น.94 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมของอาตมา ยังเป็นไปโดย ความมุ่งหมายว่า ศีลธรรมจะกลับมา โดยมีปรมัตถธรรม เป็นรากฐาน ต่อไปตามเคย. ในวันนี้มีหัวข้อว่า ถ้าเป็น กันแต่เพียงคน ธรรมะก็เป็นโมฆะเสียมากมาย. ความ เป็นปรมัตถธรรมมันอยู่ที่ว่า ถ้าเราเป็นกันแต่เพียงคน ศีลธรรม ก็ดีไม่ได้, จะต้องเป็นอะไรมากกว่าคน คือ เป็นมนุษย์, เพราะธรรมะมีมากพอสำหรับเป็นมนุษย์สูง ๘๖
น.95 ๘๗ ขึ้นไปถึงเป็นมนุษย์ เป็นอริยชน เป็นพระอรหันต์. ธรรมะ มีให้มากถึงอย่างนี้ ถ้าเราเป็นกันแต่เพียงคน ก็นิดเดียว ก็ เหลืออยู่เป็นโมฆะเสียมากมาย, จึงต้องพูดกันถึงเรื่องนี้. ครั้งก่อนโดยหัวข้อว่า ยิ่งเป็นผู้นำ ยิ่งต้องเสีย สละและอดทน ; ครั้งนี้ว่า ถ้าเป็นกันแต่เพียงคน ธรรมะก็เป็นโมฆะเสียมากมาย. ทำความเข้าใจในความต่างของมนุษย์กับคน. ข้อแรกที่สุดก็ควรจะพิจารณากัน ถึงเรื่องมนุษย์กับ คนว่าต่างกันอย่างไร อาตมาถูกด่ามากมายเกี่ยวกับข้อนี้ คือ พูดว่ามนุษย์กับคนไม่ใช่อย่างเดียวกัน, สูงต่ำกว่ากัน. อาตมา ถูกด่าทั้งฝ่ายขวาและซ้าย ; ฝ่ายขวาก็ด่าหาว่าไม่เป็นมนุษย์ ทุกคนเป็นมนุษย์อยู่แล้ว, ฝ่ายซ้ายเขาก็ด่า ด่าโดยเปิดเผย ด่าโดยบทประพันธ์ว่า พุทธทาสยังมีชนชั้น, เดี๋ยวนี้เขาเลิกชน ชั้นกันแล้ว มัวบ้าอยู่ได้ อย่างนี้ก็มี, ว่ามนุษย์กับคนนั้น กลายเป็นชนชั้น. อาตมาก็ยังคงยืนยันว่า มนุษย์กับคน ยังต่างกัน อยู่นั่นเอง, ขอโอกาสทำความเข้าใจกันในเรื่องนี้ ก่อน.
น.96 ๘๘ พูดกันสั้น ๆ คน แปลว่า เกิดมา, มนุษย์ แปลว่า ใจสูง. คนเกิดมาใจยังต่ำ ยังไม่มีธรรม ไม่มีธรรมะ ยังไม่ มีบุญ, จะมีบุญก็เป็นบุญชนิดที่เห็นแก่ตัว บุญเพื่อกิเลสอัน ละเอียด นี่คน. ถ้าเป็นมนุษย์ใจสู ง ใจพุ่งขึ้นสูง ไม่เห็น แก่ตัว, ทำลายกิเลส เขา มีทั้งบุญมีทั้งธรรม. คำว่า บุญ หมายถึง หน้าที่ที่ถูกต้องของมนุษย์ ขจัดปัญหาของคน ได้ ไม่ต้องอุ้มกันจนขาลากดิน. คนมีบุญไม่ต้องอุ้มกันจน ขาลากดิน เหมือนที่เป็นกันอยู่โดยมาก, ไม่เป็นภาระแก่ ใครนะ ถ้าคนมันมีบุญ. ทีนี้คำว่า ธรรม ธรรมหมายถึง หน้าที่ของสิ่งที่มี ชีวิต จะต้องทำให้รอดชีวิต, และรอดจากความทุกข์ ทั้งปวง ; ธรรมจึงมีอยู่ในที่ทุกแห่งที่มีการกระทำหน้าที่ของ ชีวิตจนรอดได้ทั้งสองชั้น คือรอดชีวิต และรอดจากความทุกข์ คือกิเลสชั้นละเอียดด้วย. ธรรมมีอยู่ในที่ที่มีการทำหน้าที่ ของชีวิต หน้าที่เลี้ยงชีวิต, หน้าที่ให้ชีวิตก้าวหน้า สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป. ฉะนั้น ธรรมะอาจจะมี ที่ทุ่งนา ที่เรือกสวน ที่โรงงาน ที่ในที่ทำงานทุกแห่ง. ระวังให้ดี ในวัดหรือในโบสถ์อาจ
น.97 ๘๙ จะไม่มีก็ได้ ; ถ้าในโบสถ์มีแต่เซียมซี มีแต่พิธีรีตอง ที่ไม่ ตรงตามเจตนารมณ์ของพระธรรมและวินัย, ธรรมะมีที่ ชาวนา ชาวสวน พ่อค้า ข้าราชการ กรรมกร แม้ที่สุดแต่คน ขอทาน ที่กำลังทำหน้าที่ของตนอยู่อย่างถูกต้อง. สรุปความว่า คนนั้นใจเดินลงต่ำ แล้วก็อยู่ต่ำ ๆ, มนุษย์นั้น ใจเดินขึ้นสูง ก็อยู่สูง ๆ, ดูมันจะต่างกันยิ่งกว่า ฟ้าและดินละกระมัง. คนใจเดินลงต่ำกับคนใจเดินขึ้นสูง นี่ มันจะต่างกันยิ่งกว่าฟ้าและดิน ; นี่คือความหมายของคนและ ของมนุษย์ที่ต่างกัน ; ถ้าเป็นคนก็เป็นอย่างหนึ่ง, ถ้าเป็น มนุษย์ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง, เพราะไม่เป็นมนุษย์กันให้เพียงพอ เป็นกันแต่คน ปัญหามันก็เกิดขึ้นเต็มไปทั้งโลก. ขอยกตัวอย่างปัญหา ปัญหาเฉพาะหน้าในโลก เรา มีวิกฤตการณ์ทั้งจากภายนอกและจากภายใน, สำหรับ ประเทศ ไทยก็มีปัญหาวิกฤตการณ์ ทั้งจากภายนอกและภายใน ; ภายนอกเช่นมีสงคราม มีผลพวงหรือผลพลอยได้จาก สงคราม สืบต่อกันมาหลายขั้นตอน สั่นคลอนไปทั้งบ้านทั้ง เมือง ทั้งรัฐบาลทั้งประชาชน ; แม้แต่ธรรมชาติที่ไร้ชีวิต
น.98 ๙๐ ก็พลอยสั่นคลอนไปด้วย ต้นไม้ต้นไล่ ห้วยหนองคลองบึงบาง ถูกกระทบกระเทือนไปด้วย ดังที่เห็น ๆ กันอยู่. ทีนี้ ปัญหาภายใน เกิดขึ้นอย่างไร ? ก็ดูกันได้ที่ว่า มัน เต็มไปด้วยคอร์รัปชั่นหลาย ๆ ชนิด เต็มไปด้วย อันธพาล มีความเจ็บไข้ได้ป่วยที่ไม่ควรจะเจ็บไข้ มีความ ยากจน ไม่รู้หนังสือ เพราะว่าไม่เป็นมนุษย์กันอย่าง สมบูรณ์นั่นเอง. สิ่งที่เพิ่มเท่าไร ๆ ก็ไม่พอ คือ โรงเรียน โรงพยาบาล โรงพัก เรือนจำ ศาล อัยการ, เงินสำหรับช่วย เหลือยิ่งเพิ่มเท่าไรก็ยิ่งไม่พอ เพราะเรา เป็นกันแต่เพียงคน ไม่เป็นมนุษย์ ไม่มีจิตใจสูง. ความเป็นมนุษย์ของมนุษย์ มีน้อยกว่าความที่แมว เป็นแมว ; แมวเป็นแมวร้อยเปอร์เซ็นต์, แต่มนุษย์เป็น มนุษย์ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ เรียกว่าความเป็นมนุษย์ของเรา มีน้อยกว่า ความที่แมวเป็นแมว. คิดดูเถิดน่าละอายหรือ ไม่น่าละอาย ; เดี๋ยวนี้สมัคร เป็นกันแต่คน เพราะว่า ไม่ เข้าใจความหมายของคำว่ามนุษย์ หรือมนุษย์ธรรม, ไม่มี ธรรมสำหรับมนุษย์.
น.99 ๙๑ อุปสรรคของการมีธรรมะ. ดูกันสักนิดหนึ่ง ถึงอุปสรรคของการมีธรรมคือ เราเรียนธรรม แต่ไม่รู้ธรรม, เรียนธรรมะแต่ไม่รู้ ธรรมะ, รู้ธรรมะแต่ไม่มีธรรมะ นี้อีกขั้นตอนหนึ่ง, รู้ ธรรมะพูดจ้อ แต่ไม่มีธรรมะอยู่ในตัว. ทีนี้มีธรรมะแต่ไม่ อาจที่จะใช้แก้ปัญหาใด ๆ ได้ ธรรมะนั้นก็สูญเปล่าหรือเป็น โมฆะ. ขอให้ดูกันให้ดี ๆ ว่า ในวัดในโบสถ์นั่นระวังให้ดี อาจจะไม่มีธรรมะก็ได้นะ ที่กลางทุ่งกลางนา ที่มีการทำหน้า ที่อยู่ อย่างเหงื่อไหลไคลย้อย นั่น จะมีธรรมะเสียมากกว่า เพราะมีการทำหน้าที่ ; ถ้าในโบสถ์มีแต่เซียมซี มีแต่ พิธีรีตอง มีแต่บาปหรืออาบัติที่แสดงทิ้ง ๆ กันไว้ อย่างนี้ แล้วก็น่านึก ว่าที่ไหนจะมีธรรมะมากกว่ากัน ? เอาบาปไป ทิ้งไว้ที่วัดหรือในโบสถ์ พอกลับมาถึงกุฏิ บาปก็มารออยู่ที่ กุฏิแล้ว, กลับมาถึงบ้าน บาปก็มารออยู่ที่บ้านแล้ว, เมื่อไรมัน จะรู้จักจบจักสิ้น. นี่เป็นอุปสรรคของการที่จะมีธรรมะ ขอ ให้ได้ใคร่ครวญพิจารณาดูกันให้ดี ๆ ให้ มีธรรมะ คือการ ทำหน้าที่อย่างถูกต้องของความเป็นมนุษย์.
น.100 ๙๒ ธรรมะแปลว่าหน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิต ; เราสอน ลูกเด็ก ๆ กันแต่เพียงว่า ธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แล้วก็ไม่ได้บอกว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างไร. ต้องบอก ให้หมดว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ทำหน้าที่ ที่เป็น หน้าที่โดยตรงของสิ่งที่มีชีวิต : หน้าที่ทำให้รอดชีวิตอยู่ ได้ผาสุกสบาย นี้หน้าที่ชั้นแรก, หน้าที่ชั้นต่อไป ก็คือ ทำให้หลุดพ้นจากปัญหา กิเลส ความทุกข์ ความเกิด ความ แก่ ความเจ็บ ความตาย หรือสิ่งต่าง ๆ ที่จะมาครอบงำจิตใจ ให้เป็นทุกข์, ให้รอดจากสิ่งเหล่านี้ได้. นี้เรียกว่าหน้าที่ของ ชีวิตในอันดับสูงสุด ไปจบกันที่ความเป็นพระอรหันต์. สรุปว่า หน้าที่รอดชีวิตอยู่ได้ เป็นแต่เพียงคน, หน้าที่ให้มีจิตใจสูงขึ้นไปนั้นคือเป็นมนุษย์ ; มนุษย์กับ คนต่างกันอย่างนี้ ทำให้เกิดปัญหาเฉพาะหน้า ต่างกันอย่างนี้. การแก้ปัญหา, ทำให้เป็นมนุษย์. ทีนี้ก็จะดูกันต่อไปในข้อที่ว่า เราจะแก้ไขกันอย่าง ไรในปัญหาเหล่านี้ ? อาตมาตอบสั้น ๆ ว่า ต้องทำคนให้ เป็นมนุษย์, ต้องทำคนให้เป็นมนุษย์ให้จนได้. ถ้าพูด
น.101 ๙๓ อย่างอุปมาสักหน่อย อย่างอุปมานะ ช่วยฟังให้ดี ๆ ว่า พูด อย่างอุปมานะ จะต้องมีรัฐบาลสักสองรัฐบาล หรืออย่างน้อย ก็ต้องสองภาคหรือสองหน้าที่หน้าที่ที่หนึ่ง ก็คือทำพลเมืองให้ เป็นคน, หน้าที่ที่สอง ก็คือทำพลเมืองให้เป็นมนุษย์. หน้าที่อันดับที่หนึ่ง ทำพลเมืองให้เป็นคนนั้น ก็ ให้มีธรรมะอย่างคน ตามที่คนควรจะมี, มีความรู้สติปัญญา ความสามารถรอดชีวิตอยู่ได้, ดำรงชีวิตอยู่ได้ในลักษณะ ที่เรียกว่า เป็นความผาสุกอย่างคนพอสมควร. สรุป ความว่า คนที่มีธรรมะชนิดนี้นั้น จะเป็นคนทำงานสนุกและ เป็นสุขเมื่อกำลังทำงาน, แม้อยู่กลางทุ่งนาเหงื่อไหลไคลย้อย อยู่ ก็ทำงานสนุก, ทำงานจนลืมรับประทานอาหาร. อย่าง คนโบราณสมัยก่อนนี่ เขารู้ว่าหน้าที่คือธรรมะ ; ฉะนั้น ทำหน้าที่ ทำนานั้น เขาพูดว่าจะเอาข้าวไปตักบาตรสักหน่อย โว้ย. ไม่ใช่ทำนาเอาข้าวไปขายเอาเงินซื้อเหล้ากิน เหมือน คนบางยุคบางสมัย. ทำนานี้อาตมาเคยได้ยินด้วยตนเองว่า คนที่กำลังไถนาพูดว่า จะทำนาเอาข้าวใส่บาตรสักหน่อย ไม่มีใครหวังว่าจะทำนาเอาเงินไปซื้อเหล้า ไปซื้อกามารมณ์ ไปอาบอบนวด เหมือนคนเดี๋ยวนี้.
น.102 ๙๔ นี่ทำให้มี ธรรมะอย่างคน : ทำงานสนุก พอใจ เป็นสุขเมื่อกำลังทำงาน เพราะรู้ว่าการงานนั้นคือธรรมะ, การทำงานคือการปฏิบัติธรรม พอใจตัวเองจนยกมือไหว้ ตัวเองได้, มีหลักสั้น ๆ ว่ายกมือไหว้ตัวเองได้เมื่อไรก็เป็น สวรรค์ เกลียดน้ำหน้าตัวเองเมื่อไรก็เป็นนรก สวรรค์อยู่ ที่การยกมือไหว้ตัวเองได้, นรกอยู่ที่การเกลียดชังตัวเอง ดูแล้วไม่มีอะไรที่ตรงไหนน่าไหว้เลย. เราจะต้อง ให้ทุกคนมีการศึกษาให้ถูกต้องว่า ธรรมะคือหน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิต นับตั้งแต่ต้นไม้ต้นไล่ก็ ต้องประพฤติธรรมะ คือขวนขวายเพื่อรอดชีวิต, สัตว์เดรัจ- ฉานก็ต้องขวนขวายเพื่อรอดชีวิต, คนก็ต้องขวนขวายเพื่อ รอดชีวิต, มนุษย์ก็ต้องขวนขวายเพื่อรอดชีวิตขั้นดีขั้นสูง ยิ่ง ๆ ขึ้นไป, นั่นแหละจงรู้เสียเถอะ ว่าธรรมะแท้จริงนั้น คือหน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิต, ไม่ยกเว้นชีวิตระดับไหน ให้ ทำให้ดีที่สุด แล้วก็จะรอดชีวิต, จะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นผาสุก ไม่เป็นปัญหาแก่ใคร ซึ่งทำความยุ่งยากลำบากเพิ่มขึ้นอย่าง ซับซ้อนทีเดียว. นี้เรียกว่าทำคนให้เป็นคน หรือทำพลเมือง
น.103 ๙๕ ของเรา ให้เป็นคนถึงระดับคนกันทุกชนิด ไม่มีปัญหาอย่าง คน. ทีนี้ใน อันดับที่สอง ทำคนให้เป็นมนุษย์ : เลื่อนชั้นคนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งให้เป็นมนุษย์ ; ให้คน เหล่านี้รู้ว่า เพียงแต่อยู่ดีกินดีนั้นไม่พอ, ไม่พอสำหรับ ความเป็นมนุษย์ แถม จะเป็นอันตรายด้วย เพราะการ กินดีอยู่ดีนั้น มันส่งเสริมความเห็นแก่ตัว, ส่งเสริมกิเลส เสียมากกว่า เพียงแต่กินดีอยู่ดี. ถ้ามีจิตใจที่เห็นแก่ตัว มันก็เป็นปัญหา : ตนเองก็เป็นทุกข์, ผู้อื่นก็จะเป็นทุกข์ด้วย เรื่องกินดีอยู่ดี. ผู้มีความกินดีอยู่ดีนั้นดูให้ดีมันก็ยังมีกิเลส ยังมีกิเลส, ยังมีกิเลสอย่างดีก็ได้ จึงยัง มีกิเลสและความ ทุกข์ ชนิดที่ทำอันตรายแก่คนอยู่ดีกินดี. คนอยู่ดีกินดียัง ต้องหัวเราะ ยังต้องร้องไห้ ยังต้องเจ็บไข้ ยังต้องอยู่ด้วย ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความกลัว อิจฉาริษยา อาลัยอาวรณ์ นอนไม่หลับ จนต้องกินยานอนหลับ. คนที่ จะเป็นมนุษย์ต้องยกจิตใจให้อยู่เหนือปัญหา เหล่านี้ โดยเฉพาะ เหนือปัญหาที่มาจากกิเลส, ปัญหา ที่มาจากความเกิดแก่เจ็บตาย, ไม่ให้สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา
น.104 ๙๖ มีความทุกข์ระทมใจ. แต่ว่าเดี๋ยวนี้ทั้งมนุษย์ทั้งเทวดาที่ไม่มี ธรรมะ ยังมีปัญหาชนิดนี้ จะต้องมีธรรมะ ต้องศึกษาธรรมะ ต้องปฏิบัติธรรมะ โดยเท่ากัน จะต้องสมัครอดทน แม้จะ ทนจนเลือดตาไหล ก็ขอให้ทน จนคนได้กลายเป็นมนุษย์. เด็กทุกคนตั้งแต่ชั้นอนุบาลขึ้นไป ให้มีความรู้เรื่อง ความต่างระหว่างธรรมะกับคน, ให้นักเรียนทุกชั้นแต่ง ข้อความประกวดกันว่า คนกับมนุษย์ต่างกันอย่างไร ? ทำอย่างนี้เรื่อย ๆ ไปกว่าจะถึงระดับมหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเหล่านั้นก็จะรู้ดีว่า คนกับมนุษย์ ต่างกันอย่างไร. ความต่างกันระหว่างมนุษย์กับคน เป็นสิ่งที่ต้องประจักษ์ ชัดแก่คนทุกคน คนจึงจะสามารถเลื่อนชั้น ของตน จากความเป็นคนสู่ความเป็นมนุษย์ได้. ธรรมชาติสร้างเรามาสำหรับเป็นมนุษย์ ได้รับสิ่ง ที่ดีที่สุด, ไม่ใช่สร้างมาสำหรับเป็นแต่เพียงคน ธรรมชาติให้ ทุนรอน ให้เดิมพันก็ได้ มามากมายทีเดียวสำหรับมาเป็น มนุษย์ ไม่ใช่มาเป็นกันแต่เพียงคน. ขอให้รับรู้ในเบื้องต้นกันอย่างนี้ก่อน ว่าเรา จะต้อง ช่วยกันทำให้เป็นคน สอบไล่ได้ชั้นเตรียม, แล้วจะต้อง
น.105 ๙๗ ทำคนให้เป็นมนุษย์ เป็นการสอบไล่ได้ชั้นสูงและชั้นสูงสุด จนถึงยอดของมนุษย์ ; นี่จะต้องรู้สำหรับแก้ปัญหา. ต้องพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ ให้เป็นคนและมนุษย์ ทีนี้ดูกันให้ละเอียดอีกนิดหนึ่งเกี่ยวกับข้อนี้ ว่า ร่าง กาย จิตใจ ชีวิตนี้เป็นสิ่งที่ปรับปรุงได้ พัฒนาได้ ; ร่างกายล้วน ๆ ก็ดี จิตใจล้วน ๆ ก็ดี รวมกันแล้วเป็นชีวิตก็ดี, นี้เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ ด้วยการอบรม ด้วยการแก้ไข สูงขึ้น ไป ๆ จนเป็นมนุษย์. เดี๋ยวนี้เราสอนกันแต่เพียงเป็นคน ไม่ รู้ว่าจะต้องเป็นมนุษย์อีกชั้นหนึ่ง ; การศึกษาในโลกจึง มีกันแต่เพียงให้คนเป็นคน คือให้เรียนหนังสือกับวิชา ชีพ วิชาชีพนี้ไปไกล เป็นเทคโนโลยีทางระบบสูงสุด เหมือน จะเป็นของทิพย์ ของไม่ใช่มนุษย์อยู่แล้ว; แต่มนุษย์ก็ยัง เป็นคนกันไม่ได้ มันน่าหัวที่ว่า เราสร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ด้วยมือเอง แล้วก็บูชาคอมพิวเตอร์นั้นอย่างพระเป็นเจ้า, เชื่อฟังคอมพิวเตอร์อย่างเชื่อฟังพระเป็นเจ้า ทั้งที่เราสร้างกัน ขึ้นมาเอง. นี่ความน่าหัวที่สุดของคนในยุคปัจจุบัน ไม่มี
น.106 ๙๘ สติปัญญาของตนเอง ต้องไปบูชาคำตอบของคอมพิวเตอร์ ซึ่งตนสร้างขึ้นมาด้วยมือของตนเอง, แล้วมันจะไปกันถึงไหน ขอให้ลองพิจารณาดูให้ดี ๆ เถิด. หลักการการศึกษาต้องสมบูรณ์ อย่าให้เป็นของ ด้วน ๆ อย่างพระเจดีย์ยอดด้วนหรือสุนัขหางด้วน มันไม่น่าดู, จะต้องสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์ คือ หนังสือก็รู้ ความ เฉลียวฉลาดก็มี แล้วก็ เป็นคนกันให้ถูกต้อง ; นี้เรียกว่า สมบูรณ์. รู้แต่หนังสือ ฉลาดในอาชีพ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็น มนุษย์กันอย่างไร เป็นคนก็ยังเป็นไม่ได้ดี อย่างนี้เรียกว่าโลก มันมืด โลกนี้มันมืด มันไม่รู้ว่าจะไปทางไหน. จนกระทั่งว่า เดี๋ยวนี้คนในโลกทิ้งพระเจ้า ทิ้ง ศาสนา ไปบูชากันแต่เรื่องเศรษฐกิจ และเรื่อง การเมือง อันเป็นปัญหาเกิดขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าจะเป็นมนุษย์กัน อย่างไร. ถ้ารู้ว่าเป็นมนุษย์กันอย่างไรแล้ว ไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจหรือการเมืองนี้จะทำกันอย่างไร มันก็ยัง คงเป็นกันได้แต่เพียงคน, จิตใจไม่สูงถึงกับหมดกิเลส หมด ความเห็นแก่ตน มีชีวิตเย็นเป็นนิพพาน.
น.107 ๙๙ ดังนั้นเราจะ ต้องพัฒนาๆๆ พัฒนา ร่างกาย พัฒนา จิต พัฒนา ชีวิต ให้เต็มอัตรา คือเต็มเดิมพัน ที่ธรรมชาติมอบให้มา . ธรรมชาติมอบกระแสแห่งวิวัฒนา- การให้มา, ให้เราดำเนินกันไป ตั้งต้นแต่ความเป็นคนจนถึง ความเป็นอริยชน เป็นพระอริยเจ้า เป็นพระอรหันต์ใน ที่สุด, ธรรมชาติมอบให้มามากถึงอย่างนี้แล้วเราไม่ใช้. เรา เป็นกันเสียแต่เพียงคน ทุนรอนหรือเดิมพันในชั้นสูงก็ เหลือเปล่า เป็นโมฆะ อยู่เป็นโมฆะ, คำสอนเรื่องจะเป็น มนุษย์ที่สูงสุดจึงเป็นโมฆะ ; แม้จะตกอยู่ในตำราในคัมภีร์ เอาไว้ไหว้เอาไว้บูชา ก็เรียกว่าเป็นโมฆะอยู่นั่นเอง เพราะไม่ มาช่วยแก้ปัญหาของมนุษย์ซึ่งมีอยู่, ปัญหาของมนุษย์มีอยู่ มันยังมีอยู่ ปัญหาของเทวดาก็ยังมีอยู่. ขอโอกาสอธิบายสักนิดว่า พวกมนุษย์คือพวกที่ ยังรู้จักเหงื่อ ต้องอาบเหงื่อ, พวกเทวดาคือพวกที่ไม่ รู้จักเหงื่อ ไม่ต้องอาบเหงื่อ ; อยู่ในเมืองมนุษย์เป็นอยู่ คล้ายกับเทวดา นี้เรียกว่าพวกเทวดา. แต่ว่าทั้ง พวกมนุษย์ ทั้งพวกเทวดายังมีกิเลสตัณหา ยังต้องหัวเราะยังต้อง ร้องไห้, ยังต้องเป็นไปตามอำนาจของกิเลส, ยังมีความทุกข์
น.108 ๑๐๐ อยู่ เพราะปัญหาอันเกี่ยวกับความเกิด แก่ เจ็บ ตาย. พวก เทวดาก็คือคนร่ำรวยที่หมดปัญหาเรื่องปากเรื่องท้อง, พวก มนุษย์ก็คือพวกที่ยังไม่หมดปัญหาเรื่องปาก เรื่องท้อง ต้อง อาบเหงื่อ ; แต่ ทั้งสองพวกนี้ยังต้องมีความทุกข์เสมอ กันด้วยกิเลสรบกวน. ถ้าเรา พัฒนาร่างกายชีวิตจิตใจขึ้นไปถึงความ เป็นมนุษย์ ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมด ; ถ้าเป็นพระอริยเจ้า ปัญหาเหล่านี้ก็หมดเลย. นี้เรียกว่าได้ใช้เดิมพันที่ธรรมชาติ มอบให้มาอย่างถึงที่สุดเอาทีเดียว, มนุษย์ชนิดนี้มีธรรมะ, มนุษย์ชนิดนี้มีบุญ มีชีวิตเย็นเป็นนิพพาน, นั่นแหละคือผล ที่จะได้รับ ได้รับจากการเป็นมนุษย์ เพราะรู้จักใช้เดิมพันที่ ธรรมชาติมอบให้มา จนถึงที่สุด. โลกนี้ก็จะเป็นโลกของพระ ศรีอาริยเมตตรัย อยู่กันด้วยความรัก จะเหลียวไปทางไหนก็ มีแต่หน้าตาที่ยิ้มแย้ม ชูมือสลอนเลย ว่าท่านต้องการให้ช่วย อะไร, ท่านต้องการให้ช่วยอะไร จงบอกมา, เหลียวไปทาง ไหนมีแต่หน้าตาที่ยิ้มแย้ม กล่าววาจาอย่างนี้ แล้วพร้อมที่จะ ช่วยจริง ๆ.
น.109 ๑๐๑ นี่แหละคือผลสุดท้ายของการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และพบพระพุทธศาสนา ไม่เป็นกันแต่เพียงคน : ถ้าเป็น กันแต่เพียงคน ธรรมะก็จะเป็นโมฆะเสียมากมาย คือธรรมะ ชั้นสูงสุดอันมีมากมายนั้นเอง จะเป็นโมฆะหมด, ใช้กันแต่ ธรรมะต่ำ ๆ เพียงแต่เป็นคน. บางทีก็ยังเป็นคนที่ไม่ถึง ระดับคน ยังเป็นคนที่สร้างปัญหาต่าง ๆ นา ๆ ให้คนอื่น ลำบาก ด้วยการได้รับการเบียดเบียนบ้าง หรือต้องคอยช่วย เหลือ ในข้อที่ว่าตัวเองควรจะช่วยตัวเองได้ ก็ยังต้องให้ผู้อื่น ช่วยเหลือ. นี่ความที่ไม่เป็นถึงระดับคน : ถ้าเป็นมนุษย์ แล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป. ดังนั้นขอเชิญพวกเราทุกค น ดำรงตนให้มีธรรมะ สูงขึ้นไปตามลำดับ จากคนสู่ความเป็นมนุษย์, แล้วไป สู่ยอดสุดของความเป็นมนุษย์ ; อย่าให้ธรรมะส่วนที่ ประเสริฐที่สุดนั้น กลายเป็นหมันไปเสียเลย. ขอท่านทั้งหลาย ใช้ธรรมะให้เต็มตามความหมายของธรรมะ แล้วมีความสุขอยู่ ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ.
Buddhadasa