิพาราตรีกาลเทอญ.
Buddhadasa